การป้องกันความชื้น ความร้อน และเพิ่มประโยชน์ให้บ้านชั้นเดียว - บ้านและสวน

การป้องกันความชื้น ความร้อน และเพิ่มประโยชน์ให้บ้านชั้นเดียว

บ้านชั้นเดียวเป็นบ้านที่อยู่ง่ายใช้งานสะดวก และค่าก่อสร้างไม่แพง แต่การทำบ้านชั้นเดียวมีทั้งข้อดีและข้อด้อย โดยเฉพาะเรื่องความชื้นจากดิน ความร้อนจากหลังคา และมีพื้นที่ใช้สอยน้อย มาดู คำแนะนำในการสร้างบ้านชั้นเดียวเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหากัน

1.การป้องกันความชื้นจากดิน

หากต้องการทำบ้านชั้นเดียวให้ระดับพื้นบ้านอยู่ใกล้ระดับพื้นดิน เพื่อให้เข้า-ออกบ้านได้ง่าย มีบันไดน้อยขั้น หรือเพื่อความรู้สึกได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ควรทำการป้องกันความชื้นที่ระเหยขึ้นมาจากดินใต้บ้าน ซึ่งจะเป็นต้นเหตุของหลายปัญหาที่ตามมา ดังนั้นในการก่อสร้างต้องเตรียมการป้องกันความชื้นไว้ตั้งแต่การทำเริ่มพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก 

ปัญหาจากความชื้นในดิน
– กาวน้ำเหนียวตามร่องยาแนวกระเบื้อง
– เกิดการยืดและหดตัวของไม้ปูพื้น
– เกิดเชื้อราตามร่องยาแนวกระเบื้อง
– เกิดเชื้อราที่ผิวไม้ปูพื้นและบัวไม้

วิธีป้องกันความชื้นจากดิน

กรณีที่พื้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อกับที่

1.พื้นบ้านทำด้วยการเทคอนกรีตเสริมเหล็กกับที่
2.ใต้พื้นมีระยะโล่งอย่างน้อย 40 เซนติเมตร
3.ผนังบ้าน
4.คานคอนกรีตเสริมเหล็ก 
5.หล่อครีบคอนกรีตเสริมเหล็กยื่นลงมาจากท้องคานอย่างน้อย 40 เซนติเมตร
6.ระดับพื้นดินรอบตัวบ้าน
7.ดินใต้พื้นบ้าน ให้บดอัดแน่น และคลุมด้วยแผ่นพลาสติกอย่างหนา จำเป็นต้องม้วนและพับรอยต่ออย่างดี โดยปูให้มีขอบยกสูงไว้อย่างน้อย 20 เซนติเมตร แล้วยิงยึดขอบพลาสติกด้วยเส้นอะลูมิเนียมโดยรอบ

กรณีที่พื้นเป็นแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป

1.พื้นบ้านทำด้วยวิธีการวางแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป
2.ใต้พื้นมีระยะโล่งอย่างน้อย 40 เซนติเมตร
3.ผนังบ้าน
4.คานคอนกรีตเสริมเหล็ก 
5.หล่อครีบคอนกรีตเสริมเหล็กยื่นลงมาจากท้องคานอย่างน้อย 40 เซนติเมตร 
6.ระดับพื้นดินรอบตัวบ้าน
7.ปูแผ่นพลาสติกอย่างหนา จำเป็นต้องม้วนและพับรอยต่ออย่างดี โดยปูให้มีขอบยกสูงไว้อย่างน้อย 20 เซนติเมตร แล้วยิงยึดขอบพลาสติกด้วยเส้นอะลูมิเนียมโดยรอบ
8.ใต้แผ่นพลาสติกเทพื้นคอนกรีตหนา 7 เซนติเมตร เสริมด้วยเหล็กเส้นไวร์เมช 4 มิลลิเมตร ปาดผิวหน้าเรียบ 
9.พื้นดินใต้พื้นบ้านให้บดอัดและปรับหน้าดินด้วยทรายหยาบหนา 5 เซนติเมตร เพื่อรองรับการเทคอนกรีต

2.ลดความอึดอัดด้วยการจัดบ้านแบบโอเพ่นแปลน

การแบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยด้วยการกั้นผนัง แล้วทำประตูเปิดเชื่อมเป็นทางเข้า-ออก อาจทำให้ห้องดูอึดอัดได้ โดยเฉพาะบ้านขนาดเล็ก แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้ต่อเชื่อมกันมากขึ้นโดยทำผนังกั้นห้องน้อยลง การทำประตูให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ตลอดจนการใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวมาแบ่งสัดส่วนพื้นที่แทนการใช้ผนัง ก็จะทำให้พื้นที่ภายในบ้านดูโล่งกว้างมากขึ้น มาดูวิธีการออกแบบเชื่อมต่อพื้นที่กัน

ออกแบบประตูให้มีการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ได้มากขึ้น

ประตูบานเปิดทั่วไป
ประตูเลื่อนที่มีความกว้างครึ่งหนึ่งของผนังและมีความสูงจรดเพดาน
ประตูเลื่อนซ้าย – ขวา สูงจรดเพดาน สามารถเลื่อนประตูซ่อนในผนังได้
ประตูบาเฟี้ยมแยกกลาง หรือพับเฟี้ยมเก็บฝั่งเดียว

การจัดวางเฟอร์นิเจอร์แทนการกั้นด้วยผนัง

 การกั้นห้องด้วยผนังโดยทั่วไป
การใช้ตู้เตี้ยแบ่งพื้นที่ใช้สอย
การใช้ฉากบังตาโปร่ง หรือแผงกระจกฝ้ากั้นแบ่งพื้นที่ใช้สอย
บ้านคุณนพดล ศรีเกียรติขจร

3.บ้านชั้นเดียวทำห้องเก็บของเพิ่มได้ตรงไหนดี

บ้านชั้นเดียวที่มีพื้นที่จำกัดมักพบปัญหาที่เก็บของไม่เพียงพอ มาดูกันว่าจะสามารถดัดแปลงพื้นที่ว่างตรงไหนให้เป็นห้องเก็บของได้บ้าง

ห้องเก็บของใต้หลังคา
พื้นที่ใต้หลังคาเป็นพื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่ที่สามารถดัดแปลงทั้งหมดหรือบางส่วนมาเก็บของได้ แต่ต้องมีการเตรียมออกแบบและก่อสร้างไว้แต่แรกเริ่ม เนื่องจากต้องเตรียมโครงสร้างไว้รับน้ำหนัก อีกทั้งต้องปรับเปลี่ยนวิธีการติดตั้งฝ้าเพดานและจัดทำช่องเปิดเพดานเป็นทางขึ้นเอาไว้ด้วย

1.พื้นห้องเก็บของ ปูแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์หนา 20 – 25 มิลลิเมตร ติดตั้งบนโครงคร่าวเหล็กกล่องขนาดหน้าตัด 2 x 4 นิ้ว โดยเว้นระยะห่างตามมาตรฐานผู้ผลิตแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ 
2.ฝ้าเพดาน
3.บันไดพับได้ มาพร้อมกับฝาปิดเพดานในชุดเดียวกัน ( มีจำหน่ายทั้งของยุโรปและจีน )
4.พื้นห้อง

ห้องเก็บของใต้พื้นบ้าน

พื้นที่ใต้บ้านเป็นอีกพื้นที่ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ หากได้เตรียมการไว้ตั้งแต่การออกแบบให้พื้นตัวบ้านมีระดับสูงเพียงพอต่อการเก็บของที่ได้ เช่น ถังเก็บน้ำ  ปั๊มน้ำ อุปกรณ์สวน จักรยาน ก็จะตอบโจทย์ได้อย่างดี โดยทำโครงสร้างรองรับน้ำหนักห้องเก็บของเอาไว้ก่อน เพื่อป้องกันการทรุดตัวภายหลัง ทั้งยังสามารถเดินงานระบบท่อน้ำ งานไฟฟ้าใต้พื้น ก็จะซ่อมบำรุงได้ง่ายด้วย

1.ประตูห้องเก็บของ โครงคร่าวเหล็กปิดทับด้วยแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือตะแกรงเหล็ก
2.ผนังก่ออิฐฉาบปูนเรียบไม่ทาสี 
3.พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กผิวฉาบปูนเรียบ

บ้านคุณวงศกร เจริญไทย – คุณอภิรดา ถนอมวงศ์ทัย

4.การป้องกันความร้อนในบ้านชั้นเดียว

การสร้างบ้านชั้นเดียวควรใส่ใจเรื่องการป้องกันความร้อนเป็นพิเศษ เพราะบ้านชั้นเดียวไม่มีพื้นที่ชั้นล่างหรือใต้ถุนให้ลงไปนั่งหลบร้อน  ภายในบ้านจึงได้รับความร้อนจากหลังคาค่อนข้างมาก จึงมีข้อแนะนำในการสร้างและออกแบบบ้านเพื่อให้ช่วยบรรเทาความร้อน
1) ปลูกต้นไม้สูงพุ่มหนาเพื่อให้ร่มเงาทางด้านทิศใต้และตะวันตก

บ้านคุณนพดล ศรีเกียรติขจร

2) พยายามหลีกเลี่ยงการใช้หลังคาโลหะ หรือเมทัลชีตที่ไม่มีฉนวน เนื่องจากหลังคาโลหะจะนำความร้อนได้เร็วและมากกว่าหลังคากระเบื้องทั่วไป

3) เลือกใช้ฉนวนกันความร้อนที่หลังคาที่มีประสิทธิภาพการกันความร้อนได้ดีที่สุด เท่าที่งบประมาณจะมีเพียงพอ เพราะถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟจากการเปิดเครื่องปรับอากาศได้ในระยะยาว

4) ออกแบบให้ชายคาบ้านยื่นมากๆ เพราะการยื่นชายคาออกไปจะช่วยให้เกิดเงาร่มที่ผนังบ้านและช่องประตูหน้าต่าง

5) มีช่องระบายอากาศภายในโถงหลังคา เช่น การออกแบบให้มีหลังคาระบายอากาศ หรือการออกแบบหลังคายกระดับเพื่อทำช่องระบายอากาศ รวมถึงการเลือกวัสดุฝ้าชายคาให้มีรูระบายอากาศ

6) หลีกเลี่ยงหลังคาทรงแบนอย่าง หลังคาคอนกรีต (Flat Slab) เพราะนอกจากไม่มีพื้นที่ใต้หลังคาที่ช่วยลดความร้อนแล้ว คอนกรีตยังกักเก็บความร้อนได้นาน จนทำให้บ้านร้อนแม้จะไม่มีแสงแดดแล้ว

7) ทำหลังคาจั่วเล็กเป็นช่องระบายอากาศ โดยทำทั้งสองฝั่งให้อากาศพัดพาความร้อนออกได้

8) การออกแบบหลังคายกระดับเพื่อทำช่องระบายอากาศ

9) การใช้ฝ้าชายคาชนิดมีรูระบายอากาศ


เรื่อง: ศักดา ประสานไทย
ภาพประกอบ : เอกรินทร์ พันธุนิล
ภาพ : คลังภาพบ้านและสวน