รีวิวไม้ใบยอดฮิตทั้ง 14 สกุล ในวงศ์อราซีอี(Araceae) จากประสบการณ์จริง

หากคุณพึ่งเข้าสู่วงการต้นไม้ใบหรือต้องการปลูกต้นไม้ในบ้าน คุณต้องเริ่มต้นกับต้นไม้พวก     อโกลนีมา บอนสี หน้าวัวใบ มอนสเตอรา หรือฟิโลเดนดรอน เหล่านี้คือต้นไม้พี่น้องกันในวงศ์อราซีอี(Araceae) ที่มีหลากหลายรูปทรงและสีสันของใบ ที่สำคัญปลูกไม่ยากและหลายชนิดเหมาะกับปลูกในบ้านได้สบายๆ แต่ต้นไม้แต่ละสกุลก็จะมีนิสัยเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป นำไปสู่การดูแลที่ต่างกันด้วยไปเล็กน้อย ผมไปร์ท-ปัญชัช ชั่งจันทร์ บรรณาธิการแผนกสวนจึงขอมารีวิวความต่าง นิสัย รวมไปถึงเคล็ดลับการดูแลจากประสบการณ์การปลูกจริงๆ ที่ผ่านมาครับ รู้จักกับวงศ์อราซีอี(Araceae) กันสักนิด วงศ์อราซีอี(Araceae) มีชื่อเรียกง่ายๆกันว่าวงศ์บอน ดังนั้นจึงจัดเป็นต้นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ใบเลี้ยงเดียว มีลำต้นอยู่ใต้ดินในแบบเหง้าหรือหัวที่ช่วยสะสมอาหาร ส่วนที่อยู่บนดินจะมีลักษณะต่างกันตามสกุลต่างๆ เป็นต้นไม้อวบน้ำ ส่วนใหญ่จึงชอบความชุ่มชื้น ที่แฉะ และส่วนใหญ่สามารถเติบโตในน้ำได้ ช่อดอกออกตามซอกใบใกล้กับปลายยอด มีปลีดอกและกาบรองดอกเด่นชัด ส่วนใหญ่ไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยมีสีสันสวยงามเท่าไหร่ ยกเว้นดอกหน้าวัวในสกุลแอนทูเรียม ส่วนใหญ่ ผลมีเนื้อนุ่ม เมื่อสุกจะมีสีส้มหรือแดง ภายในมีเมล็ดแข็งที่สามารถเพาะได้ ทุกส่วนมียางใยที่มีพิษจากผลึกแคลเซียมออกซาเลต ส่วนผลให้ผิวหนังของทั้งคนและสัตว์เกิดอาการคันหรือบวมได้ สกุลอโลคาเซีย (Alocasia) ระดับความยาก : ยาก ที่ปลูก : หากปลูกในสวนควรเป็นบริเวณริมน้ำที่มีความชื้นสูง หากปลูกในบ้านควรอยู่บริเวณที่ได้รับแสงแดดช่วงเช้าอย่างริมหน้าต่างหรือระเบียง ต้นไม้ชนิดอื่น : แก้วหน้าม้า นางกวัก ม้าลาย […]

ไขข้อสงสัยซื้อกล้วยด่างแท้-กล้วยด่างเทียม ดูอย่างไร ไม่ให้โดนหลอก

ในระยะเวลากว่า 3 เดือนที่ผ่านมา วงการไม้ด่างเริ่มเติบโตและแตกแขนงกลุ่มสมาชิกออกไปเรื่อยๆ จากเดิมที่นิยมกันแค่กลุ่มไม้ด่างในวงศ์ Araceae ก็เริ่มขยายสู่กลุ่มไม้ด่างชนิดอื่นๆ ซึ่งป้ายต่อไปคือ “กล้วยด่าง” ที่แต่เดิมนิยมกันเพียงกลุ่มสมาชิกเล็กๆไม่กี่คน ปัจจุบันกลายเป็นกลุ่มใหญ่ที่เริ่มได้รับความนิยมในวงกว้าง และกำลังเป็นขุมรายได้ที่ทำเงินมหาศาล สวนกระแสกับธุรกิจชนิดอื่นๆที่กำลังซบเซาอยู่ในตอนนี้ ทำให้เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้าที่ขาดจรรยาบรรณหรือความรู้แฝงตัวเพื่อจำหน่ายกล้วยด่างเทียมอยู่ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราควรมาศึกษาวิธีการแยก “กล้วยด่างแท้” และ “กล้วยด่างเทียม” จากประสบการณ์ของผู้ที่อยู่ในวงการและเริ่มสะสมกล้วยด่างมาเป็นระยะเวลายาวนานโดยคุณโอ๊ต-อัศวเดช ตั้งโยธาพิพัฒน์กุล นิยามของ “กล้วยด่างแท้” กล้วยด่างที่มีราคาและทำการซื้อขายกันในหมู่นักสะสม คือกล้วยด่างที่เกิดจากความผิดปกติในระดับพันธุกรรมที่เกิดการกลายเฉพาะจุด สามารถสังเกตเห็นได้จากภายนอกทางส่วนใบ ลำต้น ไปจนถึงผล  ซึ่งเกิดความสม่ำเสมอไม่เท่ากัน กลายเป็นสีสันและลวดลายที่ผิดแปลกไปจากกล้วยปกติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสีเขียวทั้งต้น โดยความผิดปกตินี้จะเกิดกับต้นกล้วยต้นนั้นไปตลอด แม้ว่าต้นนั้นจะอยู่ในสภาวะสมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม ลักษณะผิดปกติดังกล่าวก็จะเกิดขึ้นและไม่กลับไปมีใบเขียวเหมือนต้นกล้วยปกติได้อย่างแน่นอน ต่างจากกล้วยด่างเทียมซึ่งเกิดกับต้นที่มีพันธุกรรมของกล้วยแบบปกติ แต่แสดงความผิดปกติออกมาคล้ายต้นกล้วยด่างจนหลายคนแยกไม่ออก ซึ่งหากต้นกล้วยต้นนั้นได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและอยู่ในสภาพสมบูรณ์ก็จะกลับไปมีใบสีเขียวตามเดิมในธรรมชาติ กลโกง กล้วยด่างเทียม กล้วยด่างเทียมเกิดได้จากหลายปัจจัย ส่วนมากเกิดจากการขาดสารอาหาร ทำให้ใบและลำต้นมีอาการใบเหลืองและสีซีดอ่อน ไม่สม่ำเสมอกัน คล้ายกับลักษณะใบด่างโดยความผิดปกติทางพันธุกรรม แม้จะรดน้ำและกลับมาดูแลให้สารอาหารที่เหมาะสม บางต้นก็ต้องใช้เวลานานเป็นเดือนกว่าจะมาแสดงให้เห็นว่าเป็นสีเขียวตามเดิม รองลงมาคือโรคระบาดอันมาจากของเชื้อไวรัส เช่น Mosaic Virus จะมีอาการด่างเหลือง บางเป็นดวงทั่วทั้งใบ ไม่ให้ผลผลิต และมักแพร่ไปติดยังต้นอื่นๆในสวน ปัจจัยสุดท้ายคือดินเปรี้ยว ซึ่งลักษณะใบจะคล้ายกับกล้วยด่างแท้เกือบทุกประการ […]

บุกเนิร์สเซอรี่ไม้ใบหายากที่มาจากทั่วโลก จากนักสะสม สู่นักจัดสวนและจำหน่ายต้นไม้ราคาหลักล้าน

เพราะทุกความงามต่างมีเบื้องหลังและที่มาที่ไป เช่นเดียวกับสวนสวยหลายแห่งซึ่งเป็นผลงานของ Bensley Design Studios ที่เราเคยได้ชม ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมระดับโลกอย่าง Four Seasons Tented Camp , Four Seasons Koh Samui , Kempinski Udaipur , The Siam หรือ Indigo Pearl นอกเหนือจากการออกแบบอย่างพิถีพิถันของคุณบิล เบนสเลย์ และคุณหนึ่ง–จิระชัย เร่งทองกับทีมงานแล้ว พระเอกที่ช่วยให้สวนของ Bensley Design Studios ยังคงเอกลักษณ์และความงามแบบนี้ได้ก็คือไม้ใบสีสันฉูดฉาดสไตล์สวนป่าเขตร้อนชื้น ซึ่งส่วนใหญ่นํามาจากเนิร์สเซอรี่ไม้ใบ “สวนโบทานิก้า” ของคุณหนึ่งที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ เนิร์สเซอรี่แห่งนี้คือสถานที่เก็บรวบรวมพรรณไม้หลายร้อยสายพันธุ์สําหรับใช้ในการจัดสวนของ Bensley Design Studios ซึ่งบางส่วนก็นําไปจําหน่ายให้ผู้รักต้นไม้และบุคคลทั่วไปที่ตลาดคําเที่ยงในตัวเมืองเชียงใหม่อีกด้วยตลอดระยะเวลาหลายสิบปีนับจากที่คุณหนึ่งได้เริ่มสร้างที่นี่ด้วยจุดประสงค์เพื่อสะสมพรรณไม้ใบและไม้เขตร้อนชื้นจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะตระกูลสับปะรดสี หมากผู้หมากเมีย ฟิโลเดนดรอน อโกลนีมา หน้าวัว คล้า และอากาเว่ โดยทําโรงเรือนในลักษณะเปิดโล่ง คลุมหลังคาด้วยซาแรนหรือตาข่ายพรางแสงสีดําเพื่อให้พรรณไม้เบื้องล่างได้รับแสงรําไร โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวัน “ พอเราซื้อต้นไม้ทั้งหมดมาก็ต้องนํามาทดลองปลูกว่าเหมาะสมที่จะปลูกเลี้ยงที่นี่ได้ไหม จากนั้นจึงนําไปขยายพันธุ์ต่อ […]

รู้จักการปลูกบอนสี ต้นไม้ที่กำลังมาแรงและสามารถปลูกในบ้านได้

การปลูกไม้ใบในบ้านรวมถึงปลูกในกระถางประดับตามมุมต่างๆของสวนกลายเป็นเรื่องฮิตจนหลายคนหันมาปลูกเลี้ยงไม้ประดับกันมากขึ้น มีการตามหาไม้ใบสวยหลากหลายรูปแบบเพื่อให้ได้มาครอบครอง หนึ่งในนั้นคือ “ บอนสี ” ซึ่งคนไทยรู้จักและปลูกเลี้ยงกันมานาน มีการพัฒนาสายพันธุ์จนเกิดลูกผสมใหม่ๆ และได้รับยกย่องว่าเป็น “ ราชินีแห่งไม้ใบ ” บอนสี ที่นิยมปลูกกันทั่วไปอยู่ในสกุลคาลาเดียม(Caladium) วงศ์Araceae เป็นพืชที่มีหัวสะสมอาหารใต้ดินคล้ายหัวมันฝรั่งทุกส่วนอวบน้ํา ใบมีหลายขนาดและหลายรูปทรง ทั้งรูปหัวใจ รูปหอก รูปกลมหรือรีและรูปแถบ มีสีสันลวดลายสวยงามแตกต่างกันทั้งสีแดง ชมพู เหลือง เขียว ขาว ก้านใบกลมมีทั้งสั้นและยาว ช่อดอกเป็นช่อเชิงลดมีกาบ ปลีดอกมีดอกเพศผู้และดอกเพศเมียที่สมบูรณ์ บานช่วงเย็นและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ   โดยธรรมชาติแล้วบอนสีเป็นไม้ใบที่ต้องการความชื้นสูง มีแสงแดดรําไร ไม่ร้อนจัด และมักพักตัวในช่วงฤดูหนาวโดยทิ้งใบเหลือแต่หัวอยู่ใต้ดิน จนเข้าสู่ฤดูฝนจึงผลิใบใหม่เติบโตอีกครั้ง จึงมีการพัฒนาการปลูกเลี้ยงในตู้ หรือกระโจมเพื่อรักษาความชื้นและอุณหภูมิให้คงที่ป้องกันลมโกรก ทําให้ชะลอการพักตัวได้ ต้นก็จะสวยตลอดปี ซึ่งปัจจุบันมีหลายชนิดและพันธุ์ที่นิยมปลูกเลี้ยงกัน   สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกเลี้ยงบอนสีในบ้าน ควรเลือกสายพันธุ์ที่ทนทาน วางกระถางไว้ในตําแหน่งที่มีแสงค่อนข้างมาก ไม่ควรอยู่ในห้องปรับอากาศที่เย็นเกินไป เพราะต้นจะพักตัวทิ้งใบหมด หมั่นหมุนกระถางอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ต้นเอนหาแสง และนําออกไปรับแสงและอากาศนอกบ้านทุกสัปดาห์ต้นก็จะเติบโตได้ปกติ หากบอนสีพักตัวทิ้งใบควรงดให้น้ํา นํากระถางไปวางนอกบ้านที่มีอุณหภูมิสูงกว่าในบ้านและมีแสงส่องมากขึ้น รอจนผลิใบใหม่และแข็งแรงจึงนําไปประดับมุมบ้านอีกครั้ง เรื่อง : อังกาบดอย ภาพ […]

สวยและถูกมาก รวม 9 ต้นไม้ที่มีใบลายด่าง และไม้ใบด่างราคาถูก

วันนี้บ้านและสวนจึงอยากจะแนะนำ ไม้ใบด่างราคาถูก และต้นไม้ใบที่มีลายด่างโดยธรรมชาติ ให้รู้จักกัน เพราะนอกจากจะถูกแล้ว ยังมีใบยังมีลวดลายที่สวยงามอีกด้วย

ทำอย่างไรถึงเกิดต้นไม้ใบด่าง? พร้อมวิธีการปลูกดูแล รวมถึงขยายพันธุ์เพื่อสร้างรายได้

รู้ไหมทำไมต้นไม้ถึงใบด่าง? ต้นไม้ใบด่าง บางต้นก็มีปัจจัยให้เกิดใบด่างตามธรรมชาติ หรือเกิดจากการกลายพันธุ์ เช่น มอนสเตอร่าด่าง ฟิโลเดนดรอนด่าง พลูด่าง ไทรด่าง หรือชบาด่าง ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุ และวิธีการดูแลที่ต่างจากต้นไม้ทั่วไป มาค้นพบความลับของต้นไม้ใบด่างกัน ทำไมไม้ด่างถึงราคาแพง? เพราะในธรรมชาติต้นไม้ส่วนใหญ่จะมีใบสีเขียว การที่ต้นไม้มีใบด่างจะได้จากเม็ดสีบริเวณใบทั้งสีขาว ครีม เหลือง ชมพู แดง ทำให้สวนมีสีสันสดใสมากยิ่งขึ้น แต่ประเด็นหลักคือ ต้นไม้ด่างนั้นเกิดขึ้นยากในธรรมชาติ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แม้แต่การตัดแต่งพันธุกรรมก็ถือว่าทำได้ยาก เฉลี่ยได้พันธุ์ไม้ด่างที่สวยแค่ 5% เท่านั้น อีกทั้งยังโตช้าและขยายพันธุ์ยาก ส่วนต้นไม้ด่างบางต้นจะเป็นยีนเด่นที่ขยายพันธุ์ง่ายและโตเร็วก็จะราคาไม่แพง เนื่องจากต้นที่เกิดใหม่ก็จะด่างเหมือนพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์แบบไม่ต้องลุ้น นั้นจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้คนรักสวนได้นำไปใช้ปลูกเพื่อสร้างสีสันได้ แต่ไม่เป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมต้นไม้ เช่น เงินไหลมา ออมเพชร พลูด่าง ชบาด่าง บาหยาด่าง หนวดปลาหมึกแคระด่าง เป็นต้น แต่ควรระวังในปัจจุบันในวงการต้นไม้มีการปั่นราคาต้นไม้เหล่านี้ให้มีราคาสูงเกินความเป็นจริงๆ ทำใหบางคนซื้อในราคาที่แพงทั้งที่ในความจริงต้นไม้ชนิดนั้นราคาไม่แพงจริง  ส่วนต้นไม้ด่างที่มีราคาแพงคือต้นที่เกิดได้ยากในธรรมชาติ เกิดจากต้นไม้ใบเขียวที่กลายพันธุ์เป็นใบด่างด้วยวิธีการต่างๆ นอกจากนั้นยังโตช้า เกิดการลุ้นให้แต่ละใบจะด่างหรือไม่ หรือมีลักาณะและสีสันของการด่างเป็นแบบใดบ้าง ต้นไม้ใบด่าง สาเหตุที่ทำให้ต้นไม้ใบด่าง 1.ขาดแสงสว่าง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการผลิตคลอโรฟิลล์ที่ทำให้ต้นไม้มีใบสีเขียว สังเกตได้จากการนำต้นไม้ปกติไปวางในที่มืด ผ่านไปไม่กี่วันใบก็จะเป็นสีขาวซีดและอ่อนแอ ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับการเพาะถั่วงอกหรือกุยช่ายให้มีใบสีขาวหรือเขียวอ่อน โดยหากนำมาออกแดดก็จะให้ใบสีเขียวตามเดิม […]