5 เคสรีโนเวตบ้านเก่าโทรมให้สวยปิ๊ง เหมือนได้บ้านหลังใหม่

ทุกคนย่อมผูกพันกับบ้านที่อยู่อาศัยกันมา แต่เราก็ไม่อาจฝืนกฎแห่งการเปลี่ยนแปลงไปได้ กาลเวลาที่ล่วงเลยอาจทำให้บ้านทรุดโทรมลงไป แนวทางการตกแต่งที่เมื่อก่อนเคยคิดว่าสวยก็อาจดูล้าสมัยไปแล้วในยุคนี้ หรือแแม้แต่ผู้ที่ซื้อบ้านมือสองเองก็ตาม เราสามารถปรับเปลี่ยนบ้านที่มีสภาพทรุดโทรมให้เป็นบ้านที่น่าอยู่ขึ้นได้ ลองมาดูไอเดียจาก 5 เคสรีโนเวตบ้านเก่าโทรมเหล่านี้ที่แปลงโฉมออกมาได้สวย เป๊ะ ปังจริงๆ

รีโนเวทบ้านเก่าให้สวยเหมือนใหม่

1. บ้านหลังเล็ก เรียบง่ายในความรู้สึก แต่ดูดีทุกมุมมอง

เจ้าของ-ออกแบบ : คุณอรรถสิทธิ์ กองมงคล และคุณวิไลลักษณ์ กุลศักดิ์นันท์

บ้านหลังนี้เป็นบ้านจัดสรรเก่าอายุกว่า 20 ปี ขนาด 78 ตารางวา ภายในประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง ได้แก่ บ้านหลัก ห้องทำงาน และศาลา สำหรับแนวคิดในการปรับปรุงบ้านเดี่ยวมือสองให้เป็นบ้านใหม่แสนอบอุ่นหลังนี้ เจ้าของบ้านกล่าวว่า “ผมชอบบ้านที่ดูกลมกลืน ไม่แปลกแยกจากคนอื่นมากนัก เน้นความเป็นส่วนตัว ผมคิดว่าการออกแบบบ้านต้องมาจากภายในสู่ภายนอก”

รีโนเวทบ้านเก่าให้สวยเหมือนใหม่
เดิมเป็นบ้านให้เช่า สภาพค่อนข้างโทรม เนื่องจากมีอายุมากกว่า 20 ปี แต่เมื่อปรับโฉมให้กลายเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์น โดยทาสีผนัง ทำหลังคาใหม่ และก่อผนังอิฐเพื่อบังสายตาจากคนภายนอก ออกแบบแนวรั้วและประตูหน้าบ้านใหม่ พร้อมปลูกต้นไม้สร้างความเป็นส่วนตัว

ผนังบังตา 

บริเวณเฉลียงหน้าบ้านก่อนรีโนเวตมีขนาด 8 ตารางเมตร มีม้านั่งปูนโดยรอบ ฝ้าและพื้นค่อนข้างเก่า หลังการต่อเติมครั้งใหม่ทำให้ได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นถึง 14 ตารางเมตร หลังจากทุบสเต็ปพื้นเดิมออก ปูกระเบื้องสีเทาใหม่ รวมทั้งติดประตูเหล็กลูกฟักกรุแผ่นเหล็กเจาะรูบริเวณทางเข้าบ้าน โครงหลังคาเปิดโชว์ให้เห็นโครงเหล็กกรุแผ่น พอลิคาร์บอเนตเพื่อกรองแสง นอกจากจะดูกว้างขึ้นแล้ว ยังมีพื้นที่สำหรับปลูกและแขวนต้นไม้ เป็นอีกมุมสบายๆ ที่ดูร่มรื่น

ออกแบบผนังบริเวณเฉลียงหน้าบ้านด้วยการก่ออิฐสีขาว เพื่อบังสายตาจากคนภายนอก นอกจากนี้ยังปลูกไม้ประดับ สร้างพื้นที่สีเขียวให้ บริเวณนี้ดูสดชื่นรื่นตาด้วย
1. รื้อผนัง พื้น และที่นั่งปูนบริเวณเฉลียงออกเพื่อเตรียมปรับพื้นที่ใหม่
2. ปรับพื้นโดยเทคอนกรีตทับ ขยายพื้นที่ออกมา ก็จะได้พื้นที่เพิ่มเป็น 14 ตารางเมตร จากเดิมที่มีเพียง 8 ตารางเมตร
3. ก่อผนังอิฐบริเวณลานที่ทำเพิ่ม โดยลักษณะการก่อจะเว้นช่องว่างเพื่อให้แสงสว่างส่องเข้ามาถึง
4. ฝ้าเพดานเดิมเป็นฝ้า T-Bar มีความสูง 2.40 เมตร ปรับเปลี่ยนโดยรื้อฝ้าขึ้นไปให้เห็นโครงสร้างทรงจั่ว ทำให้ได้ความสูงเพิ่มเป็น 5 เมตร บ้านจึงดูโปร่งและสว่างขึ้น
5. บริเวณหลังคาด้านบนที่ยื่นออกมาเก็บโครงสร้างเดิมไว้ แล้วต่อเติมโครงเหล็กสีขาว
6. เริ่มงานทาสี พร้อมปูกระเบื้องพื้น
7. ดำเนินงานระบบไฟตามแบบและติดตั้งประตู

เชื่อมพื้นที่และปรับมุมมอง 

เดิมทีรั้วของบ้านหลังนี้ค่อนข้างต่ำ เมื่อมองเข้ามาก็จะเห็นภายในบ้านได้ชัดเจน เจ้าของบ้านจึงทุบทำใหม่เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว ส่วนทางเดินระหว่างอาคาร 3 หลัง คือ  บ้านหลัก ห้องทำงาน และศาลา เป็นพื้นกระเบื้องที่มีระนาบไม่เท่ากันและทรุดโทรม เมื่อปรับปรุงใหม่บริเวณศาลาก่อเคาน์เตอร์ปูนเป็นมินิบาร์เล็ก ๆ เพื่อรองรับกิจกรรมภายในครอบครัว สามารถมานั่งพักผ่อนได้ตลอดทั้งวัน และยังเก็บพื้นกระเบื้องเคลือบดินเผาหกเหลี่ยมของเดิมเอาไว้ เนื่องจากเป็นลายที่หาค่อนข้างยากและยังสวยอยู่ บริเวณใกล้กันจัดเป็นสวนกระถาง เพิ่มความเขียวสดชื่น

เชื่อมอาคาร 3 หลังให้มีความต่อเนื่องกัน เพิ่มพื้นที่คอร์ตตรงกลางบ้านและสร้างกำแพงใหม่ ช่วยปรับมุมมองไม่ให้คนภายนอกมองเข้ามาเห็นภายในบ้านได้
1. รื้อพื้นกระเบื้องบริเวณทางเชื่อมอาคาร 3 หลังออก เทคอนกรีตพื้นทางเชื่อมให้สูงกว่าบริเวณศาลา 10 เซนติเมตร รื้อรั้วบ้านออก แล้วเปลี่ยนไปใช้แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดแทน
2. ทาสีบริเวณเสาและฝ้าเพดานของศาลาใหม่ทั้งหมด และก่อเคาน์เตอร์ปูน
3. ปูพื้นระแนงไม้เพื่อให้บริเวณนี้เป็นพื้นที่กึ่งเอ๊าต์ดอร์ สามารถเข้าไปใช้งานได้สะดวก ส่วนพื้นบริเวณศาลายังคงใช้พื้นกระเบื้องเคลือบดินเผาหกเหลี่ยมของเดิม
4. ติดตั้งซิงค์ล้างจานที่เคาน์เตอร์ปูน พร้อมดำเนินงานระบบน้ำและไฟฟ้าตามแบบที่กำหนดไว้

งบประมาณที่เจ้าของบ้านจ่าย

  • งานต่อเติมเฉลียงหน้าบ้าน 30,000 บาท
  • งานปรับปรุงรั้วและทางเดินรอบบ้าน 150,000 บาท
  • งานปรับปรุงศาลากลางบ้านและพื้นระเบียง 35,000 บาท
  • งานทาสี 40,000 บาท
  • งานสวน 50,000 บาท                                                                                                                                                                         รวม 305,000 บาท

ชมมุมอื่นๆของบ้านหลังนี้ต่อ


2. รีโนเวตบ้านเก่าหลังคาทรงจั่ว ให้งดงามด้วยเส้นสายเรียบนิ่งทันสมัยสไตล์มินิมัล

เจ้าของ : คุณเปรม – คุณวศินี ฉัตรมานพ/ สถาปนิก : Perspacetive โดยคุณสิทธิชัย ชมภู

รีโนเวตบ้านในเมืองอายุร่วม 40 ปี ที่ต้องรื้อพื้น ผนัง และเพดานซึ่งผุพังทรุดโทรมทิ้งออกทั้งหมด ให้เหลือไว้เพียงโครงสร้างเสาและคาน มีการยกระดับพื้นของตัวบ้านให้สูงขึ้นจากระดับถนน และจัดเรียงสเปซภายในใหม่ให้เน้นถึงการเปิดช่องแสงและการเชื่อมต่อมุมมองหรือฟังก์ชันระหว่างกัน จุดไฮไลท์หลักของบ้านยังอยู่ที่การเปิดมุมมองจากในบ้านผ่านผนังกระจกแนวยาวออกไปสู่สวนด้านข้างซึ่งตั้งใจให้เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดกว้างที่เติมเต็มธรรมชาติให้บ้านน่าอยู่ขึ้น

รีโนเวทบ้านเก่าให้สวยเหมือนใหม่
จากบ้านทรงจั่วสมัยเก่าที่รีโนเวตใหม่โดยลดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นลง คงโครงสร้างแบบเดิมไว้ และเพิ่มเติมครีบกันแดดด้านหน้าซึ่งเป็นดีไซน์เส้นแนวตั้งสวยๆ ที่สร้างเสน่ห์เฉพาะตัวให้กับบ้าน ส่วนด้านล่างเป็นรั้วแบบทึบเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อาศัยภายใน
สถาปนิกออกแบบครีบเพื่อกันแสงแดดจากหน้าต่างห้องนอนเพิ่มขึ้นมา โดยใช้วีธีก่ออิฐมวลเบา ฉาบผิวทับและทาสีควันบุหรี่จนกลายเป็นดีไซน์สมัยใหม่ที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับบ้านได้ดี
ต้องยกพื้นบ้านให้สูงจากเดิมราว 30 เซนติเมตร ทำให้ความสูงของพื้นที่ชั้นล่างลดลงจึงจำเป็นต้องเปิดฝ้าโชว์คานเพื่อดันเพดานไปให้สุด แล้วจัดร้อยเรียงสเปซให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ที่เน้นการเปิดโล่งผ่านช่องแสงเพื่อสร้างความผ่อนคลายให้ได้มากที่สุด
เปลี่ยนครัวเดิมให้เป็นชุดครัวบิลท์อินในโทนสีไม้สีอ่อนสว่างและสบายตา พร้อมกับเพิ่มช่องหน้าต่างรับแสงธรรมชาติเข้ามาภายใน
ด้วยโทนสีและการเลือกใช้วัสดุที่ผสมผสานกันอย่างนุ่มนวลแบบทูโทนระหว่างผนังสีควันบุหรี่กับสีของไม้นั้นช่วยยืนยันแนวคิดของบ้านที่เรียบง่ายและผ่อนคลายไว้ได้อย่างชัดเจน ภายใต้พื้นที่เปิดโปร่งถึงกันจากส่วนนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหารและแพนทรี่
ห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบง่ายและใช้โทนสีสบายตาของผนังควันบุหรี่และสีของไม้ต่อเนื่องมาจากชั้นล่าง พร้อมกับขยายขนาดของหน้าต่างให้กว้างเต็มผืนผนังเพื่อเปิดให้แสงธรรมชาติเข้ามาสร้างความปลอดโปร่ง
เปลี่ยนกระเบื้องปูพื้นและผนังเป็นแผ่นใหญ่ในโทนสีเรียบนิ่ง ผสมกับงานไม้ โดยแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้อย่างชัดเจนเพื่อให้ง่ายต่อการดูแลทำความสะอาด
ส่วนสำคัญของบ้านอยู่ที่การเปิดสเปซให้เชื่อมต่อจากภายในสู่พื้นที่สีเขียวด้านข้าง เพื่อให้ได้ทั้งแสงสว่างธรรมชาติ ความผ่อนคลายจากสวน และพื้นที่ใช้งานที่ต่อเนื่องไปถึงด้านนอกได้
ปรับลานเฉลียงด้านนอกด้วยการปูพื้นไม้เทียม ให้เป็นมุมที่เชื่อมต่อออกมาจากส่วนรับประทานอาหารในบ้านเพื่อให้สามารถขยายฟังก์ชันใช้งานออกไปอยู่ใกล้ชิดกับสวนได้มากขึ้น
ก่อนเข้าบ้าน มีเคาน์เตอร์ที่นั่งยาวที่ต่อเติมมาจากของเก่าให้ดูสวยงามและใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น และเปลี่ยนผนังหน้าบ้านให้เป็นระแนงไม้สีขาวแนวตั้งเพื่อเป็นช่องเปิดให้แสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในบ้านได้

ชมมุมอื่นๆของบ้านหลังนี้ต่อ


3. รีโนเวตบ้านใหม่ในบริบทที่คุ้นเคย

เจ้าของ : คุณดวงเดือน – คุณพิศิษฐ์ เงาวิจิตร / สถาปนิก : Gooseberry Design โดยคุณณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก

เมื่อบ้านสไตล์โคโลเนียลที่อยู่มานานถึง 19 ปี เริ่มไม่ตอบรับฟังก์ชันการใช้ชีวิตที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย สถาปนิกจึงเลือกที่จะเก็บโครงสร้างเดิมไว้แต่เลาะผนังเก่าออกไปราว 50% และต่อเติมพื้นที่ในบ้านออกไปอีก 10% ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยจากเดิม 300 เพิ่มเป็น 600 ตารางเมตร แล้วออกแบบฟาซาดหน้าบ้านที่นำรูปทรงจั่วสไตล์โมเดิร์นมาครอบเป็นชายคาบ้านทับซ้อนไปกับโครงสร้างหลัก พร้อมกับวางผังในบ้านใหม่หมด และแก้ปัญหาความมืดทึบภายใน ปรับเปลี่ยนจนเหมือนได้บ้านหลังใหม่ที่อยู่ในทำเลที่คุ้นชินแบบเดิมๆ

จากบ้านสไตล์โคโลเนียลเปลี่ยนมาสู่สถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นที่ใช้รูปทรงจั่วมาเป็นทั้งสัญลักษณ์ของบ้านและเป็นชายคาที่เชื่อมต่อไปกับโครงสร้างหลักเดิมที่มีอยู่
สถาปนิกแห่ง Gooseberry สเก็ตช์แบบบ้านและไอเดียการรีโนเวตไว้ก่อนลงมือทำ
ซุ้มประตูทางเข้าบ้านที่ปรับเปลี่ยนเป็นงานก่อปูนฉาบเรียบแบบโมเดิร์นภายในรูปทรงจั่วเหมือนเดิม
โถงทางเข้าบ้านที่มีการปรับเปลี่ยนวัสดุตกแต่งใหม่ทั้งหมดโดยเน้นโทนสีเทาและขาวที่ดูทันสมัยและสว่างตา
ปรับทิศทางและขยายพื้นที่ของห้องนั่งเล่นใหม่ พร้อมเพิ่มช่องรับแสงธรรมชาติกับการสร้างโทนสีที่สว่างและอบอุ่นภายในแบบเอิร์ธโทน
ขยายพื้นที่ส่วนครัวให้กลายเป็นห้องครัวสีขาวขนาดใหญ่ ที่สามารถใช้งานครัวหนักหรือทำขนมได้ทั้งวัน โดยออกแบบให้มีเคาน์เตอร์กรุท็อปด้วยหินเทียมสีขาวเป็นพื้นที่จัดเตรียมอาหารขนาดกว้างและยังเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่าย
เปลี่ยนพื้นไม้จากปาร์เก้สีเข้มแบบเดิมมาสู่พื้นไม้สีสว่างและราวบันไดใหม่ให้ทันสมัยและโปร่งตามากขึ้น
จัดวางผังห้องชั้นบนและตกแต่งใหม่ ทำให้ได้ห้องนอนขนาดกว้างถึง 3 ห้อง โดยห้องที่แต่งด้วยโทนสีน้ำเงินผสมเบจนี้เป็นห้องนอนของลูกชาย
เปลี่ยนรูปแบบของกระเบื้องและสไตล์ของสุขภัณฑ์ใหม่ให้เรียบง่ายและทันสมัยขึ้น ภายใต้โทนสีขาวสะอาดแบบเดิมๆ

ชมมุมอื่นๆของบ้านหลังนี้ต่อ


4. เนรมิตบ้านเก่าเป็นบ้านพักตากอากาศ

เจ้าของ : คุณสุภาพ ตั้งอมตะกุล
ตกแต่งภายใน : Thanks Nature โดยคุณสุรพงศ์-คุณศุภวัฒน์ สุวรรณรัตน

บ้านเก่าอายุประมาณ 40 ปีที่โครงสร้างของบ้านยังคงแข็งแรง ไม่สึกกร่อนไปตามกาลเวลา ทีมงานนักออกแบบจึงทำงานกันไม่ยากมากนัก จากบ้านเก่าทรุดโทรมกลับกลายเป็นบ้านสวยสดใสสไตล์โมเดิร์น ดูอบอุ่น โปร่งโล่งเสมือนได้อาศัยอยู่ในบ้านพักตากอากาศ โดยมีไอเดียการปรับปรุงงานสถาปัตยกรรมภายนอกที่สามารถกำบังฝนและแดดไม่ให้บ้านร้อนจนเกินไป ที่สำคัญ เปิดรับลมได้ตลอดเวลา รวมถึงการเชื่อมต่อพื้นที่บริเวณระเบียงชั้นบนให้สามารถใช้ประโยชน์ได้เพิ่มขึ้น 

หลังปรับเปลี่ยนและต่อเติมอาคารภายนอกบ้านก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ช่องลมทำหน้าที่คล้ายโล่กำบังแดดและฝน รวมถึงช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกยิ่งขึ้น

เปลี่ยนลุคให้ดูดี

รีโนเวทบ้านเก่าให้สวยเหมือนใหม่
เดิมทีประตูและกำแพงทึบหน้าบ้านค่อนข้าง โทรม ประตูไม้เริ่มผุพังไปตามกาลเวลา มีคราบสกปรก เกาะติดเต็มไปหมด รวมถึงพื้นถนนที่ไม่เป็นระนาบ เดียวกัน หลังการปรับปรุงส่วนหน้าบ้านใหม่ทั้งหมดทำให้ กำแพงรั้วบ้านดูโปร่งตา ประตูทางเข้าสเตนเลสสีดำ สร้างบรรยากาศเท่ๆ ในลุคโมเดิร์น เพิ่มลูกเล่นด้วย การปูพื้นกระเบื้องเป็นแพตเทิร์นรูปทรงสี่เหลี่ยม

1. ทุบกำแพงรั้วบางส่วนออกเพื่อต่อเติมอิฐช่องลมเข้าไปแทน
2. เทพื้นคอนกรีตเป็นถนนทางราบสำหรับเข้าบ้าน ซึ่งโดยทั่วไปจะมีความหนาอยู่ที่ 15 เซนติเมตร หรือ 6 นิ้ว
จากนั้นก็ปูพื้นกระเบื้องเป็นแพตเทิร์นตามที่ออกแบบไว้
3. เริ่มงานทาสีกำแพงรั้ว
4. ติดตั้งประตูทางเข้าทั้งประตูใหญ่และประตูเล็ก โดยผู้ออกแบบนำประตูเก่าจากบ้านอีกหลังของคุณอ้อ
มาดัดแปลงทำสีผิวใหม่  โดยใช้สีเพนการ์ด ไพรเมอร์ เอสอีเอ (สีรองพื้นกันสนิม) ปรับผิวก่อนพ่นสีจริง

สร้างสภาพแวดล้อมให้โอบกอดบ้าน

บริเวณเฉลียงทางเข้าและโรงจอดรถต่อเนื่องไปถึงด้านข้างบ้านอยู่ในสภาพทรุดโทรม ผนังส่วนใหญ่เริ่มโป่งพอง ลอกล่อน และมีคราบเชื้อรา หลังจากเปลี่ยนส่วนเฉลียงหน้าบ้าน รวมถึงด้านข้างบ้านแล้ว พื้นที่โดยรอบกลายเป็นสวนขนาดเล็กที่โอบล้อมตัวอาคาร ดูกลมกลืนไปกับธรรมชาติ กันสาดและอิฐช่องลมช่วยกำบังแสงแดดและฝน ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่น นอกจากนี้ยังปรับให้เป็นส่วนซักล้างง่ายๆ ด้วยการเดินท่อน้ำสำหรับเครื่องซักผ้าและอ่างล้างมือในสวนปูพื้นใหม่เพื่อให้เหมาะสำหรับเป็นพื้นที่เอ๊าต์ดอร์

1. ต่อเติมหลังคากันสาดด้วยโครงเหล็กให้ยื่นออกไปจากตัวอาคารทั้งบริเวณเฉลียงหน้าบ้านและด้านข้างบ้านเพื่อกำบังแดดและฝน
2. บริเวณโรงจอดรถเดิมซึ่งแปรสภาพไปเป็นห้องนั่งเล่นก่อผนังอิฐช่องลมเพื่อไม่ให้แสงแดดส่องเข้าไปถึง
ภายในมากจนเกินไปและช่วยประหยัดพลังงาน
3. เทพื้นคอนกรีตบริเวณเฉลียงและด้านข้างบ้านให้เป็นระนาบเดียวกัน
4. ก่อปูนสำหรับทำที่นั่งหน้าบ้านและเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ หลังจากนั้นปูกระเบื้องลายไม้และเริ่มงานทาสีผนังและฝ้าเพดาน
5. เดินงานระบบไฟฟ้าใหม่ตามที่ออกแบบไว้
6. ติดตั้งประตูทางเข้าใหม่

ทุบเพื่อเชื่อมต่อ

ก่อนรีโนเวตระเบียงชั้นบนถูกกั้นพื้นที่ด้วยผนังรูปวงกลม ทำให้มีพื้นที่น้อยและ ใช้งานลำบาก แต่เมื่อรวมพื้นที่ระเบียงเข้าด้วยกันแล้วทำให้ได้พื้นที่ที่ยาวขึ้น มีมุมสำหรับนั่ง พักผ่อน อ่านหนังสือ และรับลม โดยแฝงกลิ่นอายคลาสสิกจากพื้นกระเบื้องลวดลายโบราณ

งบประมาณที่เจ้าของบ้านจ่าย

  • งานตกแต่งรั้ว 17,000 บาท
  • งานระบบไฟฟ้า 34,000 บาท
  • งานฮาร์ดสเคป 224,000 บาท
  • พรรณไม้ 180,000 บาท
    รวม 455,000 บาท

5. เปลี่ยนบ้านเก่าวินเทจให้ดูโมเดิร์นขึ้น

เจ้าของ: คุณนพพันธ์  ตั้งกัลยานนท์ และคุณพันธิตรา เกียรตินิยมศักดิ์ /  สถาปัตยกรรม – ตกแต่งภายใน : คุณพันธิตรา เกียรตินิยมศักดิ์

บ้านเก่าอายุกว่า 40 ปีหลังนี้แต่เดิมเป็นบ้านของฝั่งตระกูลคุณนพ เรียกกันติดปากว่า “บ้านกงสี” ด้วยว่าอยู่ติดกับบ้านคุณพ่อคุณนพนั่นเอง ภายหลังคุณพ่อได้ซื้อบ้านนี้เก็บเอาไว้ เมื่อคุณนพและคุณติ๊กแต่งงานกันจึงถึงเวลาต้องปัดฝุ่นบ้านหลังนี้ให้กลายเป็นเรือนหอเรียบเท่อันอบอุ่น
“ตอนแรกที่เข้ามาสำรวจ บ้านเก่าและโทรมมาก หลายอย่างไม่เป็นไปตามการใช้งานอย่างปัจจุบัน และมีการซอยห้องยิบย่อยเกินไป อีกทั้งสภาพอากาศของกรุงเทพฯก็เปลี่ยนไปด้วย จึงมีการบ้านให้คิดเยอะ” คุณติ๊กเล่าให้ฟังก่อนจะเสริมต่อว่า
“เป็นคนชอบบ้านเก่าและรายละเอียดของช่างสมัยก่อน ทั้งไม้และงานช่างเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้ในปัจจุบัน จึงอยากจะเก็บเอาไว้ให้ได้มากที่สุด อีกอย่างก็ช่วยประหยัดงบด้วย”
กรอบหน้าต่างทั้งหลายจากยุค 1960 จึงรอดพ้นจากการรื้อทิ้งมาประกอบกันอยู่ในบ้าน หากปรับปรุงบ้านเก่าแล้วเก็บรายละเอียดเหล่านี้ไว้ได้ ก็ส่งเสริมให้รูปแบบสถาปัตยกรรมในยุคสมัยที่เริ่มสร้างบ้านดูเด่นชัดขึ้น

“ทีแรกตั้งใจจะเก็บแค่บานหน้าต่าง แต่เมื่อเริ่มลงมือ รายละเอียดอื่นๆก็ค่อยๆเผยออกมาให้เก็บเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นชุดบันไดไม้ที่เป็นโครงไม้ประกอบ และการรื้อฝ้าเพดานที่ทำให้ค้นพบคานพื้นไม้ที่ดูดีกว่าการปิดเอาไว้เสียอีก”

กว่าจะเป็นบ้านสวยหลังนี้จึงต้องผ่านขั้นตอนต่างๆมากมาย เราจะค่อยๆ ดูกันไปทีละส่วน 

เชื่อมกันไว้ได้พื้นที่ใช้สอย 

เดิมบ้านจะแบ่งเป็น 2 หลัง  มีหลังคาโรงรถสูงเท่ากับชั้นหนึ่ง เชื่อมพื้นบ้านไว้ด้วยกัน ซึ่งทำให้บ้านดูอึดอัด จึงตั้งใจจะปรับ
พื้นที่รอบๆ บ้านเสียใหม่ให้โล่งขึ้น โดยออกแบบโครงสร้างให้กลมกลืนกับราวลูกกรงเดิม เพื่อไม่ให้โครงสร้างโรงรถใหม่ ดูแปลกแยก อีกทั้งการยกสูงยังทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด เกิดเป็นพื้นที่เชื่อมต่อที่ใช้เป็นมุมกึ่งเอ๊าต์ดอร์ได้สะดวก

1. รื้อหลังคาโรงรถเดิมออก แล้วออกแบบโครงหลังคาสูงจนพ้นหน้าต่างชั้น 2 เผยให้เห็นรูปด้านของบ้านทั้งสองหลัง
2. รื้อที่นั่งปูนรอบชานบ้านออกเพื่อเตรียมปรับพื้นที่ใหม่ออกแบบโครงสร้างให้กลมกลืนกับราวลูกกรงเดิม  เพื่อไม่ให้โครงสร้างโรงรถใหม่ ดูแปลกแยก  อีกทั้งการยกสูงยังทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด  เกิดเป็นพื้นที่เชื่อมต่อที่ใช้เป็น มุมกึ่งเอ๊าต์ดอร์ได้สะดวก
3. ปรับพื้นรอบบ้านโดยการเทคอนกรีตทับ แต่ตรงจุดที่วางเสาให้ขุดหลุมเพื่อทำฐานให้เสาเหล็กกล่องก่อนเทปูน
4. หลังคาโรงรถเป็นเหล็กกล่องน้ำหนักเบา ด้านหนึ่งวางเสาบนพื้น ส่วนอีกด้านฝากเสาวางไว้บนระเบียงบ้าน โดยออกแบบให้ดูกลมกลืนกัน
5. ปูกระเบื้องเพื่อให้บริเวณนี้เป็นพื้นที่กึ่งเอ๊าต์ดอร์ สามารถใช้งานได้สะดวก

แสงและเงาที่ร่มรื่น

เมื่อปรับพื้นที่หน้าบ้านในส่วนโรงรถแล้วก็มีความคิดที่จะปรับพื้นที่หลังบ้านให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่เป็นพื้นที่โล่ง ไม่มีชายคา ใช้เป็นที่ตากผ้า จึงออกแบบให้มีระแนงไม้บังแดด แต่ยังโปร่งโล่ง พอให้มีการระบายอากาศที่ดีอยู่ เลือกใช้ระแนงไม้เทียมที่ดูแลรักษาง่ายบนโครงเหล็กกล่อง สร้างบรรยากาศร่มรื่น ในอนาคตจะนำไม้แขวนที่ชอบแดดมาเติมความร่มรื่น เปลี่ยนจากมุมตากผ้ากลายเป็นอีกมุมสบายๆ ของบ้านได้เลย

1. ปรับพื้นที่โดยการเทคอนกรีตทับแต่ตรงจุดที่วางเสาให้ขุดหลุมเพื่อทำฐานก่อนเทปูนเช่นเดียวกับฝั่งโรงรถ
2. หลังคาโรงรถเป็นเหล็กกล่องน้ำหนักเบา ด้านหนึ่งวางเสาบนพื้น ส่วนอีกด้านฝากเสาวางไว้บนโครงสร้างชั้นสองเลือกใช้ไม้เทียมเพราะน้ำหนักเบาติดตั้งง่าย และดูแลรักษาง่ายในระยะยาว

ปรับให้โปร่ง ลดความทึบตัน

เจ้าของบ้านชอบพื้นที่เปิดโล่ง ไม่อยากให้อึดอัด ไหนๆ จึงออกแบบใหม่ เพื่อลดความยิบย่อยของพื้นที่เดิม ทั้งยังอยากเปิดพื้นที่ให้บ้านคุณพ่อกับบ้านนี้มองเห็นกันได้ด้วย เมื่อแล้วเสร็จจะได้พื้นที่ซึ่งมีความเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น ทั้งยังดูโปร่งโล่งสบายตากว่าของเดิม สีอ่อนยิ่งทำให้รู้สึกสว่างขึ้น ดูสบายตา และไม่ทึบตัน อีกทั้งการคุมโทนสียังทำให้รูปแบบอาคารดูไม่รก  และเกิดความต่อเนื่อง

1. ปรับพื้นที่โดยรอบ รื้อม้านั่งปูนบริเวณประตูบ้าน เทพื้นให้เป็นระดับเดียวกันทั้งหมด
2. รื้อกำแพงบ้านบางส่วนออกเพื่อให้ประตูหน้าต่างมีขนาดใหญ่ขึ้น รื้อกำแพงรั้วข้างบ้านออกให้เหลือไว้แค่ระดับเอว แล้วเปลี่ยนไปใช้เหล็กเส้นประกอบเข้าไปแทน
3. ทำสีอาคารด้วยสีโทนพาสเทล

งบประมาณที่เจ้าของบ้านจ่าย

  • ค่าเทพื้นคอนกรีต 60,000  บาท
  • ค่าปูกระเบื้องภายนอก 18,000  บาท
  • ค่าก่อสร้างโรงรถ 52,000  บาท
  • ค่าก่อสร้างชุดระแนงไม้หลังบ้านพร้อมวัสดุ 48,000  บาท
  • ค่าทำสีโรงรถ หลังบ้าน และกำแพงรั้วบ้าน 35,000  บาท
    รวม 
    213,000  บาท 

เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์, วุฒิกร สุทธิอาภา, Noon SD.  รีโนเวทบ้านเก่าให้สวยเหมือนใหม่
ภาพ : คลังภาพบ้านและสวน, นิตยสาร my home  

10 จุดการรีโนเวตบ้านที่ไม่ควรพลาด

รีโนเวตบ้านเก่า 80 ปี มาเป็น “บ้านโนบิตะ” แสนอบอุ่น