8 คาเฟ่ รีโนเวต ทำไม่มากแต่สุดเท่!

8 คาเฟ่ ที่โดดเด่นในการรีโนเวตแบบทำน้อยแต่ได้เยอะ จากการเลือกคงสภาพอาคาร รวมทั้งการตกแต่งแบบพอดีๆ ไม่มากแต่เท่ บอกเลย ใครอยากทำคาเฟ่ต้องดู ได้ไอเดียแน่นอน! รายชื่อร้าน THE SHOPHOUSE 1527 เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของการอยู่อาศัยผ่านร่องรอยในความดิบ SARNIES BANGKOK  คงสภาพตึกอู่ซ่อมเรือและโรงกลึงเก่าให้กลายเป็นจุดพบปะใหม่ที่เจริญกรุง GU SLOW BAR COFFEE  สโลว์บาร์คาเฟ่สำหรับคนชอบจิบกาแฟในวิถีเนิบช้า TREAT CAFÉ & HANGOUT  แฮ้งเอ๊าต์คาเฟ่ย่านประชาชื่น จุดนัดพบสายชิลในบรรยากาศสุดอาร์ต GATEWAY COFFEE ROASTERS  คาเฟ่สไตล์ดิบเท่ บนตึกเก่าอายุกว่า 60 ปีที่ถนนท่าแพ NO.8  คาเฟ่ในบรรยากาศโรงเตี๊ยมที่บ้านหมายเลข 8 CHATA SPECIALTY COFFEE  คาเฟ่เรือนกระจก ที่ซ่อนตัวอยู่หลังโรงแรมย่านเยาวราช HOLM HUMBLE CAFE  คาเฟ่ดิบละมุนที่กลมกล่อม ถ่อมตัว

CAFÉ NAKHONNAYOK คาเฟ่เรียบง่ายที่ดูเก๋ด้วยวัสดุในท้องถิ่น

Café ริมทางหลวง ที่ทำจาก สังกะสี กระจก และกรอบไม้ คือภาพที่โดดเด่นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนครนายกแห่งนี้ การออกแบบนั้นมีการนำโครงสร้างเหล็กเดิมมาใช้ก่อนที่จะเพิ่มเติมวัสดุที่ดูกลมกลืนกับพื้นที่อย่างไม้และสังกะสีลงไปเพื่อให้เข้ากับร้านอาหารและสวนเดิมของเจ้าของ การออกแบบนั้นได้ออกแบบให้ตัวคาเฟ่นั้นเหมือนเป็นกล่องสองกล่องที่สอดเข้าไปภายในโครงสร้างเก่า พื้นที่ด้านนอกทั้งหมดถูกห่อหุ้มด้วยแผ่นสังกะสี และปล่อยให้เป็นบานกระจกใสในส่วนที่ต้องการทัศนียภาพ ต้นไม้โดยรอบของพื้นที่คาเฟ่นั้นมีความตั้งใจให้เติบโตขึ้นอย่างช้าๆตามธรรมชาติ และกลายเป็นสวนของคาเฟ่ไปในที่สุด สิ่งที่เด่นชัดที่สุดของคาเฟ่แห่งนี้ก็คือการออกแบบให้เกิดความแตกต่างแต่ลงตัวระหว่างรูปแบบ Modernism ของอาคารกับการเลือกใช้วัสดุในท้องที่เข้ามาผสมกันจนเกิดเป็นอาคารขึ้น ออกแบบ : OPH Architects (Pilin Hongwittayakorn) ภาพ : Napat Pattrayanond เรื่อง : Wuthikorn Sut  

บ้านพื้นถิ่นอีสานร่วมสมัย ในจังหวัดขอนแก่น

บ้านในจังหวัดขอนแก่นหลังนี้ มีความน่าสนใจในการเลือกใช้วัสดุและการตีความ “วิถีความเป็นอยู่” ของผู้คนในท้องถิ่นอีสานจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีจุดเด่นคือปรับการใช้งานพื้นที่แบบใต้ถุน ให้แปรเปลี่ยนเป็นการจัดวางพื้นที่แบบผังเปิด ต่อเนื่องกันระหว่างบ้านกับสวนได้อย่างลงตัว DESIGNER DIRECTORY:  สถาปนิก S Pace Studio / เจ้าของ : คุณจัตวา ชุณหบุญญทิพย์ และคุณอนุสรา แท่นพิทักษ์ บ้านพื้นถิ่นอีสานร่วมสมัย คือโจทย์ที่ S Pace Studio ทีมสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบของบ้าน “ฟ้าบ่กั้น” หลังนี้ได้รับมา ด้วยความประทับใจของคุณจัตวา ชุณหบุญญทิพย์ และ คุณอนุสรา แท่นพิทักษ์เจ้าของบ้าน ที่มีต่อวรรณกรรมจากปลายปากกา ของ “ลาว คำหอม” หรือ คำสิงห์ ศรีนอก ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2535 วรรณกรรมในชื่อเดียวกับบ้าน “ฟ้าบ่กั้น” คือเรื่องราวที่เปรียบได้กับภาพตัวแทนของวิถีคนชนบทอีสาน จึงทำให้เจ้าของบ้านเริ่มต้นความคิดในการทำบ้านที่ร้อยเรียงความเป็นอีสานทั้งอดีตและปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน และจากจุดนี้เองที่ทีมผู้ออกแบบจึงต้องเริ่มต้นค้นหาความหมายของ “เรือนอีสาน” ที่จะนำมาใช้ในบ้านหลังนี้ การใช้งานใต้ถุนแบบบ้านพื้นถิ่นอีสานร่วมสมัย สิ่งที่เด่นชัดตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันของเรือนแบบอีสานนั่นก็คือการใช้งานใต้ถุนเป็นพื้นที่อเนกประสงค์อย่างแท้จริง ทั้งใช้รับประทานอาหาร นั่งเล่น […]

บ้านไม้ สไตล์ปักษ์ใต้ร่วมสมัย แห่งพัทลุง

บ้านไม้ สไตล์ปักษ์ใต้ที่เกิดขึ้นจากภาพความทรงจำในวัยเด็กของเจ้าของที่มีต่อบ้านหลังเดิมของคุณตาคุณยาย ผ่านการออกแบบให้เหมาะกับการอยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน จนเกิดเป็นเรือนปักษ์ใต้ร่วมสมัยที่เชื่อมโยงคนสามรุ่นไว้ด้วยกัน DESIGNER DIRECTORY :สถาปนิก : ตื่น ดีไซน์ สตูดิโอ และ อรวี เมธาวี / ก่อสร้าง : บุญฤทธิ์ สมุหเสนีโต / เจ้าของ : ครอบครัวรอดสุด บ้านไม้ หลังนี้เริ่มต้นมาจากการที่คุณพ่อปรีชา และคุณแม่สมทรง รอดสุด คุณพ่อคุณแม่ของคุณวิวัฒน์ รอดสุด ผู้ทำหน้าที่จัดการการสร้างบ้านหลังนี้  คิดที่จะสร้างบ้านเพื่อเป็นที่ระลึกเเด่คุณตาคุณยายจากไม้เก่าที่เหลือจากการรื้อบ้านเดิม เชื่อมโยงเเละส่งต่อความผูกพันจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน จนเป็นที่มาของการตั้งชื่อบ้านว่า  “เรือนพินรัตน์” ซึ่งเป็นชื่อของคุณตาวิรัตน์ และคุณยายพิน ศิริธร นั่นเอง ฉะนั้นเรือนหลังนี้จึงเป็นเสมือนบ้านส่วนกลางของครอบครัวสำหรับเหล่าลูกหลานเมื่อได้มาที่พัทลุงก็มักจะมาพักอาศัยที่เรือนหลังนี้ได้ โดยมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ใช้สำหรับรับประทานอาหาร หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ของครอบครัว โดยเจ้าของวางแผนไว้ว่าในอนาคตอันใกล้อาจจะปรับเปลี่ยนที่นี่ทำเป็นโฮมสเตย์ต่อไป แต่ในปัจจุบัน “เรือนพินรัตน์” ยังคงทำหน้าที่เป็นเรือนรับรองของครอบครัวรอดสุด ที่ทุกคนต่างมีความสุขทุกครั้งที่ได้มาเยือนเเละพักผ่อนร่วมกัน    แกะรอยความทรงจำ ก่อนหน้าที่จะเริ่มขั้นตอนออกแบบ คุณวิวัฒน์ได้มีการเก็บข้อมูลภาพรูปแบบบ้านพื้นถิ่นของพัทลุงไว้ ซึ่งมีทั้งแบบเก่าและแบบร่วมสมัย เพื่อนำมาใช้เป็นโจทย์ตั้งต้น รวมทั้งยังได้มีการร่างแบบของ […]

รวมวัสดุฟีลไม้ ไม่กลัวปลวก

ปัจจุบันวัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างและตกแต่งมีให้เลือกมากมาย แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “ไม้” นั่นเอง ทั้งนี้เป็นเพราะความอบอุ่นจากสีของเนื้อไม้ ลวดลายที่สวยงาม และสัมผัสที่รู้สึกดี แต่ต้องยอมรับว่ามีสิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนยังกังวลเกี่ยวกับไม้ก็คือปัญหาเรื่องปลวก วันนี้บ้านและสวนจึงอยากนำเสนอทั้งไม้ที่ผ่านกรรมวิธี กันปลวก วัสดุทดแทนไม้ และวัสดุเลียนแบบลายไม้ รับรองว่าสวยงาม ใช้งานได้อย่างดี เเละไม่มีปลวกมากล้ำกรายแน่นอน วิธีการกำจัดปลวกแบบต่าง ๆ ทั้งใช้และไม่ใช้สารเคมี Engineered Wood – วัสดุกลุ่มไม้เอนจิเนียร์ 1.ไม้เรดิไพน์ คือไม้สนพันธุ์เรดิเอต้าจากป่าปลูกในประเทศนิวซีแลนด์ เป็นไม้จริงที่ได้นำมาผ่านกระบวนการอบแห้ง และอัดน้ำยารักษาเนื้อไม้ตามหลักวิศวกรรม จึงมีความแข็งแรง ทนทาน เเละปลวกไม่กิน แถมยังมีการเซาะร่องไม้อย่างสวยงาม เหมาะกับการใช้งานภายนอกอาคาร 2. Tekwood ไม้จริงที่ผ่านกระบวนการ Heated Treatment Technology โดยการเปลี่ยนโครงสร้างภายในของเนื้อไม้ให้มีความแข็งแกร่งขึ้น ลดการผุพังตามธรรมชาติ และลดข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของไม้ เช่น การยืดหดตัว เเละการบิดโก่ง ที่สำคัญยังปราศจากสารเคมีจึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยง 3. ไม้  OSB ยางพารา ทำมาจากเศษไม้ยางพาราที่นำมาตัดเป็นชิ้นบาง ๆ ขนาดเล็ก […]

ความลงตัวของบ้านพื้นถิ่นกับสไตล์อินดัสเทรียล กลางธรรมชาติในบาหลี

นอกจากตั้งใจจะสร้าง บ้านพักในบาหลี เพื่อพักผ่อนในช่วงวันหยุดแล้ว เฟอร์นิเจอร์และงานศิลปะที่สะสมไว้หลายชิ้นจากแอฟริกา ยุโรป และเอเชียยังกลายเป็นโจทย์

ทุบบ้านเก่าอายุเกือบ 40 ปี สร้างใหม่เป็น “บ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคัล” บนพื้นที่เดิม

ตัวบ้านออกแบบใน บ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคัล โดยเปิดให้เห็นมุมมองที่ดีคือ ด้านหน้าบ้านซึ่งเป็นทิศเหนือและด้านหลังบ้าน ส่วนด้านข้างบ้านทำผนังทึบเป็นส่วนใหญ่

วิธีการกำจัดปลวกแบบต่างๆ ทั้งใช้และไม่ใช้สารเคมี

กำจัดปลวก นอกจากวิธีที่ชาวบ้านชอบใช้กันคือ เห็นปลวกหรือเส้นทางเดินของปลวกที่ไหน ก็เอายาฆ่าแมลงฉีดให้ปลวกตรงนั้นตาย ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะฆ่าได้เฉพาะปลวกปลายแถว สักพักปลวกอีกชุดจะหาเส้นทางใหม่เข้ามาในบ้านของเราได้อีก วิธีกำจัดปลวก มีอยู่ 3 วิธีใหญ่ๆ วิธีกำจัดปลวก วิธีกำจัดปลวก แบบอัดน้ำยาลงดิน เพื่อทำให้ดินเป็นพิษจนปลวกอาศัยและเดินผ่านไม่ได้ ถือเป็นวิธีป้องกันปลวกใต้ดินที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะเราสามารถฉีดน้ำยาได้อย่างทั่วถึง โดยอัดน้ำยาลงดินตามแนวคานคอดินด้านในด้วยหัวอัดแรงสูงลึกลงไป 30 ถึง 45 เซนติเมตร และรอบๆ คานทุกระยะ 1 เมตรตามแนวยาว และฉีดน้ำยาเคลือบผิวหน้าดินทั้งหมด ทั้งภายใน ภายนอกรอบๆอาคาร แบบปูพรมครอบคลุมทุกตารางเซนติเมตร หลังจากนั้นทุก 3 – 5 ปี ต้องอัดน้ำยาใหม่โดยเจาะรูที่พื้นบ้านเป็นช่วงๆ แล้วอัดน้ำยาลงพื้นเพิ่มเติม บางบริษัทเสนอให้เดินท่อใต้พื้นเอาไว้เลย แต่ท่ออาจอุดตันหากไม่ได้ดูแล อีกทั้งบริษัทที่ไม่ใช่เจ้าที่เป็นคนวางท่อมักไม่ยอมใช้ท่อที่เจ้าอื่นทำไว้ หรือไม่รับประกันให้ ทำให้เสียเงินค่าเดินท่อไปโดยเปล่าประโยชน์ น้ำยาเคมีที่ใช้แบ่งเป็น 2 ชนิด ชนิดแรกเป็นสารกลุ่มไพรีทรอยด์ มีพิษน้อย ปลวกโดนแล้วตายทันที เรียกว่าเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์กำจัดและขับไล่ หรือแบบไม่แพร่เชื้อ ชนิดที่ 2 เป็นกลุ่มออร์กาโนคลอรีน มีพิษมาก แต่ส่งผลช้า […]

Wood Introduction 01 : รู้จัก “ไม้แปรรูป” แต่ละชนิดก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

รู้จักประเภทของ “ไม้” แต่ละชนิด ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อมาใช้ในงานสถาปัตยกรรมได้อย่างเหมาะสม ได้เนื้อไม้ที่ถูกใจ รวมไปถึงวัสดุทดแทนไม้หลากหลายประเภทที่ได้รับการผลิตขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาข้อจำกัดต่าง ๆ ของไม้จริง

VANACHAI OFFICE BUILDING สะท้อนตัวตนองค์กรผ่านวัสดุที่รู้จักเป็นอย่างดี

ออกแบบออฟฟิศ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนและแข็งแรงให้แก่องค์กร อีกหนึ่งวิธีการที่บริษัทพัฒนาวัสดุไม้เพื่อการตกแต่งและก่อสร้างอย่างบริษัท วนชัยกรุ๊ป

ไม้ เหล็ก ผ้า 3 วัสดุบ้านสุดฮิตและวิธีดูแล

รวบรวมไอเดีย วัสดุบ้าน สุดฮิตทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ไม้ เหล็ก และผ้า มาเป็นแนวทางในการออกแบบและตกแต่งบ้านของคุณให้ “น่าอยู่” และอยู่ด้วยความสุขอย่างแท้จริง

woodlover trip : ทริปสุดฟินของคนรัก(งาน)ไม้

“ไม้” เป็นวัสดุที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ทำให้บรรยากาศอบอุ่น จึงไม่แปลกที่ใครๆต่างก็หลงรัก หากคุณเป็น woodlover ที่หลงรักในไม้ ไม่ว่าจะเป็น งานไม้…

Family and Function Comes First บนพื้นฐานของความรักและเข้าใจ

เมื่อถึงเวลาสร้างครอบครัว คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในใจใครหลายคนที่มีบ้านเดิมอยู่แล้วคงหนีไม่พ้นว่าจะขยายพื้นที่ที่มีหรือย้ายไปอยู่ที่อื่น สำหรับ คุณนัย – นัยนารถ โอปนายิกุล และ คุณยอด ตันติอนุนานนท์ เจ้าของบ้านหลังนี้ขอเลือกสร้างพื้นที่เล็กๆ ของครอบครัวในที่ดินของบ้านเดิม โดยก่อนหน้านี้เมื่อทั้งสองแต่งงานกันแล้วก็ย้ายไปอยู่คอนโดมิเนียมที่ไม่ไกลจากบ้านเก่า แต่พอเวลาผ่านไปสักพักและทั้งสองมีลูกน้อย จึงได้ทราบความต้องการที่แท้จริงว่า “บ้านที่ทำให้รู้สึกไม่เบื่อเร็ว” เป็นคำตอบที่ใช่ บ้านสีเทาสไตล์โมเดิร์นขนาดสามชั้นหลังนี้แฝงด้วยกลิ่นอายความคลาสสิก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านทองหล่อ แต่ยังคงความเป็นชุมชนเดิมที่สงบเงียบและเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ บ้านนี้ปลูกสร้างใหม่บนสนามหญ้าหน้าบ้านเดิมของคุณนัยแวดล้อมด้วยบ้านคุณพ่อคุณแม่ และบ้านคุณตาคุณยายที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน ชั้นล่างเป็นส่วนแพนทรี่ขนาดใหญ่และโต๊ะรับประทานอาหารชุดสวย ห้องรับแขก และห้องเด็กที่ออกแบบเผื่อไว้สำหรับลูกในอนาคต หรือให้คุณพ่อคุณแม่มาพักผ่อนได้ ส่วนชั้นสองเป็นห้องนอนใหญ่และห้องนอนของ น้องเร – เรวิณฬ์ ส่วนชั้นสามเรียกว่าเป็นชั้นเอนเตอร์เทนเมนต์ เพราะเป็นที่รวมความสุขของทุกคนอย่างห้องเก็บไวน์ โฮมเธียเตอร์ ห้องเด็กที่เต็มไปด้วยของเล่น และห้องทำงานแบบส่วนตัว มีระเบียงด้านนอกที่สามารถปรับเป็นพื้นที่สำหรับปาร์ตี้ได้อย่างสบาย เจ้าของบ้านเลือกรูปแบบบ้านจากบริษัทรับสร้างบ้าน เพราะเชื่อในมาตรฐานของงานก่อสร้าง โดยเลือกขนาดที่ใช่ ลิสต์รายการห้องและการใช้งานที่อยากได้ แล้วเลือกแบบบ้านที่เหมาะกับจำนวนห้องและปรับขนาดของห้องให้สะดวกกับการใช้งานยิ่งขึ้น คุณยอดเล่าว่า “ผมเลือกแบบบ้านจากฟังก์ชันที่เราอยากได้ แล้วมาปรับขนาดของห้องต่างๆ ให้เป็นอย่างที่เราต้องการ ผมชอบบ้านทรงกล่องๆ เหลี่ยมๆแบบไม่มีหลังคา ตอนอยู่คอนโดเราตกแต่งต่างออกไป เป็นแบบมีสีสันหน่อยด้วยวัยที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้รู้ความชอบของตัวเองจริงๆ มาลงตัวที่สไตล์โมเดิร์นผสมคลาสสิก ดูขรึมแต่เรียบง่าย เน้นใช้งานได้นานและไม่รู้สึกเบื่อเร็ว” เจ้าของบ้านได้พูดคุยกับ คุณเล็ก – […]

เรือนรับรองความสุข

ต้นไม้ใหญ่ แสงแดด และท้องฟ้ามีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก บ้านที่มีธรรมชาติโอบล้อมสร้างความสุขให้ผู้อยู่อาศัยได้เสมอ เหมือนเช่นบ้านของ พันตำรวจเอก เกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ ซึ่งทีมงาน “บ้านและสวน” เคยมีโอกาสแวะไปเยือนมาแล้ว แต่ครั้งนี้มีการสร้างเรือนรับรองใหม่ ซึ่งแยกออกจากบ้านหลังใหญ่และอยู่ในระดับต่ำกว่า โดยปลูกไล่ลงไปตามระดับความชันของภูเขา จึงช่วยแบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นเอกเทศ และยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้ดี เรือนรับรองนี้สร้างแยกเป็น 2 หลังอย่างเป็นสัดส่วน ออกแบบหน้าตาและขนาดของเรือนให้ดูใกล้เคียงกัน โดยดัดแปลงจากเรือนยุ้งข้าวเก่าสไตล์ล้านนา โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไม้สักเก่า จึงมีความคงทนแข็งแรง ผู้ออกแบบปรับขนาดของเรือนยุ้งข้าวให้เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง ด้วยที่ตั้งที่มีลักษณะเป็นเนินจึงต้องปรับเป็นพื้นที่ราบก่อน เพื่อให้สะดวกกับการก่อสร้าง พร้อมทำกำแพงเตี้ยๆบอกขอบเขต และยังเป็นส่วนกั้นแนวดินด้วยในตัว ชั้นล่างของเรือนดูคล้ายใต้ถุนโล่ง แต่ปรับให้เข้ากับการใช้งานใหม่ด้วยการกรุผนังกระจกโดยรอบ ทั้งสองหลังวางพื้นที่ใช้สอยเหมือนกัน โดยชั้นล่างเป็นส่วนนั่งเล่น และด้านหลังต่อเติมออกไปเป็นห้องน้ำ ชั้นบนเป็นห้องนอน (ไม่มีห้องน้ำ) แม้ว่ารายละเอียดของการตกแต่งจะต่างกัน ทว่าทั้งสองหลังก็ดูน่าอยู่และสวยงามไม่ด้อยไปกว่ากัน แม้บ้านหลังใหญ่จะมีความสมบูรณ์พร้อมต่อการอยู่อาศัยแล้ว แต่คุณเกรียงศักดิ์ก็ให้เหตุผลที่สร้างเพิ่มเติมอีก 2 หลังว่า “เวลาที่ผมมาพักผ่อนเพื่อนฝูงที่สนิทกันมักตามมาสมทบ นัดกันมากินข้าวและก็อยู่จนดึก บางทีก็จัดปาร์ตี้รอบกองไฟ ผมมีเตาย่างบาร์บีคิวเตรียมพร้อมไว้หมด พอสนุกกันก็ไม่อยากกลับบ้านแล้ว จริงๆผมมีพื้นที่พอให้เขากางเต็นท์นอนกันได้ แต่คิดไปคิดมาสร้างเรือนรับรองน่าจะดีกว่า 1 หลังก็เหมือน 1 ห้องสวีท มีส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องนอนในตัว […]

บ้านคือศูนย์รวมใจ

เชื่อว่าคนไทยคงคุ้นชินกับภาพความอบอุ่นของการดูแลบุพการี หรือการกลับไปเยี่ยมเยือนญาติพี่น้อง บรรยากาศของการทำอาหารรับประทานร่วมกัน การนั่งล้อมวงถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ รวมไปถึงการได้เห็นลูกหลานวิ่งเล่นด้วยกันท่ามกลางเสียงหัวเราะสนุกสนาน ก็ช่วยสร้างความสุขได้เป็นอย่างดี การออกแบบบ้านหลังนี้จึงเกิดจากความตั้งใจให้เป็นสถานที่รวมความรัก ความปรารถนาดี และความห่วงใยระหว่างคนในครอบครัว ทีมงาน “บ้านและสวน” มุ่งหน้าไปยังย่านบางบอน ลึกเข้าไปในซอยที่ห่างจากถนนใหญ่มีบ้านสีขาวสองชั้นรูปทรงร่วมสมัย โอบล้อมด้วยสนามหญ้าเขียวขจี อีกทั้งบริบทที่แวดล้อมบ้านหลังนี้ยังคงเป็นชุมชนที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างบดบังทัศนียภาพของธรรมชาติ บรรยากาศจึงเงียบสงบและมีความร่มรื่น เมื่อเห็นบ้านแสนสวยหลังนี้แล้วก็ชวนให้นึกถึงสุภาพสตรี ด้วยรูปทรงที่ให้ความรู้สึกเรียบร้อย อบอุ่น สง่า ดูร่วมสมัย แต่ให้ความพิเศษส่วนตัวแบบที่หลีกหนีจากความวุ่นวายภายนอกได้ นั่นทำให้เรานึกสงสัยถึงที่มาที่ไป คุณวรพจน์ เตชะอำนวยสุข สถาปนิกผู้ออกแบบจึงเล่าถึงความต้องการของเจ้าของบ้านที่อยากได้บ้านเพื่อเป็นสถานที่รวมตัวของครอบครัว โดยได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมโคโลเนียลในช่วงรัชกาลที่ 5 และบ้านเรือนไทยที่ประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น “โจทย์หลักคือการปลูกบ้านหลังใหม่เป็นบ้านของคุณยาย และก็เป็นบ้านที่รวมญาติๆ ได้ด้วย ลองมานั่งคิดเรื่องการออกแบบพื้นที่ทั้งในเรื่องความเป็นส่วนตัวและการใช้พื้นที่ส่วนรวม เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างตอบโจทย์ เลยนึกไปถึงลักษณะของบ้านเรือนไทยที่มีเอกลักษณ์คือใต้ถุนสูง มีด้านล่างเป็นลานอเนกประสงค์ มีชานพักเป็นพื้นที่รวมคนและนำไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้” สถาปนิกได้ออกแบบการเข้าสู่ตัวบ้านผ่านพื้นที่เล็กๆ แล้วค่อยนำพาไปสู่การเปิดเผยพื้นที่เปิดโล่งด้านในได้อย่างต่อเนื่อง มีจุดนำสายตาระหว่างทางจนกระทั่งมาสู่สนามหญ้าสีเขียวที่อยู่ภายใน ซึ่งชวนให้รู้สึกได้ว่าเป็นสถานที่พิเศษเฉพาะบุคคลอันเป็นที่รักเท่านั้น “เพื่อให้บ้านเป็นศูนย์รวมของญาติๆ ตามที่ตั้งใจ พื้นที่สีเขียวของบ้านนี้จึงทำหน้าที่เป็นสนามหญ้าสำหรับให้เด็กๆ ได้มาวิ่งเล่นกัน การวางตัวบ้านในลักษณะโอบล้อมแบบนี้ต้องคำนึงทิศทางแดดและลมประกอบด้วย เพราะต้องการให้บ้านมีพื้นที่สีเขียวที่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา ตอนเช้าจะได้แสงอ่อนๆจากทิศตะวันออก พอถึงช่วงบ่ายตัวบ้านจะบังแดดไว้ ทำให้สนามหญ้ากลายเป็นสวนยามบ่ายของครอบครัวได้ด้วย” บริเวณชั้นล่างของบ้านออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม เว้นเพียงห้องผู้สูงอายุที่มีบริเวณส่วนตัวให้สามารถสัมผัสพื้นหญ้าสีเขียวและเข้าถึงครัวได้ง่าย ขณะที่ชั้นบนทั้งหมดเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว แบ่งเป็นห้องนอนใหญ่ […]

สัมผัสชีวิตริมคลองที่…บ้านบางเชือกหนัง

วิถีชีวิตริมน้ำนับเป็นเอกลักษณ์ความเป็นอยู่อย่างชาวภาคกลางที่กำลังค่อยๆ เลือนหายไปเพราะมีถนนเข้ามาแทนที่แต่บ้านริมคลองบางเชือกหนังหลังนี้ กลับเชื่อมโยงบรรยากาศแบบบ้านริมคลองยุคเก่าเข้ากับงานออกแบบสมัยใหม่

Tropical House of Phangan มุมสงบแห่งท้องทะเล

  เรือเฟอร์รี่เทียบที่ท่าเรือท้องศาลา แดดแรงของพะงันขับทุกองค์ประกอบเมืองให้กลายเป็นเส้นคม ชาวต่างชาติเดินยิ้มแย้มคุยเล่นกันขณะขึ้นจากเรือ หลายคนมาเพื่อร่วมงานฟูลมูนปาร์ตี้อันโด่งดัง สถานที่แห่งนี้ไม่เคยห่างหายจากเสียงอึกทึก แต่…จุดหมายของเรานั้นต่างออกไป เรากำลังจะไปยังอีกฟากหนึ่งของเกาะ ที่ซึ่งมีแต่บ้านเรือนและหาดทรายอันเงียบสงบ เรากำลังจะไปที่อ่าวหินกองกันครับ “จากท้องศาลาให้ขับขึ้นเหนือมาทางซ้ายเลาะริมหาดมาเรื่อยๆพอถึงสามแยกก็เจอเลยจ้ะ” คุณเข็ม – ณฐกร พรหมเจริญ เจ้าของบ้าน บอกทางมาสู่บ้านหลังนี้ทางโทรศัพท์ด้วยสำเนียงแหลงใต้ชัดเจน แต่เราขับเลยไปเล็กน้อยก่อนจะถอยรถกลับมาเพราะความร่มครึ้มของต้นไม้นานาพรรณจนทำให้มองไม่เห็นตัวบ้านนั่นเอง “คุณชาลีชอบสวนรกๆ แน่นๆ คนข้างนอกจะได้ไม่เห็นเรา และยังให้บรรยากาศแบบทรอปิคัลดีนะ นั่นคือสิ่งที่ทำให้บ้านนี้เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ” “ทรอปิคัล” เป็นคำที่คุณเข็มนิยามถึงบ้านหลังนี้ บ้านไม้ซึ่งปลูกเป็นแนวยาวจากหน้าบ้านสู่หลังบ้าน ยกเพดานสูง มีพื้นที่เปิดถึงกันหมดตั้งแต่ห้องรับแขก โถงบันได ครัว ออกไปสู่นอกชานและยาวลงทะเลไปเลย บ้านหลังนี้ต้อนรับธรรมชาติเข้าสู่ทุกพื้นที่ได้เป็นอย่างดี เพราะตลอดแนวของตัวบ้านนั้นเป็นหน้าต่างและประตูแทบทั้งสิ้น ทุกพื้นที่ในบ้านจึงแนบสนิทกับแมกไม้น้อยใหญ่ได้อย่างลงตัว ให้บรรยากาศแบบสวรรค์แดนใต้อย่างเกาะตาฮีตีอย่างไรอย่างนั้น สำหรับการออกแบบทางสัญจรในบ้านจะเป็นระเบียงยาวทั้งชั้นหนึ่งและชั้นสอง สามารถเข้าถึงทุกส่วนของบ้านได้โดยง่าย อันที่จริงบ้านนี้ดูคล้ายรีสอร์ต เพราะคุณเข็มและ คุณชาลี โบเนลโล่ ต้องการให้ที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนของทั้งสองคนและเพื่อนๆ ของคุณชาลีในยามที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน วัสดุในบ้านจะเน้นการใช้ไม้ ทั้งตัวบ้านเองและเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าทั้งหลาย ซึ่งก็เข้ากันดีกับการเข้าไม้ในรายละเอียดของส่วนต่างๆ ภายในบ้านได้เป็นอย่างดี และด้วยความที่บ้านอยู่ติดทะเล การปล่อยให้งานไม้บางส่วนมีร่องรอยบ้างก็สร้างเรื่องราวและความอบอุ่นได้อีกทางหนึ่ง เช่น ร่องรอยบนไม้ระเบียงสระว่ายน้ำที่อยู่ก่อนถึงทางเดินลงหาด “อยู่ที่นี่เหมือนทุกวันเป็นวันพักผ่อน” คุณเข็มกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ถ้าเป็นวันปกติเวลาว่างๆ ก็จะชอบนอนดูทะเลอยู่ตรงชานรับแขก […]

บ้านที่มีลมหายใจ…และกำไรของชีวิต

ณ หัวโค้งหนึ่งของทางหลวงชนบทที่ลัดเลาะไปตามท้องทุ่งในตำบลบ้านชัฏป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มองเข้าไปก็จะเห็นบ้านหลังคาแป้นเกล็ดที่ดูแปลกตากว่าบ้านเรือนโดยรอบ ตัวอาคารคอนกรีตแซมด้วยองค์ประกอบไม้แลดูนิ่งสงบและอบอุ่น บ้านหลังนี้คือบ้านของ คุณเต้อ – นันทพงศ์ ยินดีคุณ และครอบครัว “มีความคิดว่าเมื่อคุณพ่อเกษียณก็อาจมาอยู่ทำสวนทำไร่ ใช้ชีวิตง่ายๆอยู่ที่นี่” คุณเต้อเล่าถึงสาเหตุที่มาปลูกบ้านอยู่ที่นี่ “เริ่มมาจากตอนหนีน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯปี 2554 เราทั้งครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย และผมมาเช่ารีสอร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่แปลงนี้ และก็เริ่มติดใจบรรยากาศของพื้นที่แถบนี้” แม้จังหวัดราชบุรีจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากขับรถก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ แต่อำเภอสวนผึ้งซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังยังมีบรรยากาศแบบชนบทอย่างเต็มเปี่ยม   “ที่นี่ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ ผมสามารถขับรถไปทำงานที่อาศรมศิลป์ได้บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่บ้านตากอากาศ แต่เป็นบ้านอีกหลังที่หากคุณพ่อเกษียณแล้วคงมาอยู่กัน” มองจากภายนอกบ้านหลังนี้ดูใหญ่โตทีเดียว แต่ความจริงแล้วการออกแบบเริ่มมาจากการสร้างพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน แล้วจึงนำมาผนวกเข้าด้วยกัน “บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ร่วมกัน บ้านใหม่ก็เลยอยากให้ทุกคนได้มีพื้นที่ของตัวเอง แล้วก็เชื่อมพื้นที่เหล่านั้นด้วยโถงทางเดิน เปิดพื้นที่ตรงกลางเป็นสวนและกั้นความเป็นส่วนตัวของทุกห้องออกจากกัน แต่ก็ยังหลวมพอที่ลมจะไหลเวียนผ่านทุกส่วนของบ้านได้” บ้านหลังนี้จึงมีรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ที่ทับซ้อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีลานหินกรวดซึ่งปลูกต้นไม้ใหญ่สองสามต้นอยู่ตรงกลาง หากมองจากด้านบนก็จะเห็นว่ามีส่วนกั้นให้เกิดความเป็นส่วนตัวและเพิ่มความสดชื่นให้ทุกพื้นที่ในบ้าน แต่มองจากด้านล่างกลับดูนิ่งสงบ เข้ากับห้องทำงานของคุณเต้อที่ต้องการสมาธิในการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรม ทางเดินทั้งหมดภายในบ้านและระเบียงของแต่ละห้องตั้งอยู่บนคานยื่น (Cantilever) ด้วยเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าและรูปแบบทางสถาปัตยกรรม “ผมคิดว่าคานยื่นนั้นเป็นเหมือน ‘กำไรของโครงสร้าง’ เพราะไม่ต้องเสียฐานราก ไม่ต้องเสียเสา ใช้การฝากน้ำหนักไว้กับโครงสร้าง จึงออกแบบให้ทางเดินและระเบียงเป็นโครงสร้างที่ยื่นออกไป 1.50 เมตร ทั้งเพิ่มพื้นที่สัญจรและช่วยกันแดดกันฝนได้ดี รวมถึงทำให้บ้านดูเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นคล้ายยุ้งข้าวอีกด้วย” […]