10 ไม้ต้นทนน้ำ สำหรับบ้านที่โดนน้ำท่วมบ่อย
ไม้ต้นทนน้ำ คือทางเลือกสำคัญสำหรับคนที่มีบ้านในพื้นที่ลุ่ม น้ำท่วมซ้ำซาก หรือมีสระน้ำและริมคลองในรั้วบ้าน เพราะไม้ต้นทั่วไปมักรากเน่าและยืนต้นตายเมื่อดินแฉะเป็นเวลานาน

รวม ไม้ต้นทนน้ำ ได้ดี ช่วยให้คุณเลือกต้นไม้ได้เหมาะกับสภาพพื้นที่จริงและดูแลง่ายกว่าที่คิด
กระทิง
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calophyllum inophyllum L.
- วงศ์ : Clusiaceae
ไม้ต้นไม่ผลัดใบ สูง 8- 20 เมตร เรือนยอดกลมเป็นพุ่มแน่นทึบ เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาลปนเทา ทุกส่วนมีน้ำยางสีเหลืองอมเขียว ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปรีแกมรูปไข่กลับ ใบขนาดกลาง แผ่นใบหนาสีเขียวเป็นมัน ดอกแบบช่อกระจุกออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 6-10 ดอก ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 – 2 เซนติเมตร กลีบดอกสีขาว 4 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมากเห็นเด่นขัด มีกลิ่นหอม ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม และติดผลในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม ผลสดมีเนื้อเมล็ดเดียว ผลทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 – 3 เซนติเมตร ผิวเรียบหนา ปลายผลมีติ่งแหลม เติบโตดีในดินทุกประเภท ชอบน้ำมาก โตเร็ว ทนแล้ง ทนร่ม ทนน้ำท่วมขัง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด เหมาะปลูกเพื่อให้ร่มเงาและบังลม แต่ควรปลูกห่างจากสิ่งก่อสร้าง เพื่อให้ทรงพุ่มสวยงาม ปลูกเป็นไม้กระถางประดับภายในอาคารได้ดี

กุ่มน้ำ
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Crateva magna (Lour.) DC.
- วงศ์ : Capparaceae
ไม้ต้นผลัดใบ สูง 5-20 เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง ลำต้นมักคดดงอ เปลือกต้นเรียบสีเทา ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 3 ใบย่อย รูปใบหอกหรือรูปขอบขนาน กว้าง 1.5 – 6.5 เซนติเมตร ยาว 4.5 -18 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ แผ่นใบหนาเป็นมัน ดอกเป็นช่อเชิงหลั่นออกที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 12 – 20 ดอก ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 – 4 เชนติเมตร เมื่อเริ่มบานสีขาว ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เกสรเพศผู้สีม่วงเห็นเด่นชัด ออกดอกเดือนธันวาคม – เมษายน ผลแห้งไม่แตก รูปทรงกลมหรือรี เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 – 4.5 เชนติเมตร ยาว 5 -8 เชนติเมตร เปลือกผลสีเทา ขรุขระ ก้านผลยาว ภายในมีเมล็ดรูปเกือกม้าจำนวนมาก ชอบดินร่วนชุ่มชื้น อินทรียวัตถุสูง แสงแดตตลอดวัน โตช้า ทนแล้ง ทนน้ำขัง และปลูกริมน้ำได้ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ไคร้ย้อย
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Elaeocarpus grandiflorus Sm.
- วงศ์ : Elaeocarpaceae
ไม้ต้น สูง 5-30 เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง พุ่มใบทึบ ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปรีถึงรูปใบหอก กว้าง 1.5-5.5 เชนติเมตร ยาว 7 – 19 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โดนใบสอบ แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ดอกเป็นช่อกระจะออกที่ปลายกิ่งห้อยลง แต่ละช่อมี 8 – 16 ดอก ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 – 2.5 เชนติเมตร มีกลิ่นหอมอ่อนๆ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ 6 กลีบ กลีบดอกสีขาวนวล ปลายกลีบดอกเป็นริ้ว ออกดอกตลอดปี ผลทรงกลม สีเขียวอ่อน เมล็ดมีเนื้อหุ้ม ภายในมีเพียงเมล็ดเดียว ชอบดินร่วนชุ่มชื้น อินทรียวัตถุสูง แสงแดดตลอดวัน โตเร็ว ทนน้ำขังแฉะ นิยมปลูกริมน้ำในสวนหรือศาลา มีระบบรากแข็งแรงช่วยป้องกันดินพังทลาย ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง

จิกน้ำ, จิกนา
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Barringtonia acutangula (L.) Gaertn.
- วงศ์ : Lecythidaceae
ไม้ต้นผลัดใบ สูง 5 -15 เมตร ลำต้นเป็นปุ่มปม ปลายกิ่งลู่ลง ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับถี่ที่ปลายยอด รูปใบหอกหรือรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ใบอ่อนสีแดงเข้ม ดอกเป็นช่อกระจะห้อยลง ยาว 20 – 60 เซนติเมตร กลีบเลี้ยง 4 กลีบ ติดทนนานจนเป็นผล กลีบดอกสั้น 4 กลีบ สีชมพูหรือสีแดง หลุดร่วงง่าย เกสรเพศผู้สีแดงยื่นยาวพ้นกลีบดอกและมีจำนวนมาก ออกดอกเดือนมีนาคม – พฤษภาคม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลกลมยาว เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 เซนติเมตร ยาว 3 – 4 เซนติเมตร ภายในมีเมล็ดกลม เปลือกแข็ง เจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภทที่ชื้นแฉะ ชอบแสงแดดตลอดวัน เลี้ยงง่าย โตเร็ว เหมาะปลูกริมน้ำ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

แปรงล้างขวด
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Melaleuca viminalis (Sol ex Gaertn.) Byrnes
- วงศ์ : Myrtaceae
ไม้ต้น สูง 10 – 18 เมตร เรือนยอดรูปไข่แคบสูง เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเทา แตกเป็นร่องตามยาว ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรอบกิ่ง รูปใบหอกเรียว กว้าง 0.5 – 1 เซนติเมตร ยาว 4 – 5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ยอดอ่อนมีขนนุ่มปกคลุม ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ยาว 15 – 25 เซนติเมตร แต่ละช่อมืดอกย่อยจำนวนมาก กลีบเลี้ยงรูปถ้วย กลีบดอกเล็กสีแดง มีเกสรเพศผู้สีแดงจำนวนมาก ออกดอกตลอดปี ผลทรงกลม เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ชอบดินร่วนชุ่มชื้น มีอินทรียวัตถุสูง แสงแดดตลอดวัน ทนแล้ง ทนดินเค็ม โตเร็ว ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง

ฝาดขาว
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lumnitzera racemosa Willd.
- วงศ์ : Combretaceae
ไม้ต้น สูง 5 – 10 เมตร มีรากหายใจออกตามโคนต้น เรือนยอดเป็นพุ่มกลมโปร่ง เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาลอ่อน ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรอบกิ่ง รูปไข่กลับ กว้าง 1 – 3 เซนติเมตร ยาว 3-9 เซนติเมตร ปลายใบมนหยักเว้าตื้น โคนใบสอบแคบ แผ่นใบหนาสีเขียวเป็นมัน ช่อดอกเป็นช่อกระจะออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด แต่ละช่อมีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7 มิลลิเมตร ไม่มีก้านดอก ดอกสีขาว โดนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลีบดอก 5 กลีบ ปลายกลีบแหลม ออกดอกเดือนพฤศจิกายน – เมษายน ผลรูปรึ ยาวประมาณ 1.3 เชนติเมตร ผิวผลเกลี้ยง มีเนื้อนุ่ม ภายในมีเมล็ดแข็ง ชอบดินเหนียวที่มีน้ำขังแฉะ ต้องการแสงแดดตลอดวัน โตช้า ทนดินเค็ม ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

มะตาด
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dillenia indica L.
- วงศ์ : Dilleniaceae
ไม้ต้น สูง 10 – 15 เมตร เรือนยอดกลมทึบ เปลือกต้นหนาสีเทาหรือสีน้ำตาลอมแดง ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ใบเดี่ยวออกเวียนสลับรอบกิ่ง รูปไข่แกมรูปใบหอกหรือรูปไข่กลับ กว้าง 7 – 12 เซนติเมตร ยาว 15 – 30 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือสอบขอบใบจัก ฟันเลื่อย เส้นใบขนานกันเห็นเด่นชัด ใต้ใบมีขนประปราย ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 – 12 เซนติเมตร กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ติดทนนานจนเป็นผล กลีบดอก 5 กลีบ สีขาว ร่วงง่าย เกสรเพศผู้จำนวนมาก ออกดอกเดือนกรกฎาคม – กันยายน ผลทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 – 15 เซนติเมตร เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลือง ภายในมีเมล็ดเล็กๆ จำนวนมาก เหมาะปลูกในพื้นที่กว้าง ชอบดินร่วนชุ่มชื้น แสงแดดครึ่งวันถึงตลอดวัน โตช้า ทนน้ำท่วมขัง ทนแล้ง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

มะยม
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phyllanthus acidus (L.) Skeels
- วงศ์ : Phyllanthaceae
ไม้ต้น สูงได้ถึง 10 เมตร ลำต้นขรุขระ ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ กว้าง 1.5-2 เซนติเมตร ยาว 2.5- 4 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน ยอดอ่อนมีสีแดงเรื่อ ดอกเป็นช่อกระจะออกตามกิ่งก้านและลำต้น ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยจำนวนมาก ไม่มีกลีบดอก กลีบรวม 6 กลีบสีเหลืองอ่อน ออกดอกช่วงฤดูฝนและติดผลในฤดูหนาวเข้าฤดูร้อน ผลสดมีเนื้อหุ้มและหยักเว้าเป็นพู 5 -6 พู เมื่อแก่มีสีเหลืองอ่อนและมีรสเปรี้ยว เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย แสงแดดตลอดวัน โตเร็ว ทนแล้ง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง ใบร่วง่าย ต้องหมั้นเก็บกวาดอยู่เสมอ

ลำพู
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sonneratia caseolaris (L.) Engl.
- วงศ์ : Lythraceae
ไม้ต้น สูง 12 -15 เมตร มีรากอากาศโผล่จากผิวน้ำ เรือนยอดกลม ทรงพุ่มโปร่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลปนเทาและแตกร่อน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรี รูปไข่ รูปขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ กว้าง 1 – 2 เซนติเมตร ยาว 2-5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน แผ่นใบหนา ดอกเดี่ยวออกที่ปลายกิ่ง ดอกบานกลางคืน มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 – 8 เซนติเมตร โคนกลีบเลี้ยงเชื่ดกันเป็นรูปถ้วยหนาและแข็ง ปลายแยกเป็น 6-8 แฉก กลีบดอกสีแดง 6 – 8 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมากสีขาว เห็นเด่นชัด ออกดอกเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม และติดผลช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม ผลสดทรงกลมแป้น เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 – 7.5 เซนติเมตร เมื่อสุกมีเนื้อนุ่ม ภายในมีเมล็ดรูปเกือกม้า ชอบดินเหนียวชื้นแฉะตามริมน้ำ แสงแดดตลอดวัน โตช้า สามารถสร้างรากหายใจเพื่อช่วยแลกเปลี่ยนก๊าซในขณะน้ำท่วมขังได้ ทนน้ำกร่อย ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

เสม็ดขาว
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Melaleuca quinquenervia (Cav.) S.T.Blake
- วงศ์ : Myrtaceae
ไม้ต้น สูงได้ถึง 15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ลำต้นและกิ่งมักคดงอ เปลือกต้นสีขาว สีเทา หรือสีเทาอมน้ำตาล แตกร่อนเป็นแผ่น ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 0.5 – 1 เซนติเมตร ยาว 4 – 8 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบ แผ่นใบหนาสีเทาแกมเขียว ใบอ่อนมีขนยาว พอแก่ผิวเกลี้ยง ดอกออกเป็นช่อหางกระรอกตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวขนาดเล็ก เกสรเพศผู้จำนวนมาก สีขาวนวล เห็นเด่นชัด ออกดอกเดีอนมีนาคม – เมษายน และติดผลช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม ผลเป็นผลแห้ง แตกเป็น 3 พูคล้ายถ้วย สีน้ำตาลแข็ง เมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก ชอบดินร่วนชุ่มชื้น แสงแดดตลอดวัน โตช้า ทนดินเค็ม ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด นิยมปลูกตามริมน้ำที่ชุ่มชื้น

เรื่อง : สำนักพิมพ์บ้านและสวน
ภาพ : คลังภาพบ้านและสวน