ซ่อมประตูบานเลื่อน
อ่านเพิ่มเติม: วิธีการซ่อมรางเลื่อนลิ้นชัก
อ่านเพิ่มเติม: การเปลี่ยนมุ้งลวดและประเภทของมุ้งลวด
อ่านเพิ่มเติม: เปลี่ยนสายฝักบัวชำระ ได้ด้วยตัวเอง
อ่านเพิ่มเติม: วิธีการซ่อมรางเลื่อนลิ้นชัก
อ่านเพิ่มเติม: การเปลี่ยนมุ้งลวดและประเภทของมุ้งลวด
อ่านเพิ่มเติม: เปลี่ยนสายฝักบัวชำระ ได้ด้วยตัวเอง
<< ติดตามข้อมูลดีๆได้ที่นี่ >>
No related posts.
กระเบื้องระเบิด คือปรากฏการณ์ที่กระเบื้องบนพื้นบ้านยกตัวหรือโก่งขึ้นจากพื้น โดยบางครั้งอาจมีเสียง “ป๊อก!” ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และหากปล่อยทิ้งไว้นาน กระเบื้องอาจแตกร้าวหรือหลุดล่อนออกมาได้ ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยในบ้านที่ปูพื้นกระเบื้องโดยไม่ได้เผื่อเงื่อนไขของโครงสร้างและอุณหภูมิเอาไว้ ซึ่งหากเข้าใจสาเหตุและป้องกันอย่างถูกวิธี ก็สามารถหลีกเลี่ยงได้ไม่ยาก สาเหตุหลักของ กระเบื้องระเบิด การยืดหดตัวของพื้นจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงพื้นผิวคอนกรีตหรือวัสดุใต้กระเบื้องมีการขยายตัวเมื่อร้อน และหดตัวเมื่อเย็น หากปูกระเบื้องชิดกันจนเกินไป จะไม่มีพื้นที่ให้กระเบื้องเคลื่อนไหว ส่งผลให้แผ่นกระเบื้องเริ่มดันกันเองจนโก่งหรือยกตัวขึ้น การปูกระเบื้องไม่ถูกวิธี ปูชิดเกินไป ไม่เว้นร่องยาแนว ปูด้วยปูนซีเมนต์ผสมทรายที่มีแรงยึดเกาะต่ำ ปูแบบ “ซาลาเปา” หรือ “ขี้หนู” โดยไม่ทาปูนกาวเต็มแผ่น การทรุดตัวของโครงสร้างพื้นหรือบ้านโครงสร้างอาคารที่ไม่มั่นคงสามารถทำให้กระเบื้องเคลื่อนตัวและเกิดการยกหรือแตกในจุดที่เกิดแรงเครียดสะสม แนวทางป้องกัน กระเบื้องระเบิด เว้นร่องยาแนวให้เหมาะสมควรเว้นร่องห่างระหว่างกระเบื้องอย่างน้อย 3 มม. เพื่อรองรับการขยายตัวของวัสดุ โดยเฉพาะในพื้นที่ภายนอกหรือพื้นที่ที่เจอแดดบ่อย เลือกใช้ปูนกาวแทนปูนทรายปูนกาว (Tile Adhesive) มีแรงยึดเกาะสูง ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานปูกระเบื้อง ช่วยให้แผ่นกระเบื้องแนบแน่นกับพื้นได้ดีกว่า ทาปูนกาวให้เต็มแผ่นกระเบื้องปาดปูนกาวด้วยเกรียงหวีให้ทั่วพื้นและด้านหลังของกระเบื้อง วิธีนี้ช่วยให้แรงกระจายสม่ำเสมอ และป้องกันช่องว่างอากาศใต้แผ่น ตรวจสอบการติดแน่นของกระเบื้องหลังปู ควรทดสอบด้วยการใช้ค้อนยางเคาะเบา ๆ หากพบว่าหลุดหรือยกง่าย ควรซ่อมแซมทันที ขั้นตอนการแก้ไขหากเกิดปัญหากระเบื้องระเบิด รื้อกระเบื้องและขัดพื้นผิวเดิมให้สะอาดสกัดปูนเดิมออก ล้างพื้นให้สะอาด หากพื้นมีรูพรุน ควรทำให้พื้นอิ่มน้ำก่อน ผสมและปาดปูนกาวอย่างถูกวิธีใช้ปูนกาวคุณภาพดี เช่น […]
น้ำท่วมบ้าน จนเกิดความเสียหาย แล้วหลังน้ำลดเราควรจะจัดการอะไรก่อน มาดูวิธีที่ช่วยให้บ้านกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีดังเดิม หลังน้ำลด จะเข้าไปดูบ้าน ต้องทำอะไรก่อน แม้น้ำที่ท่วมขังจะลดลงแล้วก็ไม่ได้แปลว่าจะย้ายเข้าไปนอนในบ้านได้ทันที ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังจะกลับเข้าบ้านคือ ก่อนเดินเข้าบ้านขอให้ใส่หน้ากากปิดจมูกและปาก ป้องกันการสูดดมเชื้อรา สารเคมีที่มากับน้ำเน่า และใส่รองเท้าเพื่อป้องกันของมีคมและเชื้อโรคที่ลอยเข้ามาในบริเวณบ้าน ถ้าไม่แน่ใจเรื่องไฟฟ้าให้ใส่รองเท้าบู๊ตยางเลยจะดีกว่า นอกจากนี้แม้น้ำจะลดลง แต่บ้านก็ยังมีความชื้นสูง ทันทีที่เข้าบ้านควรเปิดหน้าต่างและม่านออกให้หมดเพื่อระบายอากาศและให้แดดส่องถึง ช่วยให้ภายในบ้านแห้งสนิทและฆ่าเชื้อโรคไปพร้อมกัน อย่าเพิ่งเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าในบ้านเป็นอันขาดจนกว่าจะแน่ใจว่าปลั๊กและสวิตช์ไฟทุกจุดแห้งสนิทดีแล้ว สิ่งที่ควรติดมือเข้าไปก็เช่น สมุดบันทึกความเสียหาย ไม้บรรทัดสำหรับวัด ไม้ยาวสำหรับใช้เขี่ยสิ่งของแทนมือ ถุงมือ ไขควงเช็กไฟฟ้า ถุงใส่ขยะ (จำนวนมาก) และกล้องหรือโทรศัพท์ไว้ถ่ายรูป วันแรกที่เข้าไปดูบ้าน คุณอาจรู้สึกเครียดจนไม่รู้จะทำอะไรก่อนหลัง ขอให้ตั้งสติและทำใจรับสภาพ คุณจะเห็นอะไรชัดเจนขึ้นหลังการเก็บกวาดทำความสะอาดบริเวณบ้าน ขยะหลังน้ำท่วมมีสองชนิด ชนิดแรกคือขยะมูลฝอย เช่น ขยะที่ลอยมาตามน้ำ ดินทราย เศษอาหาร ฯลฯ อีกชนิดคือซากความเสียหาย เช่น เฟอร์นิเจอร์ที่เปื่อยยุ่ย ฟูก หมอน และเบาะต่างๆ ที่สกปรกเกินจะใช้ต่อได้ หรือประตูหน้าต่างที่บวมผุพังจนเกินจะซ่อมแซม แนะนำให้ขนขยะชนิดหลังออกมาก่อน จากนั้นค่อยๆทำความสะอาดขยะมูลฝอย ถึงจุดนี้ภาพจะชัดเจนขึ้นว่าจะทำอะไรต่อไป ถ้าพอรู้เรื่องไฟฟ้าให้ถอดปลั๊กไฟออกมาตากให้แห้ง ก่อนติดตั้งกลับเข้าไปใหม่ ถ้าไม่แน่ใจฝีมือตัวเอง แนะนำให้จ้างช่างไฟฟ้าช่วย เมื่อสามารถใช้ไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัยแล้ว […]
ปลั๊กจ่ายไฟหรือ ปลั๊กพ่วง เป็นอุปกรณ์สำหรับต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าไปใช้งานทั้งภายในและภายนอกบ้านผมเชื่อว่าอย่างน้อยก็ต้องมีติดบ้านกันไว้บ้าง
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4220
Email : [email protected]
0-2422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น)
[email protected]