SAFFRON CRUISE ร้านอาหารบนเรือสุดหรู อิ่มเอมกับวิวสองฝั่งลำน้ำเจ้าพระยา

สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารมื้อค่ำบนเรือสำราญขนาดใหญ่ยาวถึง 38 เมตร ในเครือโรงแรม Banyan Tree Hotels & Resorts โดย Banyan Tree Bangkok กับบริการและบรรยากาศสุดหรูหรา เพื่อพาคุณและแขกคนพิเศษไปดื่มด่ำกับดินเนอร์แห่งความสุข พร้อมเปิดมุมมองสู่วิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบสุดสายตา บนพื้นที่บริการของเรือขนาด 2 ชั้น ชั้นดาดฟ้าออกแบบให้เป็นบาร์ค็อกเทลรูปทรงวงรี ส่วนชั้นล่างเป็นพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร พร้อมหน้าต่างโค้งบานใหญ่ เปิดมุมมองสู่วิวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนอันสวยงาม โดยชั้นบนดาดฟ้าโดดเด่นด้วยพื้นเรืองแสงรอบบาร์เครื่องดื่มทำจากวัสดุอะคริลิกใส แทรกด้วยลายกราฟิกรูปแม่น้ำกลิ่นอายไทย ฉาบด้วยจังหวะแสงสีของไฟ RGB สำหรับเป็นพื้นที่ดื่มด่ำประสบการณ์แสนโรแมนติกยามค่ำคืน รวมไปถึงเหมาะสำหรับการจัดงานอีเว้นต์ ช่วยให้พื้นที่ดาดฟ้าเป็นไฮไลต์ที่แตกต่างจากร้านอาหารบนเรือล่องแม่น้ำอื่น ๆ เนื่องจากเรือจะเริ่มออกจากท่าเพื่อล่องไปในลำน้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ภายในห้องรับประทานอาหารชั้นล่างจึงออกแบบให้มีแสงค่อนข้างสลัว มีแสงสว่างหลักเฉพาะจุดใช้งาน เพื่อสร้างบรรยากาศและส่งเสริมให้มุมมองทิวทัศน์ภายนอกชัดเจนขึ้น การตกแต่งภายในให้ความรู้สึกร่วมสมัย มีการประดับลวดลายไทยที่ได้รับการลดทอนให้เรียบง่ายในองค์ประกอบการตกแต่งในจุดต่าง ๆ อาทิ การสร้างแพตเทิร์นกระเบื้องไวนิลบนพื้น และผนังกรุไม้แกะสลักลวดลาย ที่พัฒนาจากลายประจำยาม ฝ้าเพดานติดตั้งแผ่นไม้พลาสวู้ดสีทองเหลืองฉลุลาย และเสากรุด้วยไม้รูปเชิงบัวที่ปลายยอด ในส่วนของบริการด้านอาหาร บนเรือมีเชฟประจำเพื่อปรุงอาหารทุกเมนูแบบสดใหม่ การออกแบบห้องครัวที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบถ้วนในพื้นที่จำกัด จึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำหรับร้านอาหารบนเรือ เช่นเดียวกับการจัดสรรพื้นที่สำหรับการเก็บเสื้อชูชีพ นอกจากนี้ระดับน้ำสูงสุดและความสูงของเรือขณะลอดใต้สะพานก็เป็นอีกข้อจำกัดที่ต้องคำนึงถึง เนื่องจากส่งผลต่อความสูงของฝ้าเพดานและการออกแบบตำแหน่งงานระบบทั้งหมด เพื่อให้เรือสำราญลำนี้มีทั้งความปลอดภัย สวยงาม และอลังการ เหมาะมาดินเนอร์แบบประทับใจในวาระพิเศษต่าง […]

HOTEL GAHN ถ่ายทอดวัฒนธรรมบาบ๋า-ย่าหยาผ่านสเปซแห่งการพักผ่อน

โรงแรมพังงา ภายใต้อาคารขนาดความสูง 5 ชั้น ที่โดดเด่นตั้งแต่ภาพด้านหน้าแห่งนี้ คือ HOTEL GAHN หรือโรงแรมกาล ซึ่งถ่ายทอดวัฒนธรรมความภูมิใจในความเป็น “บาบ๋า-ย่าหยา” หรือลูกหลานชาวจีนเลือดผสมที่ถือกําเนิดมาจากการแต่งงานข้ามเชื้อชาติระหว่างชาวจีนอพยพและชาวเมืองท้องถิ่นในพื้นที่คาบสมุทรมลายู-อินโดนีเซีย ผ่านทุกอณูของพื้นที่ด้วยเอกลักษณ์อย่างการแต่งกายชุดเสื้อฉลุลายลูกไม้ ผ้าปาเต๊ะ รองเท้าถักลูกปัด เครื่องประดับทองอันอ่อนช้อย รวมถึงรสมือการปรุงอาหารท้องถิ่น โดยมีสตูดิโอออกแบบ Studio Locomotive ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราววิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และความทรงจำดั้งเดิมเหล่านี้ ออกมาผ่านรูปแบบการออกแบบตกแต่งของโรงแรม ซึ่งมีฟังก์ชันครบครันทั้งที่พัก ร้านอาหาร และคาเฟ่รวมอยู่ด้วย จากการฟังเรื่องราวที่เจ้าของถ่ายทอดระหว่างการพูดคุยเกี่ยวกับเมืองตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ที่สมัยก่อนพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญ และมีแร่ดีบุกเป็นทรัพยากรที่หาได้ง่ายในพื้นที่ จึงกลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมเหมืองแร่ดีบุก เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างผู้คน ในฐานะที่ที่นี่เป็นเส้นทางอพยพจากจีนมาคาบสมุทรมลายูและศูนย์กลางการค้ากับยุโรป ซึ่งเปรียบเจ้าของโครงการคือ ผู้ที่เดินทางมากับเรือสำเภาจีน รับหน้าที่เป็นพ่อครัวประจำเรือในยุคนั้น จนกระทั่งมาตั้งรกรากบนที่แห่งนี้ เเล้วเกิดความคิดอยากส่งต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมจีนลูกผสมที่ยังพบเห็นอยู่ในเมืองตะกั่วป่าออกมาในรูปแบบของที่พัก โดยมีความตั้งใจที่จะให้แขกได้รับรู้วิถีชีวิตผ่านประสบการณ์ระหว่างการพักผ่อนและมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวเจ้าของโครงการอย่างเป็นกันเอง การนำเสนอวิถีชีวิตผ่านการออกแบบโรงแรมกาล จึงไม่ได้มาจากการทำซ้ำตามแบบอาคารดั้งเดิม แต่เป็นการถ่ายทอดกลิ่นอายจากการจัดวางผังพื้นที่ใช้สอย การเลือกใช้วัสดุ การรักษาวัสดุ และรายละเอียดงานตกแต่งที่แสดงถึงภูมิปัญญาการก่อสร้าง ซึ่งจะเห็นได้จากประตูซุ้มโค้งเหล็กสูง 6 เมตร ที่มีลักษณะคล้ายทางเดินเชื่อมอาคารร้านค้า หรือที่เรียกว่า “หง่อคาขี่”  (五脚基) ซึ่งพบเห็นได้บ่อยตามพื้นที่ทางเดินด้านหน้าอาคารพาณิชย์เก่าแแก่ในเมืองตะกั่วป่า จนกลายเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ประจำถิ่น […]