สวนลอยฟ้า จากแนวคิด อวตาร

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ราวกับสรวงสวรรค์อวตารมาปรากฏอยู่เบื้องหน้า นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดหลังจากลิฟต์มาถึงยังชั้นดาดฟ้าของอาคารกรมดิษฐ์บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และได้พบสวนสวยแห่งนี้ของ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ นักธุรกิจและนักเขียนผู้มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเมืองไทย รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัทอมตะคอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)

ทางเดินพื้นคอนกรีตตกแต่งด้วยกรวดแม่น้ำสลับสีอย่างเป็นธรรมชาติทอดยาวผ่านพรรณไม้ไทยโบราณ อาทิ อินจัน จำปี ชงโค จันทน์กะพ้อและหมากเม่า แทรกไปกับไม้พุ่มทรงสูงอย่างมะเขือต้น แก้วเจ้าจอม และพุดชนิดต่างๆ ซึ่งแผ่กิ่งก้านแตกแขนงออกเป็นทรงพุ่มดูสวยงาม บางต้นยังออกดอกสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ไปทั่ว โดยมีไม้ระดับล่างอย่างเฟิน คล้า บุก บอน กล้วยไม้ดิน สับปะรดสี และมอสส์ขึ้นเขียวชอุ่มอยู่รอบโคนต้นจนไม่น่าเชื่อว่าสวนนี้จะอยู่เหนือพื้นดาดฟ้าคอนกรีตของอาคารใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งถมพื้นดินหนาเพียงแค่ประมาณ 15 เซนติเมตรเท่านั้น ทำให้ผมต้องถามถึงเคล็ดลับการดูแลสวนให้ดูอุดมสมบูรณ์ได้นานกว่า 8 – 9 ปีเช่นนี้ คุณวิกรมให้คำตอบว่า

“การทำสวนไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ สวนเป็นสิ่งที่มีชีวิต เราจึงต้องแบ่งเป็นเฟสๆ สวนนี้ไม่ได้มีแปลน ทำไปเรื่อยๆ เฟสแรกคือทดลองปลูกเมื่อก่อนมีมอสส์และเฟินเติบโตได้ดี ถัดมาเราก็ดูว่าอะไรที่ควรจะปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา พอมันลงตัวแล้วจะได้รู้และดูแลรักษาให้ดีได้ เฟสสุดท้ายคือเฟสที่ลงตัว ถ้าเราแบ่งการจัดสวนเป็นเฟสจะดูยั่งยืนกว่าการจัดสวนครั้งเดียว เพราะแรกๆ ก็ดูดีแต่หลังๆ อาจเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

สวนแห่งนี้จึงไม่ใช่แค่ปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงามชั่วครั้งชั่วคราว สิ่งสำคัญคือการดูแลเอาใจใส่พืชพรรณต่างๆ ให้เติบโตแข็งแรงและปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี ไม้ใหญ่ส่วนมากเป็นไม้พื้นบ้านที่ทนทานและมีการเจริญเติบโตช้า นำมาปลูกในตำแหน่งที่ตรงกับเสาเข็มและแนวคาน เนื่องจากพื้นที่ด้านบนไม่ได้ออกแบบให้มีกระบะปลูกต้นไม้หรือจัดสวนตั้งแต่ตอนต้น จึงใช้การวางต้นไม้ที่ปลูกในตุ้มดินแทนแทน พร้อมตกแต่งด้วยก้อนหินและไม้คลุมดินให้ดูเป็นธรรมชาติ รวมถึงใช้วัสดุค้ำยันที่ออกแบบเป็นคอนกรีตแต่งลวดลายและรูปทรงคล้ายรากไม้และเถาวัลย์ในธรรมชาติ สวนจึงดูไม่ผิดจากสวนป่าในธรรมชาติจริงๆ

“ธรรมชาติคือธรรมชาติ บางสิ่งเราทำให้เป็นธรรมชาติ แต่ความจริงไม่ใช่ เวลาที่ไปนอนเต็นท์ในป่า สิ่งที่เราเห็นคือสิ่งที่เราไม่ได้ตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงหรือขนาด แต่ว่าตอนนี้เรานำหลายอย่างมาทำให้เป็นธรรมชาติ ที่เราทำสวนนี้ขึ้นมาก็ทำให้ดูสบายและเป็นธรรมชาติ จึงต้องทำออกมาให้เหมือนของจริงมากที่สุดเหมือนกับตอนที่เราอยู่ในป่าธรรมชาติจริงๆ” คุณวิกรมเล่า

ผมเดินชมสวนไปเรื่อยๆ แม้มีขนาดไม่ถึงไร่แต่กลับได้ความรู้สึกเพลิดเพลิน พบทั้งบ่อน้ำตกขนาดเล็กและประติมากรรมชิ้นเล็กๆ แทรกไปกับสวนได้อย่างลงตัว ตรงใจกลางของสวนจัดเป็นสนามหญ้าพร้อมลานไม้อเนกประสงค์ที่คุณวิกรมบอกว่าสามารถจัดงานรองรับแขกได้ถึง 400 คนโดยอนุญาตให้ผู้สนใจขอเข้ามาใช้สถานที่สำหรับจัดงานได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้เห็นเหล่านกและสรรพสัตว์ต่างๆที่ออกมาหากินบนสนามหญ้าอย่างอิสระ นับเป็นภาพที่หาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเขตเมืองอย่างนี้ สรวงสวรรค์ดูเป็นนิยามที่ไม่เกินจริงนักสำหรับสวนแห่งนี้เพราะเลียนแบบสวนป่าในธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบจนเหมือนเราได้หลุดมาอยู่ในป่าจริงๆ ซึ่งทั้งหมดคงเกิดขึ้นไม่ได้หากผู้เป็นเจ้าของไม่ใช่ผู้ที่รักและเข้าใจธรรมชาติจริงๆ ทั้งยังหมั่นคอยดูแลเอาใจใส่ เพื่อให้สวนแห่งนี้กลายเป็นสวรรค์อันสวยงามของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายได้อยู่อาศัยกันอย่างมีความสุข

เจ้าของ : คุณวิกรม กรมดิษฐ์

 

เรื่อง : “ปัญชัช”

ภาพ : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ


ชมสวนธรรมชาติเหมือนยกป่าไว้รอบบ้าน