4 วิธี รีดผ้าให้เรียบกริ๊บ กับเนื้อผ้า 4 ประเภท

รีดผ้าให้เรียบ การรีดผ้าให้เรียบ นับเป็นอีกหนึ่งความสามารถ ที่มนุษย์แม่ส่วนใหญ่มักจะมีอยู่ในตัวค่อนข้างสูงทีเดียวค่ะ แต่บางคนก็ไม่เป็นแบบนั้น ตั้งโต๊ะรีดผ้าทีไร เป็นต้องเหงื่อหยด เหงื่อไหล แถมแลกมาด้วยความยับย่นของเสื้อผ้าอีกต่างหาก จนเกิดท้อไม่อยากรีดผ้าขึ้นมาก็บ่อย

วันนี้ my home มีเคล็ดลับ วิธีการ รีดผ้าให้เรียบ กับเนื้อผ้า 4 ประเภทที่เรามักจะใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม มาฝากกันค่ะ รับรองว่าต่อจากนี้ไม่ว่าจะเป็นผ้าชนิดไหน ก็ต้องเรียบดั่งใจแน่นอนจ้า

รีดผ้าให้เรียบ

 

1. ผ้าฝ้าย

รีดผ้าให้เรียบ ผ้าฝ้าย
รีดผ้าให้เรียบ ผ้าฝ้าย

          เป็นผ้าที่เราค่อนข้างสนิทด้วยที่สุดเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะด้วยคุณสมบัติที่ดูดความชื้น และ ระบายความร้อนได้ดี เหมาะกับอากาศร้อน ๆ แบบบ้านเรามาก ๆ ค่ะ ผ้าฝ้ายจึงถูกนำมาตัดเย็บเป็นเครื่องนุ่งห่ม ไปจนถึงผ้าหุ้มต่าง ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ไปจนถึง เสื้อผ้าเด็ก การรีดผ้าให้เรียบนั้นก็ทำได้ง่าย ๆ คือ รีดผ้าฝ้ายด้วยอุณหภูมิสูง เพราะผ้าฝ้ายมีเส้นใยที่แข็งแรง ทนทานต่อการซักรีด หากว่ายังเรียบไม่พอสามารถใช้งานร่วมกันกับน้ำยารีดผ้า ที่มีคุณสมบัติช่วยให้ผ้าฝ้ายเรียบก็ได้ค่ะ

ผ้าลินิน

รีดผ้าให้เรียบ ผ้าลินิน
http://global.rakuten.com
รีดผ้าให้เรียบ ผ้าลินิน
http://global.rakuten.com

        ผ้าอีกหนึ่งชนิดที่มาแรงแซงทางโค้งจากประเภทของผ้าทุกชนิด หันมองไปทางไหนวัยรุ่นสมัยนี้ ก็มักจะสวมใส่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บมาจากผ้าลินินกันเยอะเลย คงเป็นเพราะว่า ผ้าลินินนั้นมีคุณสมบัติดูดซับความชื้น และแห้งเร็วกว่าผ้าฝ้ายอยู่มาก แถมยังทนต่อความร้อน และ แสงแดดได้ดี เหมาะกับอากาศบ้านเราตอนนี้ ที่เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน มาก ๆ เลยค่ะ แต่เส้นใยของผ้าลินิน อาจจะไม่ทนทาน แข็งแรงเท่าผ้าฝ้าย เพราะฉะนั้น การดูแลรักษาผ้าลินิน จะต้องทำอย่างเบาไม้ เบามือเสียหน่อย การรีดผ้าลินินก็เช่นกันค่ะ ควรรีดด้วยความร้อนสูง แต่ต้องรีดจากด้านในนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้ด้านนอกเป็นรอยมัน ๆ ที่อาจจะแวววับเกินความจำเป็นไปหน่อย

ผ้าไหม

รีดผ้าให้เรียบ ผ้าไหม

ผ้าไหม
ควรรีดเสื้อผ้าไหมจากด้านใน ด้วยอุณหภูมิไม่เกิน 145 องศาเซลเซียส โดยนำผ้าดิบหรือผ้าขาวบางมารองไว้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากความร้อน

          ถ้าถามว่าผ้าชนิดไหนมีความแวววาว ใส่แล้วดูแพง (ซึ่งก็แพงจริง ๆ นั้นแหละค่ะ 5555) คำตอบคงหนีไม่พ้นผ้าไหมแน่ ๆ เพราะด้วยคุณสมบัติของผ้าไหม ที่เนื้อผ้ามีความเงา มัน ทิ้งตัวดี แถมยังดูดซับความชื้นได้ดี จึงทำให้เมื่อสวมใส่ผ้าไหมในสภาพอากาศที่ร้อน ผู้ใส่จะรู้สึกเย็นสบาย แต่เมื่อใส่ในสภาพที่มีความเย็น ผ้าไหมนั้นก็จะช่วยทำให้ผู้สวมใส่ รู้สึกอบอุ่นขึ้น เส้นไหมที่นำมาถักทอเสื้อผ้าไหมนั้น มีความทนทานต่อการใช้งานพอสมควร แต่ไม่ทนต่อการกัดแทะของแมลง รวมไปถึง แสงแดด ผ้าไหมจะสูญเสียความเหนียวเมื่อเปียกน้ำ ทำให้เราต้องดูแลเสื้อผ้าไหมค่อนข้างมากกว่าผ้าชนิดอื่น ๆ ส่วนมากผ้าไหมจะถูกทำความสะอาดด้วยการซักแห้ง หรือ ซักมือ เพื่อเป็นการถนอมเส้นใยไปในตัว การรีดเสื้อผ้าไหมนั้น ควรรีดจากด้านในด้วยอุณหภูมิไม่เกิน 145 องศาเซลเซียส โดยนำผ้าดิบ หรือ ผ้าขาวบางมารองไว้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากความร้อน โดยรีดด้านนอกของเสื้อผ้าไหมด้วยไฟอ่อน และอย่าลืม รองด้วยผ้าขาวบางก่อนทุกครั้งนะคะ ไม่ควรใช้แรงกดมากเกินไป ให้รีดด้วยน้ำหนักที่เบา แต่รวดเร็ว เท่านี้เสื้อผ้าไหมของเราก็คงความสวย แถมด้วยความเรียบกรี๊บอีกด้วยจ้า

ผ้าขนสัตว์ ผ้าสักหลาด ผ้าไหมพรม

ผ้าขนสัตว์ ผ้าสักหลาด ผ้าไหมพรม

ก่อนลงเตารีดควรใช้ผ้าขาวมาปิดทับลงบนเสื้อ หรือ บริเวณที่ต้องการจะรีด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเนื้อผ้า

ผ้าขนสัตว์ ผ้าสักหลาด ผ้าไหมพรม

ก่อนลงเตารีดควรใช้ผ้าขาวมาปิดทับลงบนเสื้อ หรือ บริเวณที่ต้องการจะรีด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเนื้อผ้า

        เมื่อถึงช่วงปลายปี ที่อากาศลดต่ำลง ก็ถึงเวลาหยิบเสื้อกันหนาวมาใส่บ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกันหนาวที่ทำมาจากผ้าขนสัตว์ ผ้าสักหลาด หรือผ้าไหมพรมก็ดี เสื้อผ้าชนิดนี้อาจจะไม่ต้องดูแลรักษามาก เมื่อเทียบกับผ้าชนิดอื่น ๆ วิธีการรีดผ้าชนิดนี้ก็ทำได้ง่าย ๆ คือทุกๆการรีดเสื้อผ้าขนสัตวนั้น ก่อนลงเตารีดควรใช้ผ้าขาวมาปิดทับลงบนเสื้อ หรือ บริเวณที่ต้องการจะรีด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเนื้อผ้า  แต่ถ้าหากใช้เตารีดธรรมดารีดนั้น ต้องนำผ้าขาวไปชุบน้ำ แล้วบิดหมาด ๆ ก่อนค่อยนำมาทับ วิธีการรีดเสื้อผ้าชนิดนี้ควรรีดด้วยไฟอ่อน รีดโดยกดทับไปเรื่อย ๆ ไม่ควรใช้การถู หรือ ไถแบบผ้าชนิดอื่น เพราะจะทำให้ผ้าเสียทรงได้ค่ะ

นอกจากวิธีการรีดผ้าที่แตกต่างกันไปของผ้าแต่ละประเภทแล้ว ขั้นการรีดผ้านั้นก็สำคัญค่ะ เป็นอีกทางที่จะทำให้เสื้อผ้าที่เราใช้เวลา ใช้แรงในการดูแลรักษามาเรียบลื่นตลอดทั้งตัว เริ่มด้วยการรีดเสื้อ ควรเริ่มรีดที่ปกก่อน จากนั้นค่อยรีดที่ตะเข็บตัวเสื้อ เสื้อด้านหน้า เสื้อด้านหลัง และ แขนเสื้อตามลำดับ ส่วนกางเกงนั้นควรเริ่มรีดที่ ขอบเอว กระเป๋า ตัวกางด้านหน้า และ ด้านหลังตามลำดับค่ะ ส่วนการรีดกระโปรงให้เรียบกริ๊บนั้น ควรรีดซับในก่อน แล้ว ค่อยรีดขอบตะเข็บ ตัวกระโปรงด้านหน้า และ ด้านหลังตามลำดับค่ะ เท่านี้เสื้อผ้าตัวเก่งของเรา ก็พร้อมจะออกไปอวดโฉมความเรียบ เนียนกริ๊บแล้วจ้า

story : ออ – ร – ญา

photo : แฟ้มภาพบ้านและสวน


ดูแลเสื้อผ้า ให้สวยเหมือนใหม่ ใส่ได้ไปอีกนาน

 ทำความสะอาดเตารีด ด้วยของใช้ในบ้าน