รีโนเวตบ้านใหม่ในบริบทที่คุ้นเคย

รีโนเวตบ้านสไตล์โคโลเนียลหลังเดิมซึ่งผ่านกาลเวลามานานมากให้กลายเป็นบ้านโมเดิร์นหลังใหม่ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมที่เจ้าของบ้านคุ้นเคยและผูกพัน โดยแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้เป็นสัดส่วนแต่ไม่อึดอัด โปร่งสบาย และดูแลทำความสะอาดได้ง่าย


DESIGNER DIRECTORY:สถาปนิก : Gooseberry Design โดยคุณณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก  /  เจ้าของ : คุณดวงเดือน – คุณพิศิษฐ์ เงาวิจิตร

 

เมื่อบ้านที่อยู่อาศัยมานานถึง 19 ปี เริ่มไม่ตอบรับฟังก์ชันการใช้ชีวิตที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าตาของบ้านสไตล์โคโลเนียลซึ่งผ่านกาลเวลามานานมากแล้ว หรือพื้นที่ใช้สอยภายในที่ไม่สามารถรองรับสมาชิกในบ้านที่เติบโตขึ้นอีกต่อไป ครอบครัวเงาวิจิตร จึงเริ่มมีแนวคิดเป็นสองทางระหว่างการรีโนเวตบ้านหลังเดิมกับย้ายออกไปซื้อบ้านหลังใหม่ แต่ด้วยความผูกพันกับบริบทโดยรอบทั้งการเดินทางที่คุ้นเคย บรรยากาศความสงบของหมู่บ้าน และเพื่อนบ้านที่ดี ทำให้ คุณเดือน-ดวงเดือน เงาวิจิตร ตัดสินใจเลือกงานรีโนเวต แม้เริ่มต้นจะยังไม่มีสมาชิกในบ้านเห็นด้วยเลยก็ตาม

“เมื่อก่อนเรามีพื้นที่สวนค่อนข้างมาก เพื่อให้ลูกๆ ได้มีพื้นที่วิ่งเล่น แต่พอเขาโตกันหมดแล้วก็ไม่ค่อยได้ออกไปใช้พื้นที่นอกบ้านเหมือนเคย และแบบบ้านหลังเดิมก็มีการกั้นผนังไว้เยอะมากทำให้อึดอัด โดยเฉพาะห้องครัวที่ใช้บ่อยแต่กลับมีทางเดินเข้าเล็กๆ ให้เข้าไปทำครัวได้คนเดียว พอได้รีโนเวตใหม่เลยบอกสถาปนิกว่าอยากได้บ้านโปร่งโล่งมีพื้นที่ในบ้านกว้างๆ แต่ต้องดูอบอุ่นด้วย”

บ้านโมเดิร์น
จากบ้านสไตล์โคโลเนียลเปลี่ยนมาสู่สถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นที่ใช้รูปทรงจั่วมาเป็นทั้งสัญลักษณ์ของบ้านและเป็นชายคาที่เชื่อมต่อไปกับโครงสร้างหลักเดิมที่มีอยู่
สวนหน้าบ้าน
พื้นที่สวนหน้าบ้านเน้นด้วยต้นไม้ประธานขนาดใหญ่ต้นเดียวคือต้นมั่งมี เพื่อให้เหมือนเป็นต้นไม้ที่อยู่คู่บ้านมานานแล้ว และยังให้มุมมองสีเขียวซึ่งมองผ่านจากห้องนอนชั้นบนด้วย

ดีไซน์ที่เชื่อมต่อส่วนต่างๆ ของบ้านซึ่งนำสัญลักษณ์ของบ้านทรงจั่วมาออกแบบอย่างกลมกลืน ตั้งแต่ส่วนชายคาฟาซาดทรงจั่วหน้าบ้าน ซุ้มประตูทางเข้าบ้าน และซุ้มปลูกต้นไม้ในสวน
ส่วนของกรอบทรงจั่วที่ออกแบบเพิ่มเติมขึ้นมาให้เป็นชายคาฟาซาดสำหรับบังแดดใช้เป็นโครงเหล็กเพื่อลดน้ำหนักของโครงสร้างลง และเป็นพื้นที่ระเบียงเล็กๆ ที่ออกมารับลมได้

            คุณเอก-ณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก สถาปนิกแห่ง Gooseberry Design ยอมรับว่าแนวคิดแรกของเขาที่เห็นบ้านหลังนี้คืออยากให้ทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่เช่นกัน แต่เมื่อได้พูดคุยกับเจ้าของบ้านแล้ว จึงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผูกพันต่อการใช้ชีวิตครอบครัวในบ้านหลังนี้มายาวนาน ทำให้คุณเอกเลือกที่จะเก็บโครงสร้างเดิมไว้ แต่เลาะผนังเก่าออกไปราว 50 เปอร์เซ็นต์ และต่อเติมพื้นที่ในบ้านออกไปอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยจากเดิม 300 ตารางเมตร เพิ่มเป็น 600 ตารางเมตร

“ผมพยายามทำงานรีโนเวตให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด เมื่อต้องเทียบกับการซื้อบ้านหลังใหม่ และเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของบ้านให้ทันสมัยขึ้น ปรับผังบ้านภายในใหม่หมด เพื่อสร้างบรรยากาศของความเป็นบ้านหลังใหม่ขึ้นมาบนพื้นที่เดิม ความยากที่ท้าทายสุดคือจะผสานส่วนต่อเติมอย่างไรให้กลมกลืนไปกับความเป็นบ้านหลังเดิมไว้ให้ได้”

ตัวสถาปัตยกรรมใหม่ที่คุณเอกออกแบบไว้คือส่วนฟาซาดหน้าบ้านที่นำรูปทรงจั่วแบบโมเดิร์นมาครอบเป็นชายคาบ้านทับซ้อนไปกับโครงสร้างหลักและสร้างสัญลักษณ์ของบ้านโมเดิร์นหลังใหม่ไว้อย่างสวยงาม ล้อรับไปกับซุ้มประตูทางเข้าบ้านที่เป็นทรงจั่วในขนาดเล็กลง

ส่วนภายในเน้นแก้ปัญหาการกั้นห้องที่มืดทึบแบบเดิมๆ ออกด้วยการวางผังให้แบบ Open Plan เชื่อมสเปซทุกส่วนเป็นพื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ซึ่งสามารถต่อเนื่องไปถึงห้องครัวด้านในสุดได้ แต่ก็มีสัดส่วนที่ชัดเจน ปัญหาของการรีโนเวตพื้นที่ชั้นล่างยังอยู่ตรงระดับคานเดิมที่ไม่เท่ากัน ทำให้ยากต่อการยกฝ้าเพดานให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มความโปร่ง คุณเอกจึงใช้เทคนิคการเพิ่มช่องหน้าต่างกระจกที่สูงไปจากพื้นไปจรดฝ้าเพดานให้มากที่สุด และเลือกเปิดช่องนี้ไปทางทิศที่เชื่อมต่อกับพื้นที่สวนส่วนกลางของหมู่บ้านซึ่งอยู่ติดกับบ้านพอดี เพื่อให้เกิดมุมมองของพื้นที่สีเขียวเข้ามาสู่ภายในได้ดีขึ้น

ขณะที่ภายในเองก็เน้นใช้สีเอิร์ธโทนมาสร้างบรรยากาศชวนผ่อนคลาย ทั้งจากวัสดุตกแต่งอย่างกระเบื้องลายธรรมชาติ ผนังกรุผิวไม้ และเฟอร์นิเจอร์ไม้ผสมหวาย แต่เน้นดีไซน์สมัยใหม่เพื่อผสานความรู้สึกของคนสองวัยให้อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการออกแบบแสงไฟผ่านการคำนวณด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้แต่ละมุมมีแสงไฟที่เหมาะสม พอดีกับการใช้งาน และเพิ่มมิติให้บ้านดูอบอุ่นสวยงามขึ้น

โถงทางเข้า
จากโถงทางเข้าเล็กๆ ก็เปิดสเปซมาสู่พื้นที่ส่วนกลางของบ้านซึ่งออกแบบจัดวางผังแบบ Open Plan และตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเอิร์ธโทนเพื่อสร้างบรรยากาศของบ้านให้อบอุ่น
โซฟาหนัง
โซฟาบุหนังขนาดยาวตัวนี้คุณเดือนเลือกซื้อของแบรนด์ Zedere มาจากงานบ้านและสวนแฟร์เพราะชอบองศาความสบายของการนั่งและวัสดุหนังที่เอื้อต่อการดูแลทำความสะอาดได้ง่าย
มุมอเนกประสงค์
การขยายต่อเติมพื้นที่ในบ้านเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดมุมทำงานอเนกประสงค์นี้อยู่บริเวณใกล้ๆ กับส่วนนั่งเล่น

ห้องน้ำ
ตำแหน่งของห้องน้ำส่วนกลางที่ถูกบังคับด้วยงานระบบให้อยู่มุมด้านหลังของส่วนรับประทานอาหาร สถาปนิกจึงออกแบบประตูห้องน้ำให้เป็นบานเรียบไม่มีมือจับและซ่อนกลมกลืนไปกับผนังดีไซน์ เพื่อไม่ให้รู้สึกถึงการมีอยู่ของห้องน้ำเวลาไม่ได้ใช้งาน

มุมรับประทานอาหาร
โต๊ะรับประทานอาหารอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางเชื่อมต่อระหว่างส่วนนั่งเล่นและห้องครัวสีขาวด้านใน โดยมีการคำนวณเรื่องแสงไฟอย่างดีเพื่อให้มีแสงที่ส่องลงบนโต๊ะอาหารและแสงสร้างบรรยากาศรอบๆ ประกอบกัน
ทำทางเดินเชื่อมไปสู่ห้องต่างๆ ของชั้น 2 ต่อเนื่องกับตัวบันไดเพื่อให้สามารถยกระดับของคานด้านล่างให้สูงขึ้นได้เต็มที่ เพราะต้องการยืดระยะความสูงของชั้นล่างให้มากที่สุด

ความน่ารักของครอบครัวนี้ยังแสดงออกผ่านการเลือกสรรห้องนอน โดยคุณเดือนตั้งใจยกพื้นที่ส่วนกลางชั้น 2 ให้เป็นห้องนอนขนาดใหญ่สำหรับลูกสาว เน้นการตกแต่งให้มีความนุ่มนวลอ่อนโยนด้วยเส้นโค้งและวัสดุธรรมชาติผสมกับสีสันเชิงพาสเทล แล้วไปเน้นโทนสีเรียบขรึมให้ห้องนอนลูกชายบนชั้น 3 ที่มีช่องเปิดออกสู่วิวสวนส่วนกลางได้มากที่สุด

ห้องนอน
ห้องนอนขนาดใหญ่สุดของบ้านที่คุณเดือนตั้งใจยกให้เป็นห้องนอนของลูกสาว โดยตกแต่งผสมผสานความชอบของน้องริน – รินรดา เงาวิจิตร ที่มีทั้งงานไม้ ผ้า และหวายในดีไซน์สมัยใหม่ เพิ่มเติมด้วยสีสันและเส้นสายที่โค้งนุ่มนวลแบบผู้หญิง
มุมโต๊ะเขียนหนังสือ
มุมโต๊ะเขียนหนังสือภายในห้องนอนของน้องรินจัดวางให้หันออกไปรับแสงธรรมชาติและมุมมองที่เปิดโปร่ง
เพิ่มดีไซน์ผสมฟังก์ชันของช่องเก็บของไว้ที่ผนังหัวเตียง นอกจากวางของตกแต่งแล้วยังวางหนังสือที่อ่านก่อนนอนได้ด้วย
ห้องน้ำ
เพื่อให้ห้องนอนมีพื้นที่ใช้สอยขนาดกว้างเต็มที่จึงยอมลดพื้นที่ของห้องน้ำลงให้มีขนาดกะทัดรัดและใช้โทนสีขาวเรียบผสมกับกระจกเพื่อช่วยสะท้อนมุมมองให้สบายตาช่วยลดความอึดอัดได้

ห้องนอนของน้องรัน – รัญชน์ เงาวิจิตร เน้นโทนสีเข้มที่เรียบขรึมระหว่างสีน้ำเงินผสมเทาและเบจแมนๆ พร้อมกับโต๊ะและเก้าอี้ที่เลือกมาใช้รองรับสำหรับการนั่งเล่นเกมทางคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ
ส่วนแต่งตัว
ส่วนแต่งตัวภายในห้องนอนลูกชาย

ห้องหนังสือ
ห้องหนังสือบริเวณชั้น 2 เพื่อให้ลูกๆ ทั้งสองคนสามารถใช้เป็นที่เรียนออนไลน์ อ่านหนังสือ หรือทำการบ้านได้โดยมีความสงบและเป็นส่วนตัว

แต่ถ้าถามถึงหัวใจของบ้านหลังนี้ ทุกคนยกให้เป็นพื้นที่ห้องครัวสีขาวของคุณเดือนซึ่งเป็นส่วนต่อเติมใหม่ขึ้นมาโดยมีขนาดกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมช่องเก็บของหลากหลายขนาดซ่อนอยู่ตามผนังรอบตัว เพื่อจัดเก็บและวางอุปกรณ์ครัวได้อย่างเต็มที่รวมไปถึงอุปกรณ์ขนมที่คุณเดือนมักจะทำอยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นธุรกิจเล็กๆ ไปแบบไม่ทันตั้งตัว และเพื่อให้การเข้าครัวรื่นรมย์ขึ้น คุณเอกจึงเปิดช่องประตูหน้าต่างที่สามารถมองออกไปเห็นพื้นที่สวนหน้าบ้านเพิ่มความสดชื่นให้ห้องครัวได้ตลอดวัน จนคุณเดือนกล่าวย้ำถึงความรู้สึกที่มีต่อบ้านนี้ว่า

        “เป็นงานรีโนเวตที่เหนือความคาดหมายมาก เหมือนได้บ้านหลังใหม่ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ ของเรา เป็นบ้านที่เราได้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการมากๆ เป็นสัดส่วนแต่ไม่อึดอัด โปร่งสบาย ทำความสะอาดง่ายเพราะเราดูแลบ้านเองด้วย ลูกๆ ก็ชอบอยู่บ้าน ทำให้เราได้เห็นการเติบโตของเขาอย่างใกล้ชิด ใครมาบ้านก็ชอบอยู่ด้วยจนค่ำ ทำให้เรายิ่งภูมิใจและรู้สึกคิดถูกที่รีโนเวตบ้านหลังนี้ให้ตรงกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยของเรา”

ครัว
เดิมทีตรงนี้เคยเป็นสวนภายนอกของบ้าน เมื่อเจ้าของต้องการพื้นที่ใช้สอยภายในเพิ่มขึ้น จึงได้มีการต่อเติมขยายพื้นที่ส่วนนี้ให้กลายเป็นห้องครัวสีขาวขนาดใหญ่ซึ่งกลายเป็นหัวใจของบ้านไป เพราะเป็นมุมโปรดของคุณเดือนที่สามารถใช้งานครัวหนักหรือทำขนมได้ทั้งวันโดยมีมุมมองที่เปิดโล่งออกไปสู่พื้นที่สีเขียวภายนอกได้
ครัว
“ชอบทำอาหารในครัวและก็ชอบทำขนมค่ะ รู้สึกว่าเวลาคิดอะไรไม่ออกจะเดินเข้าครัวมาทำขนม ทำให้เราอยู่ในโลกเล็กๆ ภายในห้องครัวและลืมทุกอย่างเพราะเพลินมาก เมื่อก่อนเคยทำขายด้วยเลยมีอุปกรณ์อยู่เยอะทำให้เราต้องการตู้เก็บของเยอะๆ”
ครัว
เคาน์เตอร์สีขาวกลางห้องครัวเป็นพื้นที่สำหรับจัดเตรียมอาหารขนาดกว้างกรุท็อปด้วยหินเทียมสีขาวเพื่อให้เช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่าย

ครัว
เพราะคุณเดือนให้ความสำคัญกับพื้นที่การใช้งานภายในห้องครัวเป็นหลัก สถาปนิกจึงออกแบบเคาน์เตอร์เตรียมอาหารให้มีดีไซน์พิเศษคือสามารถยืดพื้นที่โต๊ะออกมาเพื่อจัดวางอุปกรณ์ครัวหรือทำขนมได้อย่างเต็มที่ โดยใช้การติดรางและล้อเลื่อนช่วยเพิ่มความลื่นไหลที่ดีเวลาเลื่อนเข้าออก

สถาปนิกยังใส่ใจเรื่องฟังกชันของการใช้งานเตาอบและเตาไมโครเวฟที่อยู่ภายในตู้บิลท์อินเพื่อให้การจัดวางดูความสวยงาม โดยออกแบบช่องโปร่งด้านหลังของตู้พร้อมเจาะช่องทางระบายอากาศไว้ที่ด้านบนและด้านล่างของตู้เพื่อช่วยลดอุณหภูมิความร้อนจากการเปิดเตาใช้งาน          

เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์

ภาพ : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

สไตล์ : วรวัฒน์ ตุลยทิพย์

I HOUSE บ้านที่เกิดจากการแตกทอนของก้อนอาคาร

รีโนเวตบ้านเก่าหลังคาทรงจั่ว ให้งดงามด้วยเส้นสายเรียบนิ่งทันสมัยสไตล์มินิมัล

บ้านเก่ารีโนเวตใหม่ ให้เป็น บ้านสีขาว บรรยากาศมินิมัลสุดอบอุ่น สไตล์ Mid-Century Modern