บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา - บ้านและสวน
บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา

บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา ที่เกิดจากการอ่านผืนดินอย่างละเอียด และตั้งใจอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา ที่ผ่านการศึกษาผืนดินอย่างละเอียดผ่านระบบ Satellite Contour เพื่อไล่เรียงระดับความสูงต่ำของพื้นที่ พร้อมทำความเข้าใจเส้นทางการไหลของน้ำ เพื่อการอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน

Design Directory : สถาปัตยกรรม : ยางนาสตูดิโอ

บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา
บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา
บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา

บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา ที่ทุกครั้งที่มีผู้มาเยือน สิ่งแรกที่พวกเขาจะได้พบไม่ใช่ตัวบ้าน หากแต่เป็นสันเขาเขียวครึ้มที่ทอดตัวอยู่เบื้องหลัง แล้วบ้านไม้หลังนี้จึงค่อย ๆ ปรากฏตามมาทีหลัง ราวกับเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็ก ๆ ที่แทรกตัวอยู่ในอ้อมกอด ของธรรมชาติมาช้านาน นี่คือโจทย์แรกและโจทย์สำคัญที่ คุณเปิ้ล-ศิรินภาและคุณเดวิด ฟาเฮย์ มอบให้ คุณเท่ง-เดโชพล รัตนสัจธรรม สถาปนิกแห่ง ยางนาสตูดิโอ ผู้ช่ำชองในงานสร้างบ้านไม้แบบพื้นถิ่น

บ้านไม้พื้นถิ่นหลังนี้ตั้งอยู่ในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ บนที่ดินเกือบ 3 ไร่ที่มีทุ่งนาและขุนเขาโอบล้อม เป็นบ้านที่ดูอ่อนน้อมต่อสภาพแวดล้อมอย่างเห็นได้ชัด คุณเดวิดเป็นครูวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนคุณเปิ้ลเป็นเจ้าของร้านขนมปังซาวร์โดว์ชื่อดัง Artisan Sourdough by Apple Fahey ย่านวัดอุโมงค์ จุดเริ่มต้นของบ้านหลังนี้คือวันที่ทั้งคู่มีโอกาสไปชมบ้านของคุณเท่ง แล้วถูกใจจนเลือกสร้างบ้านในรูปแบบใกล้เคียงกัน คุณเดวิดเล่าถึงเหตุผลของการตัดสินใจครั้งนั้นว่า “ก่อนทำบ้านพวกเราคิดไว้หลายแบบ แต่ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจได้ว่ารูปแบบบ้านไม้ไทย ๆ นี่แหละที่เข้ากับสภาพอากาศได้ดีที่สุด และรู้สึกว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในแง่ของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม แล้วก็เข้ากับที่ดินของพวกเราด้วย”

บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา
บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา

อ่านผืนดินก่อนวางบ้าน

คุณเดวิดคลุกคลีอยู่กับโลกของชีววิทยาและนิเวศวิทยามาโดยตลอด จนวันหนึ่งเขาตัดสินใจศึกษาต่อด้าน Permaculture ด้วยหวังจะปลุกผืนดินของครอบครัวให้กลายเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ในตัวเอง โดยใช้ที่ดินผืนนี้เป็นกรณีศึกษาจริง เขาเริ่มจากการศึกษาผืนดินอย่างละเอียดผ่านระบบ Satellite Contour เพื่อไล่เรียงระดับความสูงต่ำของพื้นที่ เฝ้าสังเกตทิศทางลม รอดูตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและลับขอบฟ้า พร้อมทำความเข้าใจเส้นทางการไหลของน้ำ จนพบว่าตำแหน่งของบ่อน้ำคือจุดต่ำสุดของผืนดินทั้งหมด เป็นแอ่งที่น้ำจะไหลมารวมกันตามธรรมชาติ

ข้อมูลเหล่านี้นำไปสู่การวางตำแหน่งของตัวบ้านและต้นไม้ รวมถึงการขุดบ่อน้ำในระดับต่ำสุด เพื่อรองรับน้ำที่ไหลผ่านพืชพันธุ์ต่าง ๆ ทำให้บ้านกลมกลืนกับภูมิประเทศราวกับเคยอยู่ตรงนั้นมาแต่ไหนแต่ไร ที่นี่ยังเน้นการปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมี และตั้งใจค่อย ๆ ปรับทุกอย่างให้ระบบธรรมชาติพึ่งพากันเอง จนเกิดเป็นระบบนิเวศที่สมดุลและยั่งยืนในวันข้างหน้า

บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา
บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา

บ้านไม้พื้นถิ่นสองหลังที่โอบกอดกันไว้

บ้านไม้ทรงจั่วหลังย่อมนี้มีสัดส่วนกะทัดรัด ทุกห้องถูกวางให้พอดีกับการใช้ชีวิตจริง หากมองจากภายนอกจะเห็นเป็นบ้านไม้สองหลังที่เชื่อมโยงเข้าหากันอย่างแนบเนียน พื้นดินเดิมถูกไล่ระดับเป็นทางลาดขึ้นไปหาตัวบ้าน ยกบ้านให้สูงขึ้นเพื่อให้มองเห็นทิวทัศน์ได้ทั้งจากภายนอกและภายในบ้าน พร้อมช่วยระบายน้ำผิวดินไปในตัว ตัวบ้านไล่ระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากฝั่งห้องครัวและห้องนั่งเล่นที่มีใต้ถุนระดับเตี้ย ผ่านทางเชื่อมไปสู่ส่วนห้องนอนที่ออกแบบให้ส่วนใต้ถุนสูงขึ้น

หลังแรกคือห้องครัวขนาดใหญ่ที่เปิดเชื่อมสู่ชานกว้าง มีมุมนั่งเล่นเล็ก ๆ ที่แต่งแต้มด้วยโซฟาน่านั่ง เพียงก้าวขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็จะพบพื้นที่เชื่อมต่อไปสู่บ้านไม้อีกหลัง ซึ่งออกแบบเป็นชั้นวางหนังสือและมุมทำงานเล็ก ๆ ที่แทรกตัวอยู่กลางทางเดินอย่างเงียบสงบ ถัดจากนั้นคือห้องนอนหลักที่มีระเบียงกว้างรับลม และห้องนอนเล็กซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นของลูกสาว ก่อนที่เธอจะไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ห้องนี้จึงถูกปรับบทบาทใหม่ให้กลายเป็นห้องทำงานหรือห้องรับรองแขก

ส่วนใต้ถุนที่สูงขึ้นบริเวณส่วนห้องนอนกลายเป็นพื้นที่ใช้สอยชั้นล่างที่เจ้าของบ้านทั้งสองโปรดปรานที่สุด เป็นทั้งมุมนั่งสังสรรค์ รับประทานอาหาร และอ่านหนังสืออย่างสบาย ๆ รวมถึงมุมเอกเขนกที่ผูกเปลไว้เอนหลังมองภูเขาทางทิศตะวันตกได้อย่างเต็มตา ใกล้กันยังมีพื้นที่สำหรับงานช่างและเก็บเครื่องมือทางการเกษตรอีกด้วย

บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา

เมื่อบ้านไม้ต้องตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง

แม้หัวใจจะโหยหาความเป็นบ้านไม้ แต่เจ้าของบ้านก็ไม่ลืมที่จะให้มันเป็นบ้านที่ใช้งานได้จริง สะดวกสบายในทุกอณูของฟังก์ชัน คุณเปิ้ลบอกกับสถาปนิกอย่างตรงไปตรงมาว่าอยากได้ครัวใหญ่ ส่วนห้องนั่งเล่นให้เล็ก กว่าครัวได้ไม่เป็นไร ขอเพียงมีพื้นที่ภายนอกกว้างขวางและเพดานสูงโปร่ง จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่โล่งสบาย พร้อมทั้งมีมุมสำหรับเก็บของและทำงานฝีมือของคุณเดวิดไว้ด้วย

หัวใจของบ้านจึงอยู่ที่ครัวขนาดใหญ่ใจกลางบ้าน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของหลายเมนูจากร้าน Artisan Sourdough ทว่าคุณเปิ้ลกลับไม่ได้อบขนมปังที่นี่อย่างจริงจังนัก ด้วยเหตุที่ไฟฟ้าทั้งหลังพึ่งพาระบบโซลาร์เซลล์เพียงอย่างเดียว เป็นทางเลือกที่ทั้งคู่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อให้บ้านหลังนี้ยืนหยัดพึ่งพาตัวเองได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

การเลือกใช้พลังงานทางเลือกยังช่วยให้ภาพรวมของบ้านโปร่งโล่งสบายตา เมื่อไม่มีเสาไฟฟ้าและสายไฟโยงไปมาคอยรบกวนทัศนียภาพ สวน บ้าน ทุ่งนา ภูเขา และท้องฟ้าจึงเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน อย่างแท้จริง และยังเอื้อเฟื้อความงามของธรรมชาติเหล่านี้แก่ผู้ที่สัญจรและอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงด้วย

ผืนดินและพืชพรรณกับวิถีพึ่งพาตัวเอง

รอบตัวบ้านค่อย ๆ เขียวชอุ่มขึ้นด้วยต้นไม้และพืชผักที่ปลูกไว้ทั้งเพื่อรับประทานเองและส่งต่อไปยังร้านขนมของคุณเปิ้ล เป็นภาพสะท้อนของวิถีพึ่งพาตนเองที่ทั้งคู่บ่มเพาะมาตั้งแต่วันแรกที่เลือกผืนดินผืนนี้ และเมื่อมองไปข้างหน้า ทั้งคู่ยังฝันถึงวันที่จะพัฒนาที่นี่ให้กลายเป็น Learning Center ว่าด้วยเรื่องดินและพืชพรรณ เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์แบบปราศจากสารเคมีและสารสังเคราะห์ใด ๆ เจือปน

บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา
บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา
บ้านไม้พื้นถิ่นในอ้อมกอดขุนเขา

ถึงวันนี้บ้านไม้เต็มไปด้วยเรื่องราวและชีวิตชีวา นอกจากเจ้าของบ้านทั้งสองแล้ว ยังมีหมา แมว เป็ด และไก่ที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ต้นไม้รอบบ้านเติบโตแบ่งบาน บ่อน้ำเต็มไปด้วยปลาหลากชนิด ขณะที่นกหลายสายพันธุ์และแมลงน้อยใหญ่ต่างแวะเวียนมาที่สวนและบ้านแห่งนี้มากขึ้น ที่นี่จึงเป็นความงาม เป็นความจริง เป็นธรรมชาติ และเป็นธรรมดา อย่างที่ทั้งคู่มองเห็นและรู้สึกตั้งแต่วันที่ตัดสินใจสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมา

เจ้าของ : คุณศิรินภา – คุณเดวิด ฟาเฮย์

สถาปัตยกรรม : ยางนาสตูดิโอ โดยคุณเดโชพล รัตนสัจธรรม

บ้านหลังนี้ตีพิมพ์ในหนังสือ Yangnar Studio Architecture By Hand คลิกสั่งซื้อที่นี่

 เรื่อง : Sunflower

ภาพ : อภิรักษ์ สุขสัย, ยางนาสตูดิโอ

บ้านไม้ชั้นเดียวในอ้อมกอดของเชียงดาว
บ้านทิตา บ้านไม้พื้นถิ่นใต้ถุนสูงของสถาปนิกในบทบาทผู้อยู่อาศัย