ไม้ต้นมงคล

7 ไม้ยืนต้นมงคล มีฤทธิ์เป็นสมุนไพรปลูกให้ร่มเงารอบบ้าน

ไม้ต้นมงคล
ไม้ต้นมงคล

การปลูก ไม้ยืนต้นมงคล รอบบ้านถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ปลูกแล้วจะเป็นสิริมงคล โชคลาภ เเละบารมีให้แก่เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณว่า ต้นไม้ใหญ่นั้นเป็นที่สถิตของเทวดาเเละสิ่งศักดิ์สิทธิที่จะคอยปกป้องคุ้มครองรักษา จนเกิดทำเนียมการบูชาต้นไม้ใหญ่ เเม้กระทั่งต้นไม้นั้นหากมีสรรพคุณทางยาเป็นสมุนไพรรักษาโรค หรือมีดอกหอมสำหรับทำเครื่องหอมได้ ต่างก็จะถูกยกให้เป็นไม้มงคลทั้งสิ้น

•จะปลูกต้นไม้ใหญ่ ต้องกะระยะอย่างไร
•เลือกปลูก ไม้มงคลประจำวันเกิด
•10 พรรณ ไม้มงคล ปลูกแล้วดี !
•เลือกไม้ล้อมอย่างไรไม่ให้โดนหลอก

จวบจนปัจจุบันความเชื่อเรื่องนี้ก็ยังคงอยู่ หากแต่มี ไม้ยืนต้นมงคล ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกหลายชนิดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นไม้ประดับอย่าง ว่าน คล้า วาสนา ทับทิมเศรษฐี ฯลฯ ซึ่งไม่ได้มีแค่ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เช่นเดิม แต่ความเชื่อเรื่องไม้ยืนต้นก็ยังคงได้รับความนิยม และไม้ต้นมงคลก็มีมูลค่าราคาสูงขึ้น นิยมใช้เป็นไม้ประธารในการจัดสวน นอกจากจะเสริมบารมีให้เจ้าของบ้านตามความเชื่อดั้งเดิมแล้ว ไม้ยืนต้น ยังทำหน้าที่บังแดด ให้ร่มเงาเเก่พื้นที่รอบบ้านช่วยให้บ้านเย็นขึ้น  แต่จะเลือกไม้ยืนต้นมงคลชนิดใดสำหรับจัดสวน ลองมาทำความรู้จักต้นไม้ทั้ง 7 ชนิด นี้

 

1.พะยอม

ชื่อวิทยาศาสตร์ Shorea roxburghii G.Don

พะยอม ไม้ต้นมงคล ไม้ยืนต้นมงคล

แม้ว่าพะยอมจะเป็นไม้ต้น พลัดใบ ซึ่งทำให้เจ้าของสวนต้องปวดหัวในช่วงใบร่วงหนัก ๆ  แต่ช่วงเวลาออกดอกต้นพะยอมจะสวยงามยิ่งนัก พะยอมมีดอกสีขาว บานพร้อมกัน หรือทยอยบานทั้งช่อ ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ช่วงเย็น ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ทำให้ยังคงนิยมปลูกต้นพะยอมประดับสวน การปลูกพะยอมควรปลูกลงแปลงกลางแจ้งให้ห่างจากต้นไม้อื่น 6 – 8 เมตร หากปลูกในดินเหนียวแฉะจะออกดอกน้อยมาก

วิธีปลูกพะยอม

 

2. ต้นมั่งมี

ชื่อวิทยาศาสตร์ Carallia brachiata (Lour.) Merr.

ไม้ยืนต้นมงคล
ภาพจาก https://www.nanagarden.com/product/235028

ต้นมั่งมี หรือเฉียงพร้านางแอ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่สูงได้ถึง 30 เมตร ไม่ผลัดใบ ทนแดดได้ดี ดอกมีกลิ่นหอม เหมาะกับสวนที่มีพื้นที่กว้างปลูกให้ร่มเงา ลำต้นมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกายช่วยเจริญอาหาร เปลือกต้นแก้ร้อนในกระหายน้ำได้ เชื่อว่าปลูกแล้วเสริมมงคลให้เกิดความมั่งมี มั่งคั่ง ร่ำรวย

 

3. ต้นบุนนาค

ชื่อวิทยาศาสตร์ Mesua ferrea L.

บุญนาค ไม้ยืนต้นมงคล
ขอบคุณภาพจาก https://pantip.com/topic/31706154

บุนนาคเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูงประมาณ 25-30 เมตร มีดอกสีขาว ส่งกลิ่นหอมในตอนเย็น ทุกส่วนของต้นมีสรรพคุณทางยามากมาย ทั้งใบ ต้น ดอก เช่น บำรุงร่างกาย ลดไข้ บำรุงหัวใจ ใบรักษาแผล ดอกมีกลิ่นหอมใช้ทำอบเครื่องหอม ยาหอม ตามความเชื่อเชื่อว่าปลูกแล้วจะมีความประเสริฐ มีบุญ ด้วยชื่อที่มีความหมายพ้องทั้งคำว่า บุน ที่พ้องกับ บุญ และคำว่า นาค ที่หมายถึงพญานาค ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยป้องกันภัยต่าง ๆ

 

4. กระดังงา

ชื่อวิทยาศาสตร์ Cananga odorata (Lam.) Hook.f. & Thomson

กระดังงา ไม้ยืนต้นมงคล

อีกหนึ่งไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 15-20 เมตร ไม่พลัดใบ ดอกมีกลิ่นหอมแรงในช่วงพลบค่ำ คนโบราณเชื่อว่าเป็นไม้มงคลที่ช่วยให้มีชื่อเสียงโด่งดัง ก้องกังวาน ทั้งยังมีสรรพคุณทางยาในทุกส่วนทั้ง ใบ ต้น ส่วนดอกที่มีกลิ่นหอมนิยมนำไปทำเครื่องหอม น้ำมันหอมระเหย ซึ่งน้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ไล่แมลงบางชนิดได้ด้วย

 

5. ทองหลางบ้าน

ชื่อวิทยาศาสตร์ Erythrina fusca Lour.

ทองหลางบ้าน

ต้นทองหลางบ้าน มีชื่อเรียกหลายชื่อด้วยกัน ทองหลางใบมน ทองหลางน้ำ สูงประมาณ 10-15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ใบทองหลางนิยมนำมาใช้ในพิธีแต่งงาน วางศิลาฤกษ์ และปลูกบ้าน ด้วยชื่อที่สื่อถึงความร่ำรวย มั่งมี ใบอ่อนทองหลางบ้านกินได้นิยมกินเป็นเมี่ยงคำ ส่วนอื่น ๆ มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรทั้ง ราก เปลือก ต้น ผล ใบ เเละดอก ทองหลางบ้านเป็นไม้ผลัดใบ ออกดอกเป็นสีแดงเลือดนก มีลักษณะคล้ายดอกแค ออกดอกช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ และติดผลในเดือนมีนาคม –เมษายน

วิธีปลูกทองหลางบ้าน

 

6. กันเกรา

ชื่อวิทยาศาสตร์ Fagraea fragrans Roxb.

กันเกรา

กันเกราเป็นไม้มงคลหนึ่งใน 9 ชนิด ที่ใช้รองก้นหลุมก่อนลงเสาเอกของบ้าน นิยมปลูกทางทิศตะวันออก เชื่อว่าช่วยปกป้องคุ้มภัย ทั้งยังเป็นไม้ดอกหอม ส่งกลิ่นหอมตลอดวัน เมื่อเริ่มบานดอกสีขาว จากนั้นเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ออกดอกเดือนเมษายน – มิถุนายน กันเกราสูงได้ถึง 25 เมตร แก่นของต้นมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรแก้ไข้จับสั่น หืดไอ รักษาแผลพุพอง ปวดแสบร้อน เนื้อไม้นิยมใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

วิธีปลูกกันเกรา

 

7. เสม็ดแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์ Syzygium cinerea Kurz

เสม็ดแดง

เสม็ดแดง มีชื่อท้องถิ่นหลายชื่อเช่น ต้นเม็ก เเละต้นไคร้เม็ด เป็นไม้ยืนต้นสูงได้ถึง 7 เมตร ออกดอกสีขาวแบบช่อกระจุกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ยอดอ่อนเสม็ดแดงรับประทานได้ มีรสเปรี้ยวอมฝาด นิยมลวก และกินสดกับน้ำพริก กินเป็นยาขับลม ทั้งยังเป็นยาสมุนไพรแก้ฟกช้ำ บวม ปวดเมื่อย เเละปวดฟัน ฟอร์มต้นที่ไม่สม่ำเสมอทำให้มีเอกลักษณ์เด่นชัด ไม่พลัดใบ จึงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการจัดสวน โดยเฉพาะสวนสไตล์ทรอปิคัล สวนป่าร้อนชื้น

 

เรื่อง JOMM YB

ภาพ คลังภาพบ้านและสวน

เป็นเพื่อนกันเราได้ใน [email protected] : https://line.me/R/ti/p/%40slo7204x