ภัยร้ายที่อาจมาพร้อมต้นไม้ในบ้าน
การปลูกต้นไม้ในบ้านนอกจากสร้างความสวยงามและความมีชีวิตชีวาได้ดีแล้ว ยังมีส่วนช่วยฟอกอากาศให้บ้านอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ หากตั้งใจจะปลูกต้นไม้ประดับในบ้านก็ควรรู้ถึงภัยที่อาจตามมาด้วยเช่นกัน เพื่อหาวิธีแก้ไขและอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย

ต้นไม้ที่ประดับในบ้านหลายชนิดมีพิษ
ภัยจากต้นไม้ในบ้าน ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกซื้อต้นไม้มาตกแต่งภายในบ้าน นอกจากต้องศึกษาถึงนิสัยและลักษณะทั่วไปของต้นไม้แต่ละชนิดว่าสามารถปรับตัวปลูกภายในบ้านได้หรือไม่ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือต้องศึกษาว่าต้นไม้ชนิดนั้นมีพิษที่เป็นอันตรายต่อคนหรือสิ่งมีชีวิตอื่นไหม โดยเฉพาะบ้านที่มีทั้งเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยงจำพวกสุนัขหรือแมว ทางออกที่ดีที่สุดคือควรวางกระถางต้นไม้ให้สูงในระดับที่พ้นมือเด็กเล็ก หรือหลีกเลี่ยงตำแหน่งการวางที่มีคนสัญจรผ่านไปมาอยู่เสมอ เพื่อลดโอกาสไปสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ และควรจำกัดที่วิ่งเล่นของสัตว์เลี้ยงไม่ให้ไปซนในบริเวณที่เราวางไม้กระถาง มาดูตัวอย่างต้นไม้มีพิษที่นิยมปลูกในบ้านมาบอกให้คุณได้ระมัดระวังกัน ดังนี้

สาวน้อยประแป้ง Dieffenbachia seguine (Jacq.) Schott ยางทุกส่วนของต้นมีสารแคลเซียมออกซาเลตที่อาจสร้างความระคายเคืองต่อผิวบริเวณปากหรือดวงตาของเด็กและสัตว์เลี้ยงได้ ไปจนถึงผิวหนังอักเสบ ซึ่งยางชนิดนี้พบได้ในต้นไม้หลายวงศ์ที่ประดับในบ้าน ได้แก่ บอนกระดาด บอนสี หน้าวัว มอนสเตอรา ฟิโลเดนดรอน และฟิคัสทุกชนิด เช่น ยางอินเดีย มะเดื่อ ไทรใบสัก โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการแพ้พวกถุงมือยางหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยางและเด็กเล็ก หากได้รับสารพิษจากยางที่บริเวณผิวหนังควรล้างออกด้วยด้วยน้ำและสบู่ทันที หากเข้าตาควรล้างตาเบาๆด้วยน้ำอุ่น เป็นเวลา 10-15 นาที แต่หากเริ่มมีแผลพุพอง มีผื่นขึ้น ควรรีบพบแพทย์ทันที

พญาไร้ใบ Euphorbia tirucalli L.ยางสีขาวจากต้นมีพิษหลายชนิด หากสัมผัสจะมีอาการปวด ผิวหนังอักเสบหรือระคายเคืองอย่างรุนแรง ปวดแสบปวดร้อน ถ้าเข้าตาจะทำให้เยื่อบุตาอักเสบและตาบอดได้ หากรับประทานเข้าไปจะทำให้ปาก ลิ้น เยื่อบุผนังกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ มีอาการอาเจียน และถ่ายท้องอย่างรุนแรง หากได้รับมากอาจทำให้สั่นและเสียชีวิตได้ นอกจากนั้นยังมีสารซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารร่วมก่อมะเร็งด้วย
เชื้อโรคและราที่มากับวัสดุปลูก
การปลูกต้นไม้ภายในบ้านนอกจากส่งผลให้เครื่องปลูกในกระถางได้รับแสงแดดน้อยลงแล้ว ยังเก็บความชื้นได้มากกว่าปกติ ทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคและเชื้อราได้ง่าย มีเชื้อราหรือเชื้อโรคบางชนิดที่มากับสารตกค้างจากปุ๋ยและเครื่องปลูกที่อาจเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ ก่อให้เกิดโรคแก่มนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำได้ เช่น โรคฮีสโตพลาสโมสิสที่มักเกิดจากเชื้อที่มากับปุ๋ยมูลสัตว์จำพวกมูลค้างคาว โรคสปอโรทริโคสิสที่มาจากเชื้อราสปอโรคทริค พบได้ในดินและต้นไม้ผ่านบาดแผลที่สัมผัสกับสปอร์ของเชื้อรา

เห็ด Leucocoprinus birnbaumii มักขึ้นในกระถางที่มีความชื้นภายในบ้าน มีพิษเล็กน้อย จึงห้ามรับประทาน
ควรหมั่นเปลี่ยนวัสดุปลูก เลือกวัสดุปลูกที่สะอาด นำกระถางต้นไม้ไปตากแดด รับลม รวมถึงสังเกตวัสดุปลูกอยู่เสมอว่ามีความชื้นมากไปหรือไม่ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย อีกทั้งยังควรหมั่นเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศภายในห้องได้ถ่ายเทด้วย

ต้นไม้แย่งอากาศในเวลานอน
แม้ต้นไม้ส่วนใหญ่จะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางคืนในปริมาณที่น้อยมาก แต่ก็เป็นอันตรายต่อคนที่ปลูกต้นไม้เยอะมากเกินไปภายในห้องปิดขนาดเล็กอยู่ดี โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ
ควรจัดต้นไม้อยู่ในบริเวณที่เราใช้งานในช่วงกลางวันเป็นหลัก รวมถึงเปิดให้อากาศถ่ายเทได้อยู่เสมอ จึงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ถ้าอยากปลูกต้นไม้ในห้องนอนจริงๆ ก็ควรเลือกชนิดที่ศึกษามาแล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อคน เช่น ลิ้นมังกร เดหลี หรือแคคตัส ซึ่งมีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือรับรองว่าต้นไม้เหล่านี้ไม่เป็นอันตรายต่อคนในตอนกลางคืน

ห้องนอนที่โปร่งสบาย มีช่องเปิดให้อากาศถ่ายเท อาจหาไม้กระถางสัก 1-2 ต้นมาวางประดับได้ โดยไม่ต้องกลัวผลกระทบด้านการหายใจ
ที่อยู่ของแมลง
สิ่งที่มากับต้นไม้และกระถางต้นไม้ก็คือแมลง ซึ่งมีทั้งประเภทที่มาอยู่อาศัยแบบพึ่งพาและเป็นศัตรูพืช หากไม่ได้รับการดูแลป้องกันหรือกำจัดอย่างถูกวิธี ศัตรูพืชเหล่านี้ก็จะยึดต้นไม้ของเราเป็นฐานทัพและเจริญเติบโตก่อกวนและทำลายต้นไม้ของเราในที่สุด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เพลี้ยแป้ง นอกจากจะมาดูดน้ำเลี้ยงของต้นไม้แสนรักที่เราปลูกแล้ว ยังมาพร้อมกับราดำที่เกิดจากน้ำหวานที่เพลี้ยแป้งผลิต และมดที่มาร่วมกินโต๊ะจีนอีกด้วย
การป้องกันนอกจากการสังเกตและใช้สูตรสมุนไพรกำจัดศัตรูพืชโดยที่ไม่เป็นอันตรายต่อคนแล้ว การหาจานรองกระถางและเทน้ำหล่อก็มีส่วนช่วยป้องกันมดและปลวกได้อีกทางหนึ่ง แต่ต้องหมั่นเปลี่ยนน้ำในจานรองอยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นที่อยู่ของลูกน้ำยุงลายได้เช่นกัน

เพลี้ยแป้ง
เรื่อง : ปัญชัช
ภาพ : คลังภาพบ้านและสวน