เทคนิคการปลูกพริกแบบง่ายๆ ที่ใครๆก็ปลูกได้

การปลูกพริก
การปลูกพริก

ผักสวนครัวที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับสีสันที่จัดจ้านและรสชาติที่เผ็ดร้อนคู่ครัวอาหารไทยอย่าง “พริก” เป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้ในการประกอบอาหารและนิยมปลูกตามบ้านเรือนกันทั่วไป ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม วิตามิน และ สารแคปไซซิน (capsaicin) ซึ่งช่วยทำให้เลือดไหลเวียน ขับเหงื่อ ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นตื่นตัว และ ช่วยในการกระตุ้นระบบการเผาผลาญได้อย่างดีเยี่ยม

*** ความเผ็ดของพริกมีหน่วยวัดที่เรียกว่าสโกวิลล์ Scoville (SHU) ***

พริกที่นิยมปลูกกันมากในปัจจุบันสามารถแบ่งตามขนาดของผลพริกได้ 2 ชนิด ดังนี้
1. พริกใหญ่ เป็นพริกที่มีความยาวของผลมากกว่า 5 เซนติเมตร ขึ้นไป ได้แก่ พริกชี้ฟ้า พริกหนุ่ม พริกเหลือง พริกหยวก
2. พริกขี้หนู  เป็นพริกที่มีความยาวของผลไม่เกิน 5 เซนติเมตร ได้แก่ พริกจินดา พริกขี้หนู พริกกะเหรี่ยง

ไม้ยืนต้น สูงประมาณ 0.30 – 1.20 เมตร ใบมีลักษณะแบนและเรียบมัน ผลมีขนาดเล็กเรียว ยาวประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร ตามแต่ละสายพันธุ์ เมื่อดิบผลจะมีสีเขียวเข้มและจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อผลสุก รสชาติเผ็ดจัด เหมาะสำหรับปรุงอาหารหรือนำมาแปรรูปเป็นพริกแห้ง พริกป่น และ มีสรรพคุณเป็นยาช่วยขับลม ขับปัสสาวะ

  • รังสิมา ผลสีเขียวเข้ม เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีแดง ยาวประมาณ 7-8 เซนติเมตร
  • ดวงดารา ผลเรียวเรียบตรง ยาวประมาณ 9-11 เซนติเมตร รสชาติเผ็ดจัด
  • ดวงมณี ผลเรียวเรียบตรง ยาวประมาณ 9-11 เซนติเมตร รสชาติเผ็ดจัด

พริกหยวก

ไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 0.50 – 1.50 เมตร ลักษณะลำต้นตั้งตรงและแตกกิ่งก้านมาก บริเวณโคนต้นเป็นไม้เนื้อแข็ง ส่วนยอดเป็นไม้เนื้ออ่อน ผลเป็นผลเดี่ยวขนาดใหญ่ ลักษณะทรงกรวยยาว ผิวเปลือกหนาลื่นเป็นมัน ผลดิบมีสีเขียวอ่อน ผลสุกมีสีแดงอมส้ม รสเผ็ดไม่มาก สามารถปรุงอาหารได้หลากหลาย อย่าง ผัดเปรี้ยวหวาน ผัดพริกหยวก

  • ปากคลอง ผลใหญ่สีเขียวอมเหลือง ยาวประมาณ 10-12เซนติเมตร รสชาติเผ็ดปานกลาง

พริกเหลือง

พริกใหญ่ที่มีสีเหลือง ไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 0.50 – 1.50 เมตร ผลทรงกลมยาว ปลายเรียวแหลม ผิวเปลือกสีเหลืองหนาลื่นเป็นมัน เมื่อนำมาประกอบอาหารจะได้สีและรสชาติที่มีความหอมเฉพาะตัว เป็นกลุ่มที่หายาก มีความต้องการสูง และ ราคาแพงที่สุด

  • ซัลโว ผิวเรียบตึง มันวาว เมื่อสุกจะมีสีเหลืองเข้ม ขนาดผลสม่ำเสมอ 5×10 เซนติเมตร

พริกหนุ่ม

พริกหนุ่ม สูงประมาณ 0.50 – 1.50 เมตร ทั้งผลและแก่และผลสุกเป็นสีเขียว รสชาติเผ็ดปานกลาง มีกลิ่นหอม นิยมนำมาทำเป็นน้ำพริกหนุ่ม ปรุงอาหารทั้งผัดและแกงเผ็ด เพื่อเพิ่มรสชาติให้อาหาร มีสรรพคุณช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ป้องกันหลอดเลือดตีบตัน ขับลม และ ขับเหงื่อ

  • พริกหนุ่มเขียวหยกสวรรค์ ผลอวบเรียวยาว ประมาณ 18-20 เซนติเมตร รสชาติเผ็ดปานกลาง
  • พริกหนุ่มเขียวหยกสยาม ผลเรียวเรียบตรง ยาวประมาณ 9-11เซนติเมตร รสชาติเผ็ดจัด
  • พริกหนุ่มขาวภูพญา สีเขียวอมเหลือง ยาวประมาณ 14-16 เซนติเมตร รสชาติเผ็ดจัด

การปลูก

  1. การเตรียมแปลง
    ควรเลือกตำแหน่งปลูกบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงอย่างน้อยครึ่งวัน สามารถปลูกได้ทั้งแบบลงแปลงและแบบกระถาง โดยควรเลือกกระถางขนาด 12 นิ้วขึ้นไป หรือ ยกแปลงปลูกขนาด 1.50 * 3.00 เมตร ลึก 0.20 – 0.25 เมตร แล้วผสมปุ๋ยสูตร 16-16-16 ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  2. หยอดเมล็ด / เพาะกล้า
    ถอนแยกต้นกล้าจากถาดเพาะ หลังจากหยอดเมล็ด 25 – 30 วัน มาปลูกหลุมละ 1 ต้น หรือ หยอดเมล็ด 2 – 3 เมล็ดต่อหลุม ในกระถางหรือแปลงที่เตรียมไว้ ระยะห่างกัน หลุมละ 0.50 เมตร กลบดินแล้วรดน้ำให้ชุ่ม
  3. การรดน้ำ
    รดน้ำเป็นประจำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ควรระวังอย่าให้พริกขาดน้ำ เพราะจะทำให้ต้นพริกอ่อนแอ และ ควรระวังอย่าให้ชื้นแฉะจนเกินไป เพราะ อาจทำให้เกิดโรคไรขาว โรคกุ้งแห้ง ซึ่งจะทำให้ผลพริกเกิดเป็นจุดช้ำๆ และแห้งเหี่ยวในที่สุด
    Tips ในช่วงที่พริกกำลังออกดอก ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ดอกร่วง
  4. การใส่ปุ๋ย
    เมื่อพืชอายุ 45-50 วัน ให้โรยปุ๋ยตรากระต่ายสูตร 16-16-16 ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ รอบโคนต้น แล้วกลบด้วยดินรดน้ำให้ชุ่ม และ เมื่อต้นพริกอายุ 70-75 วัน จะเริ่มติดดอกให้โรยปุ๋ยตรากระต่ายสูตร 16-20-0 ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ รอบโคนต้นแล้วรดน้ำให้ชุ่ม เพื่อเป็นการเร่งการเจริญเติบโตและเพิ่มความสมบูรณ์ของดอก
  5. การเก็บเกี่ยว
    ตั้งแต่การเพาะเมล็ดจนถึงวันเก็บเกี่ยวใช้เวลาประมาณ 95 – 100 วัน และ สามารถเก็บเกี่ยวต่อเนื่องได้อีก 1 – 3 ปี แตกต่างกันตามสายพันธุ์

ขอบคุณ

บริษัท เจียไต๋ จำกัด
โทร 02-023-4990
Line : @Homegarden
Facebook : Chia Tai Home garden
www.ct-homegarden.com

keyboard_arrow_up