โมน ธีระธาดา ชวนตั้งคำถามโลกแตก – ชีวิตหลังวันโลกแตก เราจะกินอะไรได้บ้าง ?

บ้านและสวนแฟร์ 2018
บ้านและสวนแฟร์ 2018

ลองจินตนาการดูเล่นๆ ไหม ว่าถ้าวันหนึ่งคุณตื่นมาแล้วพบว่าโลกแตกไปแล้ว ไม่ว่าจะแตกด้วยวิธีไหน อุกาบาตชน น้ำท่วมโลก หรือโลกถูกน้ำแข็งเข้าปกคลุม แต่ตัวคุณดันยังมีชีวิตอยู่ หากเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น คิดว่าตัวเองจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร สิ่งคำคัญก็คือ ‘คุณจะกินอะไรเป็นอาหาร ?’

โมน ธีระธาดา เซฟหนุ่มวัย 19 กำลังสนุกกับการค้นคว้าหาความเป็นไปได้ในการปรุงอาหารที่ตอบโจทย์ชีวิตหลังวันโลกแตก เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำร้านนาโอห์’ (NA-OH) ร้านอาหาร Fine Dining บนเครื่องบินที่จอดไว้เป็นสัญลักษณ์ของช่างชุ่ย ที่เขาได้รับบทบาท Executive Chef ซึ่งนับได้ว่าน่าจะเป็นเชฟอายุน้อยที่สุดในเมืองไทยที่ได้จับร้านอาหารสเกลใหญ่เช่นนี้

โมนใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียตั้งแต่อายุ 11 ขวบ เขาเติบโตมากับอาหารฝีมือคุณแม่ ก่อนจะเริ่มต้นทำอาหารทานเองในช่วง 4 ปีให้หลัง ซึ่งตลอดระยะเวลา 4-5 ปีนี้เองที่ปูทางให้เขาก้าวเข้ามาสู่เส้นทางการเป็นเซฟ เริ่มต้นจากการยืนขายปลาในตลาด ตำราชั้นดีที่ทำให้เขารู้จักปลาทุกสายพันธุ์ ได้ทำงานที่ร้าน Hungry Jacks หรือที่เมืองไทยเรียกว่า Burger King สาขาสถานีรถไฟที่ยุ่งอันดับต้น ๆ ของซิดนีย์ ทำให้เขาเรียนรู้การทำแฮมเบอร์เกอร์ ของทอด และการรับมือกับลูกค้าหลากหลายชนิด ได้ฝึกมือด้วยการเป็นผู้ช่วยเชฟที่ร้านอาหารไทย ก่อนจะได้พบกับงานที่เปลี่ยนชีวิตให้เขาเป็นเชฟเต็มตัวจากคาเฟ่ของ แม็ก-นที เล้ารุ่งเรืองเดช

การกลับมาเมืองไทยในครั้งนี้ เซฟหนุ่มได้รับภารกิจสำคัญในการคิดคอนเซ็ปต์และดีไซน์เมนูให้กับร้านนาโอห์ (NA-OH) จนในที่สุดออกมาเป็นเรื่องราวที่ล้อไปกับตำนานเรือโนอาห์ เขาตีตวามเครื่องบินลำใหญ่ที่จอดไว้ว่าเป็นเรือโนอาห์ของยุคสมัยนี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ของ ‘ชีวิตหลังวันโลกแตก’ มนุษย์จะสามารถทานอาหารอะไรได้บ้าง โดยจะนำเสนอเป็น Episode เริ่มต้นจาก EP 1 บอกเล่าเรื่องราวของการพลัดถิ่น การเอาตัวรอด เรื่องของคนหลากหลายชาติ หลากหลายภาษา มาอยู่รวมกันในเครื่องบินลำนี้

“เรือลำนี้มีหน้าที่รักษา พัฒนา รวมถึงสร้างวัฒนธรรมและอาหารให้ดำรงสืบต่อไป เช่น จะทำยังไงให้อาหาร สามารถอยู่ได้นานขึ้น วิธีการปรุงอาหารให้สุกทำได้ด้วยวิธีไหนบ้างในเมื่อโลกมันแตกไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะเล่นกับการทำอาหารหลายแนว หลายชนชาติผสมกัน โดยจะไม่เรียกว่าเป็นอาหารฟิวชั่น แต่จะเรียกตัวเองว่าคืออาหารพลัดถิ่น” เซฟหนุ่มพูดถึง EP แรกที่จะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนในการนำเสนอ หลังจากนั้นเรื่องราวของเรือโนอาห์จำลองนี้จะเปลี่ยนไปตาม EP ต่าง ๆ ที่ยังอยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์มื้ออาหารหลังวันโลกแตก เช่น การโหยหาถึงสิ่งที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในโลกของชายชราที่อยู่ในเรือลำนี้ หรือกลิ่นอายของความเศร้าของเด็กน้อยบนเรือที่โหยหาสีสันและความสนุก

ร่วมหาทางออกของมนุษยชาติ กับปัญหาเรื่องมื้ออาหารหลังวันโลกแตกแบบย่นย่อไปพร้อมกับ โมน ธีระธาดา ได้ในกิจกรรม ‘The art of Gastronomy’ จัดขึ้นภายในบูธ room x BAB Art & Design Cafe ที่งาน บ้านและสวนแฟร์ 2018 

“ผมอยากเล่าเรื่องราวและตั้งคำถามกับผู้ฟัง ว่าเขาอยากจะกินอะไรในวันที่โลกแตกไปแล้ว วัตถุดิบอะไรที่เขาคิดว่าจะนำมาทำอาหารได้ เราจะนำเสนอวิธีการทำอาหารในเงื่อนไขที่เมื่อโลกแตกไปแล้วจะใช้อะไรมาทำความร้อน ใช้อะไรมาทำความเย็น โดยจะหยิบยกเมนูในร้านไปโชว์วิธีการปรุงให้ดู 3 อย่าง ความสนุกก็คือสิ่งที่ผมเตรียมไป พวกคุณอาจจะคิดไม่ถึงเลยว่ามันเป็นอย่างนี้ก็ได้เหรอ” เซฟโมนทิ้งไว้เป็นคำถามเพื่อเย้าผู้ที่สนใจให้ไปหาคำตอบร่วมกันในงานวันที่ 27 ตุลาคม 2561 นี้

บ้านและสวนแฟร์ 2018

สัมผัสกับประสบการณ์การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด และทดลองชิมอาหารในมิติแปลกใหม่ ซึ่งเรามั่นใจว่าคุณไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อนเเน่นอน เริ่มตั้งแต่เรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังก่อนจะมาเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหาร ศิลปะการรับรสชาติ ไปจนถึงการออกแบบพื้นที่เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษในระหว่างนั่งรับประทานอาหารผ่าน 6 โปรแกรมในกิจกรรม ‘The art of gastronomy’ โดย  Lucky Planet ที่งาน บ้านและสวนแฟร์ 2018 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2561 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.baanlaesuan.com/fair


เรื่อง จรัลพร พึ่งโพธิ์
ภาพ วงศกร จิรชัยสุทธิกุล

Lucky Planetคุยกับประธาน ธีระธาดา ผู้ก่อตั้ง Lucky Planet แพลตฟอร์มที่หมายมุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านวัฒนธรรมบนโต๊ะอาหาร

keyboard_arrow_up