CLAY BANGKOK รีโนเวทบ้านไม้เก่าอายุกว่า 60 ปีเป็นร้านอาหารลุคโมเดิร์น

เข้ามาจากถนนพหลโยธิน ที่คลาคล่ำไปด้วยระบบขนส่งสาธารณะและความจอแจเพียงแค่อึดใจ เราก็จะได้พบกับความสงบในบ้านไม้หลังน้อยที่มีแบ็กกราวนด์เป็นตึกสูงระฟ้าหน้าตาทันสมัย ทว่าในความคอนทราสต์นี้กลับดูไม่เคอะเขินด้วยการ รีโนเวทบ้านไม้ หลังเก่าตั้งแต่ปี 2500 ให้กลับมาดูสดใส ในลุคโมเดิร์นด้วยฝีมือการออกแบบของ ASWA Architects โดยบ้านไม้หลังนี้ถูกปรับปรุงให้เป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟดินเนอร์ฉบับตะวันตกนาม “CLAY” ที่มีความหมายว่าดิน เพราะเจ้าของอยากได้ความรู้สึกใกล้ธรรมชาติ ให้ทุกคนได้มาพักผ่อนท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองหลวง ผู้ออกแบบจึงยังคงรูปแบบของบ้านเก่าไว้ ทั้งโครงสร้างบางส่วน รูปทรง และองค์ประกอบอย่างบานหน้าต่างเดิม พื้นไม้เดิม แล้วปรับการตกแต่งบางส่วนด้วยวัสดุอย่างหินขัด และคอนกรีตเปลือย ช่วยขับลุคความเป็นโมเดิร์นได้เป็นอย่างดี พื้นที่ภายในร้านแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนภายในบ้านเดิมที่ทำการเจาะกระเบื้องเดิมออก แล้วเปลี่ยนพื้นผิวเป็นพื้นหินขัดทั้งหมด ผนังทำการกสิมโค้ทด้วยปูนฉาบสีเทา สไตล์ลอฟต์ แบ่งพื้นที่การใช้งานเป็นส่วนของเคาน์เตอร์บาร์ที่ก่อขึ้นทำผิวหินขัดดูกลมกลืนไปกับพื้น จัดวางโต๊ะเป็นแนวยาวเรียงฝั่งเดียวช่วยให้พื้นที่ดูโปร่งโล่ง มีโต๊ะยาวขนาดเล็กมุมด้านในสุด สำหรับใครที่ต้องการนั่งทำงานหรือต้องการความเป็นส่วนตัว อีกส่วนหนึ่งคือพื้นที่ที่ต่อเติมขึ้นมาใหม่ โดยมีโจทย์คืออยากให้ใกล้ชิดความเป็นธรรมชาติ สามารถมองเห็นต้นไม้ จึงออกมาเป็นบรรยากาศกึ่งเอ๊าต์ดอร์ ด้วยการทำเป็นเหมือนห้องกระจก โดยยังคงใช้วัสดุไม้เป็นหลักเพื่อให้ดูกลมกลืนกับบ้านไม้เดิมควบคู่ไปกับการกรุกระจก ที่สามารถเปิด-ปิดม่านเพื่อปรับความสว่างตามความเหมาะสมของช่วงเวลาได้   IDEAS TO GRAB A.พื้นที่ต่อเติม ใช้วัสดุโปร่งแสงในส่วนของหลังคาเป็นสกายรูฟ ช่วยดึงแสงธรรมชาติและทำให้รู้สึกใกล้ธรรมชาติมากยิ่งขึ้น B.ใช้แผ่นทางเดินคอนกรีตสำเร็จรูป ปูสลับกับโรยกรวดแม่น้ำ แทรกด้วยไม้คลุมดินขนาดเล็กช่วยลดทอนความแข็งกระด้าง C.เก็บบานหน้าต่างไม้เดิมไว้เป็นกิมมิคของร้าน และช่วยเชื่อมพื้นที่ภายในและส่วนต่อเติมเข้าด้วยกัน D.เคาน์เตอร์หินขัด ออกแบบให้เข้ากับการใช้งานทั้งเป็นพื้นที่เตรียมเครื่องดื่ม ส่วนคิดเงิน […]

3 ภัณฑารักษ์ไทย เปิดตัวรายชื่อ 16 ศิลปินกลุ่มแรกที่พร้อมมาจัดแสดงผลงานในเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ BANGKOK ART BIENNALE 2020

เตรียมตัวพบกับความเซอร์ไพร้ส์ครั้งใหม่ในเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ  “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020” (Bangkok Art Biennale 2020) ซึ่งเคยจัดขึ้นครั้งเเรกเมื่อปี2018 เเละสำหรับการจัดงานครั้งที่ 2 นี้ คุณจะได้พบกับผลงานศิลปะหลากหลายเเขนงที่มีความโดดเด่นไม่เเพ้ปีเเรก โดยได้นำมาจัดเเสดงให้ชมกันอย่างใกล้ชิดในสถานที่สำคัญ ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม 2563 ถึง 21 กุมภาพันธ์ 2564  บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์  “ศิลป์สร้าง ทางสุข” หรือ “Escape Routes” โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่ผสานความร่วมมือกับภาครัฐ และเครือข่ายพันธมิตรหลายภาคส่วน เพื่อเนรมิตกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองแห่งศิลปะ ผ่านงานศิลปะร่วมสมัยหลากแขนงหลายรูปแบบ โดยครั้งนี้จำนวนสถานที่จัดงานจะถูกขมวดให้เหลือน้อยลง เพื่อเอื้อต่อการเดินชมงานได้อย่างทั่วถึง ซึ่งยังคงเอกลักษณ์การจัดแสดงผลงานศิลปะบนพื้นที่ที่หลากหลาย ทั้งพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมอย่าง วัดอรุณราชวราราม  ราชวรมหาวิหาร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร พื้นที่ศิลปะ BAB BOX โครงการ One Bangkok หอศิลปวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อีกหนึ่งความคาดหวัง นอกจากการก้าวข้ามขีดจำกัดเรื่องการนำเสนองานศิลปะร่วมสมัยให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายแล้ว ผู้จัดงานยังหวังให้กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายของการเดินทางมาเพื่อชมเทศกาลศิลปะดี ๆ โดยจะนำมาซึ่งเม็ดเงินมหาศาลไหลเวียนเข้าสู่ประเทศ เเละที่สำคัญคือเป็นการกระจายรายได้ลงไปยังพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ดังเช่นที่มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน กับการเปิดงาน เซี่ยงไฮ้ […]

LITTLE SHELTER HOTEL โรงแรมที่สะท้อนความเป็นพื้นถิ่นผ่านสเปซและวัสดุ

Little Shelter Hotel โรงแรมดีไซน์สุดชิคริมแม่น้ำปิงตั้งอยู่ในพื้นที่เงียบสงบเหมาะสำหรับการพักผ่อน ถึงแม้จะมีขนาดเพียง 890 ตารางเมตร แต่ความน่าสนใจกลับทวีเป็นหลายเท่าตัว ทั้งเรื่องของความแยบยลในการตีความตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ จนออกมาเป็นสถาปัตยกรรมที่สามารถใช้งานฟังก์ชันได้อย่างสมบูรณ์ ไปพร้อมกับการสื่อความหมายของวัฒนธรรมพื้นถิ่นออกมาอย่างร่วมสมัยจนกลายเป็นหนึ่งเดียว สถาปนิกจากบริษัท Department of Architecture ซึ่งเป็นผู้ออกแบบได้ดึงเสน่ห์และความงามเฉพาะของท้องถิ่นมาผสมผสานกับประวัติความเป็นมาของจังหวัดเชียงใหม่ แล้วนำมาทอนองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม และเลือกใช้วัสดุสมัยใหม่อย่างตรงไปตรงมาและน้อยชนิดที่สุด เพื่อให้โรงแรมออกมาดูเรียบง่ายทั้งรูปทรงและสีสันแต่ก็มีอัตลักษณ์ในตัวเอง   ความโดดเด่นของ Little Shelter Hotel คงหนีไม่พ้น Wood shingle วัสดุสุดคลาสสิกที่สถาปนิกเลือกใช้เพื่อให้เป็นตัวแทนของการเคารพสถาปัตกรรมท้องถิ่น โดยนำมาใช้ทั้งบริเวณหลังคาและผนัง และสร้างความพิเศษด้วยการนำมากรุไล่จังหวะพร้อมกับการค่อย ๆ ไล่ระดับความโปร่งแสงของแผ่นพอลีคาร์บอเนตซึ่งเป็นวัสดุสุดฮิตที่สามารถสร้างมิติให้กับสเปซได้อย่างหลากหลายมาเป็นส่วนหนึ่งของอาคารและกลมกลืนกับ Wood shingle ได้เป็นอย่างดี ส่วนในมุมมองของความสวยงามนั้นการกรุ Wood shingle และแผ่นพอลีคาร์บอเนตหรือวัสดุโปร่งแสง ในลักษณะนี้ทำให้เกิดมิติที่สวยงาม โดยเฉพาะเมื่อถึงยามค่ำคืน ที่แสงไฟส่องออกมาจากอาคารทำให้อาคารดูคล้ายโคมไฟที่ส่องประกายอย่ริมแม่น้ำปิง IDEAS TO GRAB A.ตัดวัสดุโปร่งแสงเป็นชิ้นเล็กขนาดเท่าแผ่น Wood shingle แล้วกรุไล่ระดับความโปร่งบนผนังอาคารสร้างมุมมองและมิติที่น่าสนใจทั้งภายในและภายนอกอาคาร B.ทอนองค์ประกอบของร่มบ่อสร้างซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่สำคัญของเชียงใหม่มาทำเป็นของตกแต่ง C.ออกแบบช่องเปิดของอาคารให้มีลักษณะเหมือนกรอบภาพขนาดใหญ่เพื่อให้ผู้ใช้อาคารสามารถชมวิวธรรมชาติได้อย่างเต็มอรรถรส D.ติดวอลเปเปอร์ลายร่มบ่อสร้างและสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ในห้องพักเพื่อสร้างเอกลักษณ์และความรู้สึกเชื่อมโยงกับบริบทของเชียงใหม่     MATERIAL […]

CROSSROADS สร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ในมัลดีฟส์

มัลดีฟส์ถือเป็นหมุดหมายที่สำคัญแห่งหนึ่งของนักเดินทางผู้ที่หลงใหลบรรยากาศของท้องทะเลจากทั่วโลก แทบทุกพื้นที่ดินที่ลอยอยู่เหนือน้ำจึงเป็นที่ตั้งของโรงแรมและและรีสอร์ตหลากหลายรูปแบบที่เตรียมไว้รองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงโครงการระดับเวิร์ลคลาสล่าสุดบนเอ็มบูดู ลากูน ในหมู่เกาะ South Malé Atoll พื้นที่สร้างสรรค์ประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ใหม่ในมัลดีฟส์ ผ่านมุมมองของบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ภายใต้ โรงแรมมัลดีฟส์ ชื่อ ครอสโร้ดส์ (CROSSROADS ) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกผ่านเส้นทางการเดินเรือในอดีตหรือเส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime Silk Road) รูปแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในโครงการทั้งหมดได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด “Where Cultures Meet”             “ครอสโร้ดส์” ถือเป็นพื้นที่พักผ่อนและแหล่งรวมความบันเทิงที่ครบวงจรแห่งแรกในมัลดีฟส์ โดยเกาะแรกซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางของโครงการใช้ชื่อว่า“เดอะ มารีน่า แอท ครอสโรดส์”(The Marina @CROSSROADS)บนพื้นที่ขนาด 11,000 ตารางเมตร  ประกอบด้วยโซนช็อปปิ้ง ร้านอาหารชั้นนำ ศูนย์ประชุมอันทันสมัย ท่าเทียบเรือยอชท์พร้อมบีชคลับ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่าง ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมมัลดีฟส์ (Maldives Discovery Centre) ซึ่งนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นผ่านการทำกิจกรรมสนุกๆทั้งการทำงานศิลปะ งานฝีมือ และโซนเล่นเกมแบบอินเตอร์แอ็กทีฟสำหรับเด็ก ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล(Marine Discovery Centre) แหล่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตทางทะเล ซึ่งมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองอนุบาลปะการังก่อนนำลงไปปลูกที่ทะเลเพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับนักท่องเที่ยว  โดยทั้งสองส่วนนี้เปิดให้ผู้ที่สนใจและเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนั้นที่นี่ยังมี ศูนย์ฝึกดำน้ำ (Diving Center) […]

ART FOR CANCER MARKET ศิลปะบำบัดเพื่อช่วยดูแลจิตใจผู้ป่วยมะเร็ง

โรคมะเร็งนับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย และเมื่อเป็นโรคร้ายนี้แล้วมักก่อให้เกิดผลข้างเคียงทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะเป็นโรคที่เรื้อรังและก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ส่งผลให้ผู้ป่วยมีความวิตกกังวล ซึมเศร้า และภาวะอื่น ๆ ตามมา งานศิลปะเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเยียวยาผู้ป่วยจากอาการเหล่านี้ได้ โครงการ Art for Cancer คือโครงการเพื่อสังคมภายใต้ บริษัท อาร์ต ออฟไลฟ์ วิสาหกิจเพื่อสังคม โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคมะเร็ง ในด้านกำลังใจในการรับมือกับโรคมะเร็ง และทุนทรัพย์ในการรักษา ผ่านการขายสินค้าบริการ และการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ได้รับความร่วมมือจากอดีตผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังตัวรักษาอยู่ ศิลปิน จิตอาสา คนในสังคม รวมถึงองค์กรภาครัฐ และเอกชนผ่านการจำหน่าย งานศิลปะเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง สินค้า และ อาร์ตเวิร์คช็อปสร้างแรงบันดาลใจ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งได้รับกำลังใจ และกำลังสนับสนุนด้านทุนทรัพย์ และเกิดชุมชนระหว่างผู้ป่วยมะเร็งและคนในสังคมที่จะช่วยเหลือ ส่งต่อกำลังในการรับมือกับโรคมะเร็ง และเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ในครั้งนี้จึงอยากชวนทุกคน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผ่านการซื้อสินค้าและร่วมเวิร์คช็อปในงาน Art for Cancer Market โดยภายในงานรวบรวมสินค้ามีดีไซน์จากศิลปิน ทั้งงานศิลปะและงานคราฟต์ หรือใครสนใจเข้าร่วม Art Therapy Workshop ก็มีให้ได้ทดลองทำกัน […]

เลือกใช้อิฐมวลเบาหนา 10 cm คุ้มกว่า 7.5 cm และถูกกว่าในระยะยาว

ในปัจจุบัน อิฐมวลเบา เป็นที่นิยมใช้ในงานก่อ ทั้งนำไปใช้ร่วมกับบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์หรือแม้แต่ตึกโครงการใหญ่ ๆ เนื่องจากคุณสมบัติที่ดีในการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเรื่องความเบา ความแข็งแรง และความรวดเร็วในการก่อ แต่ภายใต้คุณสมบัติเหล่านี้ยังต้องพิจารณาต่อไปถึงความคุ้มค่า เนื่องจากมีหลายความหนาให้เลือกใช้ ไล่ตั้งแต่ความหนา 7.5 – 25 เซนติเมตร ซึ่งส่วนใหญ่มักเลือกใช้ความหนาที่ 7.5 เซนติเมตร เพราะช่วยประหยัดราคาต้นทุนในช่วงก่อสร้างแต่เมื่อเทียบความคุ้มค่าอื่น ๆ แล้ว อิฐมวลเบาขนาด 10 เซนติเมตรอาจถูกกว่าและคุ้มกว่าในระยะยาว เรามี 5 เหตุผลที่จะมาบอกคุณว่าอิฐมวลเบา หนา 10 เซนติเมตร คุ้มกว่า 7.5 เซนติเมตรอย่างไรบ้าง 1.อิฐมวลเบาหนา 10 cm. กันความร้อนได้ดีกว่า โดยปกติอิฐมวลเบาจะขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติกันความร้อนอยู่แล้วเมื่อเทียบกับอิฐมอญทั่วไป แต่หากมีความหนามากกว่าก็ย่อมกันความร้อนได้ดีกว่า ซึ่งส่งผลต่อการประหยัดค่าไฟ เมื่อคำนวณในระยะยาวแล้ว บ้านที่เลือกใช้อิฐมวลเบาหนา 10 เซนติเมตรนั้นมีความคุ้มค่ากว่า 2.อิฐมวลเบา 10 cm. กันเสียงได้ดีกว่า ปัญหาเสียงรบกวนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คอยกวนใจ ยิ่งบ้านที่ตั้งอยู่นอกโครงการจัดสรร บ้านที่อยู่ใกล้สนามบิน หรือบ้านติดถนนใหญ่ […]