ออฟฟิศและบ้านในอาคารเดียวกัน ความลงตัวที่ทำให้ทุกวันง่ายขึ้น
ออฟฟิศและบ้านในอาคารเดียวกัน บนที่ดินเพียง 72 ตารางวา กับความต้องการให้อาคารรองรับได้ทั้งชีวิตส่วนตัวและธุรกิจพร้อมกัน โดยแชร์พื้นที่กับเพื่อนในวงการธุรกิจเดียวกัน แต่การใช้งานของแต่ละพื้นที่ยังอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่รบกวนกัน
Design Directory : ออกแบบ Studio Krubka

อาคารรูปทรงเรียบง่ายเว้นจังหวะช่องเปิดและช่องแสงได้อย่างน่าสนใจ

ชั้นล่างเป็นที่จอดรถเต็มพื้นที่เพื่อความสะดวกแก่ผู้เช่าและลูกค้าที่มาใช้บริการ

ทางเข้าพื้นที่ส่วนออฟฟิศใช้ประตูบานเลื่อนเหล็กที่ให้กลิ่นอายย้อนยุคและดูดิบเท่เข้ากับตัวอาคาร
ใครสักคนเคยบอกว่าความฝันที่เรียบง่ายที่สุดในชีวิตของคนทำงาน คือการตื่นขึ้นมาแล้วไม่ต้อง รีบออกไปไหน เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงโต๊ะทำงาน แต่ในเมืองที่การเดินทางกินเวลาชีวิตไปวันละหลายชั่วโมง ความฝันแบบนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่าย คุณป้อง – ธรรมรักษ์ สุทธิโชติ และคุณช่า – นลินี เอกอนุสรณ์ เจ้าของบ้าน เลือกที่จะลงมือทำเพื่อให้ที่ทำงานและที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกันได้อย่างลงตัว
บ้านใหม่บนที่ดินเดิม
อาคารคอนกรีตสูงที่ตั้งอยู่ในซอยย่านทาวน์อินทาวน์ ตัวอาคารดูเรียบง่ายไม่ซับซ้อนสลับกับ ช่องแสง ช่องลม บล็อกแก้วที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ของอาคาร เรียกความสนใจได้ตั้งแต่ก่อนที่จะ ก้าวเข้าสู่พื้นที่ด้านใน คุณป้องซึ่งเป็นทั้งเจ้าของบ้านและเจ้าของ Rocky Raccoon Studio เล่าย้อน กลับไปตั้งแต่วันที่ยังเป็นบ้านเก่าบนที่ดินผืนนี้ ซึ่งเป็นสตูดิโอมิกซ์เสียง แต่ทุกวันหลังเลิกงานต้องฝ่า รถติดกลับบ้านที่ลำลูกกา “ทำงานเสร็จ 5 โมงเย็น กลับถึงบ้าน 2 ทุ่ม ขับรถไปกลับลำลูกกาทุกวัน มันเหนื่อยมาก” จุดเปลี่ยนมาถึงเมื่อตัดสินใจว่าในเมื่อมีแผนที่จะปลูกบ้านที่ลำลูกกา ก็ย้ายมาสร้างที่นี่ แทน บ้านเก่าที่เคยใช้เป็นออฟฟิศถูกทุบลง และการก่อสร้างใหม่ทั้งหมดจึงเริ่มต้นขึ้น
เมื่อตัดสินใจได้แล้วจึงต้องหาคนที่จะมาทำให้ฝันเป็นรูปเป็นร่าง คำตอบมาจากเพื่อนบ้านในซอย เดียวกันที่อยู่ไม่ไกล อาคารหลังนั้นออกแบบโดย คุณแจ๊ค- ดนัย สุราสา จาก Studio Krubka
“สิ่งที่ชอบของบ้านหลังนั้น นอกจากสเปซแล้ว ก็ชอบเรื่องของอากาศที่โฟล์วดี เป็นสิ่งที่บอกกับคุณแจ๊คตั้งแต่ต้นว่าบ้านผมขอให้ถ่ายเทอากาศได้ดี และมีแสงเข้าทุกชั้น รวมถึงการใช้วัสดุที่ง่าย ตรงไปตรงมา” นั่นคือสิ่งที่คุณป้องคาดหวังที่จะได้เห็นกับบ้านหลังนี้

บันไดเหล็กสีแดงสดใสที่ตัดกับภาพของอาคารภายนอก สร้างความประหลาดใจให้ผู้ที่เข้ามาภายในอาคาร

ชั้น 2 เป็นพื้นที่ของออฟฟิศ Rocky Raccoon Studio สตูดิโอมิกซ์เสียง และ FOOLHOUSE PRODUCTION เปิดโถงกลางให้โปร่งโล่งรับแสงจากธรรมชาติที่ส่องผ่านเข้ามาด้านในอาคาร เกิดแสงเงาที่น่าสนใจเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาตลอดทั้งวัน

แชร์สเปซส่วนกลางจัดเป็นมุมนั่งพักคอยสำหรับทีมงานและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในอาคารนี้ ผนังคอนกรีตโค้งเป็นการเล่นกับความแตกต่างของวัสดุที่แข็งแรงกับความโค้งมนที่กลมกลืนกัน

ออกแบบการกลับบ้าน
โจทย์ที่ฟังดูเรียบง่าย แต่ซ่อนความซับซ้อนไว้ไม่น้อย บนที่ดินเพียง 72 ตารางวา กับความต้องการให้อาคารรองรับได้ทั้งชีวิตส่วนตัวและธุรกิจพร้อมกัน ชั้นล่างสุดถูกกันไว้เป็นพื้นที่จอดรถ เพราะในย่านนั้นที่จอดรถเป็นปัญหาใหญ่ และคุณป้องเข้าใจได้เป็นอย่างดี ชั้น 2 และ 3 เป็นออฟฟิศ Rocky Raccoon Studio สตูดิโอมิกซ์เสียง และแชร์พื้นที่กับเพื่อนในวงการเดียวกัน ทั้ง FOOLHOUSE PRODUCTION บริษัทรับผลิตและตัดต่อสื่อ และ ALL IN STUDIO BKK โปรดักชันเฮาส์ ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว และชั้นบนสุดคือเพ้นท์เฮาส์ที่คุณป้องและคุณช่าอยู่อาศัย มีความสงบและเป็นส่วนตัว

ห้องตัดต่อมีม่านม่วนที่ปิดกั้นแสงได้ทุกด้านเพื่อไม่ให้แสงรบกวนหน้าจอขณะทำงาน

ห้องอัดเสียงพร้อมอุปกรณ์ครบครันและผนังลดเสียงสะท้อน

ห้องรับรองลูกค้าในบรรยากาศสบายๆคล้ายห้องนั่งเล่นสำหรับการตรวจงานหรือคุยงานธุรกิจ

มุมแพนทรี่ด้านหลังพร้อมโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่สำหรับทีมงาน

ชั้น 3 เป็นออฟฟิศของ ALL IN STUDIO BKK โปรดักชันเฮาส์ กั้นพื้นที่บางส่วนเป็นห้องประชุม ใช้สีสันที่สดใสขึ้นตัดกับพื้นและผนังที่เป็นคอนกรีตของอาคาร

ด้านในแบ่งพื้นที่เป็นห้องตัดต่อสำหรับคุยงานได้สะดวกสบาย

ระเบียงหน้าอาคารและเป็นทางไปสตูดิโอมิกซ์เสียงของคุณป้อง เพิ่มความน่าสนใจด้วยระเบียงชั้นบนที่ใช้ฟอร์มคอนกรีตโค้งมน และปลูกต้นไม้ริมระเบียงเพื่อให้กลายเป็นม่านต้นไม้ในอนาคต

ห้องมิกซ์เสียงระบบ Dolby Atmos 7.1.4 ของคุณป้อง ที่ต้องติดตั้งลำโพงต่างๆในตำแหน่งที่ถูกต้องตามมาตรฐาน

แบ่งพื้นที่ระหว่างส่วนออฟฟิศให้เช่ากับส่วนที่พักอาศัย ด้วยประตูเหล็กสีแดงเพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว
สิ่งแรกที่คุณแจ๊คตั้งคำถามในการออกแบบคือ จะทำอย่างไรให้คนที่อยู่อาศัยบนชั้นบนสุดของ อาคารรู้สึกว่าตัวเองกำลัง “กลับบ้าน” ไม่ใช่แค่ขึ้นลิฟต์ไปถึงจุดหมาย แต่เป็นการออกแบบให้รู้สึกว่าเป็น การเข้าบ้านจากภายนอก ทั้งที่จริงๆ อยู่บนตึก ทางสถาปนิกจึงออกแบบให้เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนสุด ได้เจอกับแสงธรรมชาติบริเวณคอร์ตกลางอาคารที่มีต้นตีนเป็ดฝรั่ง แผ่กิ่งก้านรับแสงและลมจากช่องเปิด สู่ท้องฟ้าก่อนที่จะเดินเข้าบ้าน
ห้องแรกของบ้านเป็นห้องโถงที่สามารถเปิดโล่งรับลมและแสงแดดได้อย่างเต็มที่ โซฟาตัวใหญ่ สำหรับนั่งพักผ่อนดูทีวี และไม่ไกลกันเป็นครัวต่อเนื่องกับโต๊ะรับประทานอาหารที่ออกแบบในสไตล์ เคาน์เตอร์ยาวต่อเนื่องกัน “เวลาอยู่คนเดียว ผมจะชอบนั่งที่เคาน์เตอร์ตรงนี้ แล้วเปิดประตูระเบียงข้างๆ ให้ลมโฟลว์” คุณป้องพูดถึงมุมโปรดของบ้านที่มักใช้งานเป็นประจำ
ห้องนอนที่ออกแบบอย่างเรียบง่ายและเปิดมุมมองสู่คอร์ตต้นไม้กลางอาคาร ผนังหัวเตียงมีช่อง หน้าต่างที่มองไม่เห็นภายนอก แต่ได้รับแสงแดดจากด้านบน คุณแจ๊คออกแบบตำแหน่งสกายไลต์ใน บ้านนี้ไว้อย่างน่าสนใจ “แสงที่มาจากด้านบนมี quality ที่น่าสนใจ ต่างกับแสงปกติซึ่งช่วยเปลี่ยนมู้ดใน ห้องได้มากกว่า” รวมทั้งเรื่องกฎหมายอาคารเกี่ยวกับช่องเปิดและระยะร่นที่ไม่สามารถเปิดหน้าต่าง ออกไปได้ตรงๆ การเปลี่ยนทิศทางของหน้าต่างจึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับอาคารนี้

เมื่อออกมาจากลิฟต์จะพบคอร์ตกลางบ้านเป็นพื้นที่กึ่งเอาต์ดอร์ที่ทางสถาปนิกต้องการสร้างความรู้สึกถึงการ “กลับบ้าน” จากภายนอก ก่อนเดินเข้าสู่พื้นที่ภายใน

ต้นตีนเป็ดฝรั่งกลางคอร์ตที่เปิดรับแสงแดดและสายฝนจากด้านบน

ช่องเปิดเล็กๆ วางในตำแหน่งทิศใต้เพื่อให้ลมไหลผ่านอาคารได้ตลอดวัน
วัสดุที่เปลี่ยนไปตามธรรมชาติ
บล็อกแก้วคืออีกหนึ่งวัสดุที่หยิบมาใช้เพื่อให้แสงยังส่งเข้ามาในอาคารได้ และเมื่อวางบล็อกแก้ว คู่กับคอนกรีตเปลือยกลับได้ความเรโทรที่มีเสน่ห์ สิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือการเลือกใช้วัสดุที่ได้รับ แรงบันดาลใจจากงานสถาปัตยกรรมของ ทาดาโอะ อันโดะ สถาปนิกญี่ปุ่นที่ใช้ไม้แบบในการทำผนัง และทิ้งร่อยรอยไว้บนคอนกรีต แต่นำมาปรับใช้เป็นไม้แบบเหล็ก
“ข้อดีของไม้แบบเหล็กคือสามารถใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ และยังได้ผิวที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ ไม่ต้องทำ อะไรอีกเลย” ซึ่งตรงกับความชอบส่วนตัวของคุณป้องอย่างพอดิบพอดี “ส่วนตัวไม่ชอบการทาสี ยิ่งทาไม่ดี ก็จะยิ่งเห็นร่องรอยชัด แต่ผนังแบบนี้ถ้ามันเก่า มันก็เท่ดี” ในแง่โครงสร้าง การเลือกใช้ Flat Slab หรือพื้น คอนกรีตไร้คานก็เป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ช่วยเรื่องความสูงภายในอาคาร เนื่องจากกำหนดระยะของ Floor to Floor สูงได้เพียง 3 เมตร เมื่อไม่มีคานทำให้พื้นที่ภายในอาคารโล่งโปร่งขึ้น และช่วยแก้ปัญหาความ ซับซ้อนของฟังก์ชันได้อีกด้วย
จุดเด่นอีกชิ้นต้องยกให้บันไดเหล็กที่ยกเข้ามาติดตั้งทีละชิ้นพร้อมสีกันสนิมโทนสีส้มแดงจาก โรงงาน “ผมเห็นว่ามันก็สวยดีนะ เลยหันไปคุยกับคุณแจ๊คว่าเอาสีแดงเลยไหม” ความบังเอิญนั้นกลายเป็น บันไดสีแดงโดดเด่นท่ามกลางความดิบของคอนกรีตสีเทาและเป็นหนึ่งในภาพจำของอาคารนี้
การใช้งานของแต่ละพื้นที่ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างไม่รบกวนกันเป็นจุดที่ต้องออกแบบให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ทางสถาปนิกใช้วิธีการวางเส้นทางให้แยกออกจากกันตั้งแต่แรก โดยผู้เช่าและลูกค้าให้ใช้บันไดในการ ขึ้น-ลง มีลิฟต์ส่วนตัวสำหรับเจ้าของบ้าน ทำให้การเข้า-ออกบ้านทำได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินผ่านใคร แต่ในอาคารแห่งนี้ก็มักมีการใช้งานสลับกันไปตั้งแต่ดึกจนเกือบเช้า “สมมติผมไม่มีงาน แต่ห้องเช่ามีงาน ผมก็อยู่ข้างบนได้ ไม่ได้รู้สึกรบกวนกัน เสียงไม่มีดังขึ้นมาเลย ทุกอย่างคอนโทรลไว้เป็นอย่างดี” คุณป้องเสริม

ห้องโถงใหญ่เพดานสูงวางโซฟานั่งสบายไว้กลางห้อง ขนาบข้างด้วยบานเลื่อนกระจกใส มองเห็นวิวภายนอกได้รอบด้าน

มุมครัวอยู่ในห้องเดียวกันกับมุมนั่งเล่น ออกแบบเป็นเคาน์เตอร์ยาวชิดผนัง วางเตาปรุงอาหารและโต๊ะรับประทานอาหารขนานกัน ช่วยให้การใช้งานในมุมนี้สะดวกยิ่งขึ้น

มุมโปรดของคุณป้องที่มักนั่งตรงนี้เป็นประจำและเปิดประตูระเบียงด้านข้างเพื่อให้ลมไหลผ่าน

ห้องทำงานเล็กๆในชั้นเพ้นต์เฮาส์และใช้เป็นห้อนนอนแขกได้อีกด้วย ด้านบนเปิดช่องรับแสงแดดที่ จะส่งตรงลงมาถึงโซฟาในห้อง
แม้แต่ละออฟฟิศจะอยู่แยกชั้นกันแต่ก็มีการใช้พื้นที่ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ “ผมวางแผนไว้ ตั้งแต่แรกว่าจะเลือกผู้เช่าที่ทำงานอยู่ในวงการเดียวกัน สตูดิโอเสียง บริษัทตัดต่อ และโปรดักชันเฮาส์ ทำให้ทำงานต่อกันได้จากลูกค้ากลุ่มเดียวกัน หรือวันไหนลูกค้าชั้น 2 นั่งไม่พอ ก็ขอยืมที่ชั้น 3 วันไหน ลูกค้าชั้น 3 เต็ม ก็ลงมาชั้น 2 ได้ มันลงตัวโดยปริยาย” คุณป้องพูดสั้นๆ ด้วยรอยยิ้ม
คุณป้องเล่าว่าตอนเด็กๆ เคยแอบคิดว่าถ้ามีที่ทำงานที่ไม่ต้องเดินทางก็คงจะดี “ตื่นเช้ามาชง กาแฟนั่งชิลสักพัก ก่อนที่จะลงไปทำงานในอีกไม่กี่นาทีถัดมา” อาจดูไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่คือความง่ายที่ ออกแบบมาให้ลงตัวกับการใช้ชีวิต “บ้านนี้ไม่ต้องปรับตัวเลย ทุกอย่างตรงตามที่เราต้องการ พอการใช้ งานมันตอบโจทย์ มันก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ถ้าเทียบกับบ้านเก่า ตรงนั้นขาด ตรงนี้เกิน แต่บ้านนี้ไม่ต้องแล้ว มันพอดีแล้ว“

โครงสร้างของอาคารใช้ระบบผนังรับน้ำหนักจึงมีความหนาเป็นพิเศษ และเป็นฉนวนกันความร้อนไปในตัว ภายในบ้านจึงรู้สึกเย็นสบายตลอดวัน

บันไดไม้จริงที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ตัดกับผนังคอนกรีตที่ดูดิบๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายก่อนเดินขึ้นสู่ห้องนอน

ห้องนอนในสไตล์เรียบง่ายและอบอุ่น มองเห็นต้นไม้บริเวณคอร์ตกลางบ้านและต่อเนื่องไปถึงส่วนพักผ่อน

พื้นที่พักอาศัยที่ล้อมต้นตีนเป็ดฝรั่งเอาไว้ ทำให้มองเห็นกันได้ผ่านคอร์ตกลางบ้านนี้

ใช้บล็อกแก้วเป็นผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ล้างมือ เกิดเป็นแพตเทิร์นสวยงามและได้ความสว่างในช่วงกลางวัน

ห้องนอนและห้องน้ำต่อเนื่องกับส่วนวอล์กอินคลอเซต มีเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อความสะดวกในการจัดการกับเสื้อผ้าใช้แล้ว
ความสบายใจที่เจืออยู่ในน้ำเสียงของคุณป้องเป็นคำตอบที่บ่งบอกถึงความพอดีของบ้านนี้ได้อย่างชัดเจน
เจ้าของ : คุณธรรมรักษ์ สุทธิโชติ และคุณนลินี เอกอนุสรณ์
ออกแบบ : Studio Krubka

บ้านหลังนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารบ้านและสวน ฉบับมิถุนายน 2569 คลิกสั่งซื้อที่นี่
เรื่อง : jOhe
ภาพ : ธนายุต วิลาทัน
ผู้ช่วยช่างภาพ : มุมิน ยามุนี
สไตล์ : Suntreeya