บ้านมินิมัลในแบบมูจิที่สนทนากับธรรมชาติและผู้สูงอายุ

บ้านชั้นเดียวขนาดกะทัดรัดกับแปลนบ้านแบบผังอิสระที่ไร้ผนังกั้น พร้อมทั้งชานไม้ขนาดใหญ่ที่เน้นการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ยืดหยุ่นต่อรูปแบบการอยู่อาศัย และเอื้อต่อการเติบโตของครอบครัว นี่คือหัวใจสำคัญของ  Yō no Ie House บ้านที่รวมเอาประสบการณ์ 15 ปีในการออกแบบบ้านของ MUJI มาเรียงร้อยเพื่อนำเสนอรูปแบบการอยู่อาศัยตามปรัชญา “ความสุขเล็กๆที่เรียบง่ายและอบอุ่น” “ไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้างที่เรียกว่าบ้าน แต่เป็นวิถีการดำเนินชีวิต” Yō no Ie House คือแบบบ้านที่มูจิเลือกนำเสนอในวาระครบรอบ 15 ปีที่ได้เริ่มธุรกิจบ้านสำเร็จของตนขึ้น ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปในปี 2004 สิ่งที่ทำให้ MUJI สนใจในธุรกิจบ้านสำเร็จรูปก็คือคำถามคาใจว่าทำยังไงจะแก้ปัญหาความเสื่อมราคาของตัวบ้านตั้งแต่วันที่ซื้อและถูกรื้อทิ้งเมื่อผ่านไป 30 ปี (ที่ญี่ปุ่นมีกฎหมายที่บังคับให้ต้องรื้อบ้านทิ้งหรือรีโนเวตทุกๆ 30 ปี เพื่อความปลอดภัยของชุมชนโดยรวม) ด้วยเหตุนี้เอง MUJI จึงตั้งใจที่จะนำเสนอบ้านที่สามารถอยู่อาศัยไปได้อย่างมั่นคงและผูกพันธ์กับครอบครัวของเจ้าของบ้านตราบทศวรรษจากรุ่นสู่รุ่นด้วยความเชื่อใน “ความสุขที่เรียบง่ายและอบอุ่น” ซึ่งจะนำพา “ชีวิตที่ดี” มาสู่เจ้าของและชุมชนโดยรวม ความพิเศษของ “บ้านชั้นเดียว” เรียบง่าย อยู่สบาย ใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ Yō no Ie House  ถูกออกแบบให้เป็น “บ้านชั้นเดียว” ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ใช้สอยภายในที่สามารถออกแบบให้โล่งกว้างขึ้นได้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการแผ่ขยายออกไปยังพื้นที่รอบๆบ้านด้วยบานเปิดขนาดใหญ่ […]

อยู่ตามวิถีธรรมชาติในบ้านชนบทที่ บ้านต้นเต๊า

เรามาเยือน บ้านต้นเต๊า ในช่วงปลายฤดูฝน  บรรยากาศของบ้านจึงดูชุ่มชื้นและสดชื่นเป็นอย่างมาก บ้านใต้ถุนสูงสีขาวสลับไม้ที่ใครหลายคนอาจเคยเห็นผ่านตา ที่นี่คือ “โฮมสเตย์ บ้านต้นเต๊า ” บ้านใต้ถุนสูงสีขาวสลับไม้ที่ใครหลายคนอาจจะเคยเห็นผ่านตาจากโลกโซเชียล   บ้านหลังนี้เริ่มต้นจากการที่ คุณเกด – ภัคธิมา วรศิริ ได้มาเป็นอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ส่วน คุณปอ – ชิติพัทธ์ วังยาว ก็สนใจธุรกิจข้าวอินทรีย์ จึงได้แวะเข้ามาที่ “บ้านบัว” หมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงและหมู่บ้านข้าวอินทรีย์ของจังหวัดพะเยา เมื่อได้เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายอันเปี่ยมสุข ประกอบกับกำลังมองหาที่ดินสร้างบ้าน จึงได้พบที่หัวมุมถนนติดกับคลองที่เคยเป็นป่าว่างๆ ที่แห่งนี้มักมีน้ำท่วม แต่ด้วยความเป็นสถาปนิก ทำให้คุณเกดคิดว่าไม่ใช่ปัญหา และที่ผืนนี้มีต้นเต๊าหรือตองเต๊าตั้งอยู่กลางที่ดิน จึงใช้เป็นชื่อของบ้าน ทั้งสองจึงคิดปรับแนวทางมาสู่การค่อยๆ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านแห่งนี้ “เราอยู่กันง่ายๆ คนที่มาพักกับเราก็ต้องอยู่กันแบบง่ายๆตามเรา ที่นี่มีแค่สองห้องเท่านั้น กับคาเฟ่ที่เสิร์ฟอาหารจากผลิตผลในหมู่บ้าน ถ้ามีแขกเกินกว่านั้นเราก็จะให้เขาไปพักที่บ้านหลังอื่นในหมู่บ้านแทน เมื่อมาพักเราก็จะแนะนำให้ไปเยี่ยมบ้านอื่นๆในหมู่บ้านที่มีกิจกรรมอื่นๆให้ทำอีก เช่น สานเข่งหรือสุ่มไก่ และวิถีแบบเกษตรพอเพียงที่น่าสนใจ” คุณปอเล่าให้เราฟัง พลางพาเดินชมตัวบ้าน บ้านหลังนี้ออกแบบในลักษณะ “ไทยพื้นถิ่นร่วมสมัย” เพราะคุณเกดเรียนจบด้านสถาปัตยกรรมไทย จึงได้นำเอาเอกลักษณ์ของบ้านในพื้นที่ กับรูปแบบของหลองข้าวซึ่งเป็นอาคารเก็บข้าวเปลือกมาใช้กับตัวบ้านด้วย แต่ปรับเปลี่ยนวัสดุและสีสันให้เป็นโครงสร้างเหล็กผสมปูน และเน้นสีขาวเพื่อความสะอาดตา […]

เรือนรับรองความสุข

ต้นไม้ใหญ่ แสงแดด และท้องฟ้ามีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก บ้านที่มีธรรมชาติโอบล้อมสร้างความสุขให้ผู้อยู่อาศัยได้เสมอ เหมือนเช่นบ้านของ พันตำรวจเอก เกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ ซึ่งทีมงาน “บ้านและสวน” เคยมีโอกาสแวะไปเยือนมาแล้ว แต่ครั้งนี้มีการสร้างเรือนรับรองใหม่ ซึ่งแยกออกจากบ้านหลังใหญ่และอยู่ในระดับต่ำกว่า โดยปลูกไล่ลงไปตามระดับความชันของภูเขา จึงช่วยแบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นเอกเทศ และยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้ดี เรือนรับรองนี้สร้างแยกเป็น 2 หลังอย่างเป็นสัดส่วน ออกแบบหน้าตาและขนาดของเรือนให้ดูใกล้เคียงกัน โดยดัดแปลงจากเรือนยุ้งข้าวเก่าสไตล์ล้านนา โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไม้สักเก่า จึงมีความคงทนแข็งแรง ผู้ออกแบบปรับขนาดของเรือนยุ้งข้าวให้เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง ด้วยที่ตั้งที่มีลักษณะเป็นเนินจึงต้องปรับเป็นพื้นที่ราบก่อน เพื่อให้สะดวกกับการก่อสร้าง พร้อมทำกำแพงเตี้ยๆบอกขอบเขต และยังเป็นส่วนกั้นแนวดินด้วยในตัว ชั้นล่างของเรือนดูคล้ายใต้ถุนโล่ง แต่ปรับให้เข้ากับการใช้งานใหม่ด้วยการกรุผนังกระจกโดยรอบ ทั้งสองหลังวางพื้นที่ใช้สอยเหมือนกัน โดยชั้นล่างเป็นส่วนนั่งเล่น และด้านหลังต่อเติมออกไปเป็นห้องน้ำ ชั้นบนเป็นห้องนอน (ไม่มีห้องน้ำ) แม้ว่ารายละเอียดของการตกแต่งจะต่างกัน ทว่าทั้งสองหลังก็ดูน่าอยู่และสวยงามไม่ด้อยไปกว่ากัน แม้บ้านหลังใหญ่จะมีความสมบูรณ์พร้อมต่อการอยู่อาศัยแล้ว แต่คุณเกรียงศักดิ์ก็ให้เหตุผลที่สร้างเพิ่มเติมอีก 2 หลังว่า “เวลาที่ผมมาพักผ่อนเพื่อนฝูงที่สนิทกันมักตามมาสมทบ นัดกันมากินข้าวและก็อยู่จนดึก บางทีก็จัดปาร์ตี้รอบกองไฟ ผมมีเตาย่างบาร์บีคิวเตรียมพร้อมไว้หมด พอสนุกกันก็ไม่อยากกลับบ้านแล้ว จริงๆผมมีพื้นที่พอให้เขากางเต็นท์นอนกันได้ แต่คิดไปคิดมาสร้างเรือนรับรองน่าจะดีกว่า 1 หลังก็เหมือน 1 ห้องสวีท มีส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องนอนในตัว […]

บ้านที่มีลมหายใจ…และกำไรของชีวิต

ณ หัวโค้งหนึ่งของทางหลวงชนบทที่ลัดเลาะไปตามท้องทุ่งในตำบลบ้านชัฏป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มองเข้าไปก็จะเห็นบ้านหลังคาแป้นเกล็ดที่ดูแปลกตากว่าบ้านเรือนโดยรอบ ตัวอาคารคอนกรีตแซมด้วยองค์ประกอบไม้แลดูนิ่งสงบและอบอุ่น บ้านหลังนี้คือบ้านของ คุณเต้อ – นันทพงศ์ ยินดีคุณ และครอบครัว “มีความคิดว่าเมื่อคุณพ่อเกษียณก็อาจมาอยู่ทำสวนทำไร่ ใช้ชีวิตง่ายๆอยู่ที่นี่” คุณเต้อเล่าถึงสาเหตุที่มาปลูกบ้านอยู่ที่นี่ “เริ่มมาจากตอนหนีน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯปี 2554 เราทั้งครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย และผมมาเช่ารีสอร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่แปลงนี้ และก็เริ่มติดใจบรรยากาศของพื้นที่แถบนี้” แม้จังหวัดราชบุรีจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากขับรถก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ แต่อำเภอสวนผึ้งซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังยังมีบรรยากาศแบบชนบทอย่างเต็มเปี่ยม   “ที่นี่ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ ผมสามารถขับรถไปทำงานที่อาศรมศิลป์ได้บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่บ้านตากอากาศ แต่เป็นบ้านอีกหลังที่หากคุณพ่อเกษียณแล้วคงมาอยู่กัน” มองจากภายนอกบ้านหลังนี้ดูใหญ่โตทีเดียว แต่ความจริงแล้วการออกแบบเริ่มมาจากการสร้างพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน แล้วจึงนำมาผนวกเข้าด้วยกัน “บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ร่วมกัน บ้านใหม่ก็เลยอยากให้ทุกคนได้มีพื้นที่ของตัวเอง แล้วก็เชื่อมพื้นที่เหล่านั้นด้วยโถงทางเดิน เปิดพื้นที่ตรงกลางเป็นสวนและกั้นความเป็นส่วนตัวของทุกห้องออกจากกัน แต่ก็ยังหลวมพอที่ลมจะไหลเวียนผ่านทุกส่วนของบ้านได้” บ้านหลังนี้จึงมีรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ที่ทับซ้อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีลานหินกรวดซึ่งปลูกต้นไม้ใหญ่สองสามต้นอยู่ตรงกลาง หากมองจากด้านบนก็จะเห็นว่ามีส่วนกั้นให้เกิดความเป็นส่วนตัวและเพิ่มความสดชื่นให้ทุกพื้นที่ในบ้าน แต่มองจากด้านล่างกลับดูนิ่งสงบ เข้ากับห้องทำงานของคุณเต้อที่ต้องการสมาธิในการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรม ทางเดินทั้งหมดภายในบ้านและระเบียงของแต่ละห้องตั้งอยู่บนคานยื่น (Cantilever) ด้วยเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าและรูปแบบทางสถาปัตยกรรม “ผมคิดว่าคานยื่นนั้นเป็นเหมือน ‘กำไรของโครงสร้าง’ เพราะไม่ต้องเสียฐานราก ไม่ต้องเสียเสา ใช้การฝากน้ำหนักไว้กับโครงสร้าง จึงออกแบบให้ทางเดินและระเบียงเป็นโครงสร้างที่ยื่นออกไป 1.50 เมตร ทั้งเพิ่มพื้นที่สัญจรและช่วยกันแดดกันฝนได้ดี รวมถึงทำให้บ้านดูเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นคล้ายยุ้งข้าวอีกด้วย” […]

บ้านไม้สองชั้นที่เล่าเรื่องไทยอีสานสมัยใหม่ในบริบทเดิม

บ้านไทยอีสานในรูปแบบสมัยใหม่ที่กลมกลืนไปกับบริบทของสิ่งแวดล้อมแบบชนบท ของคุณปิแอร์ เวอร์เมียร์ ที่อยู่เมืองไทยมาได้ 6 ปี จึงคุ้นเคยกับวิถีแบบไทยและติดใจในความเป็น “บ้านนอกที่อบอุ่น” ในจังหวัดอุดรธานีแห่งนี้

แบบบ้านไทย เรียบง่าย สไตล์คุ้มล้านนา

บ้านเก่าอายุกว่า 80 ปี ซึ่งเคยเป็นคุ้มของ เจ้าบุ ณ ลำปาง ผู้สืบเชื้อสายจากเจ้าเมืองลำปาง ก็คิดไปว่าบ้านนี้น่าจะเป็นบ้านที่ดูเงียบๆ มีบรรยากาศน่าเกรงขาม แต่เมื่อมาพบเข้าจริงๆ ผมกลับรู้สึกได้ถึงความมีชีวิตชีวา

LIFE IN PLACE, REST IN ART ศิลปะในความสงบ

เยือนบ้านของนักศิลปะบำบัดที่มี “ธรรมชาติสร้างสมดุล” และ “ศิลปะสร้างความสงบ” เป็นใจความหลักของบ้าน…