สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติและนวัตกรรมเพื่อโลกในคอลเล็คชั่นล่าสุดจาก FORMICA
ในโลกที่หมุนไปด้วยเทคโนโลยีและดิจิตอล ทุก ๆ อย่างดูเร่งรีบ แต่ลึก ๆ ในใจแล้ว มนุษย์เรายังคงโหยหาสัมผัสจากธรรมชาติอยู่เสมอ โดยเฉพาะความเรียบง่ายที่ประณีต ดังนั้นการดึงเอาสุนทรียภาพของวัสดุธรรมชาติมาผสานเข้ากับงานดีไซน์ยุคใหม่ จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของเทรนด์การออกแบบในปี 2026
FORMICA ผู้นำด้านวัสดุปิดผิวระดับโลก จึงหยิบเอาความงามของธรรมชาติมาผสานกับรูปทรง Geometric ออกแบบเป็นนวัตกรรมใหม่ภายใต้แนวคิด “Laminates are designed to be felt” เพราะการออกแบบไม่ใช่แค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ต้องมีรายละเอียดและรู้สึกได้ด้วยการสัมผัส วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึก “FORMICA New Collection” คอลเลคชันวัสดุปิดผิวใหม่จาก FORMICA ที่ออกแบบมาโดยคำนึงถึง 3 แกนหลัก นวัตกรรมจากวัสดุ (Material Innovation) การออกแบบด้วยประสาทสัมผัส (Sensory Design) และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Responsible Thinking)

FORMICA CORA สีแกนกลางใหม่ เพื่อนิยามของความเรียบเนียนที่ไร้รอยต่อ
สำหรับงานออกแบบภายใน ปัญหาหนึ่งที่กวนใจนักออกแบบและเจ้าของบ้านมาตลอดคือ รอยต่อสีดำ บริเวณขอบลามิเนต ที่ทำให้การต่อแต่ละจุดดูไม่เรียบเนียน แต่สำหรับ FORMICA CORA นั้นไม่ใช่เป็นแค่แผ่นลามิเนต แต่ด้วยเทคโนโลยีวิธีการผลิตที่ทำให้แกนกลาง (Core) ของวัสดุกับวัสดุปิดผิวด้านหน้าเป็นสีที่ใกล้เคียงกัน ทำให้งานออกแบบดูสะอาดตาและเป็นเนื้อเดียวกัน
ในปี 2026 FORMICA CORA ได้เปิดตัวสีใหม่ถึง 25 สี และไฮไลต์สำคัญคือ “สีแกนกลางใหม่ สีเบจ (Beige core) ” ที่ถูกพัฒนามาเพื่อรับกับเทรนด์การแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น ช่วยขจัดปัญหาเส้นรอยต่อให้หายไป ไม่ว่าจะเป็นงานตู้หรือเชลฟ์วางของก็จะได้งานที่ดูประณีตมากยิ่งขึ้น

FORMICA Deep Texture Collection สัมผัสลึก เหนือจินตนาการ
สำหรับ Deep Texture Collection เป็นคอลเลคชันที่จะเน้นในเรื่องของผิวสัมผัส ได้เปิดตัวอีก 3 พื้นผิวใหม่ มาพร้อมกับความเป็นธรรมชาติ ที่ไม่ใช่แค่เห็นได้ด้วยตา แต่รู้สึกได้จริงผ่านการสัมผัส สร้างความสวยงามและโดดเด่นให้กับงานออกแบบภายใน ด้วยลวดลาย ดีไซน์ และความลึกบนผิวลามิเนต โดยเฉพาะเมื่อแสงและเงาตกกระทบลงบนผิวสัมผัส จะสร้างความรู้สึกที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งในปี 2026 นี้ เรามาพร้อมผิวสัมผัสใหม่ทั้ง 3 ผิว ได้แก่

Carved Art (CA) นำเทคนิคการสร้างลวดลายที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณมาสู่ความทันสมัยและสวยหรู ด้วยลวดลายสิ่วแกะสลักบนพื้นผิวไม้ หรือหิน ให้เอกลักษณ์ที่ชัดเจน
Duo Wood (DW) ผิวลายไม้เสมือนจริง โดดเด่น มีลายไม้ที่ชัดเจนเสมือนไม้จริง ด้วยลวดลายบนผิวทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ พื้นผิวเงา (Gloss) พื้นผิวกึ่งด้าน (Semi-gloss) และพื้นผิวด้าน (Matt) ซึ่งพื้นผิวเงาจะให้ความรู้สึกเล่นแสง ต้องการความโดดเด่น ในขณะที่ผิวด้านจะเน้นความเป็นธรรมชาติ แต่โก้หรูในเวลาเดียวกัน
Lumber Wood (LB) มอบความเป็นธรรมชาติที่หลากหลาย ผสานระหว่างลายไม้ดั้งเดิมและลายผ้าเข้าด้วยกัน โดยเน้นไปที่ความลึกของลาย ที่จะมอบความเรียบหรูให้กับพื้นที่ที่ใช้งาน แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกของลายไม้ธรรมชาติที่หรูหรา สามารถใช้ได้ทั้งงานที่พักอาศัย (Residential) และพื้นที่เชิงพาณิชย์ (Commercial Space)


Environmental Front ดีไซน์สวยที่รักษ์โลกยิ่งกว่าเดิม
ปัญหา Global Warming หรือโลกร้อน เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ Formica มองเห็นปัญหานี้ และไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาเพื่อใส่ใจโลกและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ดังนั้น FORMICA จึงพัฒนาสูตรการผลิตใหม่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงถึง 10% ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตไปจนถึงมือของลูกค้า ด้วยการลดความหนาของแผ่นลามิเนตลงเหลือ 0.7 มิลลิเมตร (จากเดิม 0.8 มิลลิเมตร) แต่ยังคงประสิทธิภาพและความสวยงามไว้ครบถ้วน ในคอลเลกชันที่เป็นมิตรต่อโลกนี้ ยังมาพร้อมกับพื้นผิวใหม่ที่น่าสนใจ 2 แบบ คือ


True Matte (TM) ผิวด้าน เน้นความพาสเทลและอ่อนนุ่มสไตล์มิลาน เพื่อเทรนด์การออกแบบใหม่ที่สวยงาม ละมุน ตอบโจทย์งานออกแบบโดยเฉพาะที่พักอาศัย
Phoebe Remix (PH) นวัตกรรมลวดลายผ้ากำมะหยี่ที่มีความมันวาวในตัว ให้มุมมองแบบ 3 มิติ ที่เปลี่ยนไปตามทิศทางของแสง เชื้อเชิญให้เราเข้าไปสัมผัสและจินตนาการ
FORMICA จะเปิดตัวคอลเลคชันนี้อย่างเป็นทางการในงาน Arciect Expo 2026 (ASA) ในวันที่ 28 เมษายน ถึง 3 พฤษภาคม พ.ศ.2569 ที่ Impact Challenger Hall 1-3 บูธ F515 ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของวัสดุปิดผิวที่ไม่ได้แค่สวยงาม แต่ยังมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ผ่านประสาทสัมผัสและจิตวิญญาณการออกแบบให้กับทุกท่าน
เยี่ยมชมเว็บไซต์เพื่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: www.formica.com และ Facebook page: www.facebook.com/formicaTH