สัมผัสชีวิตริมคลองที่…บ้านบางเชือกหนัง

วิถีชีวิตริมคลองนับเป็นเอกลักษณ์ความเป็นอยู่อย่างชาวภาคกลางที่กำลังค่อยๆ เลือนหายไปเพราะมีถนนเข้ามาแทนที่แต่บ้านริมคลองบางเชือกหนังหลังนี้กลับเชื่อมโยงบรรยากาศแบบบ้านริมคลองยุคเก่าเข้ากับงานออกแบบสมัยใหม่ ภายใต้รูปลักษณ์ของบ้านโครงสร้างเหล็กยกใต้ถุนสูงที่นำองค์ประกอบจากบ้านไม้หลังเดิมเข้ามาผสมผสานกับปูนเปลือยได้อย่างลงตัว

“ตอนปี 2554 ที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ บ้านเดิมของ คุณปุ้ม (คุณผกามาศ ไทยกิ่ง) ซึ่งเป็นบ้านไม้มีสภาพทรุดโทรมเธอมีโครงการจะสร้างบ้านหลังใหม่ โดยเริ่มจากมองหาแบบบ้านสำเร็จรูปตามบริษัทรับสร้างบ้าน แต่ยังไม่ถูกใจ จนสุดท้ายคุณปุ้มได้ติดต่อมาทางเรา จึงได้เริ่มออกแบบบ้านหลังนี้กัน”

คุณยู – พิเศษ อิศรางกูร ณ อยุธยา และ คุณฤทธิ์– อิทธิฤทธิ์ หทัยรัตนา สองสถาปนิกเล่าถึงที่มาของบ้านให้ฟัง ก่อนขยายความต่อว่า

“โจทย์ที่คุณปุ้มให้เราก็คือ ต้องการบ้านยกพื้นใต้ถุนสูงมี 3 ห้องนอน โดยเก็บไม้จากบ้านเดิมมาใช้ด้วย และบ้านหลังนี้ต้องไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ เราจึงนำแนวคิดของบ้านไทยที่ใช้บริบทของธรรมชาติ การเปิดช่องลม และการหันทิศทางที่เหมาะสมเป็นหลักในการออกแบบ”

ภาพบ้านเดิมก่อนรื้อและสร้างบ้านหลังใหม่
ภาพบ้านเดิมก่อนรื้อและสร้างบ้านหลังใหม่

ด้านหน้าบ้านนี้หันออกสู่คลองเช่นเดียวกับบ้านหลังเดิมและบ้านในยุคสมัยเดียวกันทั้งหลาย เพราะคลองคือทางสัญจรหลักในช่วงก่อนที่ถนนจะตัดผ่านเข้ามายังบางเชือกหนัง นอกจากบรรยากาศร่มรื่นที่ได้รับอย่างเต็มที่แล้ว สิ่งที่ตามมาคือลมเย็นๆ ที่พัดเข้าหาตัวบ้านตลอดทั้งวัน

“ลมที่พัดเข้าบ้านตลอดทั้งวันทำให้เราเข้าใจเลยว่าเราไม่จำเป็นต้องใช้ระบบปรับอากาศจริงๆ”

คุณยูเล่าต่อไปอีกว่า “บางคนคิดว่าเราพยายามออกแบบบ้านหลังนี้ตามอย่างบ้านทรงไทยเหมือนบ้านหลังเดิมที่รื้อออกไปแต่เปล่าเลย เราพยายามออกแบบบ้านให้สามารถใช้ประโยชน์จากลมเย็นๆ ที่พัดเข้าบ้านตลอดเวลา จึงมีช่องเปิดขนาดใหญ่จากฝั่งที่ติดคลอง เช่น ประตูเลื่อนตรงชานรับแขก และหน้าต่างห้องนอนใหญ่ของคุณปุ้มเอง และจะมีระแนงไม้ทั้งด้านบนผนังและบนฝ้าเพดานเพื่อเป็นทางให้ลมไหลออกได้ภายในบ้านหลังนี้จึงมีลมเอื่อยๆ พัดผ่านตลอดเวลา”

นอกจากการออกแบบที่เอื้อต่อบริบทของบ้านริมคลองแล้ว โจทย์อีกอย่างหนึ่งของบ้านหลังนี้ก็คือการนำองค์ประกอบจากบ้านเดิมมาใช้

“คุณปุ้มต้องการให้เก็บเอาไม้จากบ้านเดิมมาใช้ ตอนที่รื้อบ้านเดิมออกเราจึงต้องเก็บไม้เก่าและจดขนาดของไม้ทั้งหมดเอาไว้ รวมถึงประตูหน้าต่างของบ้านเดิมด้วย เราใช้ระยะและสัดส่วนจากบ้านเดิมมาประยุกต์กับของบ้านใหม่ เพื่อให้องค์ประกอบทั้งหมดเข้ากันได้อย่างลงตัว”

ในหลายส่วนของบ้านจึงยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของบ้านไม้หลังเดิม ตั้งแต่พื้นไม้หน้ากว้างเป็นพิเศษในส่วนชานนั่งเล่นบานหน้าต่างที่นำกลับมาใช้ใหม่ให้ความรู้สึกร่วมสมัยตัดกับผนังปูนเปลือยเรียบๆ รวมทั้งบานหน้าต่างที่เหลือก็นำไปใช้เป็นบานตู้ภายในบ้าน

“การใช้ไม้เก่าไม่ใช่เรื่องของการประหยัดอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นการถ่ายทอดคุณค่าจากบ้านหลังเดิมไปสู่บ้านหลังใหม่ ที่สำคัญคือ คุณภาพของไม้ที่หาไม่ได้แน่ๆ ในปัจจุบัน รวมถึงความเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม้เก่าเท่านั้นถึงจะให้ได้”

ไม้เก่าสีเข้มจึงแสดงตัวอยู่บนผนังปูนเปลือยสีเทาของบ้านหลังนี้อย่างโดดเด่นแต่อบอุ่นไปพร้อมกัน เมื่อสังเกตส่วนอื่นๆ ในบ้าน สิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้องค์ประกอบต่างๆ จากบ้านหลังเก่าดูโดดเด่นขึ้นมาก็คือการเลือกใช้วัสดุเรียบง่ายสีพื้นอย่างปูนเปลือย ผนังสีเทา โครงเหล็ก H-Beam ที่มีเส้นสายเฉียบคม และบล็อกช่องลมรูปสี่เหลี่ยมทั้งภายนอกและภายในของบ้านหลังนี้ โดยออกแบบไว้อย่างพอดิบพอดี เป็นจังหวะเก่าและใหม่ที่สลับจัดวางองค์ประกอบได้อย่างลงตัว

นอกจากการเก็บไม้เก่ามาผสมผสานในบ้านแล้ว เฟอร์นิเจอร์จากบ้านเดิมก็เป็นสิ่งที่นำมาใช้กับการตกแต่งบ้านหลังนี้ ส่วนใหญ่ใช้ไม้สีเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านไทย ด้วยความที่คุณปุ้มชอบบ้านที่สะอาดสะอ้าน เราจึงยากที่จะเห็นการตกแต่งที่มากกว่าความจำเป็นในการใช้ชีวิตแต่จะเป็นไรไป เมื่อสายลมและแสงแดดที่ผ่านช่องแสงและระแนงเข้ามาก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้บ้านหลังนี้มีเสน่ห์เหลือเกิน

ขณะที่เรากำลังยืนอยู่บนชานนั่งเล่นและชมวิวเรือกสวนในแถบนี้ที่ยังพอมีให้พักสายตาบ้างก็มีลมเย็นพัดเอื่อยๆ มาเป็นระยะ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ เราเงี่ยหูฟังเสียงน้ำในคลอง เสียงเรือจากที่ไกล เสียงนก เสียงใบไม้ไหว เราคงไม่ได้ยินเสียงเหล่านี้ในเมืองใหญ่เป็นแน่ โดยเฉพาะในบ้านที่ปิดตัวเองอยู่ในระบบปรับอากาศ นี่คงเป็นเอกลักษณ์ของบ้านริมคลองกระมังที่ทำให้เราได้สัมผัสและมองเห็นความเป็นไปของธรรมชาติรอบๆ ตัวได้อย่างใกล้ชิดเช่นนี้

เจ้าของ : คุณผกามาศ ไทยกิ่ง

ออกแบบ : คุณพิเศษ อิศรางกูร ณ อยุธยา และคุณอิทธิฤทธิ์ หทัยรัตนา

 

เรื่อง : “วุฒิกร สุทธิอาภา”

ภาพ : ศุภกร ศรีสกุล

 

keyboard_arrow_up