ระเบิดเวลาที่ชื่อว่า “ความอ้วน”

ในช่วงราว 1-2 ทศวรรษที่ผ่านมานี้ มีรายงานการศึกษาในทางสัตวแพทย์มากมายที่บ่งชี้ว่า ความอ้วน (obesity) กำลังเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต (quality of life; QOL) ของสุนัขเลี้ยงและแมวเลี้ยงทั่วทั้งโลก อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะพบปัญหานี้เพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี

โดยในบทความวิชาการที่ว่าด้วยการจัดการ ความอ้วน ในสัตว์เลี้ยงของ Maryanne Murphy ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยง ซึ่งตีพิมพ์ลงในวารสาร Veterinary Clinics of North America เมื่อปี ค.ศ. 2016 ได้กล่าวถึงอุบัติการณ์การพบปัญหาอ้วนในสุนัขและแมวเลี้ยงว่าพบได้มากถึง 59% ในสุนัข และ 63% ในแมว ซึ่งเป็นอุบัติการณ์การเกิดปัญหาที่ถือว่าสูงมากเลยทีเดียว

 

นิยามความอ้วนในสัตว์เลี้ยง

ความอ้วนในสุนัขหรือแมว หมายถึง สภาวะที่ร่างกายของสุนัขหรือแมวรายใดรายหนึ่งมีน้ำหนักตัวมากเกินไป หรือมีการสะสมไขมันมากเกินไป โดยเทียบกับน้ำหนักตัวในอุดมคติของสุนัขหรือแมวรายนั้นๆ (น้ำหนักในอุดมคติหรือ ideal body weight โดยปกติแล้วจะคิดคำนวณมาจากลักษณะโครงร่างของร่างกายซึ่งมีความจำเพาะหรือแตกต่างกันในแต่ละสายพันธุ์ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ น้ำหนักโดยประมาณที่ควรจะเป็นของสุนัขหรือแมวรายนั้นๆ นั่นเอง) ซึ่ง Alexander James German นักวิชาการโภชนาการจาก Institute of aging & chronic disease ประเทศอังกฤษ ได้กำหนดนิยามไว้ว่า หากเมื่อไรที่น้องหมาน้องแมวมีน้ำหนักตัวมากเกินกว่า 20% ของน้ำหนักมาตรฐาน ก็ถือได้ว่ามีภาวะอ้วนแล้ว แต่หากน้องหมาหรือน้องแมวรายใดมีน้ำหนักตัวเกินกว่า 10% ของน้ำหนักมาตรฐาน (แต่ยังไม่ถึง 20%) ให้จัดว่าน้องหมาน้องแมวรายนั้นมีภาวะน้ำหนักตัวเกิน (overweight) และเร็วๆ นี้เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา ทาง American Veterinary Medical Association (AVMA) ได้กำหนดนิยามว่า เมื่อไรก็ตามที่สุนัขหรือแมวรายใดรายหนึ่งมีน้ำหนักตัวมากกว่า 30% ของน้ำหนักในอุดมคติให้จัดว่ามีภาวะอ้วน กับทั้งยังได้ประกาศว่าภาวะอ้วนในสุนัขและแมว ถือเป็นโรค (disease) อีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก : https://www.gettyimages.com/

ความอ้วนในสุนัขและแมวก็ถือได้ว่าเป็นบ่อเกิดของปัญหาสุขภาพหลายๆ อย่างที่คล้ายคลึงกันกับในมนุษย์เราดังนั้น หากจะเรียกว่าความอ้วนเป็น ระเบิดเวลา” ที่แสนจะอันตรายต่อสุขภาพร่างกายของสุนัขและแมวของเราก็คงจะไม่เกินความจริงแต่อย่างใด ว่าแต่ แล้วปัญหาสุขภาพอะไรที่มากับความอ้วนบ้าง มาดูกันดีกว่าครับ

  • โรคเบาหวาน (diabetes mellitus) : จากการศึกษาวิจัยในแมว พบว่าความอ้วนมีผลทำให้ร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน (insulin resistance) ซึ่งความหมายก็คือ ทำให้อินซูลินไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ เป็นสาเหตุสำคัญมากอย่างหนึ่งของการเกิดโรคเบาหวานในแมว ซึ่งก็จะมีความคล้ายคลึงกับการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (type II DM) ในคนที่มีภาวะอ้วนเช่นกัน ส่วนในสุนัขนั้น แม้ว่าการเกิดโรคเบาหวานจะมีกลไกของการเกิดโรคที่แตกต่างออกไปจากในแมวและคน (ในสุนัขมักพบเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 หรือ type I DM) และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าความอ้วนมีส่วนทำให้เกิดโรคเบาหวานอย่างไร แต่ก็พบว่าสุนัขที่อ้วนก็จะมีภาวะดื้อต่ออินซูลินเกิดขึ้นในร่างกายเช่นเดียวกัน และในรายของสุนัขที่เป็นโรคเบาหวานและมีภาวะอ้วนร่วมอยู่ด้วย ก็มักจะพบว่าประสิทธิภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลด้วยการฉีดอินซูลินในขนาดต่ำๆ อาจไม่สัมฤทธิผลเท่าที่ควร
  • ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ : สุนัขที่อ้วนมักมีปัญหาหายใจลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสุนัขที่เป็นสายพันธุ์หน้าสั้น (เช่น สุนัขสายพันธุ์ Pug) ซึ่งมีภาวะอ้วนร่วมด้วย ยิ่งมักพบปัญหาการหายใจลำบากที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น บางรายมีอาการกรนอย่างรุนแรงเนื่องจากมีปัญหาทางเดินหายใจส่วนต้นเกิดการอุดกั้น ฯลฯ นอกจากนี้ ในสุนัขพันธุ์เล็กที่มักมีปัญหาหลอดลมตีบหรือหลอดลมอักเสบเรื้อรัง หากพบว่ามีภาวะอ้วนร่วมด้วย ก็มักจะพบความรุนแรงของปัญหาทางเดินหายใจเหล่านี้ตามมามากขึ้นด้วยเช่นกัน
  • ปัญหาข้อกระดูก : พบว่าความอ้วนอาจมีผลต่อการเกิดปัญหาโรคข้อกระดูก โดยอาจเป็นผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านชีวกลศาสตร์ (biomechanical) และ/หรือด้านชีวเคมี (biochemical) ของกระดูกและข้อต่อ นอกจากนี้แล้ว ยังพบว่าในสุนัขที่มีปัญหาข้อกระดูกร่วมกับมีภาวะอ้วน จะพบความรุนแรงของอาการมากกว่าเมื่อเทียบกับสุนัขที่มีปัญหาข้อกระดูกแต่มีน้ำหนักตัวอยู่ในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้แล้วยังมีการศึกษาวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า การลดน้ำหนักในสุนัขอ้วนที่มีปัญหาข้อกระดูกอักเสบ (osteoarthritis) มีผลช่วยทำให้อาการเดินกระเผลก (lameness) ลดลง ส่วนในแมวนั้น ก็พบข้อมูลว่าภาวะอ้วนมีส่วนทำให้ปัญหาข้ออักเสบแย่ลงได้เช่นเดียวกัน
  • ไขมันพอกตับ (fatty liver หรือ hepatic lipidosis) : แมวที่น้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วน จะมีความเสี่ยงเกิดปัญหานี้ได้มากกว่าแมวที่มีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม

นอกจากปัญหาหลักๆ ที่ได้เอ่ยถึงไปแล้ว ก็ยังพบว่ามีความเป็นไปได้ที่สุนัขหรือแมวที่มีภาวะอ้วนจะมีความเสี่ยงในการเป็นเนื้องอกได้มากขึ้นเช่นเดียวกับในคน และนอกเหนือไปจากเรื่องของโรคภัยต่างๆ แล้ว ยังพบว่าสุนัขและแมวที่มีภาวะอ้วนมักจะมีปัญหาเหนื่อยง่าย ออกกำลังกายได้ไม่ทน กิจกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน (เช่น การลุกไปปัสสาวะ) ก็มักจะลดลงเนื่องจากไม่อยากออกแรง รวมทั้งยังมักจะทนต่ออากาศร้อนไม่ค่อยได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็อาจจะเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ ที่ทำให้น้องหมาน้องแมวอ้วนนั้นมีอายุสั้นกว่าที่ควร รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก ดังนั้น การจัดการกับความอ้วนอย่างเหมาะสม จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่เจ้าของสุนัขและแมวทุกๆ ท่านไม่ควรละเลยหรือนิ่งนอนใจ เพื่อให้สุนัขและแมวของท่านมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด

 

ไปดูสาเหตุและการจัดการกับความอ้วนกันต่อเลยค่ะ