บ้านคือศูนย์รวมใจ

เชื่อว่าคนไทยคงคุ้นชินกับภาพความอบอุ่นของการดูแลบุพการี หรือการกลับไปเยี่ยมเยือนญาติพี่น้อง บรรยากาศของการทำอาหารรับประทานร่วมกัน การนั่งล้อมวงถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ รวมไปถึงการได้เห็นลูกหลานวิ่งเล่นด้วยกันท่ามกลางเสียงหัวเราะสนุกสนาน ก็ช่วยสร้างความสุขได้เป็นอย่างดี การออกแบบบ้านหลังนี้จึงเกิดจากความตั้งใจให้เป็นสถานที่รวมความรัก ความปรารถนาดี และความห่วงใยระหว่างคนในครอบครัว ทีมงาน “บ้านและสวน” มุ่งหน้าไปยังย่านบางบอน ลึกเข้าไปในซอยที่ห่างจากถนนใหญ่มีบ้านสีขาวสองชั้นรูปทรงร่วมสมัย โอบล้อมด้วยสนามหญ้าเขียวขจี อีกทั้งบริบทที่แวดล้อมบ้านหลังนี้ยังคงเป็นชุมชนที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างบดบังทัศนียภาพของธรรมชาติ บรรยากาศจึงเงียบสงบและมีความร่มรื่น เมื่อเห็นบ้านแสนสวยหลังนี้แล้วก็ชวนให้นึกถึงสุภาพสตรี ด้วยรูปทรงที่ให้ความรู้สึกเรียบร้อย อบอุ่น สง่า ดูร่วมสมัย แต่ให้ความพิเศษส่วนตัวแบบที่หลีกหนีจากความวุ่นวายภายนอกได้ นั่นทำให้เรานึกสงสัยถึงที่มาที่ไป คุณวรพจน์ เตชะอำนวยสุข สถาปนิกผู้ออกแบบจึงเล่าถึงความต้องการของเจ้าของบ้านที่อยากได้บ้านเพื่อเป็นสถานที่รวมตัวของครอบครัว โดยได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมโคโลเนียลในช่วงรัชกาลที่ 5 และบ้านเรือนไทยที่ประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น “โจทย์หลักคือการปลูกบ้านหลังใหม่เป็นบ้านของคุณยาย และก็เป็นบ้านที่รวมญาติๆ ได้ด้วย ลองมานั่งคิดเรื่องการออกแบบพื้นที่ทั้งในเรื่องความเป็นส่วนตัวและการใช้พื้นที่ส่วนรวม เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างตอบโจทย์ เลยนึกไปถึงลักษณะของบ้านเรือนไทยที่มีเอกลักษณ์คือใต้ถุนสูง มีด้านล่างเป็นลานอเนกประสงค์ มีชานพักเป็นพื้นที่รวมคนและนำไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้” สถาปนิกได้ออกแบบการเข้าสู่ตัวบ้านผ่านพื้นที่เล็กๆ แล้วค่อยนำพาไปสู่การเปิดเผยพื้นที่เปิดโล่งด้านในได้อย่างต่อเนื่อง มีจุดนำสายตาระหว่างทางจนกระทั่งมาสู่สนามหญ้าสีเขียวที่อยู่ภายใน ซึ่งชวนให้รู้สึกได้ว่าเป็นสถานที่พิเศษเฉพาะบุคคลอันเป็นที่รักเท่านั้น “เพื่อให้บ้านเป็นศูนย์รวมของญาติๆ ตามที่ตั้งใจ พื้นที่สีเขียวของบ้านนี้จึงทำหน้าที่เป็นสนามหญ้าสำหรับให้เด็กๆ ได้มาวิ่งเล่นกัน การวางตัวบ้านในลักษณะโอบล้อมแบบนี้ต้องคำนึงทิศทางแดดและลมประกอบด้วย เพราะต้องการให้บ้านมีพื้นที่สีเขียวที่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา ตอนเช้าจะได้แสงอ่อนๆจากทิศตะวันออก พอถึงช่วงบ่ายตัวบ้านจะบังแดดไว้ ทำให้สนามหญ้ากลายเป็นสวนยามบ่ายของครอบครัวได้ด้วย” บริเวณชั้นล่างของบ้านออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม เว้นเพียงห้องผู้สูงอายุที่มีบริเวณส่วนตัวให้สามารถสัมผัสพื้นหญ้าสีเขียวและเข้าถึงครัวได้ง่าย ขณะที่ชั้นบนทั้งหมดเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว แบ่งเป็นห้องนอนใหญ่ […]

สัมผัสชีวิตริมคลองที่…บ้านบางเชือกหนัง

วิถีชีวิตริมน้ำนับเป็นเอกลักษณ์ความเป็นอยู่อย่างชาวภาคกลางที่กำลังค่อยๆ เลือนหายไปเพราะมีถนนเข้ามาแทนที่แต่บ้านริมคลองบางเชือกหนังหลังนี้ กลับเชื่อมโยงบรรยากาศแบบบ้านริมคลองยุคเก่าเข้ากับงานออกแบบสมัยใหม่

บ้านสวย เพราะต้นไม้ผสมผสาน

อยากมี บ้านสวย ๆ ดูดีไปได้นานๆ ต้องออกแบบ ต้องแต่งบ้านอย่างไร เริ่มต้นจากอะไร

บ้านต่างวัยแต่ใจเดียวกัน

แม้จะไม่มีข้อมูลทางสถิติมายืนยัน แต่เรามั่นใจว่าเวลาและประสบการณ์ทำให้การเลือกบ้านในฝันของแต่ละช่วงอายุนั้นต่างกันออกไปในวัยรุ่นอาจต้องการเพียงพื้นที่ที่เป็นส่วนตัว ขณะที่วัยผู้ใหญ่ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มต้นสร้างตัวและครอบครัวคงมีช่วงเวลาหนึ่งที่คิดว่าจะเลือกอยู่บ้านเดิมของพ่อแม่หรือย้ายออกไปหาบ้านใหม่ ส่วนวัยบั้นปลายก็คงต้องการแค่ความสะดวกสบาย ความสบายกายและใจ รวมถึงได้อยู่บ้านพร้อมหน้ากับครอบครัว คงเป็นความโชคดีของครอบครัว อารักษ์เวชกุล เพราะเจ้าของบ้านหลังนี้ค้นหาความต้องการของตัวเองพบตั้งแต่เริ่มต้น คุณพบ – ศีลวัตรและ คุณจอย – ลลิตา อารักษ์เวชกุล สองสถาปนิกที่มีโอกาสสร้างบ้านที่ใช่สำหรับครอบครัวเล็กๆผังของบ้านทั้ง 3 หลังจัดวางเป็นรูปตัวแอล (L) ตัวบ้านออกแบบเป็นสไตล์โมเดิร์นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยวัสดุอย่างปูนเปลือยและไม้ธรรมชาติ ประกอบด้วยบ้านหลังแรกซึ่งเดิมทีอย่อูาศัยกัน 4 คน ได้แก่คุณพบ คุณพ่อ คุณแม่ และน้องชาย โดยอยู่ตำแหน่งตรงกลางที่ดิน คุณพบเล่าว่า เขาได้รับโจทย์จากคุณพ่อให้ออกแบบบ้านนี้ตั้งแต่ตอนเรียนจบใหม่ๆ ถือเป็นผลงานออกแบบชิ้นแรกที่ตั้งใจทำอย่างเต็มที่   กระทั่งเมื่อคุณพบแต่งงานกับคุณจอยจึงได้ออกแบบบ้านหลังที่สองเพื่อให้เป็นบ้านของน้องชายแยกออกมาต่อมาเมื่อน้องชายแต่งงานจึงแยกบ้านออกไป ส่วนหลังที่สามเป็นของคุณแม่คุณจอย ซึ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันเพื่อจะได้ใกล้ชิดหลาน ทั้งครอบครัวจึงซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อให้ได้อยู่ติดกัน จุดเด่นของบ้านหลังนี้คือแม้จะปลูกสร้างในพื้นที่เดียวกัน แต่ก็ไม่ได้ใช้พื้นที่ร่วมกันทั้งหมดเพื่อให้ทุกคนยังคงมีความเป็นส่วนตัวด้วย ทว่าก็ยังเว้นที่ไว้สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง และมีพื้นที่ระหว่างกันในบ้านแต่ละหลัง คุณพบและคุณจอยเล่าว่า “เราชอบทำเลย่านพัฒนาการ เพราะยังโล่งและไปไหนมาไหนสะดวก ไม่เคยคิดจะไปอยู่ที่อื่นโครงการที่อยู่นี้ก็เงียบๆ เล็กๆ มีกรรมการหมู่บ้านที่ดี ที่สำคัญคือเราได้ออกแบบเอง เป็นบ้านที่อยู่สบาย มีการระบายอากาศที่ดี” บ้านที่ดีก็คือบ้านที่อยู่สบาย คุณพบวางผังของบ้านแต่ละหลังไม่ให้บดบังทิศทางลมซึ่งกันและกัน เว้นพื้นที่ตรงกลางของบ้านเป็นคอร์ตขนาด 4 × 8 […]

บ้านไร้คาน

หากยืนมองบ้านหลังนี้จากภายนอก คงสันนิษฐานกันเอาเองว่าบ้านน่าจะมีขนาดใหญ่พอสมควร แต่เมื่อเข้าไปด้านในกลับพบบ้านที่สร้างบนที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเพียง 96 ตารางวา ซึ่งบังคับให้ต้องวางผังตัวบ้านในทิศทางดังที่ปรากฏ โชคดีที่ตั้งอยู่ในทิศที่แสงแดดไม่ส่องตรงจนเกินไป ปริมาณแสงจ้าที่เข้าสู่ตัวบ้านจึงไม่มากนัก ทำให้บ้านนี้มีภาวะน่าสบายและน่าอยู่ รูปทรงของบ้านสองชั้นหลังนี้ออกแบบให้ดูเรียบง่าย ตรงไปตรงมาในรูปแบบโมเดิร์น ตามความต้องการของเจ้าของบ้าน Dr. William L. Aldis และ คุณธารทิพย์ การุณศิริ ที่เด่นสะดุดตาก็คือส่วนชายคาที่ยื่นออกจากตัวบ้าน ช่วยพรางหลังคาให้ดูแบนราบ ทั้งยังป้องกันแดดและฝนได้ด้วย แรกทีเดียวเจ้าของบ้านต้องการบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก แต่จากประสบการณ์ที่มีบ้านไม้อยู่แล้วและตั้งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกัน ทำให้ต้องเปลี่ยนใจในภายหลัง เพราะบ้านไม้ต้องดูแลค่อนข้างมาก เมื่อเจ้าของบ้านได้พูดคุยกับสถาปนิก พร้อมอธิบายความต้องการเพิ่มเติมว่าบ้านใหม่ที่จะสร้างต้องเป็นที่อยู่ถาวร วัสดุที่ใช้ควรทนทานและอยู่ได้นาน ไม่ต้องปรับเปลี่ยนบ่อยๆ สิ่งที่เจ้าของบ้านต้องการอีกประการหนึ่งก็คือ บ้านต้องปราศจากคาน งานหนักจึงตกอยู่ที่การออกแบบวิศวกรรมโครงสร้าง ซึ่งต้องทำให้ทั้งภายนอกและภายในบ้านมองไม่เห็นคาน วัสดุหลักที่ใช้คือคอนกรีตเกือบทั้งหลัง เว้นเฉพาะประตู หน้าต่าง และช่องแสงที่กรุกระจกใส ส่วนไม้ใช้ปูพื้นและกรุเพดาน โดยเลือกไม้เก่าที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว บ้านหลังนี้จึงได้รับการออกแบบอย่างแยบยล โดยเฉพาะงานระบบโครงสร้าง รูปทรงที่ปรากฏผ่านการเตรียมการอย่างดี เนื่องจากต้องเลือกใช้ไม้ที่มีลวดลายสวยงามสำหรับใช้เป็นแม่แบบของการเทปูน ซึ่ง ไม่สามารถนำไปใช้กับส่วนก่อสร้างอื่นได้ งบประมาณจึงค่อนข้างสูง ทว่าเมื่อแกะไม้แบบออกก็ได้งานตกแต่งทั้งภายนอกและภายในที่ดูสวยงาม ไม่ต้องแต่งพื้นผิวเพิ่มเติมในภายหลัง ดังนั้นขั้นตอนระหว่างการก่อสร้างจึงต้องประณีตเป็นพิเศษ หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ บ้านก็พร้อมเข้าอยู่ได้เลย เพราะเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ มีพร้อมอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นชนิดลอยตัวที่เจ้าของบ้านมักนำไปด้วยยามที่ต้องย้ายไปทำงานในหลายประเทศ […]

The Field of Dream บ้านในฝันกลางป่า และนาผืนพอดี

ณ เวิ้งเขาริมทุ่งนาของบ้านแม่แอน อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางชุมชนชาวบ้านแถบนี้ที่อยู่กันอย่างเรียบง่าย เราแวะมาชม บ้านในฝันกลางป่า แสนสวยของ คุณกานต์ ขวัญเมือง ผู้หลงรักเมืองเชียงใหม่มาเนิ่นนาน เวลานี้คือช่วงหกโมงเช้า เราจึงได้เห็นน้ำค้างบนยอดข้าวในทุ่งนากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ขนาบข้างด้วยผืนป่าสัก อากาศเย็นยะเยือกของเชียงใหม่ทำให้แสงแรกของตะวันอบอุ่นกว่าที่เคย “ผมชอบธรรมชาติ แต่ก็ยังขาดชีวิตคนเมืองไม่ได้เชียงใหม่มีครบตามที่ผมต้องการ มีความเป็นเมืองที่ครบครันไม่แพ้กรุงเทพฯ บ้านหลังนี้ก็เดินทางออกมาแค่ไม่เกินครึ่งชั่วโมงจากตัวเมือง เพียงแค่นี้ก็จะได้พบกับธรรมชาติแท้ๆ ทั้งป่าไม้ ทุ่งนา และทิวเขา ตลอดจนสังคมชาวบ้านที่เรียบง่ายและน่ารัก ถ้าถามว่าหลงรักสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เมื่อไร คงต้องย้อนกลับไปเมื่อ 21 ปีก่อน”     คุณกานต์มาเยือนเมืองเชียงใหม่ครั้งแรกเมื่อร่วมเป็นนักแสดงในภาพยนตร์เรื่อง “กระโปรงบานขาสั้น” หลังจากนั้นเขาก็แวะเวียนมาที่นี่บ่อยๆ กระทั่งช่วงปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่คุณกานต์มาพักอยู่ที่เชียงใหม่นานเป็นพิเศษ ตอนนั้นเองที่เขาตัดสินใจคิดหาที่ปลูกบ้านอย่างจริงจัง “ผมตระเวนไปดูที่ดินกับนายหน้าเยอะมาก ไปกับคุณนัทผู้ออกแบบบ้านด้วยอีกคน ก็ไม่เจอที่ใช่เสียที หาอยู่นานจนเริ่มปลง ก็บังเอิญเห็นที่ดินผืนนี้ เพราะว่านายหน้าขออนุญาตแวะมาทำธุระแถวนี้ พอคุณนัทลงไปดูก็เล็งเห็นวิวสวยๆ อย่างที่เห็น”   คุณกานต์บอกว่าตอนแรกที่ดินผืนนี้ยังเป็นพื้นที่รกๆ แต่ คุณนัท – เสกสรรค์ ศิลป์วัฒนานุกูล คือผู้เจียระไนวิวสวยๆ เหล่านี้ออกมาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะและยังเป็นผู้รังสรรค์แทบทุกส่วนของบ้านหลังนี้ “ผมพยายามมาอยู่ในที่จริง ค่อยๆ มอง […]

The Neverland of Andra Matin ระหว่างพื้นที่กับการเดินทาง

  เมื่อเดินผ่านประตูรั้วด้านหน้าบ้านเข้าไปเราจะพบทางเดินไม้ลอยอยู่เหนือสระน้ำ ขนาบด้วยกำแพงดินที่มีมอสส์และเฟินแทรกอยู่เป็นระยะ ร่องไม้ที่ชั้นบนเว้นที่ว่างให้แสงสว่างลอดผ่านลงมาสะท้อนกับผืนน้ำดูระยิบระยับไปทั่วบริเวณ  ปลาคาร์พตัวเขื่องว่ายน้ำลอดจากมุมหนึ่งไปสู่อีกมุมหนึ่ง แดดจัดจ้าของประเทศอินโดนีเซียช่วยเติมเต็มความสดใสให้บ้านหลังนี้ได้อย่างเหลือเฟือ Mr. Andra Matinเจ้าของและผู้ออกแบบบ้าน AM House หลังนี้ยิ้มต้อนรับและผายมือเชิญเราเข้าสู่ภายในบ้าน  เขาพาเราเดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านซึ่งจัดวางโต๊ะยาวขนาด 4 – 5 เมตร เพื่อใช้รับแขก จากตรงนี้เรามองเห็นอาคารคอนกรีตสมัยใหม่ที่เปิดโล่งและมีพื้นที่อเนกประสงค์คล้ายบ้านใต้ถุนสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตร แล้วบทสนทนาระหว่างเรากับคุณอันดราก็เริ่มขึ้น “ผมเริ่มก่อสร้างบ้านหลังนี้ในปีค.ศ. 2008 เริ่มจากโครงสร้างหลักคือกล่องปูนเปลือยยกสูงอย่างที่เห็นเมื่อบ้านค่อยๆก่อร่างขึ้นก็ทำให้ผมเห็นรายละเอียดที่ควรใส่เพิ่มลงไปจึงใช้เวลาก่อสร้างนานกว่าบ้านทั่วไปแต่การค่อยๆคิดและถักทอพื้นที่ต่างๆเข้าด้วยกัน ทำให้ได้ผลลัพธ์เป็นบ้านที่ลงตัวกับผมและครอบครัวอย่างแท้จริงบ้านหลังนี้เสร็จสมบูรณ์ในปีค.ศ. 2013 ใช้เวลารวม 5 ปีพอดี” คุณอันดราเป็นเจ้าของสำนักงานออกแบบ Andramatin และถือเป็นสถาปนิกรุ่นบุกเบิกที่เปิดรับงานออกแบบสถาปัตยกรรมอย่างอิสระในประเทศอินโดนีเซีย สิ่งที่เขาใส่ใจที่สุดก็คืองานออกแบบที่สอดรับกับภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศนี้ บริษัทของเขาจึงเป็นผู้นำด้านงานออกแบบสไตล์โมเดิร์นทรอปิคัล ดังจะเห็นได้ว่าบ้านหลังนี้แทบไม่ใช้เครื่องปรับอากาศเลย มีเพียงสองจุดเท่านั้นคือห้องน้ำที่ชั้นใต้ดินซึ่งต้องใช้เครื่องกำจัดความชื้นและในห้องนอนชั้นบน นอกเหนือจากนั้นล้วนพึ่งพาพลังจากธรรมชาติทั้งสิ้น และอีกเรื่องหนึ่งที่คุณอันดราสนใจก็คือการออกแบบพื้นที่ “ผมสนใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่มากกว่ารูปทรง” คุณอันดราอธิบายหลักการออกแบบพื้นที่ซึ่งใช้กับทุกงานออกแบบของเขาแม้แต่กับบ้านหลังนี้ “ความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ (Spatial Relationship) ต้องมองไปถึงกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นมากกว่าการมองแบบเป็นห้องสี่เหลี่ยม เพราะในความเป็นจริงกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะนั่งนอนเดินหรือยืนต่างก็มีพื้นที่ ‘ระหว่างกัน’ทั้งสิ้นเมื่อคิดได้ดังนี้รูปทรงก็จะออกมาต่างอย่างที่ควรจะเป็นสามารถออกแบบร่วมกับเรื่องภูมิอากาศและการอยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสม” คำอธิบายข้างต้นพอทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมบ้านหลังนี้จึงมีรูปทรงแปลกตาและชวนให้แปลกใจทุกครั้งที่ก้าวผ่านจากบริเวณหนึ่งไปสู่อีกบริเวณหนึ่ง “ผมชอบการเดินทางบ้านของผมก็เลยให้ความรู้สึกของการเดินทาง” การเปลี่ยนผ่านแต่ละพื้นที่ของบ้าน AM House เปรียบได้กับการผจญภัยย่อมๆ ทั้งทางเข้าที่เดินทะลุขึ้นมายังเนินดินก่อนเข้าสู่พื้นที่รับแขกที่ลัดขึ้นบันไดเวียนสู่สวนดาดฟ้าได้ หากเดินจากพื้นลาดอีกด้านหนึ่งก็จะแยกออกไปยังเรือนเล็กของคุณอันดรา แล้ววนกลับเข้ามาที่ห้องของลูกๆ ห้องทำงานชั้นล่างยังมีประตูซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือเพื่อออกไปยังห้องละหมาดและห้องน้ำได้อีกด้วย […]

บ้านโมเดิร์น ทรงเหลี่ยมๆ บนหินทรงกลม ๆ

บ้านโมเดิร์น บนที่ดินที่คาดคะเนว่าอาจมีน้อยคนนักที่จะสนใจที่ดินผืนนี้…ทำไมน่ะหรือ บ้านโมเดิร์น ก็เพราะบริเวณนี้เต็มไปด้วยหิน ไม่ใช่หินธรรมดาเสียด้วย เป็นหินก้อนกลมขนาดใหญ่มาก ดังนั้นการวางแปลนบ้านก็จะยากกว่าบ้านทั่วไปหรือแม้แต่บ้านบนเนินเขาหลายเท่านัก แต่เจ้าของบ้านหลังนี้กลับไม่คิดเช่นนั้น ที่ดินขนาดประมาณ 1 ไร่นี้ดูคับแคบกว่าความเป็นจริง เพราะเต็มไปด้วยหินธรรมชาติขนาดยักษ์ ขอบเขตของพื้นที่ต่ำกว่าระดับถนนลงไปเป็นผาหินชัน บังตัวบ้านสองชั้นจนมองเห็นแค่หลังคาบางส่วนเท่านั้น เราจึงไม่อาจคาดเดาหน้าตาของบ้านว่าจะมีลักษณะเป็นเช่นไร ที่ดินที่มีระดับแตกต่างกันมาก ประกอบกับเต็มไปด้วยหิน ทำให้การออกแบบอาคารต้องแยกพื้นที่ใช้สอยให้ห่างกัน เป็น บ้านโมเดิร์น ภายใต้หลังคาแบบเพิงหมาแหงนที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน โดยทุกพื้นที่จะมีการ “เล่นเส้น” อย่างแยบยล สร้างความเชื่อมโยงและปรับความรู้สึกของแปลนรูปทรงสี่เหลี่ยม ผืนผ้าที่น่าเบื่อด้วยการออกแบบโครงสร้างที่ยกระดับพื้นให้ลดหลั่นกัน เปิดฝ้าเพดานขึ้นไปจนติดหลังคา ปล่อยเปลือยโครงสร้างบางส่วนเพื่อรับแสงด้านข้างและลวงตาให้เกิดเป็นเส้นสายในงานออกแบบ ทำให้รูปทรงดูต่างออกไป และสร้างความรู้สึกสบายยิ่งขึ้น ด้วยลักษณะของพื้นที่ การวางตำแหน่งอาคารจึงแยกเป็น 3 หลัง มีเรือนหลังใหญ่สองชั้นที่วางแปลนเป็นรูปตัวที (T) ชั้นบนเป็นส่วนนั่งเล่นแบบเปิดโล่ง เผยให้เห็นงานโครงสร้าง ผนังด้านในบางส่วนตีไม้ระแนง บางส่วนเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูนสลับกับกระจกใส มีระเบียงโล่งแนวขวางตั้งฉากกับห้องจัดเป็นส่วนรับประทานอาหารแบบเอ๊าต์ดอร์ ส่วนชั้นล่างของเรือนใหญ่แม้จะเน้นให้มีความเรียบโล่ง แต่ก็มีผนังกั้นเพื่อความเป็นสัดส่วนมากกว่าชั้นบน หลักๆ ออกแบบเป็นผนังบานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่เต็มผนัง ประกอบด้วยส่วนนั่งเล่นที่ออกแบบเป็นเตียงขนาดใหญ่ ใกล้กันเป็นห้องรับประทานอาหารกึ่งทางการ และส่วนที่อยู่ในสุดเป็นแพนทรี่แบบทันสมัย   เรือนหลังที่สองเป็นเรือนชั้นเดียว ด้านหน้ามีสนามหญ้าที่ต่อกับเรือนใหญ่พอดี มีเฉลียงหน้าห้องขนาดไม่ใหญ่นัก เรือนนี้เป็นห้องนอนเล็ก แม้จะเป็นห้องที่มีเพดานไม่สูงนัก แต่ก็ดูน่าอยู่ […]

“ผนังปูนเปลือย” กับ “ผนังปูนขัดมัน” ต่างกันอย่างไร?

หลายคนอาจจะสงสัยว่าปูนเปลือย กับปูนขัดมันนั้นดูอย่างไร แล้วที่เราชอบเรียกว่าอะไร ไปหาคำตอบกันว่า “ผนังปูนเปลือย” กับ “ผนังปูนขัดมัน” นั้นต่างกันอย่างไร

คบพี่เสือสร้างบ้าน ตอน ผนังขัดมัน.. สไตล์ เสือ

ร่วมติดตามปฏิบัติการ “คบพี่เสือสร้างบ้าน” เพื่อดูว่าผนังขัดมันแบบดั้งเดิมที่ถูกต้อง พี่เสือเขาทำอย่างไร