รีโนเวตบ้านยุคเก่าให้สวยแจ่มในสไตล์โมเดิร์น

รีโนเวตบ้านเก่า 30 ปีที่อยู่แล้วรู้สึกอึดอัดคับแคบเกินไปให้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ ด้วยการเปลี่ยนแปลนบ้านใหม่ทั้งหมด พร้อมขยายพื้นที่ใช้สอยภายในให้กว้างขึ้น เปลี่ยนงานไม้สักสีเข้มจากยุคสมัยก่อนมาเป็นการใช้ไม้โทนสีสว่างผสมกับผนังขาวและกระจกใสที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้าบ้าน และยังเชื่อมต่อมุมมองภายในออกสู่ธรรมชาติสีเขียวภายนอกได้อย่างสบายตา

สถาปนิก : Mutantx Architects โดยคุณพิสิฐ ถาวรอธิวาสน์

เจ้าของ : คุณสืบสกุล-คุณอุดมพร พันธุ์แพทย์

บ้านรีโนเวท
รูปทรงของบ้านเกิดขึ้นจากการวางผังฟังก์ชันใช้งานภายในเพื่อกำหนดทิศทางให้เหมาะกับแสงและลม รวมถึงแนวคิดทางฮวงจุ้ย ส่วนหน้าบ้านที่จำเป็นต้องหันออกไปรับแสงทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สถาปนิกจึงออกแบบส่วนฟาซาดและครีบเพิ่มขึ้นมาเพื่อช่วยป้องกันแนวแดดไม่ให้เข้าถึงภายในบ้าน
ภาพบ้านก่อนการรีโนเวต
บ้านรีโนเวท
แม้ว่าต่างคนต่างออกไปทำงานในวันปกติ แต่ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ครอบครัวพันธุ์แพทย์ก็จะมารวมตัวพร้อมหน้ากันอยู่ในบ้านนี้เสมอ
บ้านกับสัตว์เลี้ยง
เติมฟังก์ชันให้พื้นที่กึ่งกลางแจ้งหน้าบ้านให้มีทั้งชานนั่งเล่นและบ่อปลาที่เจ้าของบ้านตั้งใจวางระบบน้ำไว้อย่างดี
ฟาซาด
ทั้งฟาซาดและแผ่นครีบบริเวณหน้าบ้านออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันแนวแดดที่มาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สร้างขึ้นด้วยโครงเหล็กเพื่อไม่เพิ่มภาระการรับน้ำหนักของโครงสร้าง เติมด้วยบล็อกช่องลมที่วางแพตเพิร์นใหม่ให้ดูสวยงามและใช้ระแนงไม้เทียมมาช่วยเพิ่มมุมมองที่อบอุ่นของบ้าน

มุมนั่งเล่น

เมื่อบ้านที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ 30 ปีก่อนเริ่มทำให้สมาชิกในบ้านรู้สึกอึดอัดคับแคบเกินไป เพราะห้องนั่งเล่นที่เคยกว้างสำหรับพ่อแม่ลูกกลับไม่เพียงพอเหมือนเก่า ห้องน้ำรวมของลูกๆ ที่เคยใช้ร่วมกันก็ขาดความเป็นส่วนตัว แม้แต่ห้องครัวที่เคยพอดีกลับดูรกตาไปหมด นั่นเพราะคนที่อยู่อาศัยเติบโตแต่ตัวบ้านยังมีพื้นที่ใช้สอยเท่าเดิม

เพื่อไม่ให้ลูกๆ ต้องย้ายออกไปหาที่อยู่กันใหม่ คุณตั้ว – สืบสกุลและคุณอุ – อุดมพร พันธุ์แพทย์ จึงตัดสินใจรีโนเวตบ้านครั้งใหญ่จากที่เคยปรับเปลี่ยนไปบ้างแล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อน โดยปรึกษากับสถาปนิกคู่ใจ คุณซิม พิสิฐ ถาวรอธิวาสน์ พร้อมๆ ไปกับซินแสที่นับถือ เพราะอยากให้บ้านมีพื้นที่ใช้งานที่ทันสมัย กว้างขวางขึ้น และอยู่ได้อย่างสบายกายสบายใจที่สุด

คุณซิมเล่าว่า จริงๆ แบบบ้านครั้งแรกที่ปรับแก้กับซินแสเอาไว้ถึงฤกษ์ที่จะตอกเข็มกันแล้ว จู่ๆ ซินแสก็ขอให้ทิ้งแบบนั้นทั้งหมด และออกแบบขึ้นใหม่อีกครั้งก็เลยใช้เวลาเพิ่มจากเดิมอีกหลายเดือน ลดขนาดพื้นที่ใช้สอยลงจนเหลือราว 400 ตารางเมตรภายใต้ข้อแม้ว่าหลังคาจะต้องมียอดแหลมและเป็นผืนใหญ่ผืนเดียว แต่ฟังก์ชันสำคัญคือความต้องการหลักที่จะขยายพื้นที่ใช้สอยภายในเพื่อให้ทุกคนอยู่ได้สบายตัวขึ้น ผมจึงเปลี่ยนแปลนบ้านใหม่ทั้งหมด ขยายพื้นที่ส่วนกลางชั้นล่างและห้องนอนชั้นบน ทำให้ต้องลงเสาเข็มใหม่มากถึง 44 ต้นรอบบ้าน ขั้นตอนนี้ทำให้ต้องขุดดินเดิมขึ้นมาจนมีดินที่เหลือใช้กองสูงเกือบถึงชั้นสอง ผมเลยใช้วิธีการเกลี่ยดินเหล่านี้ไปตามพื้นที่ของบ้าน เน้นส่วนด้านหน้าและด้านหลังทำให้เป็นแลนด์สเคปสำหรับปลูกต้นไม้ อีกทั้งทำให้ตัวบ้านสูงขึ้นร่วมเมตรซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับถนนด้านนอกพอดี

เมื่อดูประกอบกับทิศทางของแดดและลม ตัวบ้านถูกบังคับให้หันหน้าออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งรับแสงแดดมากหน่อย การเปลี่ยนทางเข้าซึ่งเคยเป็นซุ้มหลังคาเตี้ยๆ ให้กลายเป็นโถงโปร่งแบบ Double Volume จึงเหมือนเปิดพื้นที่รับแดดมากเกินไป คุณซิมแก้ไขด้วยการออกแบบเพิ่มฟาซาดหน้าบ้านเป็นโครงเหล็กโปร่งติดบล็อกช่องลมสำหรับกั้นแดดแต่มีช่องว่างให้ลมถ่ายเท โดยวางแพตเทิร์นใหม่ให้ดูสวยงามประกอบกับเติมแผ่นครีบช่วยกั้นแนวส่องของแดดให้ลดลง ผสมด้วยระแนงไม้เทียมเพื่อลดความแข็งของตัวอาคารปูนให้ดูอบอุ่นขึ้นและทำให้โถงทางเข้าบ้านมีพื้นที่กว้างขวางทั้งร่มรื่นมากขึ้นอีก

มุมนั่งเล่น
ส่วนนั่งเล่นเป็นพื้นที่ต่อเติมซึ่งปรับจากลานจอดรถเก่าของบ้าน ทำให้มองเห็นคานเก่าที่ไม่สามารถยกเพดานขึ้นสูงได้ สถาปนิกจึงใช้วิธีการลดสเต็ปของพื้นให้ต่ำกว่าส่วนรับประทานอาหาร เพื่อไม่ให้มุมนี้อึดอัด
คาน
แก้ปัญหาคานเดิมซึ่งเคยอยู่บริเวณลานจอดรถแต่เปลี่ยนมาเป็นส่วนนั่งเล่นในบ้านแล้วด้วยการกรุไวนิลลายไม้เซาะร่องบางๆ ให้ดูเบาและสบายตาขึ้น
โอเพ่นแปลน
พื้นที่หลักภายในบ้านวางผังแบบ Open Plan เพื่อให้เกิดมุมมองที่เชื่อมต่อถึงกันได้หมด เพื่อให้แต่ละคนสามารถมีพื้นที่ส่วนตัวแต่ยังคงมองเห็นกันได้แบบอุ่นใจ
มุมนั่งเล่น
ส่วนนั่งเล่นเน้นจัดวางโซฟาตัวใหญ่เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานร่วมกันได้อย่างไม่อึดอัด รวมถึงการเลือกใช้โทนสีสว่างผสมผสานกับงานไม้เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย
ห้องรับประทานอาหาร
ผนังส่วนใหญ่รอบๆ พื้นที่ใช้สอยส่วนกลางเน้นให้เป็นกระจกโปร่งผสมกับกระจกเงา เพราะต้องการให้ภายในบ้านมีความโปร่งตา สามารถมองออกไปเห็นพื้นที่สีเขียวนอกบ้านได้สบาย
ผนังด้านข้างส่วนรับประทานอาหารที่กรุด้วยไม้สีธรรมชาติติดกระจกเงาบานใหญ่ช่วยสะท้อนมุมห้องให้กว้างสบายตาขึ้น อีกทั้งยังทำเป็นประตูบานเลื่อนเพื่อซ่อนฟังก์ชันของห้องน้ำไว้ด้านใน

ครัว

ฟังก์ชันหลักภายในบ้านเปิดโล่งแบบ Open Plan บนพื้นที่ลึกยาวจึงมีมุมมองที่เชื่อมต่อถึงกันหมดไล่เรียงมาตั้งแต่ส่วนฟิตเนส ส่วนนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหาร และเคาน์เตอร์บาร์ โดยมีประตูบานเลื่อนกระจกที่สามารถปิดกั้นแยกส่วนนั่งเล่นกับรับประทานอาหารได้อย่างไม่อึดอัดเมื่อต้องการเปิดเครื่องปรับอากาศ อีกทั้งโทนสีภายในบ้านยังเน้นใช้สีขาวสว่างผสมไปกับงานไม้ในส่วนของพื้น ผนัง หน้าบาน และเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว รวมถึงการใช้กระจกเงาบานใหญ่กรุผนังตามคำแนะนำของซินแสที่่แฝงประโยชน์ในเชิงฟังก์ชันด้วย เพราะช่วยสะท้อนมุมมองในบ้านให้กว้างและเห็นความเคลื่อนไหวของคนในบ้านจากมุมต่างๆ ได้ง่าย เพิ่มความรู้สึกอบอุ่นใจและปลอดภัยให้กับคุณพ่อคุณแม่ขึ้นไปในตัว

คุณอุช่วยเล่าเสริมเรื่องเกี่ยวกับมุมมองโปร่งๆ นี้ด้วยว่า นอกจากกระจกในบ้านแล้ว เรายังขอให้สถาปนิกช่วยเปิดผนังบ้านเป็นกระจกโปร่งด้วย เพราะชอบที่จะมองออกไปเห็นสวนเขียวๆ ด้านนอกและแสงธรรมชาติ อยากเห็นต้นไม้ที่เราปลูกไว้ทั้งจากส่วนนั่งเล่นและในห้องครัวหลังบ้าน แม้แต่พื้นที่เล็กๆ ข้างบ้านลูกชายก็ขอให้ทำเป็นสวนญี่ปุ่นที่ตกแต่งด้วยก้อนหินเดิมของบ้านกับต้นพุดกุหลาบฟอร์มสวยๆ ก็เลยได้ระเบียงไม้นั่งเล่นริมสวนเพิ่มขึ้นมา กลายเป็นมุมโปรดของตัวเองที่มักจะมานั่งจิบกาแฟในทุกๆเช้า

ระเบียงไม้
มุมโปรดของคุณอุ เป็นระเบียงไม้เล็กๆ ข้างบ้านที่มีเก้าอี้แขนอ่อนไว้สำหรับนั่งจิบกาแฟและชมสวนญี่ปุ่นไปด้วย
ระเบียงไม้
เพราะรื้อโครงสร้างบ้านหลังเดิมออกทำให้ได้ไม้เก่าที่สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่หลายส่วน โดยเฉพาะโครงไม้จันทันใต้หลังคาที่สถาปนิกนำมาใช้ปูพื้นระเบียงนอกบ้านและติดโครงเหล็กเพื่อทำเป็นม้านั่งได้ด้วย
ลานบ้าน
ลานกว้างหลังบ้านออกแบบให้เป็นฮาร์ดสเคปเพื่อใช้งานได้อเนกประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นมุมบาร์บีคิวหรือที่วิ่งเล่นของน้องหมา
ระเบียง
ระเบียงห้องนอนด้านนี้เฉียงไปทางทิศตะวันออกที่รับแดดในช่วงเช้า จึงใช้การร่นพื้นที่ด้านในและยื่นระเบียงออกมาให้ชายคาระเบียงเป็นส่วนป้องกันแดดไม่ให้เข้าถึงพื้นที่ด้านใน

เมื่อเล่าถึงมุมโปรด คุณตั้วก็อมยิ้มและบอกถึงมุมโปรดตัวเองขึ้นมาบ้างว่าเป็นมุมบ่อปลาคาร์ฟหน้าบ้าน ที่ลงทุนจัดทำระบบน้ำอย่างดีไว้ถึง 4 ถังซ่อนไว้ใต้เนินดินที่ถมขึ้นมาจากดินเก่า ซึ่งคุณซิมออกแบบที่นั่งขอบบ่อไว้สำหรับนั่งให้อาหารและชมปลาได้อย่างสบาย ขณะที่ คุณอาร์มชาคร พันธุ์แพทย์ ลูกชายคนโตบอกว่ามุมโปรดของเขาต้องยกให้ห้องครัวใหญ่ที่เดิมเคยเป็นมุมห้องนั่งเล่นเล็กๆ ซึ่งคุณซิมได้ขยายพื้นที่และปรับให้กลายเป็นครัวในโทนสีเรียบเท่ผสมผสานระหว่างขาว เทา และดำ โดยคุณอาร์มเพิ่มความทันสมัยให้ครัวนี้ด้วยชุดครัวดีไซน์สวยของ Gorenjer ซึ่งเป็นผลงานออกแบบของ Starck ถึงตอนนี้เราจึงอดถามไม่ได้ว่าแล้วมุมโปรดของ คุณออมปุณยาพร พันธุ์แพทย์ น้องสาวคนเล็กจะเป็นมุมไหนกันนะ เธอตอบเราด้วยรอยยิ้มว่า เป็นห้องครัวเหมือนกันค่ะ เพราะสามารถนั่งหลบแม่ได้ (หัวเราะ)

เพราะการขยายพื้นที่ในบ้านทำให้ทุกคนสามารถมีพื้นที่สบายๆ และเป็นส่วนตัวโดยยังคงเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ส่วนกลางในบ้านได้อย่างไม่อึดอัดและอยู่ในระยะอุ่นใจ รวมไปถึงการขยายพื้นที่ห้องนอนส่วนตัวบริเวณชั้นบน ยิ่งทำให้ทุกคนมีมุมพักผ่อนที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยแต่ละห้องนอนยังมีห้องน้ำส่วนตัวให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น

ห้องพระ
โถงขึ้นบันไดติดกับห้องพระดูสว่างตาด้วยการเจาะช่องผนังให้โปร่ง ติดกรอบหน้าต่างบานสวยของ Tostem ที่สามารถเลือกเปิดสำหรับช่องรับลมธรรมชาติได้
ห้องนอน
ห้องนอนของคุณพ่อคุณแม่เน้นผนังหน้าต่างบานกว้างที่เปิดโปร่งสำหรับมองออกไปชมพื้นที่สีเขียวได้มากที่สุด พร้อมกับมีฟังก์ชันของโต๊ะบิลท์อินเล็กๆ ปลายเตียงไว้เตรียมงานก่อนเข้านอน
ห้องนอน
ห้องนอนคุณอาร์มเน้นความเรียบ สะอาดตา และทำความสะอาดง่าย โดยยกสเต็ปส่วนที่นอนให้เหมือนตั่งไม้เจาะช่องวางฟูกลงไป ทำให้มีพื้นที่ใช้งานเล็กๆ รอบเตียงด้วย ส่วนพื้นที่ด้านข้างกั้นเป็นผนังกระจกสำหรับเป็นห้องทำงานที่เน้นเก็บเสียงได้ดีที่สุด
ผนังหินควอตซ์
คุณออมเองก็ชอบโทนสีขาวที่เรียบง่ายของห้องนอนเช่นกัน แต่เพิ่มความหรูหราด้วยผนังหินควอตซ์กั้นขอบด้วยทองเหลือง
ตู้เสื้อผ้า
ตู้เสื้อผ้าภายในห้องนอนคุณออมกรุด้วยหน้าบ้านตู้เก่าจากบ้านเดิมแต่นำมาขัดและทาสีใหม่เป็นสีขาวให้ดูทันสมัยและเข้ากับดีไซน์ใหม่ๆ ได้อย่างกลมกลืน

ห้องน้ำ

ช่วงที่ต้อง Work from Home ที่ผ่านมา ลูกๆ ทั้งสองคนจึงมีความสุขกันมาก เพราะสามารถอยู่บ้านกันได้ทั้งวัน โดยมีมุมทำงานในห้องของตัวเองเมื่อต้องการประชุมหรือคุยงานส่วนตัว มีห้องครัวที่พร้อมจะเติมความสนุกจากอุปกรณ์ทำอาหารคาวหวานสุดทันสมัย มีมุมฟิตเนสไว้ออกกำลังกาย พร้อมอ่างจากุซซี่ในห้องน้ำส่วนกลางที่เอื้อให้ทุกคนใช้งานได้อย่างทั่วถึง

ทุกฟังก์ชันและดีไซน์ของบ้านนี้มาจากอุปสรรคหรือข้อจำกัดที่เคยเกิดขึ้นในบ้านหลังเดิม ซึ่งสถาปนิกช่วยปรับแก้ไขไว้ได้ดีมาก ทำให้บ้านดูเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเกินความคาดหมาย จากที่อยากมีแค่พื้นที่ให้ลูกๆ อยู่ด้วย ตอนนี้มันยิ่งกว่านั้นไปอีก เพราะบ้านทำให้เราหลงรักการอยู่บ้านและรู้สึกว่าเป็นบ้านที่น่าอยู่จริงๆ นั่นเป็นความรู้สึกทิ้งท้ายที่ครอบครัวพันธุ์แพทย์เน้นย้ำอย่างมีความสุข


เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์

ภาพ : ศุภกร ศรีสกุล

สไตล์ : วรวัฒน์ ตุลยทิพย์

บ้านโมเดิร์นหน้าแคบ แต่อยู่สบายสไตล์ไทยๆ

บ้านโมเดิร์นโครงเหล็กผสมคอนกรีต ที่แทรกตัวอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่