- Home
- admin
admin
7 วิธีป้องกันบ้านพังจาก ความร้อนและความชื้น
ความร้อนและความชื้น ทำให้บ้านพังได้! เช่น ผนังแตก ขึ้นรา อยู่อาศัยไม่สบายและสิ้นเปลืองพลังงาน มาดูวิธี กันร้อน กันชื้น ให้บ้านกัน 1. ใส่ฉนวนกันความร้อนที่หลังคา สามารถติดตั้งได้ 3 ตำแหน่ง คือ บนพื้นผิวหลังคา ใต้วัสดุมุงหลังคา และบนฝ้าเพดาน โดยแนะนำให้ป้องกันความร้อนตั้งแต่ชั้นหลังคา ก็จะลดความร้อนได้ดีกว่าการติดตั้งฉนวนเหนือฝ้าเพดาน เพราะความร้อนที่ผ่านหลังคาลงมาจะน้อยลงและมีโอกาสระบายออกทางช่องระบายอากาศก่อนลงมาถึงฝ้าเพดาน หรืออาจติดตั้งหลายตำแหน่งก็จะเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนได้ดียิ่งขึ้น กันร้อน กันชื้น 2. ป้องกันแดดและฝน หลังคาบ้านควรทำชายคายื่น 1-1.5 เมตร เพื่อป้องกัน ความร้อนและความชื้น จากแดดและฝน หากหลังคาไม่มีชายคา จะทำให้เกิดความเสียหายได้ง่าย เช่น ผนังแตก สีลอก ขึ้นรา น้ำซึม 3. ป้องกันน้ำฝนไหลย้อนและคราบน้ำ ลดความเสียหายจากน้ำฝนได้ด้วยการทำขอบคานเอียงเข้าจะช่วยลดการเกิดคราบน้ำที่ผนังได้ ยกระดับฝ้าชายคาให้สูงกว่าขอบคานป้องกันฝ้าเสียหายจากน้ำฝน และทำ “บัวหยดน้ำ” ป้องกันน้ำฝนไหลย้อนเข้าบ้าน 4. ป้องกันความชื้นจากดิน ถ้าจำเป็นต้องทำพื้นบ้านเตี้ยหรือติดดิน ควรปูแผ่นพลาสติกหรือวัสดุกันซึม หรือเทคอนกรีตรองพื้นก่อนทำพื้นบ้าน พร้อมทำระดับท้องรางระบายน้ำให้ต่ำเพื่อช่วยให้ระบายน้ำได้เร็ว (แต่ต้องไม่ต่ำกว่าทางระบายน้ำสาธารณะ) […]
ชามแกง สร้างประสบการณ์ในการกิน “แกง” ผ่านการตกแต่งร้านแบบสตรีทฟู้ด
ตลาดน้อย ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องและอาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและร้านค้าที่ยังคงเก็บกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างเข้มข้น เเละหนึ่งในนั้นคือ “ชามแกง” ร้านอาหารเจริญกรุง ที่ซ่อนตัวอย่างเงียบ ๆ อยู่ภายในซอยนครเกษม 5 ประหนึ่งเป็นฮิดเด้นเพลสกลางกรุง ถ้าหากคุณอยากลิ้มลองต้องตั้งใจเดินตามหากันหน่อย เพราะร้านนี้ไม่ได้มีป้ายหน้าร้านอย่างที่อื่น ๆ เป็นหนึ่งในความตั้งใจของผู้ออกแบบนั่นเอง เมื่อก้าวผ่านบานประตูสีแดงของ ร้านอาหารเจริญกรุง แห่งนี้ คุณจะได้สัมผัสกับกลิ่นเครื่องแกงหอมเย้ายวน พร้อมเสียงของการเตรียมวัตถุดิบจากเชฟทั้ง 3 ได้เเก่ คุณจีราวิชช์ มีแสงนิลวีรกุล คุณอรุษ เลอเลิศกุล และคุณอัจฉราภรณ์ เกียรติธนวัฒน์ ผู้หยิบวัตถุดิบง่าย ๆ ที่มีอยู่แล้วมาพลิกแพลงใหม่ ผสมผสานกับเทคนิคการปรุงอาหารชั้นเลิศ จนเกิดเป็นเมนู “แกง” แบบไทย ที่สร้างประสบการณ์การลิ้มรสที่พิเศษยิ่งขึ้นกว่าเดิม ภายในร้านขนาดหนึ่งคูหานี้ มีเพียงโต๊ะสังกะสีวางเรียงต่อกัน พร้อมสตูลบาร์จำนวน 16 ที่นั่ง ด้านในสุดปลายสายตาคือครัวโชว์ขนาดย่อมที่ออกแบบมาสำหรับเชฟ 3 คนแบบพอดี ๆ ภายใต้บรรยากาศแบบร้านอาหารกึ่งบาร์ ที่ให้ความรู้สึกถึงการผสมผสานระหว่างสตรีทฟู้ดกับเชฟเทเบิ้ล “เราพยายามตีความหมายของแกง ซึ่งแกงที่เชฟเลือกทำเป็นแกงที่มีอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน วัตถุดิบก็สามารถหาได้ทั่วไป มีความเป็นโลคอล งานอินทีเรียร์เลยอยากทำเพื่อสะท้อนถึงอาหารที่มีความติดดิน” – คุณศิรดา เกื้อวิบูลย์วณิชย์ […]
304 HOUSE ทำบ้านให้แหว่งเพื่อเปิดช่องโหว่ให้ “ต้นไม้”
เนื่องจากการขยายตัวของเมืองทำให้ที่อยู่อาศัยในประเทศเวียดนามเริ่มมีความหนาแน่นและมีมูลค่าที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ครอบครัวของคนรุ่นใหม่จึงนิยมอยู่อาศัยในบ้านเเบบ ทาวน์เฮ้าส์ กันมากขึ้น ดังเช่น ทาวน์เฮ้าส์ หลังนี้ ที่มีขนาดเพียง 3.5 x 12 เมตร กับพื้นที่ใช้สอย 180 ตารางเมตร ซึ่งกลายเป็นความท้าทายของสถาปนิกผู้ออกแบบที่ต้องสร้างสภาวะน่าสบาย ด้วยการดึงแสงธรรมชาติและลมให้เข้ามาในบ้านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภายใต้ข้อจำกัดที่มีช่องเปิดเพียงด้านเดียวคือด้านหน้าอาคาร สถาปนิกจึงตัดสินใจทำช่องเปิดในแนวตั้งบริเวณกลางบ้าน ให้เชื่อมต่อถึงกันหมดทั้งหลัง เพื่อดึงแสงให้เข้ามาเเถมยังช่วยให้บ้านดูกว้างไม่ทึบตัน อีกทั้งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ช่วยสร้างความสดชื่นให้แก่ผู้อยู่อาศัย ช่องเปิดที่เกิดขึ้นนี้ยังสร้างให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ภายในกับภายนอกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเกิดมุมมองใหม่ ๆ ทั้งจากข้างในมองออกไปข้างนอก และคนภายนอกมองเข้ามาข้างใน ทว่ายังคงความเป็นส่วนตัวไว้อยู่ ในแง่ของวัสดุเลือกใช้วัสดุสามัญอย่าง ผนังสีขาวเรียบ และไม้สีอ่อน ขับเน้นให้บ้านดูสว่าง สะอาดตา เรียบง่าย เพื่อให้ธรรมชาติและเเสงเงาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการอยู่อาศัยและพระเอกของบ้านแทน ออกแบบ : KIENTRUC O เรียบเรียง : Woofverine ภาพ : Oki Hiroyuki GLASS BLOCK HOUSE เปลี่ยนบ้านโทรมเป็นบ้านเรืองแสงด้วย “บล็อกแก้ว” TWIN HOUSE […]
THE RECTANGLE COFFEE X TOWER รื้อร่องรอยอาคารร้าง สู่คาเฟ่มากเรื่องราว
บริเวณหัวมุมถนนเลี่ยงเมืองสันป่าตอง – หางดง ซึ่งยังคงสภาพเป็นอาคารร้างมานานเกือบ 30 ปี จนเเทบไม่อยากเชื่อสายตาว่า วันหนึ่งซากคอนกรีตที่สูงนับสิบเมตรนี้จะกลายเป็นสถานที่ตั้งของ “The Rectangle Coffee X Tower” คาเฟ่เชียงใหม่ ติดอันดับความนิยมอย่างรวดเร็วในโลกโซเชียลมีเดีย จากกระเเสของผู้คนทั้งนอกเมืองและในเมืองที่เเวะเวียนมาถ่ายรูปจิบกาเเฟกันเเบบคึกคักตลอดทั้งวัน
STUDIOLOGY เปลี่ยนภาพลักษณ์สตูดิโอ ด้วยผนังอิฐที่เปลี่ยนผันตามธรรมชาติ
จากภาพลักษณ์ สตูดิโอ ให้เช่าที่มักมีหน้าตาเป็นโกดัง หรือโครงเหล็กสไตล์อินดัสเทรียล ซึ่งเป็นการออกแบบไม่มากวิธี จนได้รับความนิยมกันอย่างดาษดื่น จะเป็นอย่างไรหากสตูดิโออยากเปลี่ยนโฉมมาเป็นอาคารกรุผนังอิฐสีส้มดูบ้าง ซึ่งให้ทั้งความโดดเด่นเเละงดงามอย่างเป็นธรรมชาติในเวลาเดียวกัน DESIGNER DIRECTORY : ออกแบบ : Atelier of Architects ในซอยลึกของถนนประเสริฐมนูกิจ 29 ย่านลาดพร้าว อาคารอิฐ ทรงกล่องขนาดใหญ่ตั้งอยู่อย่างเด่นหรา ดูแปลกแยกจากอาคารบ้านเรือนและสุมทุมพุ่มไม้โดยรอบ กล่องทรงคล้ายลูกบาศก์ที่ว่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ “Studiology” สตูดิโอ ให้เช่าสำหรับงานถ่ายทำทุกประเภท สร้างขึ้นภายใต้แนวคิดการเปลี่ยนภาพจำของสตูดิโอถ่ายทำทั่วไปสามารถให้บริการได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ด้วยขนาดของสถานที่ Studiology นั้น นับเป็นสตูดิโอขนาดกลาง ที่มีข้อดีคือการตั้งอยู่ในเขตตัวเมืองอันสะดวกกับหลายทีมงานกองถ่ายที่มักทำงานอยู่ในตัวเมืองเป็นหลัก ซึ่งนับว่าหาได้ยากสำหรับสตูดิโอในขนาดเดียวกัน นอกจากนั้นความที่ตั้งอยู่ในซอยลึกห่างจากความพลุกพล่านของถนนใหญ่ ยิ่งช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับศิลปินดาราทีมงานกองถ่ายทำ คุณทวีพล ธีระวิชิตชัยนันท์ หนึ่งในหุ้นส่วนผู้เป็นเจ้าของโครงการ ซึ่งมีประสบการณ์อยู่ในอุตสาหกรรมโปรดักชั่นเฮ้าส์เป็นทุนเดิม เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของโครงการว่า “ไอเดียของเราคืออยากให้เป็นสตูดิโอที่มีความเป็นส่วนตัวสูงสำหรับลูกค้า เรามีแค่สตูดิโอเดียวเท่านั้น ดังนั้นเวลามาใช้งานทั้งพื้นที่ จะมีแต่ทีมของเรา เหมาะกับกองถ่ายที่มีดนดัง หรือศิลปินที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ตอนที่คุยกับสถาปนิก เราอยากให้มันเป็นแลนด์มาร์ก คือตัวสตูดิโอจริง ๆ จะเป็นแค่กล่องสี่เหลี่ยมที่ฟังก์ชันอยู่ข้างใน แต่ข้างนอกเราก็อยากให้มีความโดดเด่น คนจดจำได้ว่าที่นี่คือ Studology” […]
WOODEN CAVE เปลี่ยนบรรยากาศไปนอนในถ้ำที่ประกอบขึ้นจากไม้ทั้งหมด 1,112 ชิ้น
รีโนเวตโรงแรม Hyades Mountain Resort ในประเทศกรีซ โดยยังคงโครงสร้างเดิมของห้องพักไว้ แล้วทำการตกแต่งภายในด้วยไม้แบบโค้งเสมือนเป็นถ้ำไม้อันแสนอบอุ่น ภายในห้องแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ส่วนของเตียงนอน 2 ตำแหน่งที่ใช้โครงสร้างไม้ต่อเนื่องลงมาจากผนังโค้ง และส่วนของที่นั่งพักผ่อนซึ่งสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้เต็มตา ร่วมด้วยพื้นที่ครัวเปิดขนาดกะทัดรัด และเตาผิงที่กรุด้วยหินสีดำ เน้นการแบ่งโซนภายในห้องออกเป็นสองอารมณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจนเพื่อสื่อถึงบรรยากาศแบบ “ถ้ำ” ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่หลบภัยของมนุษย์มาแต่ครั้งอดีตกาล หินสีดำบริเวณภายนอกเปรียบเสมือนตัวถ้ำที่มีความแข็งแกร่งสามารถป้องกันภัยได้ แต่เมื่อเข้ามาภายในกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นน่าพักผ่อนด้วยวัสดุอย่างไม้สนที่นำมาดัดเป็นเส้นโค้งดูพลิ้วไหว หิน และไม้สน ที่นำมาใช้เป็นวัสดุหลักนั้น ล้วนเเต่หาได้ง่ายในท้องถิ่น โดยไม้สนที่ดัดโค้งเป็นผนังคือไม้ทั้งท่อนที่นำมาซ้อนต่อกัน และใช้ไม้สนอัดในส่วนอื่น ๆ ซึ่งโครงสร้างไม้ที่นำมาตกแต่งภายในจะถูกติดตั้งแบบเว้นระยะจากผนังคอนกรีตเดิม เพื่อให้เหลือช่องว่างระหว่างไม้กับผนังคอนกรีตสำหรับช่วยระบายอากาศ กันความชื้น และเป็นฉนวนความร้อนอีกชั้น ซึ่งเทคนิคนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะตัวโรงแรมตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีลักษณะอากาศแปรปรวนตลอดทั้งปี นอกจากนี้รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังผนังโค้งที่ดูพลิ้วไหวนี้ ต้องประกอขึ้นด้วยไม้มากกว่า 1,112 ชิ้น ที่ไม่เหมือนกันเลย! โดยกว่าจะเเล้วเสร็จออกมาเป็นภาพจริงอย่างที่เห็นนี้ สถาปนิกได้ออกแบบผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบอัลกอริทึม และเมื่อนำชิ้นส่วนมาประกอบเข้าด้วยกัน จึงค่อย ๆ แกะสลักทีละส่วนด้วยฝีมือของสถาปนิกในทีมเพียง 2 คน เนื่องจากเป็นงานที่มีความซับซ้อนเเละยากเกินกว่าช่างไม้ท้องถิ่นจะเข้าใจได้ นี่จึงเป็นการผสมผสานศาสตร์ของการออกแบบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่เหนือจินตนาการ กับฝีมือแบบงานคราฟต์ที่ยากกว่าเครื่องจักรชนิดใดจะประมวลผลได้ […]
คอร์ตกลางบ้านกับต้นไม้ใหญ่ของบ้านเรียบง่ายสไตล์เซน
บ้านดีไซน์อบอุ่นเรียบง่าย เชื่อมโยงทุกคนด้วย คอร์ตกลางบ้าน บรรยากาศเเบบสวนญี่ปุ่น พร้อมมุมมองที่เปิดโล่งเย็นสบาย สัมผัสใกล้ชิดกับธรรมชาติตามวิถีเเห่งเซน
กำแพงแยก ปัญหาใหญ่ที่แก้ไขให้ดูดีได้ด้วยฉากอะลูมิเนียม
กำแพงแยก เพราะบ้านทรุด เป็นปัญหาที่หลายบ้านต้องเผชิญ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ แม้จะใช้ซิลิโคนปิดรอยแล้วก็ตาม เเต่กำเเพงยังเเยกตัวขยายลุกลามออกไปได้อยู่ดี วันนี้เราจึงมีวิธีแก้ปัญหาด้วยการใช้ “ฉากอะลูมิเนียม” มาฝาก รับรองได้ถึงความทนทาน แม้จะใช้งานผ่านไปนานเเค่ไหน กำเเพงก็ยังคงดูดีเเละเเข็งเเรงเหมือนเดิม แก้ปัญหา ส่วนต่อเติมบ้านทรุด กำแพงแยก กำแพงแยก Q. ทำไมกำแพงจึงแยกออกจากกัน? A. ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นกับส่วนต่อเติมของบ้าน นั่นเป็นเพราะว่าส่วนตัวบ้านหลักกับส่วนที่ต่อเติมนั้นไม่ได้มีฐานรากร่วมกัน โดยมากส่วนครัวหลังบ้านมักจะใช้เสาเข็มขนาดสั้นตอกลงไปก่อนก่อสร้าง ความแตกต่างของเสาเข็มนี้ทำให้ทั้งสองส่วนของบ้านทรุดตัวไม่เท่ากัน และทำให้เกิดปัญหา “กำแพงแยก” ออกจากกันในที่สุด Q. ซิลิโคนช่วยได้ไหม? A. บางท่าน (ซึ่งเคยได้ยินมาจริง ๆ) เข้าใจว่า การฉีดซิลิโคนปิดรอย จะสามารถหยุดการแยกตัวออกของกำแพงบ้านได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ซิลิโคนเป็นเพียงวัสดุที่เข้าไปเติมเต็ม “ช่องว่าง” ของกำแพง ไม่ได้มีแรงเพียงพอที่จะยึดเหนี่ยวกำแพงไว้ด้วยกัน ฉะนั้นแม้จะฉีดซิลิโคนจนเต็มรอยแยกไปแล้ว แต่ก็ไม่อาจหยุดการทรุดตัวของอาคารที่ไม่เท่ากันได้ Q. จะแยกไปถึงเมื่อไหร่? A. การทรุดตัวนั้นจะเกิดขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะดินในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชั้นดินเหนียว แต่เมื่อผ่านปีที่ 3-4 ไปแล้ว จะเกิดการทรุดตัวที่ช้าลง จนแทบไม่ทันสังเกต(แต่ยังทรุดตัวอยู่) ซึ่งเรียกได้ว่าช้าพอที่จะจัดการรอยแยกได้ง่ายขึ้น […]
กาแฟไทย AKHA AMA COFFEE สาขาใหม่ที่โตเกียว
กาแฟไทย Akha Ama Coffee สาขาใหม่ ที่โตเกียว กาแฟอาข่าอาม่ากับการเดินทางครั้งใหม่ของการเปิดร้านที่โตเกียวร่วมกับหุ้นส่วนชาวญี่ปุ่น
VARIVANA RESORT KOH PHANGAN สถาปัตยกรรมปูนเปลือยกลางป่ามะพร้าว
VARIVANA (วารี-วานา) แปลตรงตัวว่า สายน้ำและผืนป่า ซึ่งกลายเป็นชื่อของ โรงแรมเกาะพะงัน ระดับสี่ดาวกลางป่ามะพร้าวบนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หนึ่งในจุดหมายปลายทางสถานที่ท่องเที่ยวของเหล่าคนรักทะเล DESIGNER DIRECTORY ออกแบบ: POAR แต่ด้วยความที่ขึ้นชื่อเรื่องทะเล เหล่าผู้ประกอบการ โรงแรมเกาะพะงัน จึงต่างพากันจับจองที่ดินติดทะเล หรือใกล้ทะเลให้ได้มากที่สุดเพื่อดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยว และนั่นทำให้ที่นี่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เพราะเป็นโรงแรมที่อยู่ท่ามกลางป่ามะพร้าวเท่านั้น แต่งานดีไซน์ของที่นี่เขาตั้งใจมอบประสบการณ์ให้แขกผู้เข้าพักในรูปแบบใหม่ โดยมีสถาปัตยกรรมทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ จากข้อจำกัดด้านที่ตั้งที่ไม่ได้อยู่ติดทะเล ผู้ออกแบบจาก บริษัท Patchara + Ornnicha Architecture นำโดย คุณพัชระ วงศ์บุญสิน และ คุณอรณิชา ดุริยะประพันธ์ จึงตั้งใจสร้างจุดเด่นให้โรงแรมด้วยการนำความเรียบง่ายมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่แขกผู้เข้าพัก เริ่มตั้งแต่ค้นหาศักยภาพของที่ตั้งซึ่งเต็มไปด้วยป่ามะพร้าว และลักษณะความชันของพื้นที่ที่ดูคล้ายกับภูเขา หลังจากทำการสำรวจอย่างละเอียดแล้ว ทีมสถาปนิกพบว่าบนที่ดินของโครงการยังมีจุดที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างสวยงาม จากศักยภาพที่เหมาะสมตำแหน่งที่ดินนี้จึงเป็นที่ตั้งของโรงแรมทั้ง 4 อาคาร โดยวางไว้ด้านหลังของที่ดินที่อยู่บนเนินเขา สร้างประสบการณ์การเข้าถึงที่แปลกใหม่ราวกับที่นี่ถูกซ่อนตัวไว้ โดยแขกที่เข้าพักจะต้องเดินผ่านป่ามะพร้าว ก่อนจะเข้าถึงส่วนต้อนรับของโรงแรม อีกทั้งตำแหน่งที่สร้างอาคารยังเอื้อให้ห้องพักสามารถมองเห็นวิวทะเลที่สุดขอบฟ้าได้ ส่วนฟังก์ชันการใช้งานของโรงแรม ประกอบด้วยอาคารส่วนกลาง และอาคารห้องพัก 3 อาคาร มีห้องพักให้บริการทั้งหมด 40 […]
THE MUSTANG BLU ย้อนศตวรรษสู่เบื้องหลังความเจ็บปวดที่งดงาม
อาคารโคโลเนียลอายุมากกว่าศตวรรษบนถนนไมตรีจิตต์ ย่านเยาวราชได้รับการชุบชีวิตพร้อมประโยชน์ใช้สอยใหม่ในฐานะโรงแรม ที่จะพาทุกคนย้อนเวลาสู่บรรยากาศความงามเมื่อครั้งอดีตผ่านการเปิดเปลือยร่องรอยแห่งกาลเวลา The Mustang Blu คือสาขาใหม่ล่าสุดของ The Mustang Nero โรงแรมสุดเท่ย่านพระโขนงซึ่งได้รับการกล่าวขวัญถึงมาโดยตลอด “ตอนแรกตั้งใจให้ที่นี่ชื่อ The Mustang Blues สื่อถึงเพลงบลูส์ที่บอกเล่าความเศร้าและความเจ็บปวดที่งดงามของชาวผิวสี เชื่อมโยงกับ The Mustang Nero ด้วย แต่ด้วยความที่อาคารนี้มีอายุร้อยกว่าปี จึงถือเป็นโปรเจ็คต์ที่ยากมากจนบางทีเราก็ท้อ เลยเปลี่ยนมาตั้งชื่อว่า The Mustang Blu ซึ่งแปลว่าสีฟ้าในภาษาอิตาเลียน ให้ฟังดูสดใสขึ้น” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณจอย-อนันดา ฉลาดเจริญ ตามหาทำเลใหม่สำหรับขยับขยายโรงแรมแห่งที่สอง จนมาพบอาคารแห่งนี้ ซึ่งเดิมใช้ประกอบการสถานบันเทิงชื่อดังของย่านนี้มาหลายทศวรรษ มาถึงวันนี้อาคารถูกเปลี่ยนมืออีกครั้ง และด้วยสายตาอันเฉียบคมที่มองทะลุสู่ความงามภายใต้คราบความทรุดโทรม กอปรกับปณิธานแรงกล้าที่จะอนุรักษ์อาคารเก่าจากการรื้อทำลาย คุณจอยจึงทำให้ The Mustang Blu เผยโฉมใหม่อย่างสง่างามเพื่อพลิกฟื้นมุมมืดของย่านนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง “เป้าหมายในการทำอาคารนี้คือการเติมคำว่า “สุด” ในทุกเรื่อง ทั้งดีที่สุดต่ออาคาร สวยที่สุด ประหยัดที่สุดเพราะเราไม่มีการระดมทุนมากมาย คำนึงถึงใช้ทรัพยากรและแรงงานคนให้มีประสิทธิภาพที่สุด ปรับพื้นที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ลดการก่อสร้างใหม่ให้น้อยที่สุด และรักษาเวลาให้มากที่สุด ดังนั้น อาคารนี้จึงใช้เวลาในการปรับปรุงไม่ถึง […]
THE SHOPHOUSE 1527 เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของการอยู่อาศัยผ่านร่องรอยในความดิบ
ร่องรอยเก่าที่สุดที่พอจะระบุความเป็นมาของ อาร์ตสเปซ ในห้องแถวหมายเลข 1527 ภายใน “ชุมชนสามย่าน” ย่านชุมชนการค้าเก่าแก่กลางกรุงเทพฯ ได้ คือรอยโบกปูนรอยหนึ่งซึ่งอุดปิดทับช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่กว้างมากพอจนสามารถมองทะลุเห็นผู้ใหญ่ได้แบบครึ่งตัวบนผนังชั้นล่าง เหนือรอยโบกปูนนั้นมีตัวเลขสลักไว้ตามลำดับคือ “31, 1, 2513” ซึ่งไม่ใช่เลขบอกใบ้ให้โชค หรือเลขเดาสุ่มไร้ที่มาประสาคนมือบอน แต่มันคือตัวเลขบอกวัน – เดือน – ปี ที่เจ้าของบ้านสร้างช่องโหว่บนผนังนี้ขึ้นอย่างไม่ตั้งใจเมื่อราว 50 ปีก่อน แล้วทำการซ่อมแซมอุดช่องโหว่นั้นเสีย จนกระทั่งปัจจุบันมันได้กลายเป็นหนึ่งในจุดไฮไลต์ให้แก่ “The Shophouse 1527” พื้นที่ทดลองชั่วคราวสำหรับการทำกิจกรรมสร้างสรรค์หรือ อาร์ตสเปซ แห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวขึ้นได้ไม่นาน “ตอนที่เข้ามารีโนเวตเราพบร่องรอยความเก่าแก่ในแต่ละจุดของห้องแถวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” คุณนัฐพงษ์ พัฒนโกศัย หนึ่งในผู้ก่อตั้งสำนักงานออกแบบ Cloud-Floor ผู้เป็นทั้งเจ้าของโครงการและผู้ออกแบบพัฒนาห้องแถวนี้ ร่วมกับอีกสำนักงานออกแบบ IF (Integrated Field) เล่าให้ฟังถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงอาคาร “พอเริ่มตั้งใจสังเกต เราจะพบเห็นร่องรอยต่าง ๆ ปรากฏอยู่บนผนังมากมาย ซึ่งทั้งหมดเป็นร่องรอยของการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นรอยเขม่า รอยสี และคราบเปื้อน รวมถึงรอยที่เกิดจากการวางเฟอร์นิเจอร์ หรือแขวนข้าวของ เรารู้สึกว่ารอยเหล่านี้ไม่ต่างอะไรจากประวัติศาสตร์ของการอยู่อาศัย […]