บ้านคู่กลางหุบเขา

บ้านปูนขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบให้มีกลิ่นอายของสไตล์ทัสกานี  ท่ามกลางบรรยากาศที่แวดล้อมด้วยเวิ้งกว้างกลางหุบเขาในจังหวัดเชียงใหม่กับวิวธรรมชาติที่ใครเห็นเป็นต้องอิจฉา

 สถาปนิก-ตกแต่ง : คุณเอกฤทธิ์ ประดิษฐสุวรรณ / เจ้าของ : ดร.ชิดพงศ์ ประดิษฐสุวรรณ

บ้านปูนสไตล์ทัสกานี  สองหลังนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางเวิ้งกว้างกลางหุบเขาในจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยเรือนหลังเล็กชั้นเดียวกับเรือนสองชั้นหลังใหญ่ที่สร้างเยื้องกันโดยเริ่มสร้างเรือนหลังเล็กก่อนตามความต้องการของ คุณเอกฤทธิ์ ประดิษฐสุวรรณ สถาปนิกผู้ออกแบบบ้านที่อยากได้ “มุมสงบ” สำหรับอยู่อาศัยระหว่างที่ต้องดูแลงานสร้างโรงแรมแรมริมนา

บ้านปูนสไตล์ทัสกานี
บ้านสองหลังนี้ดูเล็กไปถนัดตาเมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ  ด้วยความที่ตั้งอยู่ในตำ แหน่งที่ได้รับร่มเงาจากทั้งตัวบ้านและ
แนวต้นไม้  จึงช่วยให้บ้านเย็นสบายแม้จะเป็นช่วงบ่ายก็ตาม
บ้านปูนสไตล์ทัสกานี
วางผังตัวบ้านให้เยื้องกัน โดยเรือนหลังเล็กแฝงกลิ่นอายของบ้านสไตล์ล้านนาอยู่บ้าง  แต่ก็ดูกลมกลืนกับเรือนหลังใหญ่ด้วย
การเลือกใช้โทนสีและช่องทางเดินที่ใช้ส่วนโค้งเชื่อมต่อช่วงเสา

 

บ้านปูนสไตล์ทัสกานี
สถาปนิกจงใจวางผังตัวบ้านให้ห่างกัน เพื่อทำเป็นลานโล่งระหว่างเรือนหลังใหญ่กับเรือนหลังเล็ก  สามารถใช้งานได้หลากหลาย 
ช่วงเช้าจะได้รับแสงแดด ก่อนจะค่อยๆ ลับไปทางด้านหลังของเรือนหลังเล็ก เกิดเป็นช่องลมที่มีกระแสลมพัดผ่านตลอดเวลา 
จึงสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน
จากช่องทางเดินหน้าเรือนหลังใหญ่ไปยังลานโล่งระหว่างบ้านที่สัมผัสได้ถึงความสบาย พื้นปูกระเบื้องปูนผสมดินของ Earth & Fire  ซึ่งเป็นผลงานของคุณเอกฤทธิ์เอง

ต่อมาคุณเอกฤทธิ์ได้รับโจทย์ใหม่จากน้องชาย ดร.ชิดพงศ์  ประดิษฐสุวรรณ ที่บอกว่าอยากได้ “บ้านที่เป็นบ้าน” ไว้พักผ่อนยามเกษียณ ซึ่งรูปแบบที่คิดไว้แต่แรกไม่ตอบโจทย์การใช้งาน เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอกับความต้องการ เพราะเรือนหลังเล็กมีแค่เพียงห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวกับเฉลียงหน้าห้องเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องสร้างบ้านอีกหลังเพื่อบรรจุพื้นที่ใช้สอยอย่างส่วนนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหาร แพนทรี่ และห้องนอนใหญ่ 1 ห้อง โดยออกแบบเป็นบ้านสองชั้นที่มีรูปด้านหน้ากว้างกว่าเดิม  บ้านปูนสไตล์ทัสกานี 

ส่วนนั่งเล่น
ส่วนนั่งเล่นบริเวณชั้นล่างของเรือนหลังใหญ่จัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่คุณเอกฤทธิ์ซื้อเก็บไว้  แม้จะต่างรูปแบบ แต่ก็ได้รสชาติในการอยู่อาศัย
ด้านหนึ่งของชั้นล่างในเรือนหลังใหญ่จัดเป็นมุมรับประทานอาหาร พร้อมมุมแพนทรี่ที่อยู่ด้านในสุด ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าที่ผ่านร่องรอยการใช้งาน และสร้างสีสันด้วยเก้าอี้ไม้ดัดสีเขียวตอง ทำให้บรรยากาศของมุมนี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
ชานพักบันได
ชานพักบันไดชั้นบนเว้นเป็นพื้นที่ว่างเล็กๆ ก่อนเข้ามาสู่ห้องนอนใหญ่ผ่านช่องโค้งที่ทำ ให้เกิดแสงเงาเข้าสู่ภายในห้อง สร้างความรู้สึกอบอุ่น หลังบานประตูสีอ่อนเป็นห้องเก็บของ
ห้องนอน
ภายในห้องนอนใช้โทนสีเหลืองพาสเทล เมื่อต้องแสงแดดหรือแสงไฟทำให้ได้บรรยากาศอบอุ่น บริเวณจั่วตกแต่งให้ดูเป็นโครงสร้างหลังคา เน้นให้ห้องดูโปร่งยิ่งขึ้น
ห้องน้ำ
ผนังห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ตกแต่งด้วยแผ่นกระเบื้องคละสีโดยจัดวางแบบไม่จงใจ อ่างล้างหน้าทำจากก้อนหินวางอยู่บนตู้ไม้เตี้ยสีธรรมชาติ พื้นปูกระเบื้องคละสีและลาย
อ่างอาบน้ำ
อ่างอาบน้ำริมหน้าต่างของห้องน้ำภายในห้องนอนใหญ่ก็ออกแบบตามความคิดของคุณเอกฤทธิ์ที่ว่าทุกส่วนของบ้านต้องมองเห็นวิวได้ไม่ด้อยไปกว่ากัน
ห้องนอน
เตียงนอนในห้องนอนเล็กของเรือนชั้นเดียวที่ปล่อยความสูงของเพดานล้อไปตามแนวโครงสร้างของหลังคา  ภายในตกแต่งด้วยโทนสีสว่างสะอาดตา
ด้านตรงข้ามกับเตียงนอนวางฟูกหนาแทนโซฟาที่สามารถปรับใช้เป็นเตียงเสริมได้ พร้อมจัดวางสตูลหวายสาน ได้บรรยากาศสบายๆ
เฉลียง
เฉลียงหน้าห้องนอนเล็กเป็นอีกมุมสบายของบ้านที่สามารถดื่มด่ำวิวธรรมชาติได้อย่างเพลิดเพลิน โดยเฉพาะยามแดดร่มลมตก

รูปแบบของบ้านหลังนี้อาจดูต่างจากงานที่ คุณเอกฤทธิ์เคยทำ มาอย่างสิ้นเชิง โดยออกแบบให้มีกลิ่นอายของสไตล์ทัสกานี โดยเฉพาะผนังปูนโทนสีชมพูอ่อนๆ ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศได้ดี อีกทั้งตัวบ้านก็มีโครงสร้างไม่ซับซ้อนนัก
ด้วยความที่เป็นพี่น้องที่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน น้องผู้เป็นเจ้าของบ้านปล่อยให้พี่ผู้เป็นสถาปนิกจัดการอย่างเต็มที่ แม้จะจำกัดงบประมาณหรือสิ่งที่ทำออกมาเกินงบไปบ้าง แต่ผลที่ได้ก็ดีเกินคาด คุณเอกฤทธิ์ได้นำประตู หน้าต่างไม้เก่า ตู้ โต๊ะ เตียง รวมถึงของตกแต่งที่เลือกเฟ้นด้วยตัวเองมาตกแต่งบ้านนี้ได้อย่างสวยงามน่าอยู่ ซึ่งต่อจากนี้ไปไม่ว่าจะเลือกมา“พัก” เวลาไหน ก็จะได้รับความสุขสบายอย่างที่ต้องการ  บ้านปูนสไตล์ทัสกานี 


เรื่อง : Atta Otto

ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทองสุข

บ้านกลิ่นอายโปรวองซ์ที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี

สวยอย่างธรรมชาติในแบบ บ้านสไตล์โปรวองซ์