สไตล์อื่นหลบไป เพราะตอนนี้ Mid-century Modern กำลังมา!!

เราเคยนิยามคำว่า ‘Mid-century Modern’ไว้ว่า นิยามของกระแสงานดีไซน์สไตล์โมเดิร์นจากหลากหลายแขนงที่เกิดขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ได้รับอิทธิพลจากงานสไตล์ Bauhaus และเป็นงานดีไซน์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความขาดแคลนวัตถุดิบในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2” (อ้างอิงจาก www.baanlaesuan.com)

และนับตั้งแต่สไตล์นี้เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 งานดีไซน์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับ Mid-century Modern ก็ไม่เคยจางหายไป แต่เพราะอะไรที่ทำให้งานดีไซน์ ทั้งเฟอร์นิเจอร์และการแต่งบ้านสไตล์ Mid-century Modern ได้รับความนิยมเรื่อยมา และคาดว่าในอนาคตก็ยังคงได้รับความนิยมเช่นเดิม ตามไปหาคำตอบกัน!

• เสน่ห์ของสไตล์ Mid-century Modern
ช่วงปี ค.ศ. 1950 – 1980หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง และท่ามกลางการขาดแคลนวัตถุดิบในงานอุตสาหกรรม การคิดหาวัตถุดิบใหม่ รวมทั้งงานดีไซน์รูปแบบใหม่ก็ได้เริ่มขึ้น การบีบคั้นทางทรัพยากร รวมทั้งการไม่หยุดคิดของดีไซเนอร์ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของงานดีไซน์สไตล์ Mid-century Modern กับเสน่ห์ที่มีเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา

หากย้อนกลับไปยังช่วงเวลาดังกล่าว ขณะนั้นกระแสหลักของงานดีไซน์อยู่ที่สหรัฐอเมริกาและแถบสแกนดิเนเวีย ส่งผลให้งานดีไซน์ในยุคนี้มีรายละเอียดและมีรูปทรงที่อ่อนช้อย ขณะเดียวกันก็อิงธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อดีไซเนอร์ในยุคนี้ยังคงได้รับอิทธิพลจากยุค Form Follows Function หรือเรารู้จักกันในสไตล์ “Bauhaus” ทำให้ Mid-century Modern เป็นงานดีไซน์ที่ลงตัวที่ยังคงอิงกับธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็เจือกลิ่นอาย Bauhaus ด้วยรูปทรงเรขาคณิตซึ่งเน้นฟังก์ชั่นเป็นหลักสำคัญ

• Did you know? : Bauhaus เป็นงานออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และชัดเจน โดยเน้นเรื่องประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก งานดีไซน์สไตล์นี้จึงมีรูปทรงเรขาคณิตที่ไม่มีความซับซ้อน ไม่มีการตกแต่งใดๆ และเน้นใช้สัจวัสดุเป็นหลัก นอกจากนี้เฟอร์นิเจอร์สไตล์เบาเฮ้าส์นิยมใช้สีสีขาว น้ำตาล หรือดํา แต่บางครั้งก็มีการใช้แม่สีอย่างแดง เหลือง และน้ำเงินมาเน้นบางจุด

ตัวอย่างงานดีไซน์และเฟอร์นิเจอน์สไตล์ Bauhaus ซึ่งได้รับความนิยมในช่วงปี ค.ศ. 1919-1933

อีกทั้งงานดีไซน์ Mid-century Modern ซึ่งถือกำเนิดในช่วงหลังสงครามโลกที่ขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้ดีไซเนอร์ในยุคนี้จำต้องคิดค้นวัตถุดิบใหม่ๆ มาใช้ทดแทน จนเกิดเป็นพลาสติกและไฟเบอร์กลาส ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ดัดและขึ้นรูปง่าย ทำให้ลดข้อจำกัดของงานดีไซน์ลง เพิ่มอิสระให้รูปทรงมากขึ้น

Mid-century Modern เป็นงานดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่แฝงความอิสระของรูปทรง ไม่แต่งเติมมากจนดูฟุ่มเฟือย แต่ก็ไม่น้อยจนขาดแคลน

และด้วยปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาก็เป็นแรงผลักดันให้งานดีไซน์ Mid-century Modern โดดเด่นอย่างเรียบง่ายจากการลดทอนความเยอะของรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไป ขณะเดียวกันก็คงความอิสระของรูปร่าง โดยสื่อผ่านเส้นสายและรูปทรงเรขาคณิต จนกลายเป็นงานดีไซน์ที่มีอิสระแต่ไม่ยุ่งเหยิง พร้อมกับตอบสนองการใช้งาน ซึ่งออกแบบให้เน้นฟังก์ชั่นเป็นสำคัญ นอกจากนี้เรื่องสีสันก็เป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นของ Mid-century Modern โดยในช่วงปี ค.ศ. 1950 -1960 ดีไซเนอร์จะเน้นใช้สีสันพาสเทลเป็นหลัก ต่อมาในปี ค.ศ. 1970 – 1980 จะใช้สีสันที่สดใสมากขึ้น

• ความเข้ากันของ Millennials Gen กับ Mid-century Modern
หากถามว่าแล้วสไตล์ Mid-century Modern เหมาะกับคนแบบไหน คงต้องบอกว่าด้วยเพราะเป็นงานดีไซน์จึงเข้าได้ดีกับคนทุกกลุ่ม Generation หากมีใจรัก แต่หากถามว่าแนวคิดของสไตล์นี้สอดรับกับพฤติกรรมของคน Gen ไหนแล้ว คงแสดงความเห็นว่า ‘ด้วยความเรียบง่าย แต่ยังคงอิสระของสไตล์ Mid-century Modern เป็นแนวคิดที่สอดรับกับคนรุ่น Millennials Generation’ ซึ่งเป็นผลให้สไตล์ Mid-century Modern กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง กล่าวคือ

“Millennials Generation เป็นกลุ่มคนที่เกิดอยู่ในช่วงเวลาที่คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเพิ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิต (ช่วงปี ค.ศ. 1980 – 1998) คนกลุ่มนี้จึงเรียนรู้และรับรู้เรื่องของเทคโนโลยีได้มากกว่าคน Gen X โดย Millennials Generation จะเป็นกลุ่มคนรุ่นลูกของคนยุค Baby boomer จึงได้รับอิทธิพลจากพ่อแม่ยุค Baby boomer ที่มีแนวคิดอนุรักษ์ ขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มคนที่มีอิสระและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น” (อ้างอิงจาก www.brandbuffet.in.th)

และด้วยมุมมองที่แตกต่างของ Millennials Generation งานดีไซน์ที่มีความเรียบง่าย แฝงความร่วมสมัย ขณะเดียวกันก็มีอิสระจึงสอดรับกับพฤติกรรมและแนวคิดพื้นฐานของคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะเมื่อสไตล์ Mid-century Modern เป็นงานดีไซน์ที่โดดเด่นเหนือกาลเวลา ทำให้คน Millennials Generation ส่วนใหญ่ถูกใจการแต่งบ้านสไตล์นี้

Baby Boomer คือกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1946 – 1964 เป็นคนที่มีชีวิตเพื่อการทำงาน โดยจะเคารพกฎเกณฑ์ และให้ความสำคัญกับผลงาน โดยมีแนวคิดที่จะทำงานหนักเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว จึงทุ่มเทกับการทำงานและองค์กรมาก
Millennial Generation คือกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1980-1996 เป็นคนที่มีมุมมองที่แตกต่างกับคนกลุ่มอื่น โดยเฉพาะพฤติกรรมที่มีลักษณะเฉพาะตัว เพราะเติบโตมาพร้อมกับการพัฒนาของเทคโนโลยี ทั้งอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ

• เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Mid-century Modern
จากที่กล่าวไปแล้วว่าสไตล์ Mid-century Modern มีเสน่ห์ที่ความเรียบง่ายในรูปทรงอิสระ โดยยังคงฟังก์ชั่นอย่างครบครัน ทำให้การแต่งบ้านสไตล์นี้เป็นที่นิยมอยู่เสมอ โดยเทคนิคการแต่งบ้านสไตล์นี้อยู่ที่การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เจือกลิ่นอาย Mid-century Modern ให้เข้ากันอย่างลงตัว

เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญของสไตล์ Mid-century Modern ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสไตล์นี้คือ เก้าอี้ “Eames Molded Plastic Chair” ผลงานออกแบบของ Charles & Ray Eames ดีไซเนอร์ผู้บุกเบิกสไตล์ Mid-century Modern รวมทั้งเก้าอี้ “Eames Lounge Chair + Ottoman” ก็เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่คนอยากแต่งบ้านสไตล์ Mid-century Modern ควรมีไว้ โดยเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Mid-century Modern ส่วนใหญ่จะมีรูปทรงเรขาคณิต แต่มีความโค้งหรือเส้นสายที่อิสระกว่า ขาเก้าอี้หรือโต๊ะจะโปร่ง ซึ่งทำจากวัสดุไม้หรือเหล็ก

แต่สิ่งสำคัญนอกเหนือจากคัดสรรเฟอร์นิเจอร์คือการแต่งบ้านให้เรียบง่าย ลดดีเทลที่ไม่จำเป็นออกไป แต่คงไว้ซึ่งฟังก์ชั่น ยกตัวอย่างการแต่งห้องนั่งเล่นในสไตล์ Mid-century Modern ซึ่งภายในห้องจะมีเก้าอี้ โซฟา และโต๊ะเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก โดยลดเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ที่ไม่จำเป็นออกไป พร้อมกับสร้างบรรยากาศโปร่งโล่งและอิสระด้วยการใช้โทนสีขาว และแบ่งพื้นที่ห้องด้วยผนังกระจกใสแทนผนังทึบตัน ที่สำคัญไม่ลืมเพิ่มกลิ่นอายสไตล์ Mid-century Modern ด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์เดียวกัน  

ตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Mid-century Modern

Eames Molded Plastic Chair Photo by www.veneerdesigns.com
Poet Sofa Photo by www.dwr.com
Eames Lounge Chair + Ottoman Photo by www.myunfinishedhome.com
Pero Stainless Steel Lounge Photo by homedeco.de
keyboard_arrow_up