หน้าฝนนี้ บ้านต้องไม่รั่ว! เตรียมรับมือก่อนฝนมา ด้วย 4 ตัวช่วยจบปัญหารั่วซึม
สิ่งที่หลายบ้านกังวลในหน้าฝน ไม่ใช่แค่สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง แต่ยังรวมถึงปัญหาบ้านรั่วซึมที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว หากปล่อยทิ้งไว้ รอยรั่วซึมเล็กๆ ก็อาจลุกลามจนสร้างความเสียหายที่ใหญ่ขึ้นได้ ดังนั้น เราจึงควรเตรียมรับมือโดยการตรวจเช็คจุดเสี่ยงและแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะฤดูฝนจะมาถึง ข้อดีคือไม่เพียงช่วยป้องกันปัญหาก่อนความเสียหายเกิด แต่ยังช่วยให้การซ่อมแซมทำได้ง่ายกว่าและสะดวกกว่าอีกด้วย
ชวนสำรวจ จุดเสี่ยงรั่วซึมยอดฮิตที่ควรระวัง
สำหรับจุดที่มักเกิดปัญหารั่วซึมในบ้าน แนะนำให้ลองตรวจสอบบริเวณต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. ดาดฟ้า
ดาดฟ้า เป็นส่วนที่ต้องเจอกับแดดฝนโดยตรงเป็นเวลานานๆ พื้นผิวดาดฟ้าอาจเกิดการหดตัวและขยายตัวได้ตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ จนเกิดรอยแตกร้าวขนาดเล็กบนพื้นผิวได้ แม้จะเป็นรอยเล็กๆ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการแก้ไข รอยร้าวนั้นก็อาจกลายเป็นจุดที่ทำให้น้ำฝนรั่วซึมได้เช่นเดียวกัน

2. หน้าต่างและประตู
การรั่วซึมมักเกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างขอบหน้าต่างกับผนัง หรือรอยต่อวงกบประตูกับผนัง ซึ่งเป็นจุดที่วัสดุต่างชนิดกันมาเจอกัน เช่น วงกบไม้กับผนังปูน ขอบหน้าต่างอะลูมิเนียมกับผนังปูน ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดมีการหดและขยายตัวที่ไม่เท่ากัน อาจทำให้เกิดช่องว่างตรงรอยต่อจนน้ำรั่วซึมเข้ามาตามขอบหน้าต่างหรือวงกบประตูได้ นอกจากนี้ หากเคยใช้ซีลแลนท์อุดรอยรั่วดังกล่าวมาก่อน ซีลแลนท์ที่เก่าใช้งานมานานๆ ก็มีโอกาสเสื่อมหรือแตกหลุดล่อนจนน้ำรั่วซึมผ่านได้

3. หลังคาและรางน้ำฝน
ปัญหาหลังคารั่วซึมมักเกิดขึ้นบริเวณ รอยต่อแผ่นหลังคา รอยต่อสันครอบหลังคา จุดยึดสกรูหรือหัวน็อต รวมถึงรอยแตกร้าวของแผ่นหลังคา ซึ่งหากรั่วซึมในบริเวณเหล่านี้เรายังสามารถแก้ไขด้วยวัสดุกันซึมได้เอง แต่หากเป็นการรั่วซึมจากโครงสร้างหลังคา เช่น โครงหลังคาเสียหายหรือมีการทรุดตัว แนะนำให้ปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับรางน้ำฝน เป็นอีกจุดที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อมีใบไม้หรือเศษสิ่งสกปรกสะสมจนทำให้รางน้ำฝนระบายน้ำไม่ทัน เมื่อฝนตกหนักอาจทำให้น้ำเอ่อล้นหรือซึมตามรอยต่อของรางน้ำ ไหลย้อนเข้าสู่โครงสร้างหลังคาได้


4. ผนัง
การรั่วซึมบริเวณผนังสามารถเกิดขึ้นได้หลายกรณี เช่น รอยแตกร้าวบนตัวผนัง รอยแตกลายงา รอยต่อของแผ่นผนัง รอยต่อระหว่างผนังกับพื้น หรือรอยต่อระหว่างผนังกับเพดาน รวมถึงรอยร้าวบริเวณผนังส่วนต่อเติม
ทั้งนี้ หากเป็นรอยต่อหรือรอยแตกร้าวขนาดเล็กๆ เรายังสามารถซ่อมแซมได้ด้วยวัสดุอุดรอยร้าวหรือวัสดุกันซึม แต่หากเป็นรอยร้าวที่มีขนาดใหญ่ หรือรอยร้าวที่อาจเกี่ยวข้องกับโครงสร้าง เช่น รอยร้าวแนวดิ่งกลางผนัง รอยร้าวเฉียงจากมุมผนัง ถือเป็นรอยร้าวที่ควรระวัง แนะนำให้ปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ

5. ช่องเจาะทะลุผนัง
เช่น ช่องเจาะทะลุผนังสำหรับติดตั้งท่อแอร์ ท่อประปา หรือสายไฟ ก็สามารถมีน้ำรั่วซึมเข้ามาได้หากช่องนั้นอุดไม่สนิท หรือเคยอุดแล้วแต่วัสดุที่ใช้อุดเดิมเริ่มเสื่อมสภาพ จึงควรตรวจสอบและอุดรอยบริเวณดังกล่าวให้แน่นหนา
เมื่อตรวจสอบพบจุดที่รั่วซึมแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือการเลือกวัสดุสำหรับซ่อมแซมให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ ซึ่งปัจจุบันนี้มีตัวช่วยสำหรับแก้ไขปัญหารั่วซึมให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย

และนี่คือ 4 ประเภทของวัสดุซ่อมแซมน้ำรั่วซึมที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาในจุดที่แตกต่างกันได้อย่างครอบคลุม
1. อะคริลิกกันรั่วซึม
เหมาะกับการใช้ทาเพื่อกันรั่วซึมบริเวณหลังคา ดาดฟ้า และผนัง รวมถึงช่วยปกปิดรอยแตกร้าวขนาดเล็ก
“SupremPro Stop Leaks Waterproof Coating & Roof Sealer” อะคริลิกกันซึมที่ตอบโจทย์ครบทั้งหลังคา ดาดฟ้า และผนัง ในถังเดียว มาพร้อมเนื้ออะคริลิกที่เข้มข้น ยืดหยุ่นสูงและยึดติดดี ไม่ต้องใช้ตาข่ายไฟเบอร์ ทาสีทับได้ ทั้งยังสามารถใช้ซ่อมรอยแตกร้าวที่มีความกว้างมากกว่า 2 มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน 5 มิลลิเมตร อายุการใช้งานทนทานยาวนาน 10 ปี มีสารกันเชื้อราและตะไคร่น้ำ กลิ่นไม่ฉุน เป็นมิตรต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม


2. ซีลแลนท์
นิยมใช้สำหรับงานอุดรอยต่อ เช่น รอยต่อผนัง รอยต่อวงกบประตูหน้าต่าง รอยแตกร้าวขนาดเล็ก ซึ่งปัจจุบันในท้องตลาดมีซีลแลนท์ที่ทำจากวัสดุหลายชนิด แต่หากจะเลือกซื้อเพียงหลอดเดียวให้สามารถครอบคลุมการซ่อมแซมครบทุกพื้นผิว แนะนำเป็นวัสดุโพลีเมอร์ อย่าง “SupremPro 3-IN-1 Polymer Sealant” ที่มีจุดเด่นคือยึดเกาะพื้นผิวได้แทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นปูน, ไม้, PVC, สแตนเลส, หินธรรมชาติ, กระเบื้อง และอีกมากมาย โดยสามารถใช้งานบนพื้นผิวที่เปียกชื้้นได้ และทนต่อทุกสภาพอากาศ

ทั้งนี้ “SupremPro 3-IN-1 Polymer Sealant” ไม่ใช่แค่ซีลแลนท์ทั่วไป แต่ยังใช้งานได้ถึง 3-IN-1 ทั้งยาแนว กาวพลังยึดติดสูง และกันน้ำรั่วซึม ครบจบในหลอดเดียว มั่นใจด้วยมาตรฐานระดับสากล เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม

3. เทปกาวบิวทิล
ใช้สำหรับติดเพื่อปิดรอยต่อ รอยแตกร้าวรั่วซึม อาทิเช่น บริเวณหลังคา รางน้ำ แฟลชชิ่ง กันสาด รอยต่อระหว่างผนังกับพื้น โดยเทปบิวทิลนั้นสามารถใช้กับงานช่อมแซมเฉพาะจุดได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
“SupremPro Stop Leaks Butyl Waterproof Tape” ตัวเทปกาวเป็นยางบิวทิล ยึดเกาะแน่นหนึบ ผิวปิดหน้าเทปเป็นแผ่นอะลูมิเนียมเคลือบพลาสติกอีกชั้น ทนทานกว่า ทนแดด ทนฝน ทนร้อน กาวไม่ไหลเยิ้ม ทาสีทับได้ ป้องกันน้ำรั่วซึม 100% มีให้เลือกหลากหลายขนาดเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม

4. พียูโฟม
เป็นโฟมที่ขยายตัวเมื่อฉีดออกมา ใช้เติมเต็มช่องว่างและปิดโพรงต่างๆ เมื่อแข็งตัวก็จะช่วยปิดช่องว่างและป้องกันการรั่วซึมของน้ำได้ การใช้งานที่เหมาะสม เช่น อุดช่องเจาะทะลุผนังสำหรับติดตั้งท่อแอร์ อุดรูโพรงบนไม้เชิงชาย ปิดช่องว่างระหว่างปีกนกกับหลังคา เป็นต้น
อย่างเช่น “SupremPro Stop Leaks Multipurpose PU Foam” พียูโฟมที่เด่นเรื่องขยายเต็มรูโพรง ไม่หดตัว เนื้อโฟมแห้งสม่ำเสมอ ป้องกันน้ำซึมน้ำย้อนเข้าบ้าน สามารถตัดแต่งเนื้อโฟมเมื่อแห้ง และทาสีทับได้สวยงาม เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม

อย่าลืมตรวจเช็คและซ่อมแซมจุดรั่วซึมตั้งแต่เนิ่นๆ โดยใช้วัสดุที่เหมาะสมกับปัญหาในแต่ละจุด เพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้ตามมาสร้างความเสียหายต่อบ้านของเราภายหลัง เพียงเท่านี้ บ้านของคุณก็พร้อมรับมือกับฤดูฝนได้อย่างมั่นใจ
สำหรับใครที่สนใจ สามารถซื้อได้ที่ร้านค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ไทวัสดุ โฮมโปร ดูโฮม เมกาโฮม ฯลฯ หรือสั่งออนไลน์ ได้ที่ Shopee Lazada : SupremPro Official
Website : https://www.utmosthouse.co.th/
Facebook : https://www.facebook.com/suprempro.official