มัลติฟังก์ชันโฮมดีไซน์ละมุนรองรับไลฟ์สไตล์ของนักออกแบบ

บ้านรีโนเวตใหม่ของคู่หูนักออกแบบเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า With it ให้กลายเป็นบ้านเเบบ มัลติฟังก์ชัน เน้นโทนสีขาวและความอบอุ่นของไม้ ผสมด้วยมุมอเนกประสงค์ใช้เป็นทั้งมุมรับประทานอาหาร ห้องประชุม สตูดิโอ คาเฟ่ และพื้นที่สังสรรค์ รองรับไลฟ์สไตล์และการทำงานของนักออกแบบได้เต็มที่

DESIGNER DIRECTORY:  สถาปนิก : BodinChapa Architects โดยคุณบดินทร์ เมืองลือ และคุณพิชชาภา โล่ห์ทอง / เจ้าของ : คุณปิยะวัฒน์ บุญกุนะ และคุณศิริวัฒน์ บุตรศรี มัลติฟังก์ชัน

ในยุคที่คนออกมาทำงานอิสระกันมากขึ้น ทำให้บ้านในยุคนี้ไม่ได้มีเเค่ฟังก์ชันเป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่บ้านยังต้องมีการใช้งานเเบบ มัลติฟังก์ชัน ที่หลากหลาย และพร้อมจะปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการได้ตลอดเวลา เหมือนกับบ้านหลังนี้ ของ คุณปิยะวัฒน์ บุญกุนะ และคุณศิริวัฒน์ บุตรศรี คู่หูนักออกแบบและเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า With it ซึ่งมีผู้ติดตามมากมายทางอินสตาแกรม เพราะทั้งคู่ต้องการให้บ้านมีทั้งฟังก์ชันของที่ทำงาน สตูดิโอถ่ายภาพ ห้องประชุม รวมถึงที่สังสรรค์ภายใต้บรรยากาศที่หลากหลายไม่น่าเบื่อ เพื่อรับกับไลฟ์สไตล์ของคนทำงานด้านแฟชั่นที่สนุกสนานและทันสมัยอยู่เสมอ

นอกจากฟาซาดสีขาวจะสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้บ้านแล้ว ยังเพิ่มพื้นที่ใช้งานใหม่ที่เปิดโล่งของระเบียงเหนือโรงจอดรถด้านล่างด้วย

บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2020

การออกแบบแสงไฟยังเป็นอีกดีไซน์หนึ่งที่ช่วยให้ห้องอเนกประสงค์ซึ่งมีพื้นที่ยาวรวมไปถึงส่วนแพนทรี่สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลายอารมณ์มากขึ้นโดยเฉพาะเวลาจัดปาร์ตี้
นำอารมณ์ของเส้นโค้งมาจากบุคลิกเจ้าของบ้านและสไตล์ของเสื้อผ้าแบรนด์ With it ที่มีความนุ่มนวล มินิมัล และเรียบง่าย โดยใส่ไว้ทั้งในส่วนของรูปด้าน พื้นผนัง ประตู หน้าต่าง และช่องทางเดิน
จากระเบียงของห้องนอนหลักยังสามารถลงมาสู่สวนสีเขียวด้านล่างได้ผ่านบันไดวนซึ่งปรับปรุงจากของเดิมให้เดินใช้งานได้สบายมากขึ้น

ดีไซน์บ้านใหม่กับมุมใช้งานหลากหลายไม่จำเจ 

“เรารู้สึกว่าบ้านหลังเก่ามีฟังก์ชันหลักอยู่ไม่กี่มุม เวลาใช้งานไปนาน ๆ ทำให้เกิดความจำเจ น่าเบื่อ จนหลายครั้งต้องเปลี่ยนบรรยากาศออกไปหาแรงบันดาลใจกันนอกบ้านเสมอ เลยอยากเปลี่ยนให้บ้านเป็นแบบมัลติฟังก์ชันที่แม้จะมีมุมหลัก ๆ อยู่เหมือนเดิม แต่ก็อยากเพิ่มโซนที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามอารมณ์ด้วย เราก็เลยนำความคิดนี้ไปคุยกับสถาปนิกที่เป็นเพื่อนกัน”

ด้วยความที่บ้านหลังนี้เคยผ่านการรีโนเวตมาแล้ว แต่ก็ยังมีฟังก์ชันขาด ๆ เกิน ๆ อยู่หลายจุด คุณบดินทร์ เมืองลือ และคุณพิชชาภา โล่ห์ทอง สถาปนิกจาก BodinChapa Architects จึงเริ่มต้นด้วยการเก็บข้อมูลพื้นที่อาคารเดิมนี้อย่างละเอียด และพบปัญหาการวางตำแหน่งโครงสร้างที่ทำให้เกิดการเสียพื้นที่มีจุดอับและยังใช้งานยาก ทำให้ต้องวางแผนเชื่อมโยงพื้นที่ใหม่และเติมดีไซน์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น

ฟาซาดสีขาวออกแบบมาเพื่อสร้างประโยชน์หลายอย่าง ทั้งช่วยป้องกันเเสงแดดไม่ให้ส่องถึงในตัวบ้าน ช่วยเติมมุมมองให้บ้านดูทันสมัย และยังเปิดรับลมธรรมชาติ หรือปิดเมื่อต้องการพรางความเป็นส่วนตัว
พื้นที่ระเบียงที่ต่อเติมมาเหนือโรงจอดรถทำให้เกิดฟังก์ชันการใช้งานใหม่ที่ยังคงมีมุมมองเชื่อมต่อถึงพื้นที่ภายในบ้านได้โดยไม่รู้สึกตัดขาดออกจากกัน
จากโถงชั้นบนสามารถมองเห็นส่วนระเบียงที่สร้างต่อเติมขึ้นมาใหม่ผ่านช่องหน้าต่างกระจกใส โดยมีฟาซาดด้านหน้าช่วยกรองความเป็นส่วนตัวไว้ภายใน
ระเบียงชั้น 2 ได้มีการเว้นช่องแสงทรงโค้งนี้ไว้เพื่อให้แสงธรรมชาติได้ส่องผ่านลงไปยังสวนสีเขียวด้านล่าง เอื้อให้ต้นไม้ได้เติบโต แถมยังเป็นมุมสวย ๆ ที่มองแล้วสบายตา

ฟาซาดมากประโยชน์ที่เปลี่ยนลุคให้บ้านทันสมัย  

“จากบ้านปูนสองชั้นที่มีโรงจอดรถอยู่ด้านหน้า เราก็สร้างโครงเหล็กขึ้นมาใหม่เหนือโรงจอดรถเดิมนั้นให้เป็น Translucent Facade ซึ่งสร้างอาณาเขตใหม่ต่อจากระเบียงชั้นบนของบ้านและช่วยเปลี่ยนมุมมองให้บ้านดูทันสมัยขึ้น โดยตัวฟาซาดสามารถปิดเพื่อพรางความเป็นส่วนตัวด้านในไว้แต่มีความโปร่งแสงพอจะเห็นความเคลื่อนไหวได้เพียงเล็กน้อย และถ้าต้องการความโปร่งตาหรือรับลมได้มากขึ้นก็สามารถเปิดออกได้ อีกทั้งเมื่อมีเงาจากสภาพแวดล้อมมาตกกระทบยังสร้างความสวยงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละวันด้วย”

ฟาซาดโครงเหล็กสีขาวนี้จึงสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้ตัวบ้านด้านนอกและส่งต่อไปถึงความเป็นบ้านสีขาวภายในซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยราว 450 ตารางเมตร โดยสถาปนิกเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างเพื่อช่วยสร้างอาณาเขตและแบ่งโซนพื้นที่ใช้งานระหว่างโถงนั่งเล่นกับห้องอเนกประสงค์ แต่ก็เอื้อให้เจ้าของบ้านสามารถออกแบบปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปตามความต้องการได้ด้วย

โถงนั่งเล่นสีขาวที่สูงโปร่งแบบ Double Volume โดยได้แสงธรรมชาติผ่านจากผนังกระจกทั้งชั้นล่างและชั้นบน มุมนี้จึงผสมอารมณ์ผ่อนคลายไว้ด้วยงานไม้ที่อบอุ่น
การเปิดโล่งของพื้นที่ไม่เพียงจะแจกจ่ายแสงธรรมชาติให้เข้าถึงในบ้านได้ดีแล้ว ยังทำให้เกิดมุมมองที่ต่อเนื่องถึงกันได้จากห้องนั่งเล่นชั้นล่างกับระเบียงที่ต่อเติมขึ้นมาชั้นบน
บันไดโปร่ง ๆ นำขึ้นไปสู่โถงส่วนกลางชั้นบนที่ปรับผนังรอบๆ ให้เปิดโล่งรับแสงธรรมชาติได้มากขึ้น
แพนทรี่ในรูปแบบของเคาน์เตอร์หินสีขาวเรียบกับตู้ปิดผิวด้วยไม้ พร้อมหน้าต่างกระจกที่เปิดรับแสงธรรมชาติภายนอกเข้ามาสร้างความผ่อนคลาย
ห้องอเนกประสงค์ที่เปลี่ยนมู้ดจากโถงนั่งเล่นด้วยการเลือกใช้วัสดุและโทนสีที่แตกต่าง เพื่อสร้างบรรยากาศที่ไม่จำเจและรองรับการใช้งานได้หลากหลาย

เส้นโค้งอ่อนโยนเชื่อมพื้นที่ต่อพื้นที่ให้การใช้งานลื่นไหล  

“เรายังเลือกใช้เส้นสายโค้งที่ได้มาจาก With it Store ร้านเสื้อผ้าที่มีมู้ดนุ่มนวล มินิมัล และเรียบง่าย ตามบุคลิกเจ้าของมาใช้ในส่วนของรูปด้านภายนอกภายในและแปลนนิ่ง รวมถึงวัสดุไม้ที่ช่วยเน้นสัมผัสที่อบอุ่นของบ้าน แต่ส่วนเดิมไหนที่ดีอยู่เราก็เก็บไว้ อย่างผนังกระเบื้องสีขาวกับโครงบันไดโปร่ง ๆ ในโถงนั่งเล่นที่ยังดูสวยดี โดยเราเพิ่มโครงสร้างเหล็กขึ้นมาให้ทันสมัยขึ้น เอาคานโครงสร้างเดิมออกเพื่อทำให้ห้องดูกว้าง สลับย้ายมุมห้องครัวและห้องน้ำส่วนกลางใหม่ให้ห้องน้ำอยู่ใกล้โถงนั่งเล่นเพื่อให้เข้าถึงง่าย ย้ายห้องครัวออกไปด้านนอกและออกแบบเป็นแพนทรี่ไว้ด้านใน เพราะที่นี่ไม่เน้นการทำอาหารหนัก ส่วนห้องอเนกประสงค์ก็มีการปรับมู้ดให้ต่างจากโถงนั่งเล่นด้วยผนังสกิมโค้ตกับเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวให้ปรับใช้งานได้หลายฟังก์ชัน ทั้งเป็นที่รับประทานอาหาร นั่งประชุมงาน และใช้ถ่ายแบบเสื้อผ้า เราจึงออกแบบแนวผ้าม่านไว้ให้ 2 แถว วิ่งเป็นตัวแอล (L) กั้นโซนที่ยืดหยุ่นได้ และเพิ่มความสนุกในการใช้พื้นที่มากขึ้น รวมถึงออกแบบไฟที่ปรับสีได้รองรับช่วงเวลาสังสรรค์ตอนกลางคืน”

ภายในห้องนอนหลักของบ้านเน้นความอบอุ่นและผ่อนคลายด้วยโทนสีขาวและงานไม้ตกแต่งบริเวณฝ้าเพดาน พื้นผนังบางส่วน และเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้
ห้องนอนรับแขกเป็นอีกฟังก์ชันที่ต่อเติมขึ้นมาอยู่เหนือโรงจอดรถ แม้ห้องจะมีขนาดไม่ใหญ่มากแต่ด้วยผนังทรงโค้งสีขาวกลับช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและไม่อึดอัดเท่ากับผนังสี่เหลี่ยมแบบทั่วไปได้ดี

ปรับระเบียงที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นห้องนอนบรรยากาศอบอุ่น

ขณะที่ชั้น 2 ก็มีการเปิดผนังทึบของโถงกลางที่เชื่อมต่อกับส่วนระเบียงและห้องนอนให้โปร่งโล่งขึ้น ต่อเติมห้องนอนใหม่ขึ้นมาเหนือหลังคาโรงรถเดิมโดยใช้โครงเหล็กรับไว้ นอกจากนี้ยังมีห้องนอนแบบ Dormitory พร้อมเตียงสองชั้นไว้รองรับเหล่านายแบบนางแบบที่ต้องอยู่ทำงานค้างคืน แล้วปรับพื้นที่ระเบียงใหญ่ที่เคยเสียเปล่าให้กลายเป็นห้องนอนหลักซึ่งเน้นช่องหน้าต่างที่เปิดรับแสงธรรมชาติและยังสามารถเชื่อมต่อทางเดินออกไปสู่สวนด้านล่างด้วยบันไดวนที่ปรับขยายจากของเดิมซึ่งมีอยู่แล้วให้ใช้งานได้คล่องตัวมากขึ้น

ประตูไม้ทรงโค้งเป็นทางเชื่อมต่อของห้องนอนกับระเบียงด้านนอก
หน้าต่างโครงเหล็กที่ไว้เปิดรับแสงและฝ้าเดานเหล็กเจาะรูสำหรับซ่อนงานระบบให้ดูสวยงามกลมกลืนไปกับดีไซน์ของบ้าน
จากซุ้มโค้งเล็ก ๆ ของทางเข้านำไปสู่โรงจอดรถด้านหน้าและพื้นที่สวนสีเขียวเล็กๆ ซึ่งมีช่องเพดานเปิดรับแสงธรรมชาติจากด้านบนลงมา

มองมุมไหนก็เป็นความสุขเพราะเจ้าของมีส่วนร่วมใส่ไอเดียเต็มที่

กว่าจะได้บ้านที่ตอบโจทย์ตรงใจได้ขนาดนี้ เจ้าของบ้านทั้งคู่บอกเคล็ดลับไว้ว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือการพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์ ความชอบ และความต้องการที่แท้จริงของตัวเราให้สถาปนิกได้เห็นภาพ เพราะนิยามของบ้านจริง ๆ ไม่ได้มีความตายตัวว่าจะต้องมีห้องอะไรบ้างหรือจะเป็นไปตามแบบบ้านของใคร ทั้งหมดอยู่ที่ตัวเราเองว่าเราชอบใช้ชีวิตแบบไหนหรืออยากอยู่บ้านแบบไหน เหมือนที่นี่ที่ตอบทุกความต้องการและทุกอารมณ์ของเราได้คุ้มค่าที่สุด บางวันเราใช้ Live สดประชุมอยู่ในห้องอเนกประสงค์ บางวันอยู่ห้องนั่งเล่น และบางวันก็หยิบโน้ตบุ๊กออกไปนั่งที่สวนหลังบ้าน คือเรามูฟไปได้ทุกที่ในบ้านโดยไม่รู้สึกเบื่อ ไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอก และสัมผัสได้ถึงความสุขที่อยู่รอบตัวเราจริง ๆ”


เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์
ภาพ : คุณรุ่งกิจ เจริญวัฒน์

อ่านต่อ The Artfully House โฮมออฟฟิศ สุดเก๋จากตึกแถวเก่า