เตียงและโซฟา…เลือกไม่ยากอย่างที่คิด

เตียง

เป็นเครื่องเรือนที่ถือว่าเป็นหลักของห้องนอน ดังนั้นการเลือกเตียงมาใช้งาน เราจึงต้องคำนึงถึงขนาดและสัดส่วนที่เหมาะสมกับห้อง รวมถึงการรับน้ำหนักตัวของผู้ใช้ด้วยเช่นกัน

เตียงและโซฟา

ขนาดของเตียง

เตียงและโซฟา
พื้นเตียงที่ทำจากไม้ดัดโค้งคล้ายกระดูกงู มีความแข็งแรงสูง แต่ราคาก็สูงด้วย
พื้นเตียงที่ทำจากตะแกรงเหล็ก ช่วยระบายอากาศได้ดี

เราสามารถแบ่งขนาดเตียงนอนและที่นอน โดยถือเอารูปร่างของผู้ใหญ่เป็นเกณฑ์อย่างง่ายๆได้คือ เตียงขนาด 3.5 ฟุต 5 ฟุต  และ 6 ฟุต นอกจากนี้อาจมีการออกแบบเป็นรูปแบบอื่นๆ เช่น ทรงกลม ซึ่งต้องสั่งทำเป็นพิเศษ

ความสูงของเตียง

ขาเตียงโปร่งแบบนี้สวยและโปร่งดี แต่ควรระวังเรื่องเหลี่ยมมุมต่างๆด้วย โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก
  • ความสูงของเตียงทั่วไปควรอยู่ระหว่าง 40-50 เซนติเมตร
  • เตียงที่สามารถเปลี่ยนผ้าปูที่นอนได้ง่าย ควรมีความสูง 50-55 เซนติเมตร
  • เตียงที่ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้สูงอายุ ควรสูงประมาณ 55-60 เซนติเมตร
  • หัวเตียงควรมีความสูงจากพื้นประมาณ 100 – 120 เซนติเมตร (วัดจากขอบล่าง)

หมายเหตุ : ความสูงของเตียงจะรวมถึงที่นอนและผ้าคลุมเตียงด้วย

โครงสร้างเตียง

หัวเตียงบุผ้า สวยแต่ไม่สามารถถอดซักได้ คนที่เป็นภูมิแพ้ไม่แนะนำ
หัวเตียงไม้ ดูเป็นธรรมชาติ แนะนำให้เลือกหัวเตียงและขาเตียงไม้ที่เป็นชิ้นเดียวกัน จะทนทานกว่า
หัวเตียงบุด้วยหนังเทียม สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดง่าย

โครงไม้ มีทั้งไม้จริงและไม้อัด ไม้จริงก็เช่น ไม้สักหรือไม้ยางเน้นโชว์ลายไม้ธรรมชาติ ปัจจุบันนิยมทำสีหรือย้อมให้สวยเพื่อเพิ่มมูลค่า แต่อาจมีปัญหาเรื่องการบิดและหดตัวของเนื้อไม้ส่วนไม้อัดอย่างพาร์ทิเคิลบอร์ด (MDF)ไม่ค่อยทนแรงกระแทกและความชื้น จึงนิยมใช้ทำเป็นโครงภายในที่มองไม่เห็น บางทีก็นำมาปิดผิวด้วยวีเนียร์ลายไม้เพื่อความสวยงาม

โครงเหล็ก แข็งแรง ดูแลรักษาง่าย แต่ซ่อมเองไม่ได้ ถ้าจุดเชื่อมต่อชิ้นงานไม่ดี หลวมหรือมีเสียงดัง ดังนั้นต้องดูจุดเชื่อมต่อของชิ้นงานให้ดีก่อนซื้อ

Tip

เตียงที่มีการออกแบบด้านล่างให้เป็นที่เก็บของได้ ที่เก็บของควรมีความสูงประมาณ 25 เซนติเมตรเป็นอย่างน้อย ลิ้นชักต้องเลื่อนเข้า-ออกได้ง่าย และมีเสียงรบกวนน้อย

โซฟา

เป็นเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นหนึ่งภายในบ้านที่ช่วยทำให้ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นของคุณดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น วันนี้เรามีข้อสังเกตง่ายๆในการเลือกโซฟามาฝากกัน

ประเภทของโซฟา

  • โซฟาตัวไอ (I) มีที่นั่งหลายขนาดให้เลือกหลายขนาด อาทิ  2 ที่นั่ง 3 ที่นั่ง หรือ 4 ที่นั่ง จะตั้งริมห้องหรือกลางห้องก็ได้
  • โซฟาตัวแอล (L) ส่วนใหญ่สามารถถอดประกอบแบบเข้ามุมหรือแยกกัน เพื่อปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เหมาะกับขนาดห้องได้
  • โซฟาตัวยู (U) ออกแบบมาเป็นชุดแยกประกอบส่วนได้เพื่อง่ายแก่การขนย้าย แต่เนื่องจากมีขนาดใหญ่จึงเหมาะกับห้องที่มีพื้นที่กว้างสักหน่อย

โครงสร้างโซฟา

โซฟาแบบมีขาจะดูโปร่งตากว่าแบบที่วางติดพื้น และยังทำความสะอาดข้างใต้ได้ง่าย หรือแบบมีล้อก็น่าสนใจถ้ามีการเคลื่อนที่บ่อยๆ

โครงไม้ อาทิ ไม้ยางราคาไม่แพงนิยมทำสีหรือย้อมให้สวยเพื่อเพิ่มมูลค่า ไม้สักมีราคาสูง เป็นงานโชว์ลายไม้

โครงเหล็ก มีน้ำหนักเบากว่าไม้ เพราะทำจากเหล็กโปร่ง สามารถออกแบบให้มีรูปทรงแปลกตาได้หลากหลาย แต่ต้องดูจุดเชื่อมต่อของชิ้นงานด้วยว่า แข็งแรงและรับน้ำหนักได้มากน้อยเพียงใด

ขนาดโซฟา

  • ความกว้างเบาะที่นั่ง มีตั้งแต่ 60-75 เซนติเมตร เมื่อนั่งแล้วควรเหลือที่ด้านข้างอย่างน้อยข้างละ 15 เซนติเมตรซึ่งเป็นระยะที่นั่งแล้วแขนไม่ไปเบียดคนข้างๆ
  • ความลึกเบาะที่นั่ง มีตั้งแต่ 50-60 เซนติเมตร เมื่อนั่งแล้วควรเหลือระยะห่างระหว่างบั้นท้ายกับพนักพิง ประมาณ 10-15 เซนติเมตร สำหรับวางหมอนอิงได้ แต่ถ้าชอบหมอนเยอะหรือกึ่งนอนดูโทรทัศน์ ควรเผื่อที่ว่างเอนหลังมากหน่อย
  • ความสูงของที่นั่ง ที่เหมาะสมกับคนไทยอยู่ที่ 40-45 เซนติเมตร เวลาไปซื้อควรลองนั่งให้สบาย ขาไม่ลอย เพราะอย่าลืมว่า เมื่อเบาะรับน้ำหนักตัวเราแล้ว จะมีการยุบตัวอีกประมาณ 2-4 เซนติเมตร
  • ความสูงของพนักพิง ขึ้นอยู่กับดีไซน์โซฟาที่มีหลากหลายทั้งสูง-ต่ำ แต่ถ้าชอบนั่งนานๆก็ควรพิงได้เต็มหลัง และเลือกใช้ไส้เบาะนิ่มสักหน่อย

วัสดุหุ้มโซฟา

วัสดุที่ใช้หุ้ม ถ้าเป็นผ้าบุควรเลือกแบบที่ถอดซักได้
.การดูว่าเป็นหนังแท้หรือหนังเทียมนั้น ให้ลองสัมผัสถ้าเป็นหนังแท้ผิวจะนุ่ม เหนียวมือเล็กน้อย ลายหนังจะไม่ซ้ำกัน และจะมีกลิ่นสาบหน่อยๆ หากมีโอกาสพลิกดูด้านหลังก็จะรู้ว่าเป็นขุย ส่วนหนังเทียมลายจะเรียบและดูตื้นกว่าหนังแท้ อากาศจึงผ่านไม่ค่อยได้ นั่งนานๆ แล้วจะรู้สึกร้อน แต่มีราคาถูกกว่า

  • หนังแท้ ส่วนใหญ่ทำจากหนังวัว ให้ความรู้สึกหรูหรา ทนต่อการกระแทก ระบายอากาศได้ดี จึงไม่รู้สึกร้อนเมื่อนั่งนานๆไม่สามารถถอดซักได้แต่ใช้น้ำยาเคลือบเงาหนังมาทำความสะอาดแทนได้
  • หนังเทียม ทำมาจากวัสดุสังเคราะห์ อาทิ พีวีซี หรือพียูมีราคาไม่แพงและทำสีได้หลากหลาย แต่ความทนทานและการระบายอากาศสู้หนังแท้ไม่ได้ ควรระวังเรื่องความร้อนและแสงแดด เพราะทำให้เนื้อวัสดุแตกกรอบได้ง่าย
  • ผ้า ที่นิยมใช้งานก็มีหลายชนิดทั้งที่เป็นเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์ อาทิ
  • ฝ้าย ระบายอากาศได้ดีมีราคาไม่แพงแต่ข้อด้อยคือ เนื้อผ้าจะหดตัว สีซีดจางหลังจากการซัก ควรเลือกผ้าชนิดมีสารเคลือบกันน้ำที่ช่วยให้การทำความสะอาดง่ายขึ้น
  • ไหม มีความเหนียวนุ่ม มันวาว ดูหรูหราแต่ดูแลรักษายากต้องซักด้วยมือหรือซักแห้ง และไม่ควรนำไปตากแดดเพราะสีจะซีดได้
  • พอลิเอสเตอร์ เป็นผ้าใยสังเคราะห์มีความยืดหยุ่นและมีสีสันสดใสทำความสะอาดง่ายกว่าผ้าฝ้ายแต่ไม่ระบายอากาศ จึงมีความร้อนสะสมมากกว่า

อ่านต่อ : แก้ปัญหา (ท่อน้ำทิ้ง) อ่างซิงค์อุดตัน ไม่ยากอย่างที่คิด