“มีวนา” แบรนด์กาแฟไทยกับวิถีวนเกษตรอินทรีย์ คนกับป่าพึ่งพากันอย่างยั่งยืน

ทุกครั้งที่ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม ถ้าได้รู้ถึงที่มาของความอร่อยตรงหน้า ความสุขจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีรึเปล่านะ? สำหรับเราความรู้สึกนี้ได้เกิดขึ้นหลังจากการไปเยือน MiVana Coffee Flagship Store  แฟล็กชิปสโตร์คาเฟ่ที่มีบรรยากาศร่มรื่นย่านศรีนครินทร์ของ “ มีวนา ” โดยเปิดขึ้นเพื่อหวังให้ที่นี่เป็นโมเดลต้นแบบในการส่งต่อแนวคิดการดูแลธรรมชาติ ผ่านไลฟ์สไตล์การดื่มกาแฟ กระตุ้นให้คนเมืองสนใจกาแฟออร์แกนิกกันมากขึ้น ตลอดการทำงานมากว่าสิบปีของแบรนด์กาแฟ “มีวนา” ได้ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางเพื่อสังคม ผลิตกาแฟอาราบิก้าด้วยระบบวนเกษตรแบบอินทรีย์ กับการปลูกกาแฟแทรกไปกับต้นไม้ในผืนป่า แตกต่างจากการทำไร่กาแฟที่ต้องใช้ปุ๋ยและสารเคมีที่สามารถควบคุมปริมาณผลผลิตได้ตามความต้องการของตลาด ขณะที่การปลูกกาแฟใต้ร่มเงาป่าของมีวนา แม้จะไม่สามารถสู้เรื่องจำนวนการผลิตได้ แต่ในด้านคุณภาพที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับระบบนิเวศควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้ชาวบ้านมีอาชีพและปลูกฝังความหวงแหนรักษาป่าละก็นั่นนับเป็นพันธกิจและเป้าหมายอันสำคัญกว่า เบื้องหลังแนวคิดนี้ คุณมิกิ-ชัญญาพัชญ์ โยธาธรรมสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท มีวนา จำกัด คือตัวแทนที่จะมาเล่าให้ฟังถึงแนวทางการทำงานของมีวนา ภายใต้เหตุผลของความยั่งยืนดังกล่าวว่า สิ่งนี้ได้สร้างผลลัพธ์ใดกลับคืนสู่สังคมและโลกใบนี้อย่างไร นอกเหนือจากมูลค่าทางธุรกิจ การปลูกกาแฟอินทรีย์กับการอนุรักษ์ป่าสองเรื่องนี้มาบรรจบกันได้อย่างไร คุณมิกิ : “เนื่องจากกาแฟอาราบิก้าต้องปลูกในพื้นที่สูงมีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ขึ้นไป และต้องมีสภาพภูมิอากาศที่เย็นจึงจะได้ผลผลิตที่ดีในเชิงของพื้นที่ป่าที่เราเข้าไปทำงานในเชียงราย จะมีสองส่วนคือพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว เราก็อนุรักษ์ไว้แล้วก็เอากาแฟไปปลูกใต้ร่มเงาป่าในพื้นที่ อีกส่วนคือป่าเสื่อมโทรมหรืออาจจะถูกทำลายไปแล้วเราจะปลูกต้นกาแฟควบคู่ไปกับต้นไม้ที่มีความหลากหลายทางนิเวศ เป็นไม้ที่ให้ร่มเงาในระดับที่แตกต่างกัน ทำให้พื้นที่ป่ามีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ “ในอดีตที่ผ่านมาคนอาจจะคุ้นเคยกับการทำไร่กาแฟแบบเป็นแปลงปลูก จะไม่ได้เป็นการปลูกแบบร่วมกันกับป่าเท่าไหร่มากนัก เขาจะมีการจัดการบริหารที่ง่ายกว่าเรา เดินตามแปลงก็จบ บริหารจัดการง่าย พอเจอศัตรูพืชก็ใช้สารเคมีเร่งดอก เร่งผล […]

PALIN FAMILY COTTAGE เปลี่ยนหอพักเก่าเป็นบูติกโฮเทล

ตัวอย่างการเพิ่มมูลค่าให้หอพักเก่าที่กิจการเริ่มแย่ ด้วยการรีโนเวตเป็นบูติกโฮเทล เพื่อเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าใหม่เป็นนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักผ่อนในบรรยากาศสงบและอบอุ่นในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นไอเดียในการรีโนเวตบ้านได้ด้วย ออกแบบ : คุณวรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ SuperGreen Studio www.supergreenstudio.co.th , www.theemperordoor.com, www.homemadestay.com เจ้าของ : บริษัท เอส วาย พี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คุณยุพดี ตันเจริญ และคุณพัชรินทร์ คัยนันทน์ Palin Family Cottage บูติกโฮเทลไซส์เล็กในจังหวัดเชียงรายที่ความน่าค้นหาไม่ได้เล็กตามไปด้วย แต่กว่าจะกลายเป็นที่พักแสนอบอุ่นนั้นไม่ได้เรียบง่ายแม้แต่น้อย เพราะมีข้อจำกัดด้านต่างๆ เข้ามาท้าทายมากมาย ทั้งเรื่องของทำเลที่ตั้ง รูปแบบอาคารไปจนถึงหัวใจสำคัญอย่างการรีโนเวตที่ต้องเปลี่ยนหอพักเก่าให้กลายเป็นที่พักขนาด 12 ห้อง ที่สร้างความอบอุ่นใจให้กับแขกที่มาพักให้ได้มากที่สุดอย่างที่ตั้งใจ รีโนเวท Before PALIN FAMILY COTTAGE ที่นี่เคยเป็นหอพักนักศึกษาอายุร่วม 20 ปี จนกระทั่ง 2 ปีก่อนธุรกิจหอพักแห่งนี้ได้กลายเป็นมรดกของ คุณยุพดี ตันเจริญ และ คุณพัชรินทร์ คัยนันทน์ ผู้บริหาร […]