บ้านไม้มินิมัล สเปซโปร่งๆ ที่อบอุ่นด้วยงานไม้

ด้วยเส้นสายของอาคารที่เฉียบคมดูเรียบง่ายแต่แฝงด้วยรายละเอียดของเทคนิคงานช่างมากฝีมือ การเลือกสรรวัสดุธรรมชาติมาใช้อย่างไม้ซึ่งมีมูลค่าและหาได้ยากในปัจจุบัน และแน่นอนฝีมืองานก่อสร้างที่เนี้ยบกริบทุกเหลี่ยมมุม ใครเห็นก็ต้องนึกว่า บ้านไม้มินิมัล หลังนี้เป็นผลงานของสถาปนิกชื่อดังสักคน

เจ้าของ :  คุณสุพรรณี วิจิตพาวรรณ และคุณขจี เกศจุมพล

ออกแบบตกแต่ง : คุณขจี เกศจุมพล

ออกแบบแสงไฟ :  Unknown Surface Studio

minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
เพราะชอบต้นไม้ชอบความร่มรื่นจากธรรมชาติ เริ่มต้นจากต้นแก้วเล็กๆ ที่มีอยู่เดิมตรงหน้าบ้าน คุณขจีและภรรยาได้ลงมือปลูกต้นอื่นๆ ตามมาอีกรอบบ้าน ซึ่งใช้เวลาร่วมสิบปีถึงได้ดูเขียวร่มรื่นขนาดนี้

minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล

ตลอดเวลา 30 ปีที่สวมหมวกนายช่างใหญ่เพื่อควบคุมการสร้างบ้านและอาคารให้สถาปนิกชั้นนำของไทยมาหลายต่อหลายหลัง นอกจากจะได้สร้างผลงานคุณภาพที่ทั้งสถาปนิกและเจ้าของบ้านไว้ใจแล้ว คุณขจี เกศจุมพล ยังบอกด้วยว่าเขาเองก็ได้เรียนรู้ภาษาของสถาปัตยกรรมนอกห้องเรียนอยู่มากมาย และสะสมเป็นประสบการณ์อันมีคุณค่ามาจนถึงวันที่เขาตัดสินใจนำมาใช้กับการรีโนเวตบ้านหลังเดิมของตัวเองให้ตอบรับการใช้งานได้มากขึ้น และกลายเป็น บ้านไม้มินิมัล ที่สวยเท่จนสถาปนิกเองยังเอ่ยชม

“ผมซื้อบ้านนี้มาตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซื้อเพราะชอบต้นแก้วที่อยู่หน้าบ้านนี่แหละ ส่วนอื่นๆ คิดว่าน่าจะรีโนเวตเองได้ ซึ่งตอนนั้นก็ทำไปหลายอย่างก่อนจะมาปรับอีกครั้งในรอบนี้ เพื่อให้รับกับความต้องการและยุคสมัยมากขึ้นก็เลยเพิ่มพื้นที่ชั้น 3 ขึ้นมา แล้วตกแต่งให้เป็นเหมือนเพ้นต์เฮ้าส์ที่ผมกับภรรยาอยู่ด้วยกัน ยกพื้นที่ชั้น 2 ให้ลูกสาว ชั้นล่างก็เป็นพื้นที่ส่วนกลางและที่อยู่ของน้องหมา 3 ตัว ส่วนลูกชายอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งใกล้ๆ กัน”

minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
หน้าบ้านนอกจากจะมีฟาซาดไม้ช่วยบังแดดแล้วยังได้ร่มเงาจากต้นแก้ว จิกเศรษฐี และโมกราชสีห์ที่ช่วยกันแผ่กิ่งก้านเป็นรั้วธรรมชาติไว้อย่างสวยงาม
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
เพื่อรักษาต้นไม้ให้เป็นร่มเงาของบ้านไว้ จึงมีการเปิดคอร์ตสูงให้ต้นพะยูงเติบโตแผ่กิ่งก้านไปด้านบน และยังเจาะช่องฟาซาดให้ต้นโมกราชสีห์เอนกิ่งออกมารับแสงได้
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
ต้นพะยูงบริเวณลานหน้าบ้านยืนต้นสูงจนไปแผ่กิ่งก้านสวยบริเวณชั้น 2-3 ของบ้าน โดยคุณขจีออกแบบให้ตัวบ้านหลบหลีกแนวต้นไม้พร้อมกับเปิดช่องให้เรือนยอดได้ยืดและแผ่กิ่งก้านรับแสงได้สบาย

แนวทางการออกแบบตัวบ้านหลักๆ เน้นให้สอดคล้องกับบริบทของธรรมชาติที่มีอยู่เดิม เพราะคุณขจีต้องการเก็บร่มเงาและความสดชื่นทุกอย่างไว้ ระยะต่างๆ ของบ้านจึงกำหนดขึ้นมาจากการหลบเลี่ยงต้นไม้ทุกต้นที่มีอยู่ ไม่ว่าจะด้วยการเจาะช่อง ร่นระยะผนัง และเปิดคอร์ตให้ต้นไม้เหล่านี้ยังชูกิ่งก้านใบได้สวยงามเหมือนเดิม แถมยังใช้เป็นช่องแสงธรรมชาติเพื่อเอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้เอง อีกทั้งเพิ่มความปลอดโปร่งให้ผู้อาศัยภายในบ้านไปในตัว

“ผมชอบต้นไม้มาก เพราะให้ร่มเงา ให้ออกซิเจน กรองฝุ่นกรองแดด และช่วยให้บ้านเย็นสบาย ส่วนภายในก็ปล่อยให้เรียบโล่งแบบมินิมัล เพราะอยู่แล้วสบายตาสบายใจ ดูแลง่าย ถึงจะมีของเยอะแต่ก็ทำช่องเก็บของบิลท์อินซ่อนไปกับผืนผนังให้หมด เวลาอยากได้ของอะไรใหม่ ก็ต้องหาทางปล่อยของเดิมไป ไม่ว่าจะยกให้ลูกน้องหรือขายก็ตาม มันทำให้เรามีชาเลนจ์และสนุกกับข้าวของใหม่ๆ ได้ตลอด”

minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
จากเฉลียงไม้หน้าบ้านผ่านประตูกระจกใสเข้ามาสู่โถงนั่งเล่นภายในที่ยังคงเปิดช่องผนังให้พอดีกับจังหวะของมุมสวนสีเขียวด้านนอก
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
การตกแต่งภายในแบบมินิมัลที่เน้นความเรียบโล่งของสเปซจากหน้าบ้านมองผ่านเข้าไปถึงห้องครัวด้านในได้ โดยเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็น อย่างโถงนั่งเล่นที่นอกจากมีโซฟาแล้วก็มีโต๊ะทำงานขนาดยาวซึ่งคุณขจีใช้อยู่บ่อยๆ
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
ผนังกระจกใสช่วยกั้นพื้นที่ไว้แบบไม่ปิดทึบเพื่อให้ภายในสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกออกมาเป็นภายนอกได้แบบ Inside Out
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
เพื่อให้การอยู่ในบ้านปลอดโปร่งสบายตาจึงออกแบบผนังช่องเปิดไว้ตามมุมต่างๆ สำหรับรับแสงธรรมชาติและเชื่อมมุมมองออกไปสู่ภายนอกได้ เพราะรอบบ้านมีรั้วและต้นไม้ช่วยกั้นขอบเขตความเป็นส่วนตัวไว้อยู่แล้ว
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
เพราะชอบในธรรมชาติและรักในวัสดุไม้ แทบทุกส่วนของบ้านจึงตกแต่งด้วยไม้เก่าอายุกว่าสามสิบปีระหว่างกันเกรากับพื้นที่เป็นไม้แดงและมะค่าผสมผสานกัน โดยฟังก์ชันของชั้นล่างนอกจากพักผ่อนทำงานแล้วยังเป็นที่อยู่ของน้องหมาอีก 3 ตัวด้วย

ความมินิมัลที่เรียบโล่งไม่ได้อยู่แค่สเปซว่างๆ ขนาด 265 ตารางเมตรเท่านั้น แต่ยังบอกเล่าผ่านวัสดุตกแต่งที่เลือกใช้โดยเฉพาะงานไม้ซึ่งนำมาปูในส่วนของพื้น ผนัง ตลอดจนฝ้าเพดาน เรียกว่าเกือบจะแทบทุกส่วนของบ้าน และมีส่วนผสมของเหล็กสีดำกับกระจกเข้ามาผสานอย่างละนิด เพื่อเพิ่มมิติและตอบสนองฟังก์ชันตามที่จำเป็น เช่น ผนังเหล็กสีดำที่ใช้เป็นโครงยึดบันไดไม้ทางขึ้นสู่ชั้น 2 หรือผนังบานเลื่อนกระจกที่ใช้กั้นห้องครัวไว้เป็นสัดส่วนโดยไม่ให้รู้สึกปิดทึบ

“ผมชอบสัมผัสของไม้นะ ตั้งแต่ทำงานช่างมาผมก็ซื้อไม้เก่าเก็บสะสมมาโดยตลอด ไม้ที่ผมใช้ทำบ้านพวกนี้จึงเป็นไม้เก่ากว่าสามสิบปีและนำเข้าจากลาว ผมมองว่าการสร้างบ้านด้วยไม้ก็เหมือนการลงทุนอย่างหนึ่ง เหมือนที่คนอื่นลงทุนไปกับที่ดินหรือทอง แต่แบบนี้ทำให้เราสัมผัสกับคุณค่าของไม้พวกนี้ได้ทุกวัน มันมีกลิ่นธรรมชาติจางๆ ที่ช่วยเติมพลังชีวิตให้เรา รวมไปถึงพวกต้นไม้ที่ผมปลูกรอบบ้านซึ่งเน้นเป็นไม้มงคลหายาก โบราณเชื่อว่าปัดเป่าสิ่งร้ายๆ ไม่ให้เข้ามารบกวนได้ด้วย”

minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
เจ้าของบ้านยังเติมวัสดุเหล็กและกระจกเข้าไปในบ้านไม้อย่างละนิดเพื่อเพิ่มมุมมองและสร้างดีไซน์ให้น่าสนใจขึ้น อย่างผนังฝั่งขวาที่หุ้มด้วยเหล็กพ่นสีดำกับผนังและประตูกระจกสำหรับเชื่อมต่อส่วนของห้องครัวเพื่อให้มุมมองมีความต่อเนื่องและลื่นไหลถึงกัน
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
ภายในห้องครัวยังมีการนำวัสดุหินมาใช้เพื่อให้รับกับฟังก์ชันของเคาน์เตอร์ครัวที่ต้องแข็งแรงทนต่อความเปียกชื้นได้ดี รวมไปถึงโต๊ะอาหารที่ใช้ท็อปครัวให้ต่อเนื่องกัน
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
ช่องบันไดขึ้นสู่ชั้น 2 ดูโปร่งสบายตาด้วยผนังกระจกเปิดซึ่งรับแสงธรรมชาติและมองเห็นความสดชื่นจากต้นไม้ภายนอกด้วย
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
บริเวณชั้น 2 เป็นพื้นที่ของลูกสาว ซึ่งแบ่งฟังก์ชันให้เป็นส่วนของโต๊ะหนังสือและโซฟานั่งเล่นแยกส่วนออกจากห้องนอน โดยปรับโทนสีของไม้ให้สว่างตาขึ้นโดยเน้นใช้ไม้กันเกรามาปูพื้นเป็นหลัก
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
โต๊ะหนังสือที่คุณขจีออกแบบและทำขึ้นเองโดยใช้แผ่นไม้เก่ามาต่อขาโต๊ะยึดให้แข็งแรงด้วยการซ่อนโครงเหล็กบางๆ ไว้ ตำแหน่งวางคือหันหน้าออกไปที่คอร์ตต้นพะยูงหน้าบ้านเพิ่มความสดชื่น
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
นอกจากปรับโทนสีของไม้ให้สว่างสบายตาสำหรับห้องนอนแล้ว ยังออกแบบให้มีประตูกระจกเลื่อนที่เปิดออกไปสู่ระเบียงข้างนอกได้ด้วย
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
ระเบียงไม้กว้างๆ บริเวณชั้น 2 ปูพื้นด้วยไม้ตะเคียนทอง เน้นการเปิดโล่งแต่ยังความเป็นส่วนตัวสูงเพราะด้านข้างกั้นด้วยเหล็กเจาะรูพ่นสีขาวซ้อนไปกับแนวรั้วธรรมชาติอีกชั้น
minimalwithwood
ห้องน้ำที่ยังคงใช้เคาน์เตอร์ไม้ผสมผสานยกเว้นส่วนอาบน้ำที่ปูด้วยกระเบื้องลายหินสีเข้ม

minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล

เฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่น้อยชิ้นเองก็มีวัตถุประสงค์การใช้งานที่ชัดเจนและกลมกลืนไปกับสเปซโปร่งๆ ด้วยเส้นสายที่เรียบนิ่งกับสัมผัสที่อบอุ่นของงานไม้ แม้แต่ตัวที่มีขนาดใหญ่อย่างโซฟาหรือเตียงนอนก็ยังผ่านการออกแบบโครงหลักให้ดูเหมือนเบาและลอยอยู่เหนือพื้น ขับเน้นความโปร่งเบาแบบนี้ให้ชัดขึ้นด้วยแสงไฟที่ซ่อนอยู่ โดยมีทีมสถาปนิกจาก Unknown Surface Studio มาช่วยออกแบบด้วยแนวคิดที่ว่า “เรามองบ้านหลังนี้เหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง เป็นบ้านที่มีคุณค่าทางจิตใจกับเจ้าของบ้าน เพราะเขากลั่นกรองมาจากตัวตนและก็มีคุณค่าในเชิงวัสดุเองด้วย  เราเลยอยากให้ไลท์ติ้งเป็นตัวเน้นงานศิลปะนี้ให้ชัดและสวยขึ้นในเรื่องมุมมองกับความงามของวัสดุไม้ที่เลือกใช้”

minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
บริเวณชั้น 3 มีฟังก์ชันการใช้งานเหมือนเพ้นต์เฮ้าส์ส่วนตัว ซึ่งประกอบด้วยส่วนโซฟานั่งเล่นเชื่อมต่อกับโต๊ะอเนกประสงค์ขนาดยาวและแพนทรี่ขนาดกะทัดรัด โดยทั้งหมดอยู่ภายใต้ห้องที่กรุด้วยงานไม้อย่างกลมกลืน
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
ภายในห้องนอนที่ดูอบอุ่นด้วยงานไม้สีธรรมชาติทั้งพื้น ผนัง และฝ้าเพดาน โดยออกแบบส่วนของโต๊ะทำงานไว้ด้านข้างติดม่านผ้ากั้นไว้เมื่อต้องการความเป็นส่วนตัว
minimalwithwood
ห้องน้ำในพื้นที่หน้าแคบแต่ยาวจึงใช้กระจกเงาติดตลอดแนวผนังพร้อมกับเปิดด้านข้างให้เป็นประตูกระจกบานเลื่อนที่ออกไปสู่ระเบียงด้านนอก ทำให้เกิดเงาสะท้อนธรรมชาติเข้ามาถึงภายในเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายได้ดี
minimalwithwood
ระเบียงที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำทำจากแผ่นเหล็กขนาดบางเฉียบพร้อมราวจับเป็นเส้นเล็กๆ ให้ดูเบาเหมือนลอยอยู่และความตั้งใจปล่อยสเปซให้โล่งยังทำให้ได้ใกล้ชิดกับร่มเงาของต้นพะยูงมากขึ้นด้วย

หลังจากที่สร้างบ้านให้คนอื่นมามากมายเป็นร้อยหลัง การสร้างบ้านดีๆ ให้ตัวเองและครอบครัวอยู่จึงเป็นความฝันที่คุณขจีวาดหวังไว้ในใจมาตั้งแต่สมัยเด็กที่เข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ และอาศัยบ้านเช่าอยู่กับพี่ๆ น้องๆ  ซึ่งวันนี้ฝันของเขาสมบูรณ์แบบและอบอุ่นสวยงามอยู่ในผิวสัมผัสของไม้ที่เขารัก มีช่องแสงได้มองเห็นพื้นที่สีเขียว มีรอยแดดที่พลิ้วไหวผ่านเงาไม้บอกถึงความเคลื่อนไหวของเวลา ไม่แปลกเลยที่คุณขจีจะบอกว่าที่นี่คือสวรรค์น้อยๆ ที่เขาบ่มเพาะและ “ปลูก” ขึ้นเองด้วยจิตวิญญาณ หวังให้เติบโตตามจินตนาการเพื่อให้คนที่รักได้อยู่อาศัยพร้อมเอนกายลงนอนได้อย่างมีความสุข

minimalwithwood
เพื่อให้เข้ากับการปล่อยพื้นที่ในบ้านโปร่งโล่งแบบมินิมัล ตัวบันไดเองจึงเน้นให้ดูเรียบและน้อยชิ้นที่สุด โดยทำเป็นขั้นบันไดไม้ที่ฝังเสียบเข้าไปในผนังซึ่งกรุทับด้วยแผ่นเหล็กสนิม ความเนี้ยบในแบบของนายช่างคือการเจาะช่องผนังเหล็กนี้ให้พอดีกับขั้นบันไดไม้ได้อย่างสวยงาม
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
ในมุมที่ต้องการเปิดรับแสงธรรมชาติและมองผ่านเห็นความสดชื่นของต้นไม้ด้านนอก แต่ต้องการกรองแสงแดดให้เบาบางลง จึงใช้เหล็กเจาะรูพ่นสีขาวใส่รางเลื่อนเป็นม่านชั้นในทำให้แดดแรงๆ กลายเป็นแสงสวยๆ ในบ้านแทน
minimalwithwood บ้านไม้มินิมัล
ผนังบ้านส่วนนี้กรุด้วยหินแผ่นใหญ่ที่นายช่างใช้เทคนิคยึดด้วยตะขอด้านในเพื่อความมั่งคงแข็งแรง ด้วยลวดลายของหินเป็นตัวแทนของน้ำในเชิงฮวงจุ้ย ส่วนระเบียงเหล็กด้านบนนั้นใช้แผนเหล็กที่บางราว 1 เซนติเมตรเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบใสเพื่อโชว์ศักยภาพของงานเหล็กและลดภาระเรื่องน้ำหนักกับโครงสร้าง
minimalwithwood
เพราะต้องการให้ท็อปโต๊ะไม้เก่านี้คงความบางเบา คุณขจีจึงเสริมความแข็งแรงโดยใช้แผ่นเหล็กบางซ้อนข้างใต้และทำเป็นข้อต่อเนื่องไปกับขาไม้
minimalwithwood
เตียงหรือโซฟาขนาดใหญ่ในบ้านมักจะวางอยู่บนแผ่นไม้บางๆ เพื่อให้ความรู้สึกเบาและลอยอยู่เหนือพื้น

เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์

ภาพ : ศุภกร ศรีสกุล

สไตล์ : วรวัฒน์ ตุลยทิพย์


บ้านไม้โมเดิร์น บนดาดฟ้า

บ้านโมเดิร์นที่อยู่สบายเหมือนรีสอร์ต