10 หมาสายพันธุ์เล็ก ยอดฮิตที่คนนิยมเลี้ยง

1 ชิวาวา (Chihuahua)

ชิวาวา (Chihuahua)

ถ้าพูดถึงหมาสายพันธุ์เล็กที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนานจะต้องมีชื่อชิวาวาอย่างแน่นอน ต้นกำเนิดสายพันธุ์ชิวาวามาจากประเทศเม็กซิโกบางแหล่งข้อมูลมีบันทึกไว้ว่าชนเผ่าอาเทคซ์ (Aztecs) หรือ อินคา (Incas) ได้พัฒนาสุนัขสายพันธุ์ชิวาวานี้ขึ้นมาจากสุนัขพันธุ์ Techichi  ชิวาวาเป็นสายพันธุ์สุนัขที่มีขนาดตัวที่เล็กที่สุดในโลก แบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ขนสั้นจะมีเส้นขนนุ่ม มีความเงางาม ขนสั้นตลอดทั้งตัวและสายพันธุ์ขนยาวมีขนนุ่มยาวสลวยเป็นพู่ที่หูและขา ลักษณะเด่นมีหัวกลมคล้ายลูกแอปเปิ้ล ตากลมโต ใบหูขนาดใหญ่ตั้งตรง มีได้หลายสีเช่น สีน้ำตาลเข้ม, สีขาว, สีแดง, สีดำ, สีส้ม จะเป็นสีล้วนหรือมีลายแต้มก็ได้ น้องมีขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัด ทำให้ชิวาวาสามารถปรับตัวเข้ากับการเลี้ยงในพื้นที่จำกัดได้ดี ความสูงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6 – 10 นิ้ว น้ำหนักตัวตามสายพันธุ์โดยเฉลี่ยไม่เกิน 3 กิโลกรัม มีอายุขัยโดยเฉลี่ยที่ยาวนานกว่าสายพันธุ์เล็กส่วนใหญ่อยู่ที่ระหว่าง 13-17 ปี

ลักษณะนิสัย มีความฉลาด เรียนรู้ได้เร็ว กระตือรือร้น ช่างสงสัย ขี้ตกใจ ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า ชอบวิ่งเล่นสำรวจสิ่งรอบตัว เป็นสุนัขที่ขี้อ้อนและจงรักภักดีต่อเจ้าของมาก ถึงแม้ว่าจะมีขนาดตัวที่เล็กแต่ชิวาวามีแนวโน้มที่จะเห่ามากกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ และมีนิสัยที่ตื่นตัวจึงทำให้สามารถเป็นสุนัขเฝ้าบ้านได้

การดูแล ด้วยนิสัยที่มีความกระตือรือร้น และปราดเปรียว ควรพาออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น พาเดินเล่น หรือ วิ่งเล่นในบ้าน สำหรับสายพันธุ์ขนยาวควรแปรงขนให้เป็นประจำเพื่อลดการหลุดร่วงของขน และให้มีสุขภาพผิวหนังที่ดี ควรแปรงขนให้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

อาหารที่เหมาะสม น้องหมาสายพันธุ์เล็กจะมีระบบการเผาผลาญพลังงานสูงย่อยอาหารได้รวดเร็ว มีกระเพาะขนาดเล็กจะต้องการอาหารในปริมาณที่น้อยกว่าหมาสายพันธุ์ใหญ่ ควรได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และกิจกรรมในแต่ละวัน เช่น ROYAL CANIN CHIHUAHUA PUPPY อาหารเม็ดสำหรับลูกสุนัขพันธุ์ชิวาวาอายุต่ำกว่า 8 เดือน เม็ดอาหารถูกออกแบบพิเศษสำหรับลูกสุนัขสายพันธุ์ชิวาวาที่มีขากรรไกรขนาดเล็กโดยเฉพาะ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและมีวิตามินอี วิตามินซี ทอรีน ลูทีน เบต้า-แคโรทีน และเบต้า-กลูแคน มีส่วนช่วยดูแลการย่อยอาหารและการขับถ่ายลดกลิ่นมูล ปรับอุจจาระให้เป็นก้อนดี

ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian)

ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian)

ในอดีตปอมเมอเรเนียนมีถิ่นกำเนิดจากพื้นที่หนาวจัดแถบยุโรปตอนกลางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมันตะวันออกและโปแลนด์ในปัจจุบัน บรรพบุรุษของปอมเมอเรเนียนเป็นสุนัขที่อยู่ในตระกูลสปิตซ์ (Spitz) รวมถึงสุนัขสายพันธุ์นอร์วีเจียน เอลก์ฮาวด์ (Norwegian Elkhound), ชิปเพิร์ก (Schipperke), เยอรมัน สปิตซ์ (German Spitz), อเมริกัน เอสกิโม (American Eskimo) และซามอยด์ (Samoyed) โดยเคยเป็นสุนัขใช้ลากเลื่อนและเฝ้าฝูงแกะมาก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้เหมาะกับการเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้านปอมเมอเรเนียนมีรูปหน้า 3 แบบ คือ หน้าแบบจิ้งจอก (Fox Face) ปากจะค่อนข้างยาวแหลม หน้าแบบตุ๊กตาเด็ก (Baby Doll) ดวงตาอยู่สูงเหนือปาก ปากสั้นและแบน หน้าแบบตุ๊กตาหมี (Teddy Bear) ตาทั้ง 2 ข้างจะอยู่ใกล้กันอยู่เหนือขึ้นมาจากปากไม่มาก ปากจะสั้นกลม  ซึ่งใบหน้าลักษณะนี้เป็นที่นิยมของผู้เลี้ยงปอมเมอเรเนียน แต่ตามมาตรฐานของสมาคมพัฒนาสายพันธุ์สุนัขแห่งอเมริกา (AKC) ลักษณะหน้าแบบจิ้งจอกเป็นลักษณะที่ถูกต้องที่สุดของสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน มีใบหูที่เล็กและตั้งตรง ขาเล็กและลำตัวสั้น มีขนยาว หนา 2 ชั้น ขนออกมาจากลำตัว มีหางที่ม้วนแน่นและค่อนข้างสั้นอยู่ใกล้ด้านหลังปอมเมอเรเนียนมีสีขนที่หลากหลายมากกว่าสุนัขสายพันธุ์อื่น ๆ มีมากกว่า 20 สี เช่น สีขาว, สีดำ, สีน้ำตาล, สีแดง, สีส้ม, สีครีม, สีน้ำเงิน, สีน้ำตาลเข้ม, สีน้ำตาลผสมสีแทน, สีดำผสมสีแทน และสีที่แซมกันสองสี โดยสีที่พบได้บ่อยมากที่สุดคือสีส้ม, สีดำ และสีครีม/สีขาว ปอมเมอเรเนียนจัดว่าเป็นสุนัขที่มีขนาดตัวเล็กที่สุดในตระกูลสปิทซ์ มีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 1.3 – 3.5 กิโลกรัม และสูง 13–28 เซนติเมตร อายุโดยเฉลี่ยระหว่าง 12-15 ปี

ลักษณะนิสัย เป็นหมาที่ฉลาดและร่าเริง ขี้เล่น แต่แอบดื้อเงียบ ชอบเจอผู้คนใหม่ๆ และชอบที่จะเจอสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆถึงจะตัวเล็กแต่เป็นหมาที่มีพลังงานสูงมาก ไม่ชอบอยู่นิ่ง ชอบที่จะออกไปเดินเล่นข้างนอก เล่นของเล่น และใจเด็ดเห่าเตือนภัยได้เป็นอย่างดี สามารถใช้เป็นหมาเฝ้ายามได้

การดูแล ปอมเมอเรเนียนต้องการการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่นพาเดินเล่นวันละ 10 – 15 นาที และดูแลแปรงขนวันละครั้งเพื่อไม่ให้ขนพันกัน อาบน้ำเดือนละ 2 ครั้งเพื่อช่วยดูแลผิวหนังให้สะอาดอยู่เสมอ ควรทำความสะอาดฟันของปอมเมอเรเนียนด้วยการแปรงฟัน เช็ดหูและตัดเล็บ เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

อาหารที่เหมาะสม ด้วยขนาดตัวที่เล็ก น้องต้องการปริมาณอาหารที่ไม่เยอะมาก แต่ก็ต้องเหมาะสมกับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ควรเลือกอาหารที่มีค่าโภชนาการพอดีต่อความต้องการของร่างกาย เช่น ROYAL CANIN POMERANIAN ADULT อาหารเม็ดสำหรับสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน อายุ 10 เดือนขึ้นไป เม็ดอาหารออกแบบพิเศษ ขนาด รูปทรง เนื้อสัมผัส และความหนาแน่นของเม็ดอาหารสำหรับสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนโดยเฉพาะ ช่วยดูแลระบบทางเดินอาหารร่วมกับการควบคุมน้ำหนักด้วยโปรตีนคุณภาพสูง (L.I.P.) ใยอาหารจากไซเลี่ยม และพรีไบโอติกส์ (FOS) ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรีย และปรับอุจจาระให้เป็นก้อนดี ดูแลผิวหนังและเส้นขนให้มีสุขภาพดีคงความชุ่มชื้น ด้วย Omega 3 ชนิด EPA&DHA ดูแลช่วยกระดูกและข้อต่อเสริมกรดไขมันอีพีเอ และดีเอชเอ ช่วยลดการอักเสบที่ข้อ

ชิบะ อินุ (Shiba Inu)

ชิบะ อินุ (Shiba Inu)

ชิบะ อินุ หมาสายพันธุ์เล็กยอดฮิตจากแดนอาทิตย์อุทัย มีต้นกำเนิดสายพันธุ์มาจากสุนัขล่าสัตว์ที่เติบโตอยู่ในบริเวณภูเขาของประเทศญี่ปุ่นเป็นสุนัขในตระกูลเดียวกันกับพันธุ์อะคิตะ (Akita) แต่มีขนาดเล็กกว่า ชิบะ อินุมีถิ่นกำเนิดในจังหวัดชิบะ ชิบะอินุถือว่าเป็นสุนัขพันธุ์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุด ลักษณะเด่นที่ทำให้ใครๆก็หลงรักคือ ดวงตากลมสดใสและรูปริมฝีปากโค้งเหมือนกับกำลังยิ้มอยู่ตลอดเวลา น้องมีโครงหน้าคล้ายสุนัขจิ้งจอก หูตั้ง ตาเป็นทรงสามเหลี่ยม ม่านตาสีน้ำตาล รูปร่างกระทัดรัด กล้ามเนื้อกระชับ

ชิบะ อินุ (Shiba Inu)

มีขนหนา 2 ชั้น ขนชั้นนอกแข็งและตรง ขนชั้นในหนาและนุ่ม ผลัดขนตลอดทั้งปี มีทั้งสีดำผสมสีน้ำตาล สีแดง หรือ สีงาแดง เพศผู้เมื่อโตเต็มวัยสูงประมาณ 36-41 เซนติเมตร หนักประมาณ 10 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียเมื่อโตเต็มวัยสูงประมาณ 34-39 เซนติเมตร หนักประมาณ 7 กิโลกรัม อายุขัยโดยเฉลี่ยประมาณ 12-15 ปี

ชิบะ อินุ (Shiba Inu)

ลักษณะนิสัย ชิบะ อินุ ขึ้นชื่อเรื่องความกล้าหาญ กระตือรือร้น รักอิสระ ชอบวิ่งเล่น ทำกิจกรรม ชอบผจญภัย มีความฉลาดหลักแหลม มีความมั่นใจสูง มีความคิดเป็นของตัวเอง แอบดื้อนิด ๆ แต่สามารถฝึกให้ทำตามคำสั่งต่าง ๆ ได้ ชิบะเป็นสายพันธุ์ที่รักความสะอาด ร่าเริงเมื่ออยู่นอกบ้าน แต่ถ้าอยู่ในบ้านจะค่อนข้างสงบเรียบร้อย ซื่อสัตย์ รักเจ้าของมากและค่อนข้างหวงของ ทั้งนี้นิสัยชิบะจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นกรรมพันธุ์ สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูจากเจ้าของ

ชิบะ อินุ (Shiba Inu)

การดูแล เนื่องจากมีขนหนาทึบสองชั้นและผลัดขนตลอดทั้งปีควรแปรงขนไม่ให้พันกันสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เมื่อออกนอกบ้านควรอให้อยู่ในสายจูงเสมอเพราะน้องชอบไล่ล่าสัตว์เล็ก น้องเป็นหมาที่มีพลังงานสูงต้องการการออกกำลังกายอย่างหนักในแต่ละวัน ควรมีพื้นที่ให้น้องได้วิ่งออกกำลังกายหรือพาไปเดินเล่นวันละหลาย ๆ ครั้ง

ชิบะ อินุ (Shiba Inu)

อาหารที่เหมาะสม ด้วยนิสัยที่มีความกระตือรือร้นและชอบผจญภัย มีพลังงานสูง น้องต้องการอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายควรเลือกอาหารสูตรเฉพาะสำหรับสายพันธุ์ ชิบะ อินุ เช่น ROYAL CANIN SHIBA INU ADULT อาหารเม็ดสำหรับสุนัขพันธุ์ชิบะ อายุ 10 เดือนขึ้นไปรูปแบบเม็ดอาหาร ขนาด และเนื้อสัมผัสเหมาะถูกออกแบบมาเพื่อสายพันธุ์ ชิบะ อินุ โดยเฉพาะ และยังช่วยลดโอกาสเกิดคราบหินปูนด้วยสารดักจับแคลเซียม มีโปรตีนคุณภาพสูง (L.I.P.) ปรับพลังงานเพื่อช่วยให้มีน้ำหนักตามมาตรฐาน และมีรูปร่างสมส่วน รวมถึงช่วยดูแลสมดุลของแบคทีเรียในทางเดินอาหาร และช่วยดูแลสุขภาพทางเดินอาหารปรับอุจจาระให้เป็นก้อน มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิด อีพีเอและดีเอชเอ และกรดไขมันโอเมก้า 6 จากน้ำมันดอกโบราจ ช่วยดูแลผิวหนังให้แข็งแรง ดูแลขนให้สวยงามสุขภาพดี

ปั๊ก (Pug)

ปั๊ก (Pug)

ปั๊กมีคำขวัญภาษาละตินเป็นของตัวเองว่า “multum in parvo” หมายถึง สุนัขหลายตัวรวมอยู่ในสุนัขตัวเล็ก  เพียงตัวเดียว ปั๊กมีต้นกำเนิดมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ในราชวงศ์ฮั่น ถือเป็นสุนัขของชนชั้นสูง ช่วงก่อนศตวรรษที่ 16 เริ่มเข้าสู่ทวีปยุโรปและถูกพัฒนาสายพันธุ์ในประเทศเนเธอร์แลนด์จนมาเป็นหมาปั๊กในปัจจุบัน น้องจัดอยู่ในกลุ่มสุนัขพันธุ์เล็กมีลักษณะเด่น เป็นหมาหน้าย่น ชอบเอียงคอทำหน้าสงสัย มีลำตัวย่นทรงเหลี่ยม ตัวตัน หน้าอกลึกและมีกล้ามเนื้อจำนวนมาก หัวมีขนาดใหญ่และกลม ปากสั้นจมูกสั้น และหางขด ปั๊กมีขนสั้น 2 ชั้น และมีความหนาแน่นมากลักษณะขนละเอียดเล็กเงางามและมีหลายสี เช่น สีเทาเงิน น้ำตาลส้มแอปริคอต น้ำตาลทอง หรือสีดำ เมื่อโตเต็มวัยจะสูงประมาณ 25 – 33 เซนติเมตร มีน้ำหนักประมาณ 6.3 – 8.1 กิโลกรัม มีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 12-15 ปี

ลักษณะนิสัย ปั๊กเป็นหมาที่อารมณ์ดี นิสัยซุกซน ชอบความสนุกสนาน น่ารัก แต่ก็มีความแข็งแกร่งและกล้าหาญภายในตัว ปั๊กรักเจ้าของมากและไม่ชอบอยู่ห่างจากคนเจ้าของนาน ๆ

การดูแล ควรทำความสะอาดรอยย่นบนจมูกทุกวันเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งรวมเชื้อโรคแบคทีเรียต่างๆ ปั๊กชอบเล่นและมีพลังเยอะ แต่ด้วยสรีระและโครงสร้างของหมาหน้าสั้นไม่เหมาะกับการออกกำลังกายหนัก ๆ ออกกำลังกายประมาณ 30 นาทีต่อวัน ควรพาเดินเล่นแบ่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆ 10-15 นาที และระวังเรื่องอากาศร้อนเพราะร่างกายปั๊กไม่สามารถทนต่ออากาศร้อนจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นลมแดดได้

อาหารที่เหมาะสม น้องเป็นหมาที่อ้วนง่ายเพราะชอบกินมาก แม้ไม่หิวก็สามารถกินได้ในปริมาณเยอะ ๆ จึงควรควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย เนื่องจากน้องมีหน้าสั้นควรเลือกอาหารสูตรเฉพาะสำหรับสายพันธุ์ปั๊กเพราะเม็ดอาหารถูกออกแบบพิเศษสำหรับสายพันธุ์ปั๊กโดยเฉพาะช่วยให้ง่ายต่อการงับเม็ดอาหาร และกระตุ้นการเคี้ยว เช่น ROYAL CANIN PUG PUPPY อาหารเม็ดสำหรับลูกสุนัขพันธุ์ปั๊ก อายุต่ำกว่า 10 เดือน และ สูตร PUG ADULT อาหารเม็ดสำหรับสุนัขโตพันธุ์ปั๊ก อายุ 10 เดือนขึ้นไปมีปริมาณโปรตีนคุณภาพสูงย่อยง่าย รวมไปถึงคาร์โบไฮเดรตช่วยดูแลมัดกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง สุขภาพดี มี Omega 3 (EPA&DHA) ช่วยดูแลดูแลผิวหนังและเส้นขนให้มีสุขภาพดี

ดัชชุน (Dachshund)

ดัชชุน (Dachshund)

เจ้าของฉายา “หมาไส้กรอก” มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมนีตั้งแต่ก่อนสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 ที่มาของชื่อมากจากภาษาเยอรมัน“dachshunds” แปลว่าสุนัขล่าเนื้อ พัฒนามาจากสุนัขสายพันธุ์แบดเจอร์ที่เรียกว่า “ดอกซี่ (Doxie)” ในอดีตดัชชุนเป็นสุนัขสำหรับล่าสัตว์ด้วยขนาดตัวที่เล็กสามารถมุดเข้าที่แคบได้อย่างดีจึงเหมาะแก่การคาบสัตว์อย่างเช่นกระต่ายที่อาศัยอยู่ในโพรง ดัชชุนในปัจจุบันจะมีขนาดเล็กกว่าสายพันธุ์ต้นกำเนิด ลักษณะเด่น มีลำตัวยาว มีขาที่สั้นและอวบอ้วน มีกล้ามเนื้อเยอะ หน้าอกกว้าง อุ้งเท้ามีรูปร่างคล้ายใบพายไว้ใช้สำหรับการขุดคุ้ย มีปากยาว หูยาวพับลง ลักษณะขนมี 3 แบบ คือ ขนยาว ขนหยิก และขนเรียบสั้น มีขนาดตัว 2 ขนาด คือ ขนาดมาตราฐานเมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 6.8 – 13 กิโลกรัม และขนาดเล็กมีน้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม ความสูงประมาณ 20 – 23 เซนติเมตร มีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 14-17 ปี

ลักษณะนิสัย มีนิสัยรักอิสระ ชอบผจญภัยและอยากรู้อยากเห็น เป็นหมาที่ฉลาดและเรียนรู้ไว แต่มีความดื้อเล็กน้อย ขี้อ้อน ขี้ประจบ มีความซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมาก ชอบไปไหนมาไหนกับเจ้าของ สามารถปรับตัวใช้ชีวิตในคอนโดหรืออยู่ในที่อยู่ที่มีพื้นที่จำกัดได้

การดูแล น้องเป็นหมาที่แข็งแรง และมีพลังงานสูง แม้ว่าจะมีขาที่สั้นแต่ดัชชุนไม่ชอบอยู่นิ่งชอบการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการได้ออกไปเล่นข้างนอก หรือได้เล่นกับสุนัขตัวอื่น ๆ เนื่องจากน้องมีลำตัวที่ยาวกว่าปกติควรระวังเรื่องการบาดเจ็บที่หลังจากการกระโดดขึ้น-ลงที่สูง น้องมีหูยาวพับลงหากดูแลไม่ดีอาจเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคแบคทีเรียต่างๆ ควรดูแลรักษาความสะอาดของใบหูน้องเป็นประจำ

อาหารที่เหมาะสม ต้องระวังเรื่องการให้อาหาร ไม่ควรให้มีน้ำหนักเกินเพราะอาจส่งผลให้มีปัญหาเรื่องหมอนรองกระดูกมักพบในช่วงอายุ 5 – 7 ปีขึ้นไป ควรมีปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม และมีแอลคาร์นิทีนช่วยเรื่องการเผาผลาญช่วยดูแลมัดกล้ามเนื้อ และปริมาณแคลเซียมและฟอสฟอรัสให้เหมาะสมและช่วยดูแลกระดูกและข้อต่อ

และดูแลรูปร่างให้สมส่วน เลือกอาหารสูตรเฉพาะสำหรับสายพันธุ์ดัชชุน ROYAL CANIN Dachshund Adult เหมาะสำหรับดัชชุนอายุตั้งแต่ 10 เดือนขึ้นไป เม็ดอาหาร ถูกออกแบบมาพิเศษ สามารถช่วยลดคราบหินปูน ด้วยสารดักจับแคลเซียม

ชิสุห์ (Shih-Tzu)

หมาสายพันธุ์เล็ก
ชิสุห์ (Shih-Tzu)

ชื่อสายพันธุ์ชิสุมีความหมายว่าสิงโตน้อย (Little lion) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกมีต้นกำเนิดในทิเบตในช่วงศตวรรษที่ 7 ถูกมอบเป็นของกำนัลแก่จักรพรรดิราชวงศ์ชิง ราชวงศ์สุดท้ายของจีน  ซึ่งพระนางซูสีไทเฮาทรงโปรดการเลี้ยงสุนัขมาก โดยมีสุนัขพันธุ์ปักกิ่ง ปั๊กและชิสุ ที่ถือว่าเป็นสุนัขสำหรับชนชั้นสูง แม้จะมีสุนัขหลากหลายสายพันธุ์แต่ชิสุห์ก็ยังได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน ชิสุห์จัดเป็นสุนัขขนาดเล็ก ลักษณะเด่นที่ทำให้ใครๆก็ตกหลุมรักก็คือมีหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา มีดวงตากลมโต ใบหูห้อย จมูกสั้นแบน ปากสั้น และมีขนยาวนุ่ม 2 ชั้นปกคลุมตลอดทั่วทั้งตัว และมีหางม้วนโค้งงอไปทางด้านหลัง

โดยมีความสูงประมาณ 8 – 11 นิ้ว และมีน้ำหนักไม่เกิน 8 กิโลกรัม และมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 10-14 ปี

ลักษณะนิสัย ชิสุห์จัดเป็นสุนัขที่ฉลาด สามารถเรียนรู้และฝึกได้ ชอบผจญภัย และกระตือรือร้นเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เป็นสุนัขที่ไม่ค่อยเห่า ไม่ค่อยส่งเสียงดัง เหมาะกับการเลี้ยงในบ้านหรือหอพัก มีความใจเย็น มีความอดทน สามารถปรับตัวให้เข้ากับสมาชิกในครอบครัว รวมถึงสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆได้ดี และมักไม่ค่อยมีปัญหาเมื่อต้องพบเจอกับคนแปลกหน้า        

การดูแล ชิสุห์เป็นสุนัขขนยาวที่จะต้องดูแลมากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีขนเส้นเล็กและพันกันได้ง่ายการแปรงขนอย่างสม่ำเสมอทุกวันจะช่วยให้ผิวหนังและขนสะอาด เป็นสุนัขชอบเดิน เพื่อสุขภาพที่ดีควรออกกำลังกายประมาณ 30 นาทีต่อวัน พาเดินเล่น หรือเจ้าของชวนน้องเล่นเนื่องจากน้องมีหน้าสั้น จมูกแบนและขนยาวให้ระวังเรื่องอุณหภูมิภายในตัวขึ้นสูง (Overheat) โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน ควรสังเกตสุนัขขณะเล่นเป็นประจำ หากพบอาการที่ผิดปกติควรให้หยุดพัก และนำเข้าที่ร่มทันที

อาหารที่เหมาะสม ควรมีสารอาหารที่จำเป็นเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และกิจกรรมในแต่ละวันเลือกโปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่ายมี Omega 3 (EPA&DHA) Omega 6 ช่วยดูแลดูแลผิวหนังและเส้นขนให้มีสุขภาพดี มีกลุ่มวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามินอี วิตามินซีทอรีน ลูทีน เบต้า-แคโรทีน และเบต้า-กลูแคนเพื่อช่วย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เช่น อาหารเม็ด Royal Canin Shih Tzu Puppy

พูเดิ้ล (Poodle)

หมาสายพันธุ์เล็ก
พูเดิ้ล (Poodle)

พูเดิ้ล (Poodle) เป็นสุนัขที่มีชีวิตอยู่มายาวนานหลายศตวรรษ  ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีกำเนิดในประเทศใด ถูกค้นพบในหลายประเทศเช่น เยอรมัน อังกฤษ อิตาลี และฝรั่งเศส ในศตวรรษที่ 15 พูเดิ้ลกลายเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในฝรั่งเศสเป็นสุนัขสำหรับชนชั้นสูง พูเดิ้ลสืบเชื้อสายมาจากสายพันธุ์ Water Retriever จึงมีความสามารถพิเศษในการว่ายน้ำมีทั้งหมด 4 ขนาด คือพูเดิ้ลสแตนดาร์ด (Standard Poodle) ความสูง 45 – 60 เซนติเมตร เป็นสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดมักจะใช้ในการล่านกเป็ดน้ำ พูเดิ้ลขนาดกลาง (Mid-Sized Poodle) ความสูง 35 – 45 เซนติเมตร มีขนาดที่ใกล้เคียงกับความสูงดั้งเดิมของพูเดิ้ล พูเดิ้ล มินิเจอร์ (Miniture Poodle) ความสูง 28 – 35 เซนติเมตร และพูเดิ้ล ทอย (Toy Poodle) ความสูง 24 – 28 เซนติเมตร ลักษณะเด่นของน้องคือมีขนแน่นหยิกฟูคล้ายขนแกะ จมูกยาว หูห้อย ดวงตาทรงอัลมอนด์ มีรูปร่างเล็ก บอบบางอ้อนแอ้น เวลาเดินจะเชิดคอ ทำให้ดูสง่างาม มีหลายสี ทั้งขาวล้วน น้ำตาลแดง หรือดำอายุโดยเฉลี่ย 12 – 15 ปี

ลักษณะนิสัย น้องขึ้นชื่อเรื่องความฉลาด ฝึกง่ายเรียนรู้สิ่งต่างๆได้รวดเร็ว ร่าเริงมีชีวิตชีวาขี้เล่นและตื่นตัวอยู่เสมอ เป็นสุนัขประเภทรักสวยรักงาม ขี้อ้อนเป็นมิตรกับเจ้าของ ถึงน้องจะดูบอบบาง ไม่ก้าวราว แต่สามารถเห่าเตือนเมื่อมีคนแปลกหน้าเข้ามาสามารถเลี้ยงเป็นหมาเฝ้ายามได้

การดูแล เพื่อสุขภาพที่ดีต้องออกกำลังกายประมาณ 30 นาทีต่อวัน เช่น การพาเดินเล่น หรือให้ว่ายน้ำ และต้องแปรงขนให้เป็นประจำเพราะลักษณะขนที่หยิกติดลำตัวถ้าไม่แปรงขนจะเกิดสังกะตังและเกิดเป็นปมได้ง่าย

อาหารที่เหมาะสม สุนัขสายพันธุ์เล็กจะมีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูง ย่อยอาหารได้รวดเร็วเลือกอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการที่เหมาะกับความต้องการของร่างกาย เน้นโปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่ายช่วยปรับพลังงานเพื่อช่วยให้มีน้ำหนักตามมาตรฐาน มี Omega 3 (EPA&DHA) Omega 6 ช่วยดูแลขนหยิกฟูให้ขนแข็งแรงสุขภาพดี รักษามัดกล้ามเนื้อของสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลให้มีความแข็งแรง สุขภาพดี

เวลช์ คอร์กี้  (Welsh Corgi)

หมาสายพันธุ์เล็ก
เวลช์ คอร์กี้  (Welsh Corgi)

เป็นสุนัขพันธุ์เล็ก เลี้ยงง่าย ไม่เปลืองพื้นที่ในการอยู่อาศัย มีถิ่นกำเนิดมาจากเเคว้นเวลส์ (Wales) เขตพ็อมโบรคชาร์ย (Pembrokeshire) ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ คือ คาร์ดิแกน เวล์ช คอร์กี้ (The Cardigan Welsh Corgi) เป็นสายพันธุ์ต้นกำเนิด และ พ็อมโบรคเวล์ช คอร์กี้ (The Pembroke Welsh Corgi) น้องเป็นที่รู้จักเพราะสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้รับสุนัขพันธุ์นี้เป็นเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพปีที่ 18 คอร์กี้จึงเป็นสุนัขทรงเลี้ยงที่สมเด็จพระราชินีนาถโปรดปรานทำให้เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

สายพันธุ์ที่ฮิตในบ้านเราคือ พ็อมโบรค เวล์ช คอร์กี้ (Pembroke Welsh Corgi) มีลักษณะเด่นคือ ขาสั้นป้อม ตัวล่ำสั้น หูตั้ง และใบหน้าคล้ายสุนัขจิ้งจอก กระโหลกกว้างและแบน หูและจมูกเป็นสีดำ มีหูที่แหลมตั้งชัน มีปากที่มีลักษณะเหมือนยิ้มตลอดเวลา ทำให้หน้าตาเป็นมิตร ขนของคอร์กี้ขนสั้นแบบ 2 ชั้น มีสีแดง (red) สีน้ำตาลเข้มออกแดง (Sable)  สีเทาแกมเหลือง (Fawn) สีดำ (Black) และสีแทน (Tan) อาจจะมีและไม่มีสีขาวแซม ลำตัวมีความยาวมากกว่าความสูง หลังตรงเมื่อโตเต็มวัยจะมีความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 26 – 31 เซนติเมตร และน้ำหนักประมาณ 10 – 13 กิโลกรัม อายุโดยเฉลี่ยประมาณ 12 -15 ปี

ลักษณะนิสัย ในอดีตคอร์กี้ถูกใช้เป็นสุนัขต้อนแกะและปศุสัตว์ เป็นสุนัขเฝ้ายาม ทำให้น้องมีความฉลาด ฝึกง่าย เชื่อฟังคำสั่งจากเจ้าของ นิสัยกล้าหาญ และกระตือรือล้น แม้จะมีขาสั้นป้อมแต่น้องคล่องแคล่วว่องไว ร่าเริง เป็นมิตร ไม่กลัวคนแปลกหน้าชอบเข้าสังคมและชอบเป็นที่ต้องการของเจ้าของ สามารถเข้ากับเด็กและสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ ได้ดี

การดูแล น้องมีพลังงานสูง ไม่ชอบอยู่นิ่ง ๆ ควรให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมงเพื่อควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากน้องมีช่วงตัวยาวกว่าปรกติแต่ขาสั้นให้ระวังโรคข้อสะโพกเสื่อม และโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คอร์กี้มีขน 2 ชั้น หนาและนุ่มจึงต้องแปรงขนให้อย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อลดการหลุดร่วงและให้ขนเงางามและมีสุขภาพผิวหนังที่ดี  

อาหารที่เหมาะสม : น้องเป็นหมาที่อ้วนง่ายควรเลือกอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการที่เหมาะกับความต้องการของร่างกาย เน้นโปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่ายช่วยปรับพลังงานเพื่อช่วยให้มีน้ำหนักตามมาตรฐาน และมีรูปร่างสมส่วน เสริมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิด EPA&DHA ช่วยดูแลสุขภาพผิวหนังและเส้นขนให้แข็งแรง

เฟรนช์ บลูด็อก (French Bulldog)

หมาสายพันธุ์เล็ก
เฟรนช์ บลูด็อก (French Bulldog)

เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์เล็กยอดฮิตที่พัฒนามาจากการผสมพันธุ์ของ สายพันธุ์ English bulldog กับ สายพันธุ์ Boston Terriers มีแหล่งกำเนิดที่ประเทศฝรั่งเศสตามคำว่า ‘French’ ในชื่อสายพันธุ์หรือมีอีกชื่อว่า “เฟรนช์ชี่”  รวมถึงฉายา ‘Clown dogs’ มาจากนิสัยขี้เล่นคล้ายตัวตลกและ ‘Frog dogs’ มาจากท่านั่งที่ขาจะกางออกเหมือนกบ เฟรนช์ บูลด็อก ลักษณะเด่น มีดวงตากลมโตทำให้คนที่เห็นตกหลุมรักได้ง่าย ๆ  มีกะโหลกใหญ่แบน หน้าย่นสั้นทรงรูปสี่เหลี่ยม จมูกสั้น แก้มมีกล้ามเนื้อ เป็นสุนัขที่มีเนื้อแน่นมีกล้ามเนื้อเยอะ มีขนสั้นแนบติดลำตัว และกระดูกหนา มีหูแบบค้างคาว ฐานหูกว้าง และใบหูใหญ่ หางสั้น ตรงหรือบิดเป็นเกลียว โดยส่วนมากเฟรนช์ บูลด็อกจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 10-13 กิโลกรัม มีหลายสี ได้แก่ สีครีม (Cream) สีลายเสือ (Brindle) สีดำ (Black) สีขาว (White) สีแดง (Red) สีน้ำตาลแกมเหลือง (Fawn) และสีฟ้า(Blue)

ลักษณะนิสัย มีความอ่อนโยน ไม่ดุ ไม่ก้าวร้าว เรียบร้อย เห่าน้อยหรือถ้าจะเห่าก็ต่อเมื่อเจอเรื่องที่ตื่นเต้นมาก ๆ และขี้อ้อน ชอบเล่นซุกซน ที่สำคัญน้องรักเจ้าของมาก

การดูแล ต้องระมัดระวังโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเนื่องจากน้องมีลักษณะหน้าสั้น ไม่แนะนำให้เลี้ยงนอกบ้านที่มีอากาศร้อน ควรให้อยู่ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวกหรือในห้องแอร์ น้องเป็นสุนัขที่ไม่ต้องออกกำลังกายมากเพียงแค่พาเดินอย่างน้อยวันละประมาณ 15 นาที และต้องระมัดระวังเวลาออกกำลังกายไม่ให้วิ่งหนักๆหรือใช้แรงมากเกินไปเลี่ยงการออกกำลังกายในช่วงที่อากาศร้อน และขนที่สั้นและผิวหนังที่บอบบางจึงโดนกระตุ้นโดยสารก่อภูมิแพ้ได้ง่าย ๆ กว่าสุนัขพันธุ์อื่น ๆ

อาหารที่เหมาะสม เพราะน้องมีหน้าสั้นควรเลือกเม็ดอาหารที่ง่ายต่อการงับเม็ดอาหาร และช่วยกระตุ้นการเคี้ยว เลือกอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการที่เหมาะกับร่างกาย เน้นโปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่าย มีพรีไบโอติกส์ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรีย และช่วยปรับอุจจาระให้เป็นก้อนดีน้องมีกระดูกหนาอาหารควรมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสเพื่อดูแลสุขภาพกระดูกข้อต่อและบำรุงกล้ามเนื้อให้แน่นและช่วยดูแลรูปร่างให้สมส่วน

10 คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล (Cavalier King Charles Spaniel)

หมาสายพันธุ์เล็ก
คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล (Cavalier King Charles Spaniel)

สุนัขพันธุ์คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียลถูกพัฒนามาจากสายพันธุ์ทอย สแปเนียล ชื่อของสายพันธุ์ตั้งชื่อตามพระเจ้าคิง ชาลส์ สแปเนียล ที่ 2 เพราะพระองค์ทรงโปรดปรานสุนัขพันธุ์นี้เป็นอย่างมาก สุนัขพันธุ์นี้จัดอยู่ในกลุ่มสายพันธุ์เล็กมีความสูงมาตรฐานอยู่ที่ 30-33 เซนติเมตร ทั้งเพศผู้และเพศเมียจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 6-8 กิโลกรัมสามารถพาไปข้างนอกได้สะดวก และอยู่ได้ทั้งในพื้นที่กว้างและพื้นที่แคบ เช่น ในคอนโด หรือบ้านที่มีบริเวณไม่มาก น้องมีขนนุ่มยาวหยักโศกปานกลาง มีหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา หัวค่อนข้างกลม ปากสั้นเรียว ตากลมโตสีน้ำตาลเข้มจมูกมีสีดำและกลมมน หูพับลงจะอยู่ระดับเดียวกับตา ความยาวของหูถึงปลายจมูก หางเป็นพู่ชี้ไปทางด้านหลัง มีทั้งหมด 4 สี คือ สีน้ำตาลเชสนัทปนสีขาว(Blenheim) สีดำปนสีขาวและสีน้ำตาลแทน (Tricolor) สีแดงเข้ม (Ruby) สีดำและสีน้ำตาลแทน (Black and Tan) อายุโดยเฉลี่ยประมาณ 10-15 ปี

ลักษณะนิสัย เป็นสุนัขที่ฉลาด ฝึกง่าย มีนิสัยที่ร่าเริง อ่อนโยน ขี้เล่น รักเจ้าของ ใจดี ไม่ก้าวร้าว เป็นมิตรสามารถเข้ากับเด็กและสัตว์เลี้ยงอื่น ๆได้ดีทำให้สุนัขสายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมอย่างมาก

การดูแล สุนัขคาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล มีระดับพลังงานปานกลางสามารถวิ่งเล่นออกกำลังกายได้เองภายในตัวบ้าน หรือสนามหญ้าหน้าบ้าน และควรให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาทีเพื่อควบคุมน้ำหนักตัว เช่น เดินเล่นรอบ ๆ บ้านแบ่งเป็นครั้งละ 10 – 15 นาที หรือเจ้าของชวนเล่นเป็นประจำ และควรแปรงขนให้เป็นประจำอย่างน้อย 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ขนติดเป็นสังกะตังและลดโอกาสขนหลุดร่วงขนฟุ้งติดเฟอร์นิเจอร์หรือของใช้ในบ้าน เนื่องจากเป็นสุนัขหูตกและมีหูยาวจะทำให้มีอากาศหมุนเวียนถ่ายเทบริเวณหูน้อย เพราะฉะนั้นควรดูเทเช็ดหูทำความสะอาดอยู่เสมอมิเช่นนั้นจะมีโอกาสติดเชื้อได้

อาหารที่เหมาะสม ควรเป็นอาหารที่มีสารอาหารที่ครบถ้วนโปรตีนคุณภาพสูง มีคาร์โบไฮเดรตย่อยง่าย และใยอาหารที่เหมาะสมกับสุนัขสายพันธุ์เล็กเพราะสุนัขขนาดเล็กจะมีอัตราเผาผลาญพลังงงานสูงกว่าสุนัขขนาดใหญ่ และมีกระเพาะอาหารขนาดเล็กทำให้ย่อยอาหารได้ไว ควรให้กินอาหารปริมาณที่เหมาะสมตามปริมาณอาหารแนะนำหลังถุงอาหาร และแบ่งเป็น 2 มื้อต่อวัน และควรมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายเช่น EPA&DHA เพื่อดูแลผิวหนังบำรุงขนให้สวยเงางาม บำรุงสมองและสายตา

ไม่ว่าจะสายพันธุ์ไหนก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือการได้รับการดูแลที่ดีและเลือกอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายของแต่ละสายพันธุ์และกิจกรรมในแต่ละวันจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพของน้องหมาเติบโตอย่างแข็งแรงและอายุยืนอยู่กับเจ้าของไปได้ยาวนาน

สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ Royal Canin ได้ตามร้าน Pet Shop ทั่วไปและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โพสต์หน้ายังมีเรื่องราวที่ทาสหมาทาสแมวไม่ควรพลาดอย่าลืมกดติดตามเพจ บ้านและสวน pets