ปฐม ออร์แกนิกฟาร์ม ความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่แห่งเกษตรอินทรีย์

“คนที่สนใจเรื่องเที่ยวหรือการออกแบบอาจเห็นว่าที่นี่สวยดี แต่พอได้ทำกิจกรรมก็อาจมีส่วนช่วยจุดประกายชีวิตของเขาได้มากขึ้น เมื่อเขาได้พบกับเกษตรกรของเรา พอกลับไปบ้านเขาอาจเปลี่ยนชีวิตไปทำอะไรเกี่ยวกับออร์แกนิกด้วยตนเองก็ได้” เกษตรอินทรีย์

หากให้นึกถึงพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ “สวนสามพราน” น่าจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่หลายคนนึกถึง ในวันนี้สวนสามพรานไม่ใช่แค่สถานที่พักผ่อนหย่อนใจหรือโรงแรมสุดหรูริมแม่น้ำท่าจีนที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ยังได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจร่วมกับเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ภายใต้ชื่อ “สามพรานโมเดล” ซึ่งการมาเยือนในครั้งนี้ทำให้เราได้เรียนรู้ตั้งแต่ต้นทางการผลิตไปจนถึงปลายทางของการบริโภคที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืน เกษตรอินทรีย์

สวนสามพรานยังคงเก็บพื้นที่สวนสไตล์ทรอปิคัลที่ชุ่มชื้นและสวยงาม เพื่อรักษาระบบนิเวศและต้นไม้เดิมเอาไว้ ด้วยฝีมือการจัดของคุณสุชาดา ยุวบูรณ์ เจ้าของและประธานบริหารของสวนสามพราน
น้ำตกในสวนมีอยู่หลายจุด ช่วยให้น้ำเกิดการไหลเวียนและเป็นการเติมออกซิเจนให้น้ำในโครงการ ตกแต่งรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกในสวนมานาน ส่วนใหญ่เป็นไม้พื้นถิ่นเดิม เช่น ลำพู ไทรย้อย สารภี บุนนาค พิกุล
สวนป่าที่อยู่รอบสวนสามพรานทำหน้าที่เป็นทั้งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นกันชนพื้นที่โดยรอบ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมีและมลภาวะจากทั้งโรงงาน บ้านเรือน และถนน ไม่ให้เข้ามาสู่พื้นที่ทำเกษตรอินทรีย์ที่อยู่ภายใน
ทะเลสาบกลางสวนสามพรานซึ่งเป็นจุดรับน้ำจืดมาเก็บสะสมไว้ใช้ในกิจกรรมต่างๆ เช่น การรดน้ำต้นไม้ โดยจะผันเข้าไปในพื้นที่ปฐม ออร์แกนิกวิลเลจ เพื่อให้น้ำเกิดการไหลเวียนอยู่เสมอ น้ำจึงไม่เน่าเสียและกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

“จากเวลาเกือบ 60 ปีที่คุณตาและคุณยายสร้างสวนสามพรานขึ้นมาเพียงเพื่อรักษาต้นไม้ที่กำลังจะตาย ต่อมาเติบโตพัฒนาเป็นธุรกิจ จนถึงตอนนี้เราใช้วัตถุดิบประมาณ 8-9 ตันต่อเดือน จึงต้องออกไปหาเกษตรกรให้เขาช่วยปลูกให้เรา ขณะเดียวกันเราก็ช่วยให้เขาขายผู้บริโภคคนอื่นได้ด้วย ราว 10 ปีก่อนพี่ชายของผม (คุณอรุษ นวราช) เริ่มทำ ‘สามพรานโมเดล’ เพราะเราต้องการต้นน้ำที่สร้างผักและผลไม้ที่ดีเข้าสู่โรงแรม ซึ่งเรารู้ที่มาที่ไปของวัตถุดิบ จากนั้นก็เริ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จนกลายเป็นแบรนด์ ‘ปฐม’ เมื่อราว 5 ปีที่แล้ว โดยเริ่มจากทำสบู่และแชมพูออร์แกนิกสำหรับใช้ในห้องพัก เราสามารถบอกกับแขกของเราได้ว่านอกจากรับประทานอาหารออร์แกนิกแล้ว ยังสามารถใช้ของออร์แกนิกได้ด้วย ต่อจากนั้นจึงเปิดร้านปฐม ออร์แกนิกคาเฟ่ที่ทองหล่อ แล้วสร้างแบรนด์ให้เติบโตเป็นออร์แกนิก ไลฟ์สไตล์ ที่มีผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น เสื้อผ้า สบู่ ฯลฯ ขณะเดียวกันตลาดทัวร์นักท่องเที่ยวของที่นี่ก็เริ่มน้อยลง เราจึงคิดว่าทำอะไรดีเพื่อให้พื้นที่สวนสามพรานเข้ากับสิ่งที่เราทำในปัจจุบัน” คุณอนัฆ นวราช ทายาทรุ่นที่ 3 และผู้จัดการทั่วไปของสวนสามพราน เล่าให้เราฟัง

คุณอนัฆ นวราช ทายาทรุ่นที่ 3 และผู้จัดการทั่วไปของสวนสามพราน หนึ่งในเบื้องหลังที่ทำให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงของปฐม ออร์แกนิกวิลเลจ ปฐม ออร์แกนิกฟาร์ม ปฐม ออร์แกนิกคาเฟ่ และโครงการต่างๆในสวนสามพราน
ในอนาคตคูคลองในปฐม ออร์แกนิกวิลเลจอาจเพิ่มกิจกรรมพายเรือ เพื่อรองรับผู้มาพักผ่อนไปพร้อมๆกับเรียนรู้วิถีชีวิตของคนสมัยก่อน ด้วยบรรยากาศของเรือนไทยและเครื่องมือจับปลาในอดีตอย่างการยกยอ
บริเวณใต้ถุนเรือนไทยในโซนเกษตรอินทรีย์มีจัดกิจกรรมสีข้าวและฝัดข้าวด้วยเครื่องมือจากภูมิปัญญาไทยในอดีต โดยหน้าเรือนยังมีแปลงสาธิตการปลูกผักพื้นบ้านที่นิยมใช้ในครัวเรือน ทั้งขมิ้น ขิง ข่า ตะไคร้ มะเขือ และชะอมอีกด้วย
เรือนไทยหลังเก่าที่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม ปัจจุบันใช้ทำกิจกรรมครัวไทยซึ่งเป็นปลายทางของผลิตภัณฑ์ขนมไทย ทั้งขนมกล้วยปิ้ง ขนมครก และชาสมุนไพร ซึ่งทั้งหมดมีจำหน่ายในปฐม ออร์แกนิกคาเฟ่ที่อยู่ด้านข้าง

เมื่อพื้นที่ในส่วนโรงแรมกับร้านอาหารเป็นปลายน้ำที่ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกแล้ว แบรนด์ปฐมยังมีฟาร์มของตัวเองเป็นต้นน้ำของการผลิต ซึ่งเรียกว่า “ปฐม ออร์แกนิกฟาร์ม” ภายใต้บรรยากาศของร่องสวนและแปลงผักแบบดั้งเดิมของพื้นที่ลุ่มแม่น้ำในภาคกลาง ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคได้เห็นว่าวัตถุดิบมีที่มาอย่างไร รวมทั้งทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำเกษตรอินทรีย์ ขณะเดียวกันยังไม่มีใครสามารถเห็นกลางน้ำ ซึ่งเป็นขั้นตอนการผลิตได้ จึงกลายเป็นไอเดียที่ทำให้เปลี่ยนพื้นที่ของ “โซนหมู่บ้านไทย” ซึ่งเดิมจัดแสดงโชว์ด้านวัฒนธรรมไทยที่นักท่องเที่ยวอาจแวะมาเยี่ยมชมและก็กลับไปเฉยๆ ให้กลายมาเป็นจุดทำกิจกรรมเรียนรู้และแปรรูปวัตถุดิบเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆของโครงการ สอดคล้องกับธุรกิจของปฐม ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าอีกด้วย โดยใช้ชื่อว่า “ปฐม ออร์แกนิกวิลเลจ”

สนามหญ้าเปิดโล่งช่วยสร้างมุมมองที่โดดเด่นให้อาคารรอบๆ โดยเฉพาะอาคารปฐม ออร์แกนิกคาเฟ่ที่โดดเด่นอยู่บนเนิน ซึ่งยังสามารถรองรับการทำกิจกรรมที่น่าสนใจของสวนสามพรานที่จะจัดขึ้นตลอดทั้งปีได้อีกด้วย
วัสดุด้านหนึ่งของปฐม ออร์แกนิกคาเฟ่กรุกระจกเคลือบปรอทด้านเดียว เมื่อมองจากภายนอกอาคารจะสะท้อนภาพสวนที่อยู่รอบๆจนดูเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ขณะเดียวกันเมื่อมองจากภายในอาคารก็สามารถชื่นชมสวนด้านนอกได้

“พนักงานของเราทุกคนมีความสามารถกันอยู่แล้ว เราให้เขาได้โชว์ภูมิปัญญา ที่นี่เป็นเหมือนโรงงานที่เปิดให้คนมาเยี่ยมชมและเรียนรู้ และเป็นส่วนเชื่อมต่อที่ทำให้เห็นทุกขั้นตอนของเราตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งกลายเป็นจุดขายอีกอย่างให้สวนสามพรานด้วย”  

ภายในพื้นที่ของปฐม ออร์แกนิกวิลเลจมีการจัดภูมิทัศน์เป็น 4 โซน คือ โซนเกษตรอินทรีย์ โซนผลิตภัณฑ์สมุนไพร โซนงานหัตถกรรม และโซนครัวไทย กับ 3 เส้นทางการเรียนรู้ คือ ข้าวออร์แกนิก สมุนไพรออร์แกนิก และกล้วยออร์แกนิก ซึ่งมีกิจกรรมตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก การดูแลต้นไม้ในสวนในบรรยากาศที่ดูคล้ายชนบทที่เรียบง่ายและร่มรื่น มีทั้งนาข้าว คูคลอง และแปลงต้นไม้ผสมกันอย่างลงตัว ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ภายในเรือนไทยประยุกต์ที่ตั้งอยู่รอบสวน สุดท้ายก็ไปจบที่ส่วนของปฐม ออร์แกนิกคาเฟ่ ที่ตั้งอยู่บริเวณที่เคยเป็นโรงละครแสดงโชว์มานานกว่า 40 ปี และตลาดสุขใจ ซึ่งเป็นพื้นที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โดยยังเก็บส่วนเวทีไว้ เพื่อให้รำลึกถึงประวัติของสถานที่เดิม นอกจากนี้ยังนำไม้เก่าจากการรื้อโรงละครกลับมาใช้ใหม่ในองค์ประกอบต่างๆ เช่น ทำทางเดินไม้ ทำผนังอาคาร ท่าน้ำ รวมถึงเรือนไทยหลายหลังที่เริ่มทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ทำให้ผู้ที่เคยมาเยือนสวนสามพรานในอดีตยังรำลึกความทรงจำเก่าๆได้บ้าง

“เราปลูกต้นไม้โดยอิงกับพื้นที่ มีการขุดย้ายเยอะเหมือนกันเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน การแต่งสวนของเราจะเน้นความเป็นธรรมชาติที่มีการผสมของพืชพรรณหลากหลายชนิดในหนึ่งแปลง ที่สำคัญคืออยากให้พรรณไม้ที่อยู่ในสวนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ด้วย ไม่ใช่แค่สวยเพียงอย่างเดียว อะไรที่ไม่สามารถปลูกได้ในภูมิภาคแบบบ้านเราก็ไม่พยายามปลูก พยายามอิงกับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด อย่างในดงสมุนไพรทุกอย่างสามารถนำมาแปรรูปได้หมดเลย โดยได้ความช่วยเหลือจากคุณแม่ (คุณสุชาดา ยุวบูรณ์) ซึ่งชอบปลูกต้นไม้และออกแบบสวนอยู่แล้ว” คุณอนัฆเล่า

นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่เคยเห็นต้นข้าวหรือแปลงผักซึ่งเป็นวัตถุดิบที่เราบริโภค ยิ่งนานไปภาพของต้นทางดูจะเป็นความลับและอยู่ห่างไกลจากโต๊ะอาหารหรือสายตาของเราไปเรื่อยๆ ในโลกที่เราคล้ายคนถูกปิดตาและตักอาหารเข้าปาก อย่างน้อยการมาเยือนที่สวนสามพรานในหนึ่งวันกลับให้ความสุขที่มากกว่าการทำกิจกรรมในวันว่าง แต่เป็นเหมือนการเปิดตามองดูต้นไม้ สัมผัสกับธรรมชาติ และรับประทานอาหารได้แบบอิ่มท้องและสบายใจอย่างที่สุด

สวนสามพราน เลขที่ 21 ถนนเพชรเกษม  อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
โทรศัพท์ 0- 3432-2588-93
www.suansampran.com
SuanSampran


สวนสวย นิตยสารบ้านและสวน เดือนเมษายน 2563

เรื่อง : ปัญชัช
ภาพ : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ, ศุภกร ศรีสกุล