บ้าน Universal Design ที่ออกแบบมาเพื่อกันและกัน
บ้าน Universal Design ที่ออกแบบให้รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยไม่ทำให้บรรยากาศของบ้านดูเป็นบ้านผู้สูงอายุที่เต็มไปด้วยราวจับหรืออุปกรณ์ช่วยเหลือตั้งแต่วันแรก ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเองโดยไม่รบกวนกัน แม้บ้านจะถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนแต่เปิดโอกาสให้มองเห็นกัน รับรู้ และมีปฏิสัมพันธ์กันได้เสมอ
Design Directory : ออกแบบ INchan atelier

บ้านสองชั้นขนาดกำลังดีหันหน้าไปทางทิศใต้จึงออกแบบให้มีหลังคาจั่วที่กดต่ำลงมามากหน่อยเพื่อช่วยบดบังแสงแดดและตอบโจทย์การใช้โซลาร์เซลล์ได้เป็นอย่างดี

หน้าบ้านจอดรถได้ 2 คัน ตัวบ้านอยู่ในลึกเข้าไปด้านใน โดยมีแนวรั้วสองชั้นที่ช่วยพรางตาและเพิ่มความปลอดภัย

ออกแบบที่รับพัสดุให้เป็นช่องลึกเข้าไปในเสาหน้าบ้านเพื่อความสะดวกเวลาไรเดอร์มาส่งอาหาร
ช่วงวัยเกษียณในวันนี้อาจไม่เหมือนภาพจำเดิมอีกต่อไป เมื่อคนวัย 60 กว่ายังมีร่างกายที่แข็งแรง มีเวลาออกเดินทางท่องเที่ยว ทำกิจกรรมที่ชอบ ได้พบปะเพื่อนฝูง และมีสิ่งที่อยากทำอีกมากมาย บ้านที่รองรับชีวิตช่วงนี้จึงไม่ใช่เพียงที่พักผ่อน แต่ต้องช่วยให้เจ้าของบ้านยังคงใช้ชีวิตในแบบที่คุ้นเคยได้อย่างอิสระ มีความสุข และพร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยไม่ทำให้บ้านกลายเป็นเครื่องเตือนใจว่าตนเองกำลังก้าวเข้าสู่วัยชรา
บ้านสองชั้นบนที่ดินขนาด 78 ตารางวา เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ คุณนนท์-อินทนนท์ จันทร์ทิพย์ สถาปนิกจาก INchan atelier ที่อยากให้คุณแม่ของภรรยา (คุณพลอย) มีพื้นที่เป็นของตัวเองในวัยเกษียณ โดยไม่ต้องแลกกับการรู้สึกว่าตัวเองกำลัง “เตรียมตัวแก่” การออกแบบจึงไม่ได้เริ่มต้นจากข้อจำกัดของวัย แต่เริ่มจากความเข้าใจในวิถีชีวิตประจำวันของคุณยายว่าใช้ชีวิตอย่างไร ชอบทำอะไร และอยากใช้ชีวิตแบบไหนในบ้านหลังนี้ บ้านมีพื้นที่ใช้สอย 173 ตารางเมตร ซึ่งอาจจะไม่ใช่ขนาดที่ใหญ่โตสำหรับครอบครัว 3 เจเนอเรชันที่จะมาใช้เวลาร่วมกันในช่วงวันหยุด และถึงแม้จะเป็นครอบครัวเดียวกันแต่ต่างมีความต้องการและกิจกรรมที่แตกต่างกัน ทางสถาปนิกจึงได้จัดสรรพื้นที่ให้ชั้นล่างเป็นพื้นที่หลักของคุณยาย ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่ของคุณพลอย คุณนนท์ น้องหมาก และน้องไหม

เว้นพื้นที่เล็กๆไว้สำหรับสวนบริเวณหน้าบ้าน ปลูกองุ่นทะเลต้นใหญ่เป็นไม้ประธานเป็นการต้อนรับกลับบ้านด้วยความสดชื่น

เมื่อเดินผ่านประตูชั้นที่สองจะพบทางเดินรอบบ้านก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียงเล็กๆหน้าบ้าน ออกแบบให้มีที่นั่งริมต้นหว้าแม่น้ำโขงเป็นมุมรับแขกแบบง่ายๆโดยไม่ต้องเข้าสู่พื้นที่ข้างในบ้าน

มุมมองจากประตูบ้านจะเห็นว่าเส้นทางการเข้าถึงไม่ได้เป็นเส้นตรงจากประตูรั้ว และใช้การพรางตาด้วยรั้วชั้นที่สองสร้างความรู้สึกปลอดภัยแต่ยังพอมองเห็นด้านนอกได้อยู่

ทางเดินรอบบ้านเป็นทางลาดเอียงต่อเนื่องไปถึงห้องนอนคุณแม่ ระหว่างทางปลูกต้นไม้สร้างความสดชื่นสบายตา ด้านซ้ายเป็นศาลพระภูมิที่ออกแบบเองเพื่อให้เข้ากับบ้าน
อยู่ใกล้กันในระยะที่พอดี
ชั้นล่างจัดวางพื้นที่ทั้งหมดให้เป็นพื้นที่ของคุณยาย ตั้งแต่ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว ครัวขนาดกำลังดีสำหรับคนที่ชอบทำอาหาร มุมนั่งเล่นในบรรยากาศสบายๆชวนเอนหลัง โต๊ะรับประทานอาหารสำหรับต้อนรับเพื่อนสนิท ทุกๆฟังก์ชันอยู่ในระยะที่ใช้งานสะดวก ดูแลได้ง่าย และลงตัวกับชีวิตประจำวัน ชั้นบนเป็นพื้นที่ของคุณพลอย คุณนนท์ และลูกๆ ที่มักจะแวะมาพักในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ มีห้องนอนสองห้อง ห้องอเนกประสงค์ และมุมแรกเมื่อเดินขึ้นมาจะเจอกับ Study Area ที่ดันฝ้าขึ้นไปขนานกับหลังคา ทำให้พื้นที่นี้สูงเพียงพอจะทำชั้นลอยใต้หลังคาเป็นมุมสนุกๆที่ถูกซ่อนไว้ในบ้านหลังนี้

เมื่อเปิดประตูเข้าบ้านจะพบมุมถอดรองเท้าเล็กๆ พร้อมที่นั่งให้ใส่รองเท้าได้สะดวก มีชั้นวางรองเท้าที่ใส่เป็นประจำ

มุมครัวในบ้านออกแบบเพื่อคุณยายโดยเฉพาะ มีเคาน์เตอร์สารพัดประโยชน์ สำหรับวางพักของหลังกลับเข้าบ้าน เตรียมอาหารก่อนปรุง แกะถุงแกง หรือวางรอก่อนยกไปเสิร์ฟ
การออกแบบพื้นที่สองชั้นแยกกันช่วยให้ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเองโดยไม่รบกวนกัน ความน่าสนใจคือแม้บ้านจะถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนแต่เปิดโอกาสให้มองเห็นกัน รับรู้ และมีปฏิสัมพันธ์กันได้เสมอ “ปกติพลอยจะนั่งทำงานตรง Study Area ซึ่งตรงกับบันได ทำให้ยังได้ยินเสียงเด็กๆเล่นซน ได้ยินเสียงแม่เรียกจากข้างล่าง ถึงจะอยู่กันคนละชั้นแต่ก็ไม่ได้ตัดขาดจากกันโดยสิ้นเชิง”

ครัวเล็กๆแต่มีอุปกรณ์ครบครัน มีช่องหน้าต่างเปิดเพื่อช่วยระบายกลิ่นและมองเห็นหน้าบ้านได้อีกด้วย

นอกจากเตาไฟฟ้าในบ้านยังมีเตาแก๊สสเตนเลสหลังบ้านที่ออกแบบมาเพื่อการทำครัวไทยไฟลุก ลดกลิ่นและควันที่อาจฟุ้งภายในบ้าน
การเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
หนึ่งในโจทย์สำคัญของบ้านหลังนี้คือการออกแบบให้รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยไม่ทำให้บรรยากาศของบ้านดูเป็นบ้านผู้สูงอายุที่เต็มไปด้วยราวจับหรืออุปกรณ์ช่วยเหลือตั้งแต่วันแรก จึงเลือกที่จะซ่อน Universal Design ไว้ในรายละเอียดของงาน สังเกตได้จากการออกแบบที่แนบเนียน ทั้งทางลาดรอบบ้านที่เชื่อมตรงมาถึงประตูห้องนอนของคุณยาย ระยะห้องน้ำและทางเดินภายในที่เผื่อไว้สำหรับวีลแชร์ ประตูบานเลื่อนที่เปิดออกได้สุดให้กลายเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกัน คุณนนท์มองวัยเกษียณออกเป็นสองช่วง “ช่วงแรกคือวัยเกษียณที่ยังแข็งแรง ยังทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ ส่วนอีกช่วงคือวัยที่ร่างกายเริ่มต้องการการดูแลมากขึ้น บ้านหลังนี้จึงต้องรองรับได้ทั้งสองช่วงเวลา” สะท้อนให้เห็นแนวคิดที่พร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของบ้านหลังนี้

ทางเดินกลางบ้านนำไปสู่ห้องนอนคุณยายที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน มีตู้เก็บของบิลท์อินขนาบทั้งสองฝั่ง และเพิ่มความสะดวกด้วยการออกแบบให้เปิดลิ้นชักจากฝั่งทางเดิน

มุมนั่งเล่นใช้เฟอร์นิเจอร์บิลท์อินเป็นหลักเพื่อการใช้งานทุกพื้นที่ได้อย่างลงตัว โซฟาเข้ามุมขนาดใหญ่เหมาะกับการเอนหลังนอนดูทีวี และสามารถปรับไลต์ติ้งให้เหมาะกับการพักผ่อน

คุณยายกับน้องไหมมีพื้นที่ให้เล่นสนุกได้สบายในบ้านนี้
ธรรมชาติคือส่วนหนึ่งของการออกแบบ
แม้บ้านหลังนี้จะมีขนาดกะทัดรัดแต่กลับให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแนวคิดที่มองว่าพื้นที่ภายนอกและภายในควรทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น สำหรับคุณนนท์พื้นที่สีเขียวไม่ใช่เพียงองค์ประกอบแต่เป็นส่วนสำคัญที่เปิดมุมมองและช่วยขยายความรู้สึกของพื้นที่ ทำให้พื้นที่กว้างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยการจัดวางต้นไม้ในมุมต่างๆของบ้านอย่างตั้งใจเห็นได้ตั้งแต่หน้าบ้านที่เลือกต้นองุ่นทะเลฟอร์มสวยวางไว้เป็นไม้ประธานหน้าบ้าน ต้นหว้าแม่น้ำโขงที่อยู่ลึกเข้ามาด้านใน หรือต้นไม้ตามทางเดินรอบบ้าน โดยเฉพาะห้องนอนของคุณยายที่สร้างพื้นที่ต่อเนื่องกับมุมที่นั่งขอนไม้ข้างนอก เกิดเป็นพื้นที่กึ่งเอาต์ดอร์เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของห้องนอน “ตอนเช้าจะชอบออกมานั่งข้างนอกดื่มกาแฟ ดูต้นไม้ ฟังเสียงนก บางครั้งก็จะมานั่งอ่านหนังสือที่ริมหน้าต่างตรงโต๊ะกินข้าว ก็จะเห็นกระรอกปีนมาแทะต้นไม้ นั่งอ่านหนังสือไปมองต้นไม้ไป รู้สึกสบายและสงบ อยู่บ้านทั้งวันก็ไม่เบื่อ” คุณยายเล่าถึงความร่มรื่นที่สัมผัสได้รอบบ้าน

มุมรับประทานอาหารอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับมุมนั่งเล่น โต๊ะออกแบบให้กว้างเป็นพิเศษและสามารถขยายออกเพื่อรองรับได้ถึง 8 ที่นั่ง หน้าต่างบานใหญ่สองฝั่งเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติ และมองเห็นต้นหว้าแม่น้ำโขงที่อยู่ริมหน้าต่างได้อย่างเต็มตา

ห้องนอนของคุณยายบรรยากาศผ่อนคลายให้ความรู้สึกเหมือนโรงแรมและเชื่อมต่อกับทางเข้า-ออกด้านหลังได้สะดวก

มุมนั่งพักเอนหลังสบายๆ ในห้องนอนคุณยายและในอนาคตสามารถปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ของผู้ดูแลได้อีกด้วย

เมื่อเปิดประตูกว้างรับลมจะเป็นการขยายพื้นที่ห้องของคุณยายให้เชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่นด้านนอก ให้ความรู้สึกกึ่งภายนอก-ภายใน ไว้นั่งเล่นจิบกาแฟยามเช้าได้สบาย

ห้องน้ำในห้องนอนของคุณยายรวมตู้เสื้อผ้าเอาไว้ในพื้นที่เดียวกัน แยกเป็นโซนเปียกโซนแห้งและมีหน้าต่างเล็กๆช่วยถ่ายเทอากาศทำให้ห้องน้ำแห้งได้เร็วไม่อับชื้น

ผลงานศิลปะมากมายถูกเลือกมาตกแต่งในหลายๆมุมของบ้านนี้ได้อย่างลงตัว
บ้านหลังนี้คือการพิสูจน์ความคิดที่สะสมมาตลอดหลายปีในฐานะสถาปนิกของคุณนนท์ว่าบ้านที่ดีไม่ได้วัดที่ตารางเมตร แต่วัดที่ความเข้าใจว่าคนที่อยู่เขาใช้ชีวิตอย่างไร แม้คุณยายจะอยู่ในวัยเกษียณแต่ยังคงแข็งแรงและออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อนเป็นประจำ การออกแบบที่เอื้อให้การใช้ชีวิตในบ้านสะดวก ปลอดภัย และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตน่าจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด เมื่อบ้านเริ่มเข้าใจคนที่อยู่ หลายเรื่องก็กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น ตั้งแต่การเดินเข้าครัวตอนเช้า การนั่งอ่านหนังสือข้างหน้าต่าง ไปจนถึงการได้ยินเสียงหลานๆ วิ่งเล่นอยู่บนชั้น 2 “ตอนมาอยู่วันแรกๆ ก็อาจจะรู้สึกแปลกที่หน่อย แต่พออยู่ไปในแต่ละวันรู้สึกชอบบ้านนี้มากขึ้นทุกวัน มองเห็นความใส่ใจที่เขาพยายามทำให้เรา ทุกอย่างอยู่ในพื้นที่ที่เราดูแลเองได้ ไม่ต้องใหญ่ ไม่ต้องเดินไกลๆกว่าจะไปถึงแต่ละมุม ชอบความเล็กความพอดีของบ้านนี้” คุณยายเล่าพร้อมรอยยิ้ม

Study Area เป็นทั้งมุมทำงานของคุณพ่อคุณแม่และมุมทำการบ้านของเด็กๆ โต๊ะหน้ากว้าง 60 เซนติเมตร และยาวเป็นพิเศษจึงสามารถนั่งทำงานพร้อมกันได้สะดวก

ระเบียงหน้าห้อง Study Area ปลูกเกรวิลเลียที่เริ่มแทงยอดเลื้อยไปกับระแนงด้านบน ช่วยพรางแสงแดดในช่วงบ่ายและเติมความสดชื่นให้ชั้น 2

มุมเล็กๆที่ออกแบบมาเพื่อให้เดินไปปิดหน้าต่างได้สะดวก

พื้นที่ชั้นลอยเป็นทั้งที่เก็บของและมุมลับของเด็กๆ หรือไว้ต้อนรับแขกที่มาพักได้อีกด้วย

ห้องอเนกประสงค์ที่พร้อมรองรับกิจกรรมของครอบครัว และในอนาคตสามารถต่อเติมเป็นห้องนอนเพิ่มได้อีกห้อง

ระเบียงที่ต่อเนื่องออกไปจากห้องอเนกประสงค์ หลังคาที่กดต่ำลงมาสร้างความแตกต่างให้รู้สึกถึงความสว่างเปิดโล่งเมื่อเดินออกไปถึงระเบียงด้านหน้า

ห้องนอนใช้สีที่ทึมลงและตัดด้วยหน้าต่างสีดำเพื่อเป็นการไล่ลำดับโทนสีจากอ่อนไปเข้มสร้างบรรยากาศให้สงบนิ่งเหมาะกับการพักผ่อน

ห้องนอนของคุณพ่อคุณแม่ขนาดกำลังพอดี และทุกห้องจะมีหน้าต่างใหญ่และอีกฝั่งเป็นหน้าต่างบานกระทุ้งขนาดเล็ก เพื่อเปิดให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
บางทีความสำเร็จของการออกแบบบ้านอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวบ้าน แต่อยู่ที่การได้เห็นคนที่เรารักใช้ชีวิตอยู่ในนั้นอย่างมีความสุข ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองชอบ และมีรอยยิ้มในทุกๆ วัน เหมือนรอยยิ้มของคุณยายในวันนี้
เจ้าของ : คุณนุสรา เนาวรัตน์ และครอบครัวจันทร์ทิพย์
ออกแบบ : INchan atelier

บ้านหลังนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารบ้านและสวน ฉบับกรกฎาคม 2569 คลิกสั่งซื้อที่นี่
เรื่อง : jOhe
ภาพ : ณัฐวรรธน์ ไทยเสน
ผู้ช่วยช่างภาพ : ทัตพล ยังเจริญกลกิจ
สไตล์ : Suntreeya และธริศรา จันทร์ทิพย์ จาก Ployblooms + INchan atmosphere