NOURSABAH PATTAYA โรงแรมที่ผสมผสานโคโลเนียล ไทย ยุโรปและอารบิคไว้ด้วยกัน

แปลกใหม่ตั้งแต่ที่มาของชื่อโรงแรมไปจนถึงการตกแต่งกับดีไซน์ของ ที่พักพัทยา ที่ผสมผสานการออกแบบทั้งโคโลเนียล ไทย ยุโรปและอารบิคเข้าด้วยกัน โดย ‘ณุศบา’ มีที่มาจากภาษาอารบิคประกอบจาก คำว่า Nour (นูร) แปลว่า แสง และ sabah (ซอบาฮฺ) แปลว่า สายลมยามเช้าทำให้การออกแบบของที่นี่จึงเน้นในเรื่องของการใช้แสงและสายลมธรรมชาติมาเป็นส่วนประกอบของตัวอาคารนั่นเอง ที่พักพัทยา สไตล์ไทยโคโลเนียลมี 3 ชั้นภายนอกเป็นสีขาวสะอาดตา ส่วนภายในตกแต่งตามธีมและชื่อแต่ละชั้นไม่ซ้ำกัน โดยห้องพักแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ ห้องแกรนด์ดีลักซ์ ห้องดีลักซ์ทวินและห้องดีลักซ์ ตัวอาคารของโรงแรมถูกวางตำแหน่งให้หันระเบียงเข้าหากันเพื่อเห็นวิวสระว่ายน้ำที่กรุด้วยหินอ่อนรูปกุญแจบริเวณคอร์ตตรงกลางที่ถูกออกแบบเพื่อแทนถึงทะเลของพัทยา ส่วนภายในห้องพักออกแบบให้มีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 3.5 ม. เพื่อให้ลมธรรมชาติเข้ามาได้อย่างเต็มที่ เลือกใช้ธีมสีเพื่อความสบายตาลสร้างบรรยากาศในการพักผ่อนด้วย สีฟ้า เทา ชมพู เขียว เหลืองและครีม พร้อมการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งทำใหม่ทั้งหมดจากเชียงใหม่ โดยเน้นเป็นไม้เนื้อแข็งเพื่อความอบอุ่น รวมไปถึงการสร้างกิมมิคในรายละเอียดอย่าง การออกแบบประตูบานเฟี๊ยมจากไม้จำปีซึ่งเป็นขนาดสั่งทำเป็นพิเศษ หรือจะเป็นกระเบื้องและการฉลุลายไม้ที่มีกลิ่นอายของโมรอคโคและของมุสลิมซึ่งนำมาใส่เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของโรงแรมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น NOURSABAH PATTAYA มีบริการที่จอดรถและเสิร์ฟอาหารเช้าให้แขกที่เข้าพัก นอกจากนั้นยังบริการอาหารว่างในแบบฮาลาลและทั่วไปบริเวณพื้นที่ล๊อบบี้ ซึ่งบริเวณนี้เองที่คุณจะเลือกนั่งชิลภายในห้องแอร์หรืออกมานั่งริมสระว่ายน้ำแบบเอาท์ดอร์ได้ตลอดทั้งวัน Ideas to steal สร้างมุมพักผ่อนเล็กๆ ที่มุมอาคารในแต่ละชั้นเพื่อสร้างบรรยากาศสดชื่นให้กับโรงแรมโดยไม่ต้องเสียพื้นที่ใช้สอย […]

ชามแกง สร้างประสบการณ์ในการกิน “แกง” ผ่านการตกแต่งร้านแบบสตรีทฟู้ด

ตลาดน้อย ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องและอาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและร้านค้าที่ยังคงเก็บกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างเข้มข้น เเละหนึ่งในนั้นคือ “ชามแกง” ร้านอาหารเจริญกรุง ที่ซ่อนตัวอย่างเงียบ ๆ อยู่ภายในซอยนครเกษม 5 ประหนึ่งเป็นฮิดเด้นเพลสกลางกรุง ถ้าหากคุณอยากลิ้มลองต้องตั้งใจเดินตามหากันหน่อย เพราะร้านนี้ไม่ได้มีป้ายหน้าร้านอย่างที่อื่น ๆ เป็นหนึ่งในความตั้งใจของผู้ออกแบบนั่นเอง เมื่อก้าวผ่านบานประตูสีแดงของ ร้านอาหารเจริญกรุง แห่งนี้ คุณจะได้สัมผัสกับกลิ่นเครื่องแกงหอมเย้ายวน พร้อมเสียงของการเตรียมวัตถุดิบจากเชฟทั้ง 3 ได้เเก่ คุณจีราวิชช์ มีแสงนิลวีรกุล คุณอรุษ เลอเลิศกุล และคุณอัจฉราภรณ์ เกียรติธนวัฒน์  ผู้หยิบวัตถุดิบง่าย ๆ ที่มีอยู่แล้วมาพลิกแพลงใหม่ ผสมผสานกับเทคนิคการปรุงอาหารชั้นเลิศ จนเกิดเป็นเมนู  “แกง” แบบไทย ที่สร้างประสบการณ์การลิ้มรสที่พิเศษยิ่งขึ้นกว่าเดิม ภายในร้านขนาดหนึ่งคูหานี้ มีเพียงโต๊ะสังกะสีวางเรียงต่อกัน พร้อมสตูลบาร์จำนวน 16 ที่นั่ง ด้านในสุดปลายสายตาคือครัวโชว์ขนาดย่อมที่ออกแบบมาสำหรับเชฟ 3 คนแบบพอดี ๆ ภายใต้บรรยากาศแบบร้านอาหารกึ่งบาร์ ที่ให้ความรู้สึกถึงการผสมผสานระหว่างสตรีทฟู้ดกับเชฟเทเบิ้ล “เราพยายามตีความหมายของแกง ซึ่งแกงที่เชฟเลือกทำเป็นแกงที่มีอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน วัตถุดิบก็สามารถหาได้ทั่วไป มีความเป็นโลคอล งานอินทีเรียร์เลยอยากทำเพื่อสะท้อนถึงอาหารที่มีความติดดิน” – คุณศิรดา เกื้อวิบูลย์วณิชย์  […]

304 HOUSE ทำบ้านให้แหว่งเพื่อเปิดช่องโหว่ให้ “ต้นไม้”

เนื่องจากการขยายตัวของเมืองทำให้ที่อยู่อาศัยในประเทศเวียดนามเริ่มมีความหนาแน่นและมีมูลค่าที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ครอบครัวของคนรุ่นใหม่จึงนิยมอยู่อาศัยในบ้านเเบบ ทาวน์เฮ้าส์ กันมากขึ้น ดังเช่น ทาวน์เฮ้าส์ หลังนี้ ที่มีขนาดเพียง 3.5 x 12 เมตร กับพื้นที่ใช้สอย 180 ตารางเมตร ซึ่งกลายเป็นความท้าทายของสถาปนิกผู้ออกแบบที่ต้องสร้างสภาวะน่าสบาย ด้วยการดึงแสงธรรมชาติและลมให้เข้ามาในบ้านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภายใต้ข้อจำกัดที่มีช่องเปิดเพียงด้านเดียวคือด้านหน้าอาคาร สถาปนิกจึงตัดสินใจทำช่องเปิดในแนวตั้งบริเวณกลางบ้าน ให้เชื่อมต่อถึงกันหมดทั้งหลัง เพื่อดึงแสงให้เข้ามาเเถมยังช่วยให้บ้านดูกว้างไม่ทึบตัน อีกทั้งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ช่วยสร้างความสดชื่นให้แก่ผู้อยู่อาศัย ช่องเปิดที่เกิดขึ้นนี้ยังสร้างให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ภายในกับภายนอกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเกิดมุมมองใหม่ ๆ ทั้งจากข้างในมองออกไปข้างนอก และคนภายนอกมองเข้ามาข้างใน ทว่ายังคงความเป็นส่วนตัวไว้อยู่ ในแง่ของวัสดุเลือกใช้วัสดุสามัญอย่าง ผนังสีขาวเรียบ และไม้สีอ่อน ขับเน้นให้บ้านดูสว่าง สะอาดตา เรียบง่าย เพื่อให้ธรรมชาติและเเสงเงาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการอยู่อาศัยและพระเอกของบ้านแทน ออกแบบ : KIENTRUC O เรียบเรียง : Woofverine ภาพ : Oki Hiroyuki GLASS BLOCK HOUSE เปลี่ยนบ้านโทรมเป็นบ้านเรืองแสงด้วย “บล็อกแก้ว” TWIN HOUSE […]

THE RECTANGLE COFFEE X TOWER รื้อร่องรอยอาคารร้าง สู่คาเฟ่มากเรื่องราว

เสียงตอบรับจากผู้มาเยือน คาเฟ่เชียงใหม่ ในอำเภอหางดง หลายเสียงต่างบอกไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะจากบรรดาคนท้องถิ่นที่พูดถึงความคุ้นเคยกับเเท่งคอนกรีตสูงใหญ่บนเนินดินที่ดูคล้ายเนินเขาขนาดย่อม บริเวณหัวมุมถนนเลี่ยงเมืองสันป่าตอง – หางดง ซึ่งยังคงสภาพเป็นอาคารร้างมานานเกือบ 30 ปี จนเเทบไม่อยากเชื่อสายตาว่า วันหนึ่งซากคอนกรีตที่สูงนับสิบเมตรนี้จะกลายเป็นสถานที่ตั้งของ “The Rectangle Coffee X Tower” คาเฟ่เชียงใหม่ ติดอันดับความนิยมอย่างรวดเร็วในโลกโซเชียลมีเดีย จากกระเเสของผู้คนทั้งนอกเมืองและในเมืองที่เเวะเวียนมาถ่ายรูปจิบกาเเฟกันเเบบคึกคักตลอดทั้งวัน “ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นตึกนี้แล้ว” “ขับรถผ่านก็เห็นตลอด” “เห็นภาพตึกก็รู้แล้ว ไม่ต้องเปิดกูเกิ้ลแมพเลย” “ใครจะมาสร้างตึกแบบนี้เพื่อทำร้านกาแฟ” “มันไม่มีทางที่ใครจะลงทุนสร้างตึกเเละเสาใหญ่ ๆ นี้ เพื่อทำเป็นเเค่อาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็ก ๆ ตรง ๆ สูง ๆ มันไม่มีใครทำแบบนี้หรอก” จากการบอกเล่าของคุณถิรพัฒน์ นอกจากความคุ้นเคยของผู้คนในท้องถิ่นที่มีต่อซากอาคารที่ตั้งอย่างรกร้างมานานแสนนาน หน้าตาอันแปลกประหลาดของโครงสร้างที่ยากจะเดาที่มาที่ไป ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายอันเตะตา จนเป็นแรงดึงดูดให้เขาเเละภรรยาที่เพิ่งย้ายจากกรุงเทพฯ มาอาศัยอยู่ในเมืองเชียงใหม่ได้ไม่นาน อดความสงสัยที่มีต่อซากคอนกรีตทิ้งร้างไว้นี้ไม่ได้ กระทั่งนำมาสู่ไอเดียการเปลี่ยนซากอาคารที่น่าพิศวงให้กลายเป็นคาเฟ่ตามแบบที่ตนเองชอบ “เจ้าของเขาบอกว่า พ่อเขาสร้างไว้เพื่อจะใช้วางพระพุทธรูปขนาดใหญ่” คุณถิรพัฒน์เฉลยความน่าสงสัยของโครงสร้างคอนกรีตสูงใหญ่นี้ให้เราฟัง “เพื่อวางองค์พระขนาดใหญ่ไว้ข้างบน ตั้งนานมากแล้วนะ ก่อนปี40เสียอีก แล้วตอนที่สร้างเขาบอกว่าฟ้าผ่าก็เลยทำให้ต้องหยุดไป พอจะกลับมาสร้างใหม่ก็เกิดวิกฤตต้มยำกุ้งพอดี เลยจำเป็นต้องเบรกโครงการตั้งแต่นั้น”   ลักษณะของอาคารนี้เป็นอาคารโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก […]

STUDIOLOGY เปลี่ยนภาพลักษณ์สตูดิโอ ด้วยผนังอิฐที่เปลี่ยนผันตามธรรมชาติ

จากภาพลักษณ์ สตูดิโอ ให้เช่าที่มักมีหน้าตาเป็นโกดัง หรือโครงเหล็กสไตล์อินดัสเทรียล ซึ่งเป็นการออกแบบไม่มากวิธี จนได้รับความนิยมกันอย่างดาษดื่น จะเป็นอย่างไรหากสตูดิโออยากเปลี่ยนโฉมมาเป็นอาคารกรุผนังอิฐสีส้มดูบ้าง ซึ่งให้ทั้งความโดดเด่นเเละงดงามอย่างเป็นธรรมชาติในเวลาเดียวกัน ในซอยลึกของถนนประเสริฐมนูกิจ 29 ย่านลาดพร้าว อาคารอิฐ ทรงกล่องขนาดใหญ่ตั้งอยู่อย่างเด่นหรา ดูแปลกแยกจากอาคารบ้านเรือนและสุมทุมพุ่มไม้โดยรอบ กล่องทรงคล้ายลูกบาศก์ที่ว่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ “Studiology” สตูดิโอ ให้เช่าสำหรับงานถ่ายทำทุกประเภท สร้างขึ้นภายใต้แนวคิดการเปลี่ยนภาพจำของสตูดิโอถ่ายทำทั่วไปสามารถให้บริการได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ด้วยขนาดของสถานที่ Studiology นั้น นับเป็นสตูดิโอขนาดกลาง ที่มีข้อดีคือการตั้งอยู่ในเขตตัวเมืองอันสะดวกกับหลายทีมงานกองถ่ายที่มักทำงานอยู่ในตัวเมืองเป็นหลัก ซึ่งนับว่าหาได้ยากสำหรับสตูดิโอในขนาดเดียวกัน นอกจากนั้นความที่ตั้งอยู่ในซอยลึกห่างจากความพลุกพล่านของถนนใหญ่ ยิ่งช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับศิลปินดาราทีมงานกองถ่ายทำ คุณทวีพล ธีระวิชิตชัยนันท์ หนึ่งในหุ้นส่วนผู้เป็นเจ้าของโครงการ ซึ่งมีประสบการณ์อยู่ในอุตสาหกรรมโปรดักชั่นเฮ้าส์เป็นทุนเดิม เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของโครงการว่า “ไอเดียของเราคืออยากให้เป็นสตูดิโอที่มีความเป็นส่วนตัวสูงสำหรับลูกค้า เรามีแค่สตูดิโอเดียวเท่านั้น ดังนั้นเวลามาใช้งานทั้งพื้นที่ จะมีแต่ทีมของเรา เหมาะกับกองถ่ายที่มีดนดัง หรือศิลปินที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ตอนที่คุยกับสถาปนิก เราอยากให้มันเป็นแลนด์มาร์ก คือตัวสตูดิโอจริง ๆ จะเป็นแค่กล่องสี่เหลี่ยมที่ฟังก์ชันอยู่ข้างใน แต่ข้างนอกเราก็อยากให้มีความโดดเด่น คนจดจำได้ว่าที่นี่คือ Studology” เพราะแม้การตั้งอยู่ลึกจากถนนหลักจะเป็นข้อได้เปรียบ แต่ภายใต้ข้อดีก็มีข้อจำกัดเรื่องทิศทางของถนน ความลึก และมุมมองภายในซอยที่จะทำให้มองเห็นโครงการได้ยาก เมื่อสร้างเสร็จ Studiology จึงต้องทำตัวเองให้โดดเด่นขึ้น เพื่อให้สามารถเป็นที่สังเกตได้จากระยะไกล  […]

WOODEN CAVE เปลี่ยนบรรยากาศไปนอนในถ้ำที่ประกอบขึ้นจากไม้ทั้งหมด 1,112 ชิ้น

รีโนเวตโรงแรม Hyades Mountain Resort ในประเทศกรีซ โดยยังคงโครงสร้างเดิมของห้องพักไว้ แล้วทำการตกแต่งภายในด้วยไม้แบบโค้งเสมือนเป็นถ้ำไม้อันแสนอบอุ่น ภายในห้องแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ส่วนของเตียงนอน 2 ตำแหน่งที่ใช้โครงสร้างไม้ต่อเนื่องลงมาจากผนังโค้ง และส่วนของที่นั่งพักผ่อนซึ่งสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้เต็มตา ร่วมด้วยพื้นที่ครัวเปิดขนาดกะทัดรัด และเตาผิงที่กรุด้วยหินสีดำ เน้นการแบ่งโซนภายในห้องออกเป็นสองอารมณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจนเพื่อสื่อถึงบรรยากาศแบบ “ถ้ำ” ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่หลบภัยของมนุษย์มาแต่ครั้งอดีตกาล หินสีดำบริเวณภายนอกเปรียบเสมือนตัวถ้ำที่มีความแข็งแกร่งสามารถป้องกันภัยได้ แต่เมื่อเข้ามาภายในกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นน่าพักผ่อนด้วยวัสดุอย่างไม้สนที่นำมาดัดเป็นเส้นโค้งดูพลิ้วไหว หิน และไม้สน ที่นำมาใช้เป็นวัสดุหลักนั้น ล้วนเเต่หาได้ง่ายในท้องถิ่น โดยไม้สนที่ดัดโค้งเป็นผนังคือไม้ทั้งท่อนที่นำมาซ้อนต่อกัน และใช้ไม้สนอัดในส่วนอื่น ๆ ซึ่งโครงสร้างไม้ที่นำมาตกแต่งภายในจะถูกติดตั้งแบบเว้นระยะจากผนังคอนกรีตเดิม เพื่อให้เหลือช่องว่างระหว่างไม้กับผนังคอนกรีตสำหรับช่วยระบายอากาศ กันความชื้น และเป็นฉนวนความร้อนอีกชั้น ซึ่งเทคนิคนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะตัวโรงแรมตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีลักษณะอากาศแปรปรวนตลอดทั้งปี นอกจากนี้รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังผนังโค้งที่ดูพลิ้วไหวนี้ ต้องประกอขึ้นด้วยไม้มากกว่า 1,112 ชิ้น ที่ไม่เหมือนกันเลย! โดยกว่าจะเเล้วเสร็จออกมาเป็นภาพจริงอย่างที่เห็นนี้ สถาปนิกได้ออกแบบผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบอัลกอริทึม และเมื่อนำชิ้นส่วนมาประกอบเข้าด้วยกัน จึงค่อย ๆ แกะสลักทีละส่วนด้วยฝีมือของสถาปนิกในทีมเพียง 2 คน เนื่องจากเป็นงานที่มีความซับซ้อนเเละยากเกินกว่าช่างไม้ท้องถิ่นจะเข้าใจได้     นี่จึงเป็นการผสมผสานศาสตร์ของการออกแบบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่เหนือจินตนาการ กับฝีมือแบบงานคราฟต์ที่ยากกว่าเครื่องจักรชนิดใดจะประมวลผลได้ […]

VARIVANA RESORT KOH PHANGAN สถาปัตยกรรมปูนเปลือยกลางป่ามะพร้าว

VARIVANA (วารี-วานา) แปลตรงตัวว่า สายน้ำและผืนป่า ซึ่งกลายเป็นชื่อของ โรงแรมเกาะพะงัน ระดับสี่ดาวกลางป่ามะพร้าวบนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หนึ่งในจุดหมายปลายทางสถานที่ท่องเที่ยวของเหล่าคนรักทะเล แต่ด้วยความที่ขึ้นชื่อเรื่องทะเล เหล่าผู้ประกอบการ โรงแรมเกาะพะงัน จึงต่างพากันจับจองที่ดินติดทะเล หรือใกล้ทะเลให้ได้มากที่สุดเพื่อดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยว และนั่นทำให้ที่นี่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เพราะเป็นโรงแรมที่อยู่ท่ามกลางป่ามะพร้าวเท่านั้น แต่งานดีไซน์ของที่นี่เขาตั้งใจมอบประสบการณ์ให้แขกผู้เข้าพักในรูปแบบใหม่ โดยมีสถาปัตยกรรมทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ จากข้อจำกัดด้านที่ตั้งที่ไม่ได้อยู่ติดทะเล ผู้ออกแบบจาก บริษัท Patchara + Ornnicha Architecture นำโดย คุณพัชระ วงศ์บุญสิน และ คุณอรณิชา ดุริยะประพันธ์ จึงตั้งใจสร้างจุดเด่นให้โรงแรมด้วยการนำความเรียบง่ายมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่แขกผู้เข้าพัก เริ่มตั้งแต่ค้นหาศักยภาพของที่ตั้งซึ่งเต็มไปด้วยป่ามะพร้าว และลักษณะความชันของพื้นที่ที่ดูคล้ายกับภูเขา หลังจากทำการสำรวจอย่างละเอียดแล้ว ทีมสถาปนิกพบว่าบนที่ดินของโครงการยังมีจุดที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างสวยงาม จากศักยภาพที่เหมาะสมตำแหน่งที่ดินนี้จึงเป็นที่ตั้งของโรงแรมทั้ง 4 อาคาร โดยวางไว้ด้านหลังของที่ดินที่อยู่บนเนินเขา สร้างประสบการณ์การเข้าถึงที่แปลกใหม่ราวกับที่นี่ถูกซ่อนตัวไว้ โดยแขกที่เข้าพักจะต้องเดินผ่านป่ามะพร้าว ก่อนจะเข้าถึงส่วนต้อนรับของโรงแรม อีกทั้งตำแหน่งที่สร้างอาคารยังเอื้อให้ห้องพักสามารถมองเห็นวิวทะเลที่สุดขอบฟ้าได้ ส่วนฟังก์ชันการใช้งานของโรงแรม ประกอบด้วยอาคารส่วนกลาง และอาคารห้องพัก 3 อาคาร มีห้องพักให้บริการทั้งหมด 40 ห้อง พร้อมร้านอาหาร สปา และสระว่ายน้ำ […]

THE MUSTANG BLU ย้อนศตวรรษสู่เบื้องหลังความเจ็บปวดที่งดงาม

อาคารโคโลเนียลอายุมากกว่าศตวรรษบนถนนไมตรีจิตต์ ย่านเยาวราชได้รับการชุบชีวิตพร้อมประโยชน์ใช้สอยใหม่ในฐานะโรงแรม ที่จะพาทุกคนย้อนเวลาสู่บรรยากาศความงามเมื่อครั้งอดีตผ่านการเปิดเปลือยร่องรอยแห่งกาลเวลา The Mustang Blu คือสาขาใหม่ล่าสุดของ The Mustang Nero โรงแรมสุดเท่ย่านพระโขนงซึ่งได้รับการกล่าวขวัญถึงมาโดยตลอด “ตอนแรกตั้งใจให้ที่นี่ชื่อ The Mustang Blues สื่อถึงเพลงบลูส์ที่บอกเล่าความเศร้าและความเจ็บปวดที่งดงามของชาวผิวสี เชื่อมโยงกับ The Mustang Nero ด้วย แต่ด้วยความที่อาคารนี้มีอายุร้อยกว่าปี จึงถือเป็นโปรเจ็คต์ที่ยากมากจนบางทีเราก็ท้อ เลยเปลี่ยนมาตั้งชื่อว่า The Mustang Blu ซึ่งแปลว่าสีฟ้าในภาษาอิตาเลียน ให้ฟังดูสดใสขึ้น” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณจอย-อนันดา ฉลาดเจริญ ตามหาทำเลใหม่สำหรับขยับขยายโรงแรมแห่งที่สอง จนมาพบอาคารแห่งนี้ ซึ่งเดิมใช้ประกอบการสถานบันเทิงชื่อดังของย่านนี้มาหลายทศวรรษ มาถึงวันนี้อาคารถูกเปลี่ยนมืออีกครั้ง และด้วยสายตาอันเฉียบคมที่มองทะลุสู่ความงามภายใต้คราบความทรุดโทรม กอปรกับปณิธานแรงกล้าที่จะอนุรักษ์อาคารเก่าจากการรื้อทำลาย คุณจอยจึงทำให้ The Mustang Blu เผยโฉมใหม่อย่างสง่างามเพื่อพลิกฟื้นมุมมืดของย่านนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง “เป้าหมายในการทำอาคารนี้คือการเติมคำว่า “สุด” ในทุกเรื่อง ทั้งดีที่สุดต่ออาคาร สวยที่สุด ประหยัดที่สุดเพราะเราไม่มีการระดมทุนมากมาย คำนึงถึงใช้ทรัพยากรและแรงงานคนให้มีประสิทธิภาพที่สุด ปรับพื้นที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ลดการก่อสร้างใหม่ให้น้อยที่สุด และรักษาเวลาให้มากที่สุด ดังนั้น อาคารนี้จึงใช้เวลาในการปรับปรุงไม่ถึง […]

THE SHOPHOUSE 1527 เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของการอยู่อาศัยผ่านร่องรอยในความดิบ

ร่องรอยเก่าที่สุดที่พอจะระบุความเป็นมาของ อาร์ตสเปซ ในห้องแถวหมายเลข 1527 ภายใน “ชุมชนสามย่าน” ย่านชุมชนการค้าเก่าแก่กลางกรุงเทพฯ ได้ คือรอยโบกปูนรอยหนึ่งซึ่งอุดปิดทับช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่กว้างมากพอจนสามารถมองทะลุเห็นผู้ใหญ่ได้แบบครึ่งตัวบนผนังชั้นล่าง เหนือรอยโบกปูนนั้นมีตัวเลขสลักไว้ตามลำดับคือ “31, 1, 2513” ซึ่งไม่ใช่เลขบอกใบ้ให้โชค หรือเลขเดาสุ่มไร้ที่มาประสาคนมือบอน แต่มันคือตัวเลขบอกวัน – เดือน – ปี ที่เจ้าของบ้านสร้างช่องโหว่บนผนังนี้ขึ้นอย่างไม่ตั้งใจเมื่อราว 50 ปีก่อน แล้วทำการซ่อมแซมอุดช่องโหว่นั้นเสีย จนกระทั่งปัจจุบันมันได้กลายเป็นหนึ่งในจุดไฮไลต์ให้แก่ “The Shophouse 1527” พื้นที่ทดลองชั่วคราวสำหรับการทำกิจกรรมสร้างสรรค์หรือ อาร์ตสเปซ แห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวขึ้นได้ไม่นาน   “ตอนที่เข้ามารีโนเวตเราพบร่องรอยความเก่าแก่ในแต่ละจุดของห้องแถวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” คุณนัฐพงษ์ พัฒนโกศัย หนึ่งในผู้ก่อตั้งสำนักงานออกแบบ Cloud-Floor ผู้เป็นทั้งเจ้าของโครงการและผู้ออกแบบพัฒนาห้องแถวนี้ ร่วมกับอีกสำนักงานออกแบบ IF (Integrated Field) เล่าให้ฟังถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงอาคาร “พอเริ่มตั้งใจสังเกต เราจะพบเห็นร่องรอยต่าง ๆ ปรากฏอยู่บนผนังมากมาย ซึ่งทั้งหมดเป็นร่องรอยของการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นรอยเขม่า รอยสี และคราบเปื้อน รวมถึงรอยที่เกิดจากการวางเฟอร์นิเจอร์ หรือแขวนข้าวของ เรารู้สึกว่ารอยเหล่านี้ไม่ต่างอะไรจากประวัติศาสตร์ของการอยู่อาศัย […]

RED DIAMOND SPECIALTY LAB อาณาจักรดิบเท่ของผู้คลั่งไคล้กาแฟ

Red Diamond Specialty Lab คาเฟ่สีสนิมดิบเท่ที่รีโนเวตจากอู่รถเก่า เป็นเหมือนอาณาจักรกาแฟแบบครบวงจร บอกเล่าตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นจนกลายมาเป็นหยดกาแฟหอมกรุ่น ผ่านวัสดุเปลือยผิวอย่างเหล็ก อิฐและไม้หมอนรถไฟ หลังจากได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลามจากสาขาลาดพร้าว 71 มาวันนี้ทางร้านตัดสินใจขยายสาขาเพิ่มเติมมายังซอยโยธินพัฒนา 3 ที่ครบวงจรและมากด้วยความหมายยิ่งกว่าเคย กับ Red Diamond Specialty Lab ร้านกาแฟที่เป็นมากกว่าร้านกาแฟทั่วไป เพื่อพาทุกคนจมดิ่งไปกับเรื่องราวของกาแฟ ตั้งแต่กระบวนการแรกจนออกมาเป็นกาแฟรสเยี่ยมที่อยู่ในแก้วตรงหน้า บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ จากเดิมที่เคยเป็นอู่รถเก่ามานานกว่า 8 ปี มาวันนี้ได้รับการเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งใหม่ของคนรักกาแฟ โดยใช้เวลาถึง 9 เดือนในการออกแบบและตกแต่ง ประกอบด้วย 4 โซนสำคัญ ได้แก่ โรงคั่วกาแฟ พื้นที่ผลิตสินค้ากาแฟ ห้องแห่งการเรียนรู้ของบาริสต้าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสอบ Black glove test การันตีคุณภาพก่อนรับหน้าที่ชงกาแฟให้ลูกค้า และส่วนร้านกาแฟที่ลดทอนเส้นสายจากเพชรมาเป็นอาคารดีไซน์เท่ ๆ พร้อมกับสวนสวยรอบร้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ช่วยสร้างร่มเงาและความร่มรื่น มีต้นกาแฟจากเชียงใหม่และเชียงรายเป็นพระเอกกว่า 300 ต้น โดยในฤดูกาแฟออกดอกจะพร้อมใจกันส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ ทั้งนี้ก็เพื่อสื่อถึงต้นกำเนิดของกาแฟจากธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการคัดสรรสายพันธุ์ การคั่วอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงการชงกาแฟจากบาริสต้ามากฝีมือ นอกจากเรื่องของกาแฟแล้ว เรด […]

BAR 335 บาร์ลับสไตล์ญี่ปุ่นลุคโมเดิร์น ในบรรยากาศมืดสลัวใต้แสงเทียน

บาร์ลับ ย่านพร้อมพงษ์แห่งนี้ แม้คุณจะเปิดแมพมาเเล้ว เเต่ก็อาจหาไม่เจอได้ในทันที เพราะบาร์แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ใต้อาคาร Metropole Residence ที่ต้องผ่านประตูหนีไฟเข้าไปอีกชั้น เเละเมื่อผ่านเข้ามาแล้วกลับยิ่งสร้างความประหลาดใจขึ้นกว่าเดิม กับการหาทางเข้าจากบานประตูที่ไร้มือจับ! บนระนาบผนังนอกร้านที่แทบจะปิดทึบ มีช่องเปิดระดับสายตาเพียงเล็กน้อยที่พอจะให้คุณมองเห็นความเคลื่อนไหวในร้าน ภายใต้บรรยากาศแบบลึกลับกระตุกต่อมความอยากรู้จนต้องผลักประตูเข้าไป ก่อนจะเจอกับ บาร์ลับ สไตล์ญี่ปุ่นลุคโมเดิร์นมืดสลัว ตามเเบบฉบับที่ คุณเป้–ธรณ์ธัญย์ ศิริวิทยเจริญ ผู้ควบตำแหน่งเจ้าของร้านและบาร์เทนเดอร์ชื่นชอบ โดยคุณเป้ได้แรงบันดาลใจการตั้งชื่อร้านมาจากเพลง room 335 ของ Larry Carlton นักกีต้าร์ชาวอเมริกัน ซึ่งเขาถือเป็นเเฟนตัวยงมาตั้งแต่สมัยเรียนดนตรี จนถึงขั้นนำชื่อเพลงมาสักลงบนแขนเละตั้งเป็นชื่อร้านเลยทีเดียว ขณะที่การตกแต่งมีไอเดียเริ่มต้นมาจากเมนูเครื่องดื่มแบบออริจินัล ซึ่งมีความพอดี ไม่มาก ไม่น้อย ไม่ซับซ้อน เพราะคุณเป้รับหน้าที่ดูแลทุกตำแหน่งในร้านเอง นำมาสู่การออกแบบเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่ไว้กลางร้าน ให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ตัวเคาน์เตอร์กรุไม้สีเข้มตัดกับชั้นวางด้านหลังที่กรุด้วยหินกาบ เผยความเป็นธรรมชาติที่ปรุงแต่งเพียงเล็กน้อย แล้วเสริมความหรูหรามีระดับด้วยหินอ่อนสีดำกับพื้นกระเบื้องลายไม้ ภายในใช้ประโยชน์จากพื้นที่รูปตัวแอล (L) แบ่งส่วนหนึ่งเป็นมุมไพรเวต และอีกฝั่งเป็นที่นั่งแบบสองคนใต้แสงเทียน จากบรรยากาศที่มืดสลัว ทำให้ลูกค้าโฟกัสอยู่เเต่กับบทสนทนาของอีกฝ่ายเงียบ ๆ ท่ามกลางเสียงเพลงฟังสบายไปจนถึงคึกครื้น โดยผู้รับบทเป็นนักเปิดแผ่นเสียงก็ไม่ใช่ใครอื่น หลังเสร็จภารกิจจากบาร์เทนเดอร์คุณเป้จะหันมาเปิดเพลงเพราะ ๆ ขับกล่อมทุกคนให้อินไปกับเสียงเพลงเเละเครื่องดื่มในมือ ที่ตั้ง อาคาร Metropole Residence […]

GLASS BLOCK HOUSE เปลี่ยนบ้านโทรมเป็นบ้านเรืองแสงด้วย “บล็อกแก้ว”

บ้านเก่าขนาดกะทัดรัด ที่มีพื้นที่ใช้สอยเพียง 60 ตารางเมตร ในเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ได้รับการ รีโนเวตบ้าน ใหม่โดยสถาปนิกจาก ROOM+ Design & Build ให้เป็นทั้งหน้าร้านขายกระเป๋าหนัง และที่อยู่อาศัยขนาด 2 ห้องนอน เเต่ด้วยข้อจำกัดของอาคาร โดยเฉพาะเรื่องความมืดทึบแสงเข้าไม่ทั่วถึง สถาปนิกจึงแก้ปัญหานี้ผ่านการ รีโนเวตบ้าน ด้วยการเลือกใช้วัสดุอย่าง “บล็อกแก้ว” มาแทนที่ผนังอิฐเดิม โดยผนังบล็อกแก้วได้ถูกแทนที่ในส่วนของผนังฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ ช่วยให้แสงธรรมชาติสามารถเข้าสู่พื้นที่ภายในได้อย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันเมื่อมองมาจากด้านนอกก็ยังคงความเป็นส่วนตัวอยู่ มองเผิน ๆ ตัวอาคารดูแนบเนียนไปกับบริบทโดยรอบในเวลากลางวัน แต่พอถึงช่วงเวลาค่ำคืน ที่นี่จะกลายเป็นโคมไฟขนาดย่อมกลางซอย จากเเสงไฟที่เปิดภายในบ้านทะลุผ่านผนังบล็อกแก้วออกมา   ตัวอาคารปิดทับด้วยฟาซาดที่ออกแบบเป็นแผงสำหรับให้ไม้เลื้อยเกาะเกี่ยวไปตามช่องสี่เหลี่ยมที่มีขนาดช่องละ 19×19 เซนติเมตร ล้อไปกับรูปทรงและขนาดของบล็อกแก้ว นอกจากเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวแล้ว ยังช่วยกรองความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้านโดยตรง แถมสร้างความเป็นส่วนตัวให้อีกชั้น ในฝั่งของทิศตะวันตกซึ่งเป็นทิศที่รับแดดจัดในช่วงบ่าย สถาปนิกเลือกวางตำแหน่งของห้องน้ำไว้ตรงทิศนี้เพื่อลดความอับชื้น เเละวางแนวบันไดเป็นตัวคั่นพื้นที่ไม่ให้ความร้อนมาปะทะกับมุมพักผ่อน ส่วนบานหน้าต่างก็มีหลากหลายขนาดติดตั้งเเบบกระจายตำเเหน่ง เพื่อหลีกเลี่ยงมุมมองจากเพื่อนบ้าน พื้นที่ชั้น 1 จัดเป็นหน้าร้านขายกระเป๋าหนังที่มีบล็อกแก้วเป็นชั้นวางสินค้าไปในตัว ร่วมด้วยพื้นที่ห้องครัว เเละห้องซักรีด โดยมีบานสไลด์เลื่อนเปิด-ปิดเพื่อความเรียบร้อยสวยงาม ชั้น 2 บรรจุห้องนอนแบบคอมแพ็กต์ที่รวมเตียงนอน […]

SRI AYUTTHAYA ที่พักกลางเมืองเก่าอยุธยา ที่มีวิวเป็นพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์

บนพื้นที่ตั้งของร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าที่เจ้าของเลิกกิจการไปแล้ว ซึ่งมีลักษณะที่ดินแคบเเละลึกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าริมถนนอู่ทอง กลางอำเภอเมืองฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับการแปลงโฉมเป็น โฮสเทลอยุธยา ขนาด 2 ชั้น ภายใต้ธีมการออกแบบตกแต่งที่เจ้าของอาคารตั้งใจให้ภาพจำของโรงแรมสื่อสารความเป็นอยุธยาออกมาให้มากที่สุด ด้วยความที่ที่นี่ตั้งอยู่ในชุมชนเก่ากลางเมืองและเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ ดังนั้นเพื่อให้เชื่อมโยงไปกับบริบทโดยรอบ ผู้ออกแบบจึงเน้นเลือกใช้ “อิฐ” ร่วมกับสัจวัสดุอื่น ๆ อย่างคอนกรีต และเหล็ก อีกทั้งยังได้คำนึงถึงเรื่องระยะร่น และความสูงของอาคารที่ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดการสร้างอาคารในย่านชุมชนดั้งเดิม โฮสเทลอยุธยา แห่งนี้จึงถูกออกแบบในลักษณะ 2 ชั้น แบบยกใต้ถุนสูง โดยใช้พื้นที่ด้านล่างเป็นลานจอดรถ เมื่อเข้ามายังพื้นที่ชั้น 1 ซึ่งได้รับการยกพื้นให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วม จะพบกับส่วนต้อนรับและคาเฟ่ที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้ามาใช้บริการได้ โดยมีห้องพักอยู่ด้านหลังส่วนพับลิกลึกเข้าไปด้านใน และอยู่บนชั้น 2 ซึ่งมีรูปแบบให้เลือกหลากหลายทั้งแบบห้องนอนรวม ห้องนอนรวมหญิงล้วน และห้องส่วนตัว โดยห้องพักที่อยู่ด้านหน้าอาคารนั้นสามารถมองออกไปเห็นความร่มรื่นของสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจน ในขณะที่พื้นที่ส่วนกลางซึ่งเป็นระเบียงทางเดินในอาคาร จัดให้มีมุมพักผ่อนริมหน้าต่างกระจก พร้อมบีนแบ็กไว้ให้อิงกายนั่งเล่น ทอดสายตามองออกไปเห็นวิวพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์ อีกหนึ่งรายละเอียดที่สร้างจุดเด่นให้ที่นี่ไม่น้อยนั่นคือลายเพ้นต์ติ้งบนพื้นและผนัง ช่วยบอกเล่าประวัติความเป็นมาของสถานที่ตั้งซึ่งย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเน้นเรื่องการเดินทางเข้ามาค้าขายของชาติตะวันตก รวมถึงแผนที่ราชธานีเก่าอันแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในอดีต ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่หยิบยกเรื่องราวของที่ตั้งมาใช้เป็นธีมในการออกแบบตกแต่ง ซึ่งเป็นการสร้างความมีส่วนร่วม และมอบประสบการณ์อันน่าจดจำให้เกิดขึ้นไปพร้อมกัน   ที่ตั้ง : 18/5 ถนนอู่ทอง ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา […]

RANWAS SCHOOL อาคารเรียนกลางป่าที่ออกแบบมาเพื่อสู้กับสภาพอากาศอันโหดร้าย

อาคารเรียน ที่เห็นนี้ตั้งอยู่ที่ประเทศสาธารณรัฐวานูอาตู ประเทศที่มีลักษณะเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ใกล้กับประเทศออสเตรเลีย ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้จัก และด้วยความที่เป็นเกาะ จึงทำให้ที่นี่มักประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติตลอดเวลา จนกระทั่งปี 2015 ได้เกิดเหตุการณ์พายุไซโคลนถล่มหมู่บ้านทำให้ที่นี่สูญเสีย อาคารเรียน ของหมู่บ้านไป เด็ก ๆ ต้องไปเรียนในที่พักพิงชั่วคราว จนกระทั่งองค์กร NGO ที่ให้ความช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการฟื้นฟูอาคารเรียนขึ้นมาใหม่ ให้ควบรวมฟังก์ชันห้องสมุดและออฟฟิศไว้ด้วยกัน โดยมีโจทย์ว่าต้องทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรงของที่นี่ได้ โปรเจ็กต์นี้ถูกส่งต่อให้กับ CAUKIN Studio ทีมนักออกแบบรุ่นใหม่ที่ทำงานเพื่อสังคม ทำการชักชวนอาสาสมัครเเละสถาปนิกท่านอื่น ๆ จากหลากหลายเชื้อชาติกว่า 15 คน มาทำงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ เกิดเป็นความร่วมมือและมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการก่อสร้างอาคารเรียนหลังนี้จนเเล้วเสร็จ โดยใช้เวลาก่อสร้างเพียง 2 เดือนเท่านั้น ด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่บนเกาะกลางหุบเขา ทำให้ที่นี่มีฝนตกแทบตลอดทั้งปี ส่งผลให้การเก็บรักษาหนังสือและอุปกรณ์การเรียนเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึง ทีมสถาปนิกจึงออกแบบอาคารที่ช่วยลดความชื้นสัมพัทธ์ ด้วยการเก็บหนังสือไว้ในห้องที่ออกแบบเป็นพิเศษ โดยเป็นห้องปิดที่มุงด้วยเมทัลชีทสีดำช่วยเก็บกักอุณหภูมิภายใน ลดความชื้น ประกอบกับช่องว่างใต้หลังคาที่ช่วยให้อากาศพัดพาความชื้นออกไป รวมไปถึงชั้นวางหนังสือที่เว้นระยะห่างจากผนัง พื้นที่ภายในแบ่งออกเป็นห้องเรียนแบบโปร่งโล่ง และห้องสมุดขนาดเล็กซึ่งมีบันไดนำไปสู่ชั้นลอยขนาดกะทัดรัดเหนือห้องสมุด ช่วยให้เด็ก ๆ ได้หยิบหนังสือขึ้นไปนอนอ่านเล่นท่ามกลางแสงธรรมชาติในบรรยากาศสบาย ๆ ในส่วนของวัสดุเลือกใช้โครงสร้างไม้ ผนังไม้ไผ่ แผ่นพอลิคาร์บอเนต และหลังคาเมทัลชีท […]

BABY BAR BANGKOK บาร์สีชมพูย่านอารีย์ในลุคหญิงสาวขี้เล่น ซ่อนไว้ด้วยความเซ็กซี่

จากความตั้งใจให้พื้นที่มีส่วนผสมของความเป็นผู้หญิงกับผู้ชาย บูทีคโฮเทล CRAFTSMAN BANGKOK ที่เป็นตัวแทนของชายหนุ่มรุ่นใหม่จึงอบอวลไปด้วยความมาสคิวลีนลุคเข้มขรึม เเต่แอบซ่อน Baby Bar บาร์อารีย์ ในลุคหญิงสาวขี้เล่น ดูสนุกสนาน และแฝงความเซ็กซี่ไว้ภายใน จนออกมาเป็นความคอนทราสต์ที่ลงตัว โดยคำว่า Baby ในภาษาอังกฤษสามารถแปลได้ว่า เด็กไร้เดียงสา ที่มีความน่ารัก สดใส หรือจะแปลว่า ที่รัก ก็ได้ ตอนกลางวันที่นี่จึงมีฟังก์ชันเป็นคาเฟ่ที่มีลุคสดใส ซุกซน เเละพร้อมจะแปลงร่างเป็น บาร์อารีย์ สุดเซ็กซี่ในเวลากลางคืน มู้ดแอนด์โทนของร้านได้แรงบันดาลใจมาจากโทนสีในหนังของผู้กำกับชื่อดัง Wes Anderson โดยหยิบสีชมพูมาแต่งแต้มในทุก ๆ องค์ประกอบ แล้วตัดเลี่ยนด้วยชุดเฟอร์นิเจอร์เหล็ก และพื้นปูนเปลือย ที่แอบหยอดสีพีชลงไปเพื่อคุมโทน แบ่งการใช้งานออกเป็นพื้นที่ภายใน พื้นที่กึ่งเอ๊าต์ดอร์ และพื้นที่แบบ Sunken ริมสระว่ายน้ำ มีบาร์สีชมพูทำหน้าที่เป็นพระเอกเชื่อมพื้นที่ทั้งหมดเข้าด้วยกัน บริเวณบาร์มีประตูเชื่อมให้บาร์เทนเดอร์สามารถเดินดูแลพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องเดินอ้อมออกจากเคาน์เตอร์ หากคุณมาเป็นกลุ่มและต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถปรับพื้นที่ภายในได้ด้วยการรูดม่านที่เตรียมไว้ เพื่อเติมเต็มคาแร็กเตอร์ของเด็กสาวจึงแทรกกิมมิกต่าง ๆ ที่สื่อถึงตัวตนความเป็นเด็ก ไม่ว่าจะเป็นบานประตูรูปช็อกโกแลตบาร์ ของเล่นบล็อกไม้ในส่วนของเคาน์เตอร์ และโมบายกล่อมเด็กที่ดัดแปลงมาเป็นโคมไฟขนาดใหญ่ เสริมด้วยการซ่อนไฟให้ดูน่าค้นหาปนเซ็กซี่เบา ๆ ที่นี่จัดเสิร์ฟอาหารแบบ All Day […]

HOSTEL URBY BANGKOK รีโนเวตห้องเย็นแห่งแรกของไทยเป็นโฮสเทลริมแม่น้ำเจ้าพระยา

หากจะตัดสิน โฮสเทลกรุงเทพ น่าพักดี ๆ สักแห่งจากประตูทางเข้าแล้วละก็ Hostel Urby Bangkok จะทำให้คุณเดาผิดไปถนัดตั้งแต่ก้าวแรกเลยทีเดียว เพราะบรรยากาศภายนอกของที่นี่เป็นเพียงตึกเล็ก ๆ คูหาเดียวบนถนนทรงวาด แต่แอบซ่อนสเปซที่กว้างขวางไว้ภายในได้อย่างแยบยล แถมยังมีความยาวต่อเนื่องตั้งแต่หน้าถนนทรงวาด ไปจนจรดริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอด 50 เมตรเลยทีเดียว จุดเริ่มต้นของชื่อ Hostel Urby Bangkok เกิดจากคำแสลงของคำว่า Urban ซึ่งตั้งโดยหุ้นส่วนทั้งสามที่เรียนจบมาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาผังเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยพวกเขาได้ค้นหาทำเลที่มีศักยภาพเหมาะสม จนในสุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกห้องเย็นแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยังคงสภาพดีและแข็งแรงมารีโนเวตเป็น โฮสเทลกรุงเทพ โดยมีพื้นฐานมาจากความชื่นชอบในการท่องเที่ยว แล้วนำประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้พบเจอมา มาถ่ายทอดลงไปในโฮสเทลแห่งนี้   เริ่มจากการจัดวางฟังก์ชัน และกำหนดขนาดของเตียงให้อยู่ที่ 60 เตียง ในรูปแบบห้องพักแบบนอนรวม (Dormitory) เป็นหลัก เพื่อตอบโจทย์แขกที่มาพักแบบเป็นกลุ่มเพื่อน ภายในตกแต่งโดยใช้ธีมสีขาว แล้วเติมด้วยสีเขียวในบางจังหวะ เพิ่มความอบอุ่นด้วยสีน้ำตาลจากไม้จริง ทั้งในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ และองค์ประกอบต่าง ๆ พิเศษกับระเบียงไม้ขนาดใหญ่ยาวตลอดแนวความกว้างของตึกที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่สุดชิคอย่าง Woodbrook […]

DAI LOU ชวนกินอาหารจีนกับลูกพี่ในบรรยากาศของโรงเตี๊ยมร่วมสมัย

เพราะต้องการเพิ่มศักยภาพย่านอารีย์ที่ได้กลายเป็นจุดมุ่งหมายใหม่ของคนเมืองและชาวออฟฟิศทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน ด้วยการสร้างคอมมูนิตีที่รวม ร้านอาหารอารีย์ สไตล์อาหารจีน ร้านตัดผม และร้านตัดขนสุนัขเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการรีโนเวตบ้านไม้หลังเก่า พร้อมกับสร้างอาคารใหม่เพื่อเชื่อมเป็นพื้นที่เดียว เกิดเป็นร้านอาหารจีนนาม Dai Lou หรือ ไต่โหล ไต่โหล ในภาษาจีนมีความหมายว่า “พี่ใหญ่” ชวนให้นึกถึงบรรยากาศโรงเตี๊ยมที่มีเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลมานั่งรับประทานอาหาร เเล้วรายล้อมด้วยเหล่าผู้ติดตาม นำไปสู่การตกแต่ง ร้านอาหารอารีย์ สไตล์ร่วมสมัยร้านนี้ โดยใช้สีน้ำเงินเข้มมาเป็นโทนสีหลัก ขับให้ร้านดูโมเดิร์นขึ้นต่างจากรูปแบบร้านอาหารจีนแบบเดิม ๆ พื้นที่ส่วนของบ้านไม้เก่าคงโครงสร้างเดิมไว้ทั้งหมด สำหรับส่วนต่อเติมใช้โครงสร้างเหล็กเป็นหลัก เปลี่ยนพื้นทั้งหมดเป็นพื้นเทอร์ราซโซเข้ากันดีกับผนังหินขัดสีน้ำเงิน และผนังบล็อกคอนกรีตสีเทาอมฟ้าที่ตกแต่งด้วยลูกคิดโบราณ อันเป็นต้นกำเนิดกิจการแห่งนี้ เสริมด้วยโคมไฟสั่งทำสีทองจัดจังหวะแบบแรนดอม ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับระนาบเหนือศีรษะ ซึ่งมีระดับฝ้าที่ต่ำตามโครงสร้างเดิมของบ้าน บริเวณหลังร้านด้านนอกกรุพื้นและทำเฟอร์นิเจอร์เอ๊าต์ดอร์ด้วยโมเสกสีฟ้าทั้งผืน ดูเชื่อมต่อกับบรรยากาศภายในร้าน สำหรับเป็นลานดนตรีในวันที่มีอีเว้นต์ กลายเป็นมุมสงบกลางเมืองให้ลูกค้าได้มาพักผ่อนหย่อนใจ ขณะที่ที่นั่งในร้านสามารถรองรับลูกค้าได้หลากหลาย ไม่ว่าจะมาเป็นคู่ หรือมาเป็นกลุ่มโดยมีโต๊ะตัวยาวไว้สำหรับจัดปาร์ตี้  หากต้องความเป็นส่วนตัวก็มีโซนไพรเวตกั้นด้วยม่านโปร่งที่บริเวณชั้นล่าง หรือหากมาเป็นครอบครัวพร้อมสัตว์เลี้ยง สามารถขึ้นไปที่ชั้นสองซึ่งเป็นโซน Pet Friendly สำหรับคนที่พาสุนัขมาด้วย ที่ตั้ง 77 ซอยพหลโยธิน 5 ถนนพหลโยธิน  แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ เวลาทำการ เปิดทุกวัน […]

10 MUST VISIT PLACES IN TAIWAN

ยิ่งเข้าหน้าฝนแบบนี้ ทำให้นึกถึง ที่เที่ยวไต้หวัน กับบรรยากาศความชุ่มฉ่ำ เนื่องจากประเทศไต้หวันมีลักษณะเป็นเกาะ ส่งผลให้มีฝนตกแทบตลอดทั้งปี อากาศที่นั่นจึงเย็นสบายและอุดมไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์ ซึ่งมีให้เห็นทั้งในรูปแบบของอุทยาน สวนสาธารณะ หรือแม้กระทั่งพื้นที่สีเขียวในเมือง โอกาสนี้ room จึงรวบรวมสถาน ที่เที่ยวไต้หวัน ที่คุณห้ามพลาดมาให้คุณปักหมุดกันไว้ก่อน แล้วตามไปเยือนกันในไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ครับ 1.Alishan National Forest Recreation Area อุทยานแห่งชาติอาลีซาน ตั้งอยู่บริเวณกลางเกาะไต้หวัน จุดหมายของสายเดินป่าและหลงใหลในธรรมชาติ เพราะที่นี่คือป่าสนเก่าแก่ที่มีต้นสนอายุพันปีให้คุณได้ชื่นชม พร้อมกับอากาศที่เย็นตลอดทั้งปี ทำให้มีหมอกปกคลุมดูน่าค้นหาท่ามกลางความเขียวชอุ่ม ไฮไลต์ของที่นี่คงหนีไม่พ้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีต้นไม้ยักษ์ศักดิ์สิทธิ์รอคุณอยู่ จุดชมวิวดูพระอาทิตย์ขึ้น และการนั่งรถไฟสายเก่าแก่ผ่านป่าสนแค่นี้ก็ฟินแล้ว 2.Toroko National Park อุทยานแห่งชาติไท่ลู่เก๋อ หนึ่งในอุทยานยอดฮิตของไต้หวันที่มีพื้นที่กว่า 1200 ตารางกิโลเมตร ภายในอุทยานจึงประกอบไปด้วยลักษณะทางธรณีวิทยาที่หลากหลายภายใต้ภูเขาอันสลับซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำที่ตัดผ่ากลางหุบเขา ชายหาด น้ำตก ถ้ำ ฯลฯ เนื่องจากเป็นอุทยานขนาดใหญ่ หากคุณต้องการเก็บให้ครบคงไม่หมดในหนึ่งวัน แนะนำให้เลือกจุดที่สนใจแล้วเช่ารถพร้อมคนขับดี ๆ สักคันแล้วออกเดินทาง โดยจุดที่เราจะแนะนำคือเส้นทางเดินในหุบเขา Shakadang ทางเดินเลาะหุบเขาที่ลัดเลาะขนานไปกับลำธารสีฟ้าอมเขียวตลอดทั้งเส้นทาง หรือจะเป็นหาด Qixingtan ทรายสีเทาดำที่ไม่คุ้นตาตัดกับน้ำทะเลสีใส นั่งรับลมชิลๆ […]