ทำความรู้จัก กับ กุ้งเครย์ฟิช หรือ ล็อบสเตอร์น้ำจืด

กุ้งเครย์ฟิช หรือ ล็อบสเตอร์น้ำจืด มีหน้าตาเหมือนกุ้งล็อบสเตอร์ที่มีเปลือกหนา ก้ามโต ที่เราเห็นกันตามร้านอาหาร เพียงแต่มีขนาดย่อมกว่ามาก ส่วนใหญ่จะโต เต็มที่ประมาณ 1 คืบ มักอาศัยตามลำธาร นาข้าว และแหล่งน้ำซับ ที่สะอาด แต่ละชนิดก็มีสีและลายแตกต่างกันออกไป

ทำให้นอกจากนก ปลา หมา และ แมว ที่เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมตลอดกาลแล้ว หลังๆ ก็เริ่มเห็นว่ามีคนให้ความสนใจเลี้ยง “กุ้งเครย์ฟิช” เพื่อเป็นสัตว์น้ำสวยงามกันมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ลักษณะโดยทั่วไป

กุ้งเครย์ฟิช (Crayfish) เป็นกุ้งน้ำจืดจำพวกหนึ่ง มีรูปร่างโดยรวมลำตัวใหญ่ เปลือกหนา ก้ามใหญ่แลดูแข็งแรง มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปยุโรป โอเชียเนียและบริเวณใกล้เคียง

กุ้งเครย์ฟิชชนิดแรกที่นำเข้ามาในเมืองไทยนั้นเป็นกุ้งสีแดงก่ำที่เราเรียก กันว่า “กุ้งแดงญี่ปุ่น” ตัวนี้มีราคาไม่แพง หลักสิบปลายๆ หรือหลักร้อยต้นๆ มีให้เห็นในตลาดจนชินตา หลังๆ จึงมีการนำเข้ากุ้งสีใหม่ๆ จากต่างประเทศ มาเพาะพันธุ์ และนำออกมาจำหน่ายให้เห็นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกุ้งสีขาว ปลอดอย่าง “สโนว์” สีฟ้าสดอย่าง “บลูอัลเลนี่” หรือสีส้มแบบ“เอพริคอต” เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้กลายเป็นกุ้งที่มีหลายสีในตัวเดียว อย่างเช่น“กุ้งโกสต์”ที่มีพื้นลำตัวสีขาวและแต้มด้วยสีแดงกับฟ้า ซึ่งลวดลาย ของแต่ละตัวนั้นก็จะไม่ซ้ำกันเลย แต่กุ้งสีแปลกๆ ที่เพิ่งออกขายนั้นจะมีราคา ค่อนข้างสูง ต้องรอสักระยะให้มีของมากขึ้น ราคาถึงจะตกลงตามกลไกของตลาด

 

 

 

https://pixshark.com

 

วิธีการเลี้ยง

1.การเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชนั้นไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรมากมาย ตัวพื้นๆ ที่เลี้ยง ไม่ยากนั้นขอแค่มีอ่างบัวหนึ่งใบใส่น้ำให้เต็มก็เพียงพอแล้ว แต่บางชนิดที่เพิ่ง นำเข้ามาใหม่จากแหล่งกำเนิดที่มีอุณหภูมิต่ำ ก็อาจต้องมีเครื่องทำความ เย็นและเครื่องกรองน้ำให้ในช่วงแรกๆ ให้มันปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม ของประเทศไทยให้ได้ก่อน หลังจากนั้นรุ่นลูกที่เพาะขึ้นมาก็จะเลี้ยงได้ง่ายขึ้น

2.อุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมคือช่วง 23-28 องศาเซลเซียล มีค่า PH ที่เหมาะสมประมาณ 7.5 – 8.5 ซึ่งจะมีความกระด้างค่อนข้างสูง

Tips ใส่เกลือลงไปในตู้เล็กน้อย เพื่อช่วยเสริมแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อการลอกคราบและสร้างเปลือกใหม่

3.กุ้งเครย์ฟิชเป็นสัตว์กินซาก ดังนั้นมันจึงกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ผู้เลี้ยง ส่วนใหญ่จะนิยมให้อาหารกุ้งหรืออาหารปลาที่เป็นเม็ดจม เพื่อให้กุ้ง เดินไปเก็บกินได้สะดวก มีให้เลือกใช้หลายยี่ห้อตามความพอใจ อาจให้ อาหารสดอย่างเช่นหนอนแดงหรือเนื้อกุ้งต้มสุกเป็นอาหารเสริมก็ได้

4.กุ้งพวกนี้มีนิสัยค่อนข้างดุและก้าวร้าว ดังนั้นควรจะเลี้ยง เพียงตู้ละหนึ่งตัว หรือถ้าจะใส่มากกว่านั้นก็ต้องเป็นตู้หรืออ่างที่มี ขนาดใหญ่หน่อย ใส่ขอนไม้ ก้อนหิน หรือกระถางแตกๆ ให้มันได้เข้าไปหลบหลีกกันเองด้วย

นอกจากนี้ ยังต้องระวังช่วงที่กุ้งลอกคราบ เพราะเป็น ช่วงที่กุ้งจะอ่อนแอที่สุด หากมีที่ซ่อนไม่มากพอก็อาจถูกตัว ที่แข็งแรงกว่าจับกินได้ หรือถ้าเกิดการต่อสู้กันก็อาจทำให้ ก้ามเบี้ยว เป็นตำหนิที่เห็นได้ชัด ทำให้ดูไม่สวยงามเท่า ที่ควร ดังนั้นเลี้ยงน้อยๆ และดูแลดีๆ รับรองว่าสวยกว่า เลี้ยงรวมกันเยอะๆ แน่นอน

 

เรื่อง : ภวพล ศุภนันทนานนท์


 

ทำความรู้จัก กับ เต่าญี่ปุ่น หรือ เต่าแก้มแดง (Red-eared Slider)

ทำความรู้จัก กับ ชูการ์ไกลเดอร์ (sugar glider)