รีโนเวตตึกแถว เป็นโฮมออฟฟิศโชว์รูมผ้าไหมไทยสไตล์ลอฟต์

ใครจะคิดว่าร้านผ้าไหมจะเท่ได้ เป็นความเท่ทั้งการดีไซน์เสื้อให้ใส่กับผ้าซิ่นในลุคโมเดิร์น ตลอดจนการ รีโนเวตตึกแถวเก่า ให้มีส่วนผสมของกลิ่นอายสไตล์ลอฟต์ โคโลเนียล และการเล่นสีสันกับลวดลาย กลายเป็นโฮมออฟฟิศที่คืนชีวิตให้ผ้าไทยและตึกเก่าไปพร้อม ๆ กัน

DESIGNER DIRECTORY :  สถาปนิก  : Ballsilver Interior and Design โดยคุณณัฐพล พันธุศิริ  / เจ้าของ : คุณนลินภัสร์ พงษ์ฤทธิ์ศักดา

 

Champa by NIPAN คือแบรนด์เสื้อที่ดีไซน์ให้เข้ากับผ้าซิ่น เริ่มต้นเมื่อ 4-5 ปีก่อน โดย คุณบี – นลินภัสร์ พงษ์ฤทธิ์ศักดา แต่เมื่อจะทำเรือนหอจึงได้รีโนเวตตึกแถวอายุ 34 ปี ให้กลายเป็นโชว์รูมและ โฮมออฟฟิศ ซึ่งใครเห็นก็ต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ทั้งการแต่งชุดผ้าไหมในชีวิตประจำวันไม่ให้เชย และจากตึกแถวเก่ากลายเป็นโฮมออฟฟิศที่ผสมผสานผ้าไทยกับสไตล์ลอฟต์ โคโลเนียล และการเล่นสีสันกับลวดลายอย่างลงตัว ซึ่งออกแบบโดย คุณบอล – ณัฐพล พันธุศิริ แห่ง Ballsilver Interior and Design

ออกแบบด้านหน้าตึกแถวให้มีบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน แตกต่างจากตึกแถวข้าง ๆ ด้วยการติดตั้งผนังระแนงไม้เทียมเพื่อบังคอมเพรสเซอร์
ออกแบบสตูดิโอทำงานเป็นห้องยาวทำให้มีแสงธรรมชาติเข้าทั้งสองด้าน เน้นการสร้างสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้ดี จัดวางโต๊ะทำงานขนาด 1 x 2.20 เมตร ซึ่งเป็นขนาดใหญ่พิเศษเพื่อให้มีพื้นที่พอสำหรับวางแพตเทิร์น
โถงด้านหน้าเปิดสเปซสูงโล่งตามลักษณะของตึกแถวเดิม โดยทุบผนังเชื่อมสองคูหาให้เป็นห้องเดียวกัน แล้วหุ้มเสาคานด้วยไม้อัดเดินคิ้วย้อมสีโอ๊ก
สตูดิโอของคุณบีกั้นห้องด้วยผนังกรอบเหล็กสีดำกรุกระจกเสริมลวดทั้งผืน ทำให้แสงธรรมชาติยังผ่านเข้ามายังโถงบันไดตรงกลางได้
มุมแขวนโชว์ผ้าไหมที่คุณบีสะสมไว้เป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน โดยเว้นเป็นพื้นที่โล่งและวางพรมสำหรับลองวางผ้าที่พื้น ซึ่งแต่ละผืนมีลายจำกัดจึงต้องลองวางการต่อลายและพอดีกับผืนผ้า
นอกจากเสื้อและผ้าซิ่นแล้ว ยังมีมุมขายเครื่องประดับเงินให้ยืนเลือกนั่งเลือกได้ ตกแต่งด้วยผนังไม้ลูกฟักกรุกระจกเงาที่ใช้ส่องดูและช่วยให้ห้องมีมิติมากขึ้น

จับตึกเเถวมาเเต่งตัวใหม่ ให้เป็นทั้งที่อยู่อาศัยเเละโชว์รูมเสื้อผ้า 

ที่นี่เกิดขึ้นจากการถ่ายทอดความต้องการของคุณบีเจ้าของ ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของคุณบอลสถาปนิกผู้ออกแบบ เมื่อทราบว่าเพื่อนต้องการรีโนเวตตึกเเถวเก่าทรุดโทรมขนาด 3 ชั้น 2 คูหา อายุกว่า 30 ปี นี้ ให้เป็นทั้งเรือนหอเเละร้านผ้าไหมลุคทันสมัยตามเเบบคนรุ่นใหม่ เขาจึงตีความผ่านงานออกแบบ จากตึกเเถวเก่าจนกลายเป็นตึกแถวสีเขียวอมเทาสไตล์ลอฟต์ผสมโคโรเนียล  ซึ่งทั้งดูเท่และอบอุ่นด้วยฟาซาดระแนงไม้

“คุณบีเป็นเพื่อนตั้งแต่อนุบาลที่ห่างกันไปแล้วก็มาเจอกันในสมัยเรียนมัธยมปลายอีกครั้ง และเมื่อ 3 ปีก่อน คุณบีจะรีโนเวตตึกแถวเป็นเรือนหอและร้านผ้าไหมจึงได้คุยกัน เป็นตึกสามชั้นครึ่งสองคูหา ลักษณะห้องมีฟังก์ชันมิลเลอร์กัน คือมีบันไดอยู่ติดกันตรงกลาง โดยเริ่มจากการสำรวจโครงสร้างอาคารเดิมซึ่งยังคงสภาพดี แต่ต้องเปลี่ยนระบบไฟฟ้าและประปาทั้งหมดเพราะเสื่อมตามอายุแล้ว มีการทุบผนังระหว่างคูหาออกเพื่อเชื่อมให้กลายเป็นห้องเดียวกัน เสริมโครงสร้างเหล็กในการขยายพื้นชั้นลอย เพิ่มบันไดโค้ง ทุบบันไดออกฝั่งหนึ่งเพื่อปรับเป็นห้องน้ำและห้องครัว และปรับฟังก์ชันใหม่ทั้งหมด”

ชั้นลอยเป็นพื้นที่ทำงานของพนักงาน แบ่งสัดส่วนด้วยผนังกรอบเหล็กสีดำกรุกระจกเสริมลวดในสไตล์ลอฟต์ ผนังด้านในตกแต่งด้วยกรอบเหล็กโค้งกรุกระจกเงาที่หลอกตาให้ดูเหมือนมีอีกห้อง
คุณบีชอบอ่านหนังสือจึงทำมุมพักผ่อนไว้นั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือ พร้อมตู้เก็บหนังสือยาวตลอดแนวผนัง
อีกฝั่งของชั้นลอยปรับเป็นห้องครัวหลักของบ้าน มีเคาน์เตอร์ไอส์แลนด์เป็นมุมรับประทานอาหาร ทำหน้าบานตู้พ่นสีไฮกรอสสีน้ำเงินที่เช็ดทำความสะอาดง่ายและเป็นสีที่เจ้าของบ้านชอบ

เเบ่งพื้นที่โซนอาศัยเเละออฟฟิศให้เป็นสัดส่วน 

พื้นที่ใช้สอยแบ่งเป็น 2 โซนคือ โซนสาธารณะ ได้แก่ ชั้น 1 และชั้นลอยที่เป็นโชว์รูมและส่วนทำงานของพนักงาน ส่วนชั้น 2-3 เป็นโซนส่วนตัว โดยชั้น 2 คือสตูดิโอทำงานของคุณบี ห้องนอนแขก และชั้น 3 เป็นส่วนพักอาศัย แม้จะเป็นร้านผ้าไหมแต่ก็มีการตกแต่งหลายสไตล์ ซึ่งมาจากความชอบของคุณบีที่ชื่นชอบหลายอย่าง ทั้งการตกแต่งสไตล์ลอฟต์ ชอบสีสัน โดยนำมาปรับให้ลงตัวในแต่ละจุด เป็นโจทย์ที่ท้าทายคนออกแบบในการผสมผสานลวดลาย สีสัน และสไตล์ให้เข้ากันอย่างลงตัว

ห้องนอนใหญ่สไตล์ร่วมสมัย ตกแต่งด้วยผนังไม้สูงประมาณ 1 เมตร ยาวตลอดแนวแทนการทำหัวเตียง พร้อมซ่อนไฟที่ขอบด้านบนสำหรับเปิดสลัวๆ ยามค่ำคืน ผนังส่วนบนเป็นผนังสามมิติที่มีน้ำหนักเบา ทนความร้อน ทาสีขาวที่ดูเรียบง่ายแต่มีเท็กซ์เจอร์
คุณบีชอบทำงานช่วงกลางคืนและตื่นช่วงสาย จึงใช้ผ้าม่านชนิดกันแสงเพื่อให้ภายในห้องมืดสนิท ทำประตูบานเลื่อนสูงถึงฝ้าเพดาน เมื่อเปิดจึงรู้สึกโล่งต่อเนื่องกับระเบียงที่ทำผนังระแนงไม้เทียมให้เลื่อนเปิดปิดได้

ออกแบบห้องน้ำและส่วนแต่งตัวให้ต่อเนื่องกัน ทำหน้าบานตู้ด้วยกรอบอะลูมิเนียมสีดำกรุกระจกลอนที่ช่วยพรางตาไม่ให้ดูรก และยังมองเห็นข้างในได้ ส่วนหน้าบานตู้ด้านในกรุกระจกเงาสำหรับส่องแบบเต็มตัว

ห้องเสื้อ “ผ้าไทย” เเต่งอย่างไรไม่เชย

การแต่งชุดผ้าไหมอาจเป็นเรื่องไกลตัวของหลายคน แต่สำหรับคุณบีเจ้าของบ้านซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่หยิบผ้าไหมมาออกแบบใหม่กลับสิ่งที่รัก

“บ้านนี้มีการวางฟังก์ชันคร่าว ๆ ไว้ให้แล้ว เพราะบีเองก็จบมาด้านออกแบบภายใน แล้วผันตัวมาออกแบบเสื้อผ้า ซึ่งเดิมก็ไม่ได้คิดใช้ผ้าไหม แต่วันหนึ่งมีรุ่นพี่ให้ผ้าไหมมาผืนหนึ่ง เป็นลายที่ดูสูงวัยเกินกว่าที่เราจะใส่ได้ เลยคิดว่าจะทำอย่างไรให้ร่วมสมัยและนำมาใส่ในชีวิตประจำวันได้ จึงออกแบบเสื้อสำหรับใส่เข้าคู่กับผ้าผืนนั้นให้ดูทันสมัยขึ้น แล้วถ่ายรูปลงออนไลน์จนมีคนชื่นชอบและติดต่อมาให้ทำจำนวนมาก เป็นตลาดกลุ่มใหม่อย่างคนที่ใส่ผ้าไทยไปวัด ไปงานต่าง ๆ และข้าราชการที่ใส่ผ้าไทย ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นจำปาหน้าบ้านที่อยู่ตอนนั้นออกดอกพอดี จึงนำมาใช้เป็นชื่อแบรนด์จนทุกวันนี้ ซึ่งสามารถติดตามได้ที่เพจ Champa by NIPAN

ทำผนังกระจกกั้นส่วนบันไดขึ้นชั้น 3 ให้เป็นสัดส่วนและดูโปร่ง โดยทำราวจับไว้ฝั่งเดียวเพื่อไม่ให้เกะกะ

ชั้น 3 เป็นส่วนพักอาศัยทั้งชั้น มีโซนแพนทรี่และมุมรับประทานอาหารแบบง่ายๆ และประตูโค้งเชื่อมไปยังห้องพระ ซึ่งใช้พื้นที่ของตึกแถวคูหาข้างๆ ที่เป็นคลินิกทันตกรรมของคุณพ่อ
ออกแบบหน้าร้านด้วยหน้าต่างโค้งล้อไปกับหน้าต่างของตึกเดิม พื้นด้านหน้า บันได และทางลาดสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุทำพื้นผิวกรวดล้างทรายล้างสีดำที่ไม่ลื่น ดูเป็นธรรมชาติ

เรื่อง : ศรายุทธ ศรีทิพย์อาสน์
ภาพ : Ballsilver Interior and Design by DOF Sky|Ground

อ่านต่อ รีโนเวตตึกแถวเก่าอายุ 45 ปี ให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศที่ครบทุกฟังก์ชัน

รีโนเวตตึกแถวเก่า อายุ45ปี ให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศที่มีครบทุกฟังก์ชัน