ระเบิดเวลาที่ชื่อว่า “ความอ้วน”

 

สาเหตุของภาวะอ้วนในสัตว์เลี้ยง

เล่าถึงความอันตรายของความอ้วนกันมามากแล้ว มาเล่ากันต่ออีกสักนิดว่า แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้สุนัขและแมวของเราเกิดภาวะอ้วนขึ้นได้บ้าง ?

“ความอ้วน” นั้นเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ซึ่งในสุนัขและแมวแต่ละรายก็จะมีปัจจัยโน้มนำของความอ้วนที่แตกต่างกัน มากบ้าง น้อยบ้าง ก็ว่ากันไป และในบางราย ปัจจัยมากกว่าหนึ่งปัจจัยก็อาจจะผนึกกำลังร่วมกันจนผลักดันน้ำหนักและรอบเอวของสุนัขและแมวรายนั้นให้มากขึ้นๆ อย่างหยุดยั้งไม่ได้ ซึ่งปัจจัยที่ว่า ก็ได้แก่

  • อาหาร : อาหารที่มีพลังงานมากเกินความต้องการ รวมทั้งมื้ออาหารและวิธีการให้อาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น การให้อาหารแบบตามใจมากเกินไปหรือบ่อยเกินความพอดี ก็สามารถทำให้สุนัขและแมวอ้วนได้
  • กิจกรรมในชีวิตประจำวัน : กิจกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนกำหนดน้ำหนักตัวของสุนัขและแมวได้ สุนัขและแมวอายุมาก มักจะมีกิจกรรมลดลง ทำให้การเผาผลาญพลังงานต่อวันลดลง เป็นเหตุให้อ้วนได้ง่าย
  • ปัจจัยส่วนตัว ของตัวสุนัขและแมวแต่ละราย ตัวอย่างเช่น เพศ สายพันธุ์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังหมายรวมไปถึง เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บบางชนิด ซึ่งก็อาจทำให้สุนัขและแมวอ้วนผิดปกติได้ด้วย เช่น ภาวะธัยรอยด์ต่ำ (hypothyroidism) ในสุนัข ฯลฯ
ขอบคุณภาพจาก : https://www.independent.ie

 

การจัดการกับความอ้วนในสัตว์เลี้ยง

เอาล่ะครับ เมื่อเราได้รู้กันไปแล้วว่าปัจจัยที่เข้ามาโน้มนำให้สุนัขและแมวของเราเกิดภาวะอ้วนได้นั้น มีอะไรบ้าง ต่อไปเราก็มาดูกันซิว่าจะจัดการกับเรื่องความอ้วนอย่างไร

  • ปรับเปลี่ยนชนิดอาหารและพฤติกรรมการให้อาหาร : สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในการจัดการกับความอ้วนครับ สิ่งที่แนะนำก็คือ ควรให้อาหารในปริมาณและความถี่ที่เหมาะสม และห้ามตามใจแม้ว่าสุนัขหรือแมวจะแอบมาทำตาละห้อยเพื่อขออาหารเพิ่มก็ตาม ส่วนในเรื่องของชนิดอาหารนั้น วิธีการเลือกง่ายๆ ก็คือ หากเป็นอาหารสำเร็จรูปก็ควรเลือกใช้สูตรที่เหมาะสมกับวัยและสายพันธุ์ของสุนัขและแมวรายนั้นๆ หรือไม่ก็อาจเลือกใช้เป็นสูตรไขมันต่ำหรือสูตรสำหรับควบคุมน้ำหนักก็ได้ครับ แต่ถ้าหากว่าเป็นการอาหารปรุงเองนั้น โดยทั่วไปที่แนะนำก็คือ ลดปริมาณแป้งหรือไขมันในอาหารลงอย่างเหมาะสม แล้วชดเชยด้วยเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกและสะอาดแทน โดยควรเลือกใช้การปรุงแบบต้มหรือนึ่ง แทนการทอด แล้วก็ควรเป็นเนื้อสัตว์ส่วนที่ไม่ติดมัน ฯลฯ ซึ่งในเรื่องของอาหารนี้ หากมีข้อสงสัยหรือตัดสินใจเลือกไม่ได้ ก็แนะนำว่าลองพาสัตว์เลี้ยงของท่านไปปรึกษากับคุณหมอสัตวแพทย์ใกล้บ้าน เพื่อให้คุณหมอประเมินร่างกายและแนะนำอาหารที่เหมาะสมครับ
  • ชวนออกกำลังกายบ้าง : สุนัขหรือแมวบางตัวถูกเลี้ยงในพื้นที่จำกัดหรือพื้นที่ที่ไม่อำนวยต่อการออกกำลังกาย ก็เลยได้แต่นั่งๆ นอนๆ ทั้งวัน จึงทำให้มีโอกาสอ้วนได้ง่าย กรณีนี้ คุณเจ้าของอาจจะต้องปรับเปลี่ยนลักษณะการเลี้ยง โดยอาจจะต้องมีการหากิจกรรมเพื่อชวนให้ได้เล่นหรือออกแรงบ้าง หรือถ้าเป็นสุนัข ก็อาจจะพา ไปออกกำลังกายนอกบ้านบ้าง โดยอาจจะเป็นการวิ่งจ้อกกิ้งเบาๆ การว่ายน้ำ หรือการมีกิจกรรมอื่นๆ ที่ได้ออกแรงเสียหน่อย เช่น การชวนเล่นลูกบอล ฯลฯ วิธีการนี้ นอกจากจะได้ลดหุ่นแล้วยังได้ร่างกายที่แข็งแรงตามมาอีกด้วย
  • การดูแลสุนัขและแมวที่ทำหมันแล้ว : การทำหมันอาจมีผลทำให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายลดลงบ้าง เนื่องจากกิจกรรมที่ลดลงภายหลังจากการทำหมัน แต่อย่างไรก็ดี หากเจ้าของได้มีการปรับเปลี่ยนเลือกใช้ชนิดอาหารและวิธีการให้ที่เหมาะสมร่วมกับมีการสนับสนุนให้สัตว์เลี้ยงได้มีการออกกำลังกายทุกวัน ก็จะช่วยให้สุนัขและแมวมีหุ่นที่ดีอยู่ได้
  • พาสุนัขและแมวไปหาคุณหมอ : กรณีที่พยายามแล้วทุกวิถีทางแต่ก็ไม่สามารถทำให้สุนัขลดควลงามอ้วนได้เสียที กรณีนี้อาจต้องพาเขาไปพบคุณหมอเพื่อตรวจร่ายกายโดยละเอียดดูเสียหน่อยแล้วครับ ทั้งนี้เนื่องจากว่ามีโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบการเผาผลาญที่ผิดปกติไปหลายๆ โรค ที่อาจทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นโรคอ้วนได้

การดูแลสุนัขและแมวไม่ให้อ้วนนั้น จริงๆ แล้วไม่ยุ่งยาก และสามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพายาลดความอ้วนแต่อย่างใด ขอเพียงแต่ให้คุณเจ้าของมีความตั้งใจจริงและมีวินัยในการจัดการเรื่องการกินการอยู่ของสุนัขและแมวของเราอย่างต่อเนื่องก็พอ เอาล่ะครับ นับจากวันนี้เป็นต้นไป เรามาร่วมมือกันในการกำจัดระเบิดเวลาที่ชื่อว่าความอ้วนในร่างกายสุนัขและแมวของเรา เพื่อให้สุนัขและแมวของเรามีสุขภาพที่ดีและมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีความสุขกันนะครับ

 

บทความโดย

อ.น.สพ. เสลภูมิ ไพเราะ (อว. สพ. อายุรศาสตร์)

Selapoom Pairor DVM, MS, DTBVIM

ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Department of Companion Animal Clinical Science, Faculty of Veterinary Medicine, Kasetsart University


 

“เบาหวาน” อีกหนึ่งภัยเงียบของสัตว์เลี้ยง

โรคความดันสูง (Systemic hypertension) ในสัตว์เลี้ยงใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด