บ้านประหยัดพลังงานกลางสวนมะม่วง และมองเห็นวิวดอยสะเก็ดได้จากภายในบ้าน

เราเกือบจะหาบ้านหลังนี้ไม่เจอ ด้วยความที่บ้านซ่อนตัวอยู่ในสวนมะม่วงเก่าบริเวณอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ แถมตัวบ้านยังอยู่ห่างจากถนนใหญ่ค่อนข้างเยอะ รั้วหน้าบ้านก็ดูเล็กๆ และไม่โดดเด่นอะไรเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของต้นไม้สูงที่ห่มคลุมบริเวณนั้นอยู่ นั่นทำให้เราสัมผัสได้ถึงนัยของความสงบและเป็นส่วนตัวที่แฝงไว้อย่างเงียบๆ ทว่าชัดเจน


DESIGNER DIRECTORY

ออกแบบ: Ang Architecture

านประหยัดพลังงาน

คุณเฟี้ยต-เอกสิทธิ์ แจ้งอ่างหิน สถาปนิกผู้ออกแบบบ้านเล่าให้ฟังว่า “พื้นที่ตรงนี้เป็นเนิน มีคลองชลประทาน และมองเห็นดอยสะเก็ดอยู่ทางทิศเหนือ ผมเลยคิดว่าควรเปิดหน้าบ้านให้หันออกฝั่งนี้เพื่อดูวิว ส่วนด้านหลังมีต้นไม้เยอะช่วยป้องกันแสงแดดได้ดีอยู่แล้ว แต่ต้องเล็มกิ่งนิดหน่อยเพื่อเปิดช่องแสงให้ลงไปที่สนามหญ้า เพราะเจ้าของต้องการสนามให้หมาวิ่งเล่นได้ ดังนั้นเวลาเดินเข้าบ้านก็จะยังมองไม่เห็นวิวที่น่าตื่นเต้นจนกว่าจะเข้าไปถึงภายในบ้านก่อน”

ด้วยที่ดินสำหรับปลูกสร้างบ้านมีรูปทรงโค้ง เจ้าของซึ่งเป็นคุณหมอทั้งสามีและภรรยาจึงอยากให้ตัวบ้านโค้งรับไปกับพื้นที่ พร้อมดึงวิวธรรมชาติสวยๆ เข้ามาสู่มุมพักผ่อนในบ้าน โดยคำนึงถึงแนวคิด บ้านประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมประกอบกัน เพื่อนำพาไปสู่วิถีชีวิตอันยั่งยืนต่อไปในอนาคต

บ้านประหยัดพลังงาน
คุณมาร์คและคุณยูมักพาเจ้าซามูไรออกมาวิ่งเล่นบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้านในช่วงเย็นๆ
บ้านประหยัดพลังงาน
หน้าบ้านอยู่ทางทิศใต้ที่ไม่ยังเน้นการเปิดรับวิวแต่ได้ความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ที่มาช่วยสร้างร่มเงา โดยเล็มกิ่งไม้บางส่วนเพื่อเปิดให้แสงส่องลงถึงสนามหญ้าได้

“ผังทรงโค้งของบ้านนี้จึงออกแบบมาเพื่อเปิดรับวิวท้องทุ่งสุดลูกหูลูกตา โดยใช้โปรแกรมคำนวณทิศทางแสงแดดและลมช่วยให้รู้ว่าต้องใส่ระแนงไว้ตรงไหน ชายคายื่นเท่าไหร่เพื่อเปิดให้แสงและลมเข้าถึงทุกห้องได้หมด ซึ่งเจ้าของรู้ความต้องการของตัวเองชัดเจนมากและยังกระตือรือร้น เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมและพลังงานไปด้วย แต่บางระบบเราลองศึกษาดูแล้วยังไม่คุ้มก็ยกเลิกไป ส่วนที่ทำได้คือใช้ผนังสองชั้นแล้วเว้นช่องอากาศไว้ตรงกลางราว 30-40 เซนมิเมตรเพื่อเป็นตัวป้องกันความร้อนและรักษาอุณหภูมิในบ้านให้คงที่ ทำหลังคาสองชั้นโดยชั้นล่างเป็นคอนกรีตค.ส.ล. ชั้นบนเป็นเมทัลชีตเพื่อช่วยลดอุณหภูมิบ้านแต่ต้องออกแบบโครงสร้างให้รับน้ำหนักแผงโซลาร์เซลล์ด้วย ส่วนกระจกก็เป็นสองชั้นมีช่องตรงกลางที่ช่วยทั้งเรื่องความร้อนและกรองเสียงรบกวนได้ดี นอกนั้นก็เป็นงานระบบที่จะมาลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว”

บ้านประหยัดพลังงาน
เนื่องจากได้พื้นที่มาเป็นรูปทรงโค้ง เจ้าของจึงต้องการให้สร้างบ้านโค้งรับไปกับพื้นที่ด้วย แม้แต่รางน้ำฝนก็ยังต้องดัดให้โค้งไปตามตัวอาคาร
เฟอร์นิเจอร์เกือบทั้งหมดภายในบ้านเป็นของที่คุณมาร์คซื้อสะสมไว้ โดยส่วนใหญ่เป็นงานไม้เนื้อแข็งและของตกแต่งแนวตะวันออกเช่นเดียวกับโต๊ะรับประทานอาหารชุดนี้
มุมมองที่เปิดโล่งภายในห้องนั่งเล่นมาจากการเน้นใช้ผนังกระจกใส ทั้งด้านที่เชื่อมต่อสู่วิวภายนอกและด้านที่เชื่อมระหว่างมุมภายในด้วยกัน
ตู้และชั้นวางไม้สไตล์โอเรียนทัลที่คุณมาร์คซื้อไว้ก็สามารถตกแต่งให้กลมกลืนไปกับบ้านได้
ประตูด้านนี้เป็นห้องทำงานเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ทางฝั่งทิศใต้ของบ้าน

เมื่อได้รูปทรงของบ้านตามต้องการแล้วจึงกำหนดฟังก์ชันในบ้านให้สอดคล้องกันไปในแบบ Form Follows Function อย่างเช่นพื้นที่อยู่ระดับต่ำก็เป็นส่วนบริการ แม่บ้าน ซักรีด และโรงจอดรถ ขึ้นมาบริเวณชั้น 1 จึงเป็นโถงต้อนรับ ห้องนั่งเล่นขนาดกว้าง ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และห้องนอนชั้นล่างโดยเกือบทุกมุมเชื่อมต่อถึงกันได้โดยไม่มีสเต็ปใดๆ ยกเว้นเฉพาะชั้นบนที่กั้นเป็นห้องนอนหลักและห้องนอนรับรองไว้ให้เป็นส่วนตัว

ห้องครัว
เวลาส่วนใหญ่ของคุณมาร์คมักอยู่ที่ห้องครัวซึ่งเป็นหัวใจหลักของบ้านไปแล้ว ทั้งเข้าครัวทำขนมปัง ทำอาหาร และยังมีความสุขไปกับการชมวิวภูเขาสวยๆ ผ่านผนังกระจกใสไปด้วย
ห้องครัว
ห้องครัวภายในพื้นที่ทรงโค้งกลางบ้าน คุณมาร์คบอกว่าใช้ชุดครัวที่ครบฟังก์ชันและดูแลง่ายของ Kitchenette เพื่อการใช้งานได้เต็มที่เหมือนในร้านอาหาร
คุณมาร์คกำลังเตรียมขนมปังเพื่ออบ นอกจากทำเพื่อกินเองแล้วยังขายให้คนในชุมชนด้วย

คุณมาร์ค ผู้เป็นเจ้าของบ้านถึงกับบอกว่าเขาเคยฝันเห็นบ้านหลังนี้มาก่อนที่จะได้สร้างขึ้นมาจริงๆ “ผมโตมากับภูเขาที่โคโลราโด ส่วนภรรยาผมเป็นคนเชียงใหม่ เราก็เลยเลือกอยู่บ้านที่มองเห็นภูเขาด้วย เป็นบ้านตามแบบที่เคยฝันเห็นไว้เลย ซึ่งตอนนี้ผมเกษียณแล้วและมีความสุขที่ได้อยู่บ้านมากๆ มีอะไรให้ทำเยอะแยะ ผมทำขนมปังขาย ทำยีสต์เอง มีเตาฟืนไว้อบ ทำดราฟต์เบียร์เอง ทำโยเกิร์ตเอง ปลูกผัก เลี้ยงไก่ไว้กินไข่ เลี้ยงห่านไว้กันงู เลี้ยงหมาอีก 3 ตัว ถ้ามีเวลาว่างก็จะออกกำลังกาย แต่ปกติแล้วผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องครัวซึ่งมองเห็นมุมต่างๆ ได้รอบตัว”

ดูต่อหน้า 2