พรหมลิขิต แม่พุดตานช็อปผักอะไรบ้าง

ไปช็อปเมล็ดผักและพืชสมุนไพรในละคร พรหมลิขิต ใครที่พลาดหรือดูไม่ทันว่ามีพืชชนิดไหนบ้าง ตามไปส่องกันเลย

พรหมลิขิต

พรหมลิขิต ฝาง ต้นฝางมีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Caesalpinia sappan Linn. เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง บริเวณลำต้นและกิ่งจะมีหนาม ลักษณะใบเป็นใบรวม มีการเรียงใบคล้ายกับต้นหางนกยูงไทย ออกดอกเป็นช่อบริเวณยอด ดอกมีสีเหลือง ตรงกลางดอกมีสีแดง ผลเป็นฝักรูปเหลี่ยมคล้ายกับถั่วแปบ มีความแข็ง สีน้ำตาล ฝักของฝางนี้มีอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดแก่นสีเหลืองเรียกว่า “ฝางส้ม” และแก่นสีแดงเข้มเรียกว่า “ฝางเสน” ขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ดเจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุย มักพบพรรณไม้ชนิดนี้ได้ตามป่าละเมาะ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และตามเขาหินปูน

พรหมลิขิต

สะเดา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Azadirachta indica A. Juss. เป็นไม้ยืนต้น สูงประมาณ 12-15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มหนาทึบ เปลือกสีน้ำตาลเทาหรือเทาปนดำ แตกเป็นร่องตื้นหรือเป็นสะเก็ด เป็นพรรณไม้ต่างประเทศ มีถินกำเนิดในอัสสัมถึงอินโดจีน

ถั่วดำ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Vigna mungo (L.) Hepper เป็นพืชล้มลุก ต้นเป็นพุ่ม บางสายพันธุ์มีลำต้นแบบกึ่งเลื้อย มีใบคู่แรกเป็นใบเดี่ยวอยู่ตรงข้ามกัน สีเขียวเข้มและหนา มีดอกออกเป็นช่อ ดอกย่อยมีขนาดเล็กเป็นสีเหลืองหรือสีเขียวอ่อน ฝักมีลักษณะเป็นทรงกระบอกมีเล็ดด้านใน ซึ่งถั่วดำมีคุณประโยชน์ที่หลากหลายทั้งมีส่วนช่วยบำรุงโลหิต บำรุงสายตา กำจัดสารพิษในร่างกาย และอื่นๆอีกมากมาย

กะเพราแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum tenuiflorum L. เป็นไม้พุ่ม อายุ 1-2 ปี ลำต้นเป็นพุ่มสูงประมาณ 50-75 เซนติเมตร ลำต้นและกิ่งก้านเป็นเหลี่ยม มีขน ใบรูปไข่แกมรี มีขนนุ่มทั่วใบ มีกลิ่นหอม มีดอกออกเป็นช่อ กะเพรามี 2 ชนิด คือ กะเพราขาว มีกิ่งก้านใบและช่อดอกสีเขียว และกะเพราแดง มีกิ่งก้านใบและช่อดอกสีม่วงแดง ชอบแสงแดดรำไร – จัด น้ำปานกลาง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด และปักชำกิ่ง

ถั่วลิสง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Arachis hypogaea L. เป็นประเภทพืชไร่ พืชล้มลุกที่มีระบบรากแบบรากแก้ว ทรงต้นเป็นพุ่มสูงประมาณ 30 ซม. ใบเป็นใบประกอบขนนกปลายคู่ มีดอกออกบริเวณข้อของลำต้นแขนง กลีบดอกมีสีเหลือง ส่วนฝักมีลักษณะคอดตรงกลางและมีเมล็ดด้านใน

ขิง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zingiber officinale Roscoe ลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน เจริญเป็นพุ่ม มีใบเดี่ยวรูปแถบ ออกเวียนสลับระนาบเดียว ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบเป็นกาบหุ้มลำต้นเทียม มีขนอ่อนปกคลุมทุกส่วน ช่อดอกแทงจากดินชูตั้งขึ้น ผลิบานในฤดูฝน กาบรองช่อดอกสีเขียวอมแดงเรื่อ ดอกย่อยสีเหลืองอมเขียว ช่อดอกอยู่ได้นานเป็นเดือน ผลเป็นผลแห้ง มีกาบช่อดอกรองรับ เมื่อแก่แตกออก ภายในแบ่งเป็นสามพู มีเมล็ดยาวรีสีน้ำตาล ขยายพันธุ์ด้วยการแยกเหง้า

ข่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Alpinia galanga (L.) Willd. เหง้ามีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีสารสำคัญคือกาแนกอล (Garangol) ซิเนโอล (Cineole) ไพนีน (Pinene) จิงเจอรอล (Gingerol) แคมฟอร์ (Camphor) ยูจีนอล (Eugenol) และสารที่ทำให้มีรสเผ็ดร้อน เช่น โซกาออล (Shogaol) เป็นต้น น้ำคั้นจากเหง้าเป็นทั้งสารดึงดูด ป้องกันและกำจัด แมลงได้ดี โดยเฉพาะแมลงวันทองและด้วงเต่าแตง

ถั่วเหลือง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Glycine max (L.) Merrill เป็นพืชล้มลุก ที่มีการผสมเกสรด้วยตัวเองมีระบบรากแบบรากแก้ว ลำต้นเป็นทรงพุ่มสูงประมาณ 50 ซม. ใบเกิดบริเวณข้อๆละใบ มีดอกออกตามมุมของใบและปลายยอด กลีบดอกมีสีขาวหรือสีม่วง ฝักมีลักษณะตรงหรือโค้งเล็กน้อยมีเมล็ดทรงกลมรีอยู่ด้านใน

พรหมลิขิต

เมล็ดดาวเรือง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tagetes spp. เป็นประเภทไม้ล้มลุกปีเดียว ใบเป็นใบเดี่ยวปลายใบแหลม ขอบใบหยักเว้าลึกแบบขนนกและจักฟันเลื่อย ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน กลีบดอกวงนอกโคนกลีบเป็นหลอดปลายแผ่ ขอบกลีบหยัก กลีบดอกมีสีขาว เหลือง ทอง และส้ม ดอกวงในมีกลีบดอกรูปหลอดกระจุกอยู่กลางดอก บางชนิดมีกลิ่นหอม ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ชอบแสงแดดเต็มวันขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด


บทความที่เกี่ยวข้อง

ต้นไม้ในร่ม ทน ดูแลง่าย และปลูกในห้องน้ำได้

ต้นไม้มงคล เพิ่มสีเขียว เสริมความเฮง เร่งความปัง

ติดตามไอเดียบ้านและสวนเพิ่มเติมได้ทาง : บ้านและสวน Baanlaesuan.com