ว่านสบู่เหล็ก

ว่านสามพันตึง ชื่อวิทยาศาสตร์: Xanthosoma nigrum (Vell.) Mansf. วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูงประมาณ 2 เมตร มีลำต้นใต้ดินคล้ายเผือก แตกหน่อและไหลสั้นๆ รอบต้นแม่จำนวนมาก  ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปสามเหลี่ยม กว้างประมาณ 10-15 เซนติเมตร ยาวกว่า 15 เซนติเมตร โคนใบเงี่ยงลูกศร ปลายใบแหลม แผ่นใบหนา สีเขียวคล้ำ เห็นเส้นใบสีเขียวเทา และมีนวลปกคลุม ใต้ใบสีเขียวเทา ก้านใบกลม สีม่วงคล้ำ ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ใบประดับรองรับช่อดอกสีเขียวอมม่วง ตอนบนสีขาว ปลีดอกสีขาวนวล อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: แสงแดดครึ่งวันถึงตลอดวัน น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ แยกไหล การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ […]

ว่านพญาหอกหัก

ตะพิด ชื่อวิทยาศาสตร์: Typhonium flagelliforme (Lodd.) Blume วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร มีลำต้นใต้ดินคล้ายหัวเผือก รูปทรงกลม ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปใบหอกแคบ โคนใบรูปหัวลูกศร ปลายใบแหลม ก้านใบกลมยาวสีเขียว  ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ใบประดับคล้ายกาบรองรับช่อดอกสีเขียว ปลายสีแดงอ่อน ปลีดอกสีเหลือง อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: แสงแดดรำไร พักตัวในฤดูหนาว น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: ใช้เป็นสมุนไพรแก้โรคผิวหนัง เชื่อว่าเป็นว่านทางคงกระพันชาตรี หากกินจะรู้สึกคันมากเหมือนมีอะไรมาแทงลิ้น เนื่องจากสารแคลเซียมออกซาเลตที่อยู่ในต้นนั่นเอง

ว่านปรอท

ชื่อวิทยาศาสตร์: Typhonium  sp. วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูงประมาณ 20 เซนติเมตร มีลำต้นใต้ดินคล้ายหัวเผือก รูปทรงกลมขนาดเล็ก ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปไข่กว้างหรือรูปหัวใจ เนื้อใบค่อนข้างหนา สีเขียวเข้ม เส้นใบเด่นชัด ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ใบประดับคล้ายกาบรองรับช่อดอกสีขาวนวล มีจุดประสีแดง ปลีดอกสีเหลือง อัตราการเจริญเติบโต: ช้า  ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: แสงแดดรำไร น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ ในทางสมุนไพรใช้เป็นยาถอนพิษ ฝี และอาการปวดแสบปวดร้อนจากน้ำร้อนลวกหรือไฟลวก โดยนำหัวหรือใบมาตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาว พอกบริเวณที่เกิดอาการจะช่วยบรรเทาอาการลงได้ แต่หัวว่านนี้เมื่อกินเข้าไปแล้วจะคันมาก เนื่องจากมีสารแคลเซียมออกซาเลตในเนื้อ หมายเหตุ: ว่านปรอทที่ปลูกเลี้ยงกันในปัจจุบันมีหลายพันธุ์ แต่ส่วนใหญ่เป็นต้นที่เรียกว่า ว่านตะพิดเล็ก หรือ อุตพิดเล็ก (Typhonium sp.) ซึ่งเป็นพืชอีกชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ว่านปรอทในบางตำราก็เป็นพืชในวงศ์ขิงด้วย

ว่านคางคก (มะอะอุ)

มะโนรา/ว่านมหาอุด/ว่านมหาอุตมะ/ว่านมะอะอุก้านเขียว/อุตพิด ชื่อวิทยาศาสตร์: Typhonium trilobatum (L.) Schott วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวคล้ายเผือก รูปกึ่งทรงกลม แตกหน่อเป็นปุ่มหัว ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ เมื่อต้นขนาดเล็ก ใบรูปหัวใจ เมื่อเจริญเต็มที่หยักเป็นแฉก 3-5 แฉก ปลายใบแหลม เส้นใบเป็นร่องตื้น ก้านใบกลม สีเขียวหรือดำ ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ใบประดับคล้ายกาบรองรับช่อดอกสีเขียว ปลีดอกสีแดง อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง ต้องการความชื้นในอากาศสูง แสงแดด: แสงแดดรำไร พักตัวในฤดูหนาว น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: เป็นสมุนไพรแก้โรคเรื้อนกวางและโรคผิวหนังอื่นๆ โดยนำหัวมาทุบผสมกับเหล้า ทาบริเวณที่เกิดอาการ หมายเหตุ: ว่านต้นนี้คืออุตพิดสายพันธุ์หนึ่งนั่นเอง ดอกก็มีกลิ่นเหม็นคล้ายอุตพิด แต่กลิ่นอ่อนกว่ามาก […]

ว่านกวักพระพรหม

สาลิกาลิ้นทอง ชื่อวิทยาศาสตร์: Schismatoglottis sp. วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: ลำต้นเหนือดินสูง 30-40 เซนติเมตร มีข้อปล้องเด่นชัด  ใบ: ใบรูปรีแกมรูปไข่ แนวเส้นใบเป็นร่องตื้น สีเขียว มีลายสีขาวเหลือบเงินเป็นแถบตามยาวทั้งสองด้านของแผ่นใบ ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ใบประดับรองรับช่อดอกสีเขียวอ่อน ปลีดอกสีขาว อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี โดยเฉพาะดินใบก้ามปู แสงแดด: แสงแดดรำไร น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ นิยมปลูกเพื่อความเป็นสิริมงคล เมตตามหานิยม และช่วยให้ค้าขายดี บางถิ่นเรียกว่า สาลิกาลิ้นทอง

ว่านเสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์

ชื่อวิทยาศาสตร์: Homalomena  sp. วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูง 30-50 เซนติเมตร ทุกส่วนมีกลิ่นหอม ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปหัวใจกว้าง สีเขียว ก้านใบสีม่วงแดง ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ก้านช่อดอกสีขาวมักโค้งลง ใบประดับคล้ายกาบรองรับช่อดอกสีเขียว ปลีดอกสีขาวนวล อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: แสงแดดรำไร น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ

ว่านเสน่ห์จันทร์ศรีมหาโพธิ์

ว่านเสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์ ชื่อวิทยาศาสตร์: Homalomena  lindenii (Rodigas) Lindl. วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: ลำต้นเหนือดินสูง 30-50 เซนติเมตร ทุกส่วนมีกลิ่นหอม  ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปหัวใจ สีเขียว กาบใบสีเขียวมีขอบขาว ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ใบประดับคล้ายกาบรองรับช่อดอกสีเขียว ปลีดอกสีขาวนวล อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: แสงแดดรำไร น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ ความเชื่อ: สรรพคุณเหมือนว่านเสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์ หมายเหตุ: ว่านต้นนี้คาดว่ากลายพันธุ์มาจากว่านเสน่ห์จันทร์ขาว ใบและก้านใบมีสีเขียว แต่อ่อนแอต่อเพลี้ยแป้ง จึงทำให้ใบดูหยาบด้านกว่าว่านเสน่ห์จันทร์ขาว

ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว

ชื่อวิทยาศาสตร์: Homalomena lindenii (Rodigas) Lindl. วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูงประมาณ 30 เซนติเมตรทุกส่วนมีกลิ่นหอม ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปหัวใจ มีเส้นใบสีขาวชัดเจน ก้านใบสีขาว ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ก้านช่อดอกสีขาวมักโค้งลง ใบประดับคล้ายกาบรองช่อดอกสีขาว ปลายสีเขียวอ่อน ปลีดอกสีขาว อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: แสงแดดรำไร น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ เชื่อว่าเป็นว่านทางเสน่ห์เมตตามหานิยม ในสมัยโบราณหญิงและชายนิยมปลูกเลี้ยงไว้เพื่อเป็นเสน่ห์แก่ตน ตามตำรากบิลว่านและต้นยาวิเศษนานาชนิดของคุณพยอม วิไลรัตน์ (2504) มีอีกชื่อหนึ่งว่า ว่านเสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์

ว่านเสน่ห์จันทร์ดำ

บอนส้ม/ว่านเต่าเขียด/โหรา/ซอยโบ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ชื่อวิทยาศาสตร์: Homalomena cf. aromatica (Spreng.) Schott วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูง 30-50 เซนติเมตร ทุกส่วนมีกลิ่นหอม ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปหัวใจ สีเขียว มีเส้นใบสีแดงอ่อน ก้านใบสีม่วงแดง เมื่อต้นโตเต็มที่ แผ่นใบจะแผ่กว้างขึ้น ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ก้านช่อดอกสีขาวมักโค้งลง ใบประดับคล้ายกาบรองรับช่อดอก สีแดง ปลีดอกสีขาวนวล อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: แสงแดดรำไร น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: เป็นสมุนไพร หัวมีกลิ่นหอม นำมาบดเป็นผงใช้ผสมกับใบยาสูบและยานัตถุ์ได้ เมื่อนำมากลั่นด้วยไอน้ำจะได้น้ำมันหอมสีเหลือง มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ความเชื่อ: แต่เดิมไม่ได้ใช้ประกอบกับว่านเสน่ห์จันทร์ขาว ว่านเสน่ห์จันทร์เขียว และว่านเสน่ห์จันทร์แดง แต่มีกลิ่นหอมและมีประโยชน์ ภายหลังจึงจัดเข้าชุดไว้ด้วยกัน […]

ว่านสาวน้อยประแป้ง

สาวน้อยประกายเพชร/ไอ้ใบ้/Dumb Cane ชื่อวิทยาศาสตร์: Dieffenbachia seguine (Jacq.) Schott วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูง 50-80 เซนติเมตร มีน้ำยางใสทุกส่วนของลำต้น ข้อปล้องชัดเจน สีเขียว เมื่อมีอายุมากขึ้น ลำต้นมักทอดเลื้อยไปตามผิวดิน  ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปรี ปลายใบแหลมมีติ่งแหลมสีเขียว มีจุดประสีขาวกระจายทั่วไป ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: แสงแดดรำไร น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: ปักชำยอด ปักชำข้อ การใช้งานและอื่นๆ: เป็นไม้ประดับจากต่างประเทศที่นำเข้ามาปลูกนานแล้ว และมักกลายพันธุ์ไปอีกหลายแบบ ใบเป็นสีขาวแกมเหลืองเกือบทั้งใบ ขอบใบสีเขียว ทุกส่วนของต้นมีสารแคลเซียมออกซาเลต เมื่อถูกน้ำยางจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างแรง ก่อนใช้ควรศึกษาให้ดีก่อน ความเชื่อ: เป็นว่านเสี่ยงทายโชคลาภ เสน่ห์เมตตามหานิยม หากปลูกไว้หน้าบ้านจะช่วยให้ค้าขายดี

ว่านสิงหโมรา

ผักหนามแดง/ผักหนามฝรั่ง ชื่อวิทยาศาสตร์: Cyrtosperma johnstoni  (N.E.Br.) N.E.Br. วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูง 50-80 เซนติเมตร  ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปสามเหลี่ยม โคนใบรูปเงี่ยงลูกศร ปลายใบแหลม แผ่นใบหนา สีเขียวเข้มเป็นมัน เส้นใบสีแดง ก้านใบสีขาวอมเขียวอ่อน มีลายขวางตามยาวสีดำ มีหนามแข็งทั่วไป ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ใบประดับคล้ายกาบรองรับช่อดอกสีม่วงดำ ปลีดอกสีเหลืองนวล อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินชุ่มชื้นหรือมีน้ำขังตื้นๆ แสงแดด: แสงแดดครึ่งวันถึงตลอดวัน น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ และเป็นสมุนไพรโดยนำกาบต้นมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ดองเหล้า ทำเป็นทิงเจอร์ กินครั้งละครึ่งถ้วยชา หรือประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ก่อนอาหาร ช่วยให้เจริญอาหารและบำรุงโลหิต แก้โรคโลหิตจาง ซูบซีด หน้ามืดเป็นลมวิงเวียนบ่อยๆ […]

ว่านมเหศวร

ว่านขุนศึก ชื่อวิทยาศาสตร์: Colocasia  sp. วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูง 80-100 เซนติเมตร มีลำต้นใต้ดินคล้ายหัวเผือก หากปลูกในที่มีความชื้นสูงจะแตกไหลยาวจำนวนมาก ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปหัวใจ ขนาดใหญ่ สีเขียว เส้นใบมีสีดำ ก้านใบกลม สีเขียว ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ใบประดับรองรับช่อดอกคล้ายกาบสีเขียว ปลีดอกสีเหลือง อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: แสงแดดรำไร น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ แยกไหล การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ ความเชื่อ: เชื่อกันว่ามีเทวดารักษา ต้องระวังไม่ให้รอบต้นสกปรกหรือมีสิ่งลามก

ว่านกวักโพธิ์เงิน

บอนใบโพ/ว่านโพธิ์เงิน/ว่านโพธิ์ทอง ชื่อวิทยาศาสตร์: Caladium schomburgkii Schott วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวแบบเผือก รูปทรงกลม สูง 30-35 เซนติเมตร ใบ: ใบรูปไข่ โคนใบกลม ปลายใบแหลม แผ่นใบสีเขียว เส้นกลางใบสีขาว ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ใบประดับรองรับช่อดอกสีเขียว ช่อดอกแบบช่อเชิงลดมีกาบ ปลีดอกสีขาวถึงสีเหลืองนวล ดอกมีกลิ่นหอมตอนกลางคืน อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ดินร่วนระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูงแสงแดด แสงแดด: ชอบครึ่งวันถึงรำไร น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อหรือผ่าหัว การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ ว่านชนิดนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า ว่านกวักโพธิ์ทอง แต่แตกต่างกันที่แผ่นใบค่อนข้างกลม โคนใบกลมเว้าเล็กน้อย เส้นใบมีสีแดง โดยเชื่อว่าหากปลูกแล้วจะเป็นศิริมงคล เมตตามหานิยม และช่วยให้ค้าขายดี หากปลูกดีๆ จะมีโชคลาภหลั่งไหลมามิได้ขาด

ว่านพญาปัจเวก

พญาเศวต/พระยาเศวต ชื่อวิทยาศาสตร์: Caladium humboldtii (Raf.) Schott วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูง 8-10 เซนติเมตร มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวแบบเผือก หัวกลม ขนาดประมาณ 8 มิลลิเมตร ทุกส่วนอวบน้ำ ใบ: ใบรูปหัวใจ โคนใบรูปหัวใจ ปลายใบแหลม แผ่นใบบางสีเขียว มีแต้มสีขาวกระจายทั่วใบ ก้านใบกลมสีเขียวอ่อน โคนกาบใบสีน้ำตาลเรื่อ ดอก: ช่อดอกแบบช่อเชิงลดมีกาบ อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง แสงแดด: แสงแดดครึ่งวัน น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับและใช้เป็นสมุนไพร โดยนำหัวมาตำผสมเหล้า ทาแก้แมลงสัตว์กัดต่อย บ้างว่าใช้แก้พิษงู หมายเหตุ: ว่านชนิดนี้ปลูกเลี้ยงกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ตามบ้านขุนนางใหญ่ เพื่อประดับบารมี

พลูสนิม

Black Gold Philodendron/Velour Philodendron ชื่อวิทยาศาสตร์: Philodendron melanochrysum Linden & André วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้เลื้อยเนื้ออ่อนขนาดกลาง ลำต้น: เลื้อยได้ไกล 2-4 เมตร ใบ: เดี่ยว ออกเวียนสลับ ยอดอ่อนมีสีแดงเรื่อ รูปหัวใจ ขนาด 3-5 x 5-8 เซนติเมตร ปลายเรียวแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ แผ่นใบเป็นกำมะหยี่สีเขียวคล้ำอมสีแดง ใต้ใบสีม่วงแดง เส้นใบย่อยเป็นร่องลึก ก้านใบยาว 4-5 เซนติเมตร สีเขียวอมแดงเรื่อ ดอก: มักไม่พบช่อดอก ผล: ไม่ติดผล อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง ดิน: ดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: รำไร น้ำ: มาก ขยายพันธุ์: ปักชำยอด การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้กระถางหรือเกาะกับไม้ใหญ่ เลี้ยงง่ายและทนทาน

พลูฉีก

พลูแฉก/Herricane Plant/Split-leaf Philodendron/Swiss Cheese Plant/Window Plant ชื่อวิทยาศาสตร์: Monstera deliciosa Liebm. วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้เลื้อยขนาดกลาง ลำต้น: มีข้อสั้น เลื้อยได้ไกล 2-4 เมตร ใบ: เดี่ยว ออกสลับระนาบเดียว รูปหัวใจป้อม ขนาด 20-40 x 50-90 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง เมื่อยังเล็กใบหยักเว้าเป็นแฉกและไม่มีช่องระหว่างเส้นใบ เมื่อโตเต็มที่ใบเปลี่ยนรูปและมีช่อง ปัจจุบันมีพลูฉีกใบด่าง (M. deliciosa ‘Variegata’) ดอก: มักไม่พบช่อดอก ผล: ไม่ติดผล อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง ดิน: ดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: รำไร น้ำ: มาก ขยายพันธุ์: ปักชำยอด การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้กระถางเลื้อยขึ้นหลัก เลี้ยงง่ายและทนทาน

หน้าวัวใบ ไม้ใบสวย เลี้ยงง่าย

พอเอ่ยถึง “หน้าวัว”  หลายคนอาจคุ้นเคยกับดอกไม้ที่มีหน้าตาเหมือนใบไม้ สีแดง ชมพู ขาว ที่มีปลีดอกงอกออกจากกึ่งกลางดอก ที่จริงยังมีหน้าวัวอีกกลุ่มหนึ่งที่มีใบสวยงามสะดุดตามากกว่าดอก เรียกกันว่า “หน้าวัวใบ” หน้าวัวใบมีรูปแบบใบและขนาดต้นที่หลากหลาย จึงนิยมปลูกเป็นไม้กระถางประดับตกแต่งภายในบ้านเรือน เพื่อบดบังมุมที่ดูไม่สวยงาม อับทึบ หรือปลูกประดับตกแต่งสวนในรูปแบบต่าง ๆ สิ่งสำคัญคือ ภาชนะที่ใช้ควรมีขนาดและรูปทรงที่เหมาะกับสไตล์บ้านหรือสวนนั้น ๆเช่น สวนสไตล์อังกฤษ สามารถนำหน้าวัวใบที่มีทรงพุ่มแผ่กว้างมาปลูกในกระถางดิน เพื่อสร้างจุดเด่นให้สวน แต่ถ้าต้องการปลูกลงดินควรปรับสภาพดินให้เหมาะกับการเจริญเติบโตของหน้าวัวใบ อีกทั้งควรเลือกพรรณไม้ชนิดอื่น ๆ ที่ต้องการสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังตัดใบมาใช้ปักแจกันร่วมกับไม้ประดับอื่น ๆ ได้อีกด้วย ทำความรู้จักหน้าวัวใบ ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา วงการไม้ประดับในบ้านเราได้รับความนิยมมาก นักปลูกเลี้ยงไม้ประดับรุ่นบุกเบิกหลายท่าน เช่น สิทธิพร โทณวนิก อาทร หิญชีระนันทน์ ดิลก มักอุส่าห์ และ สุรัตน์ วัณโณ ได้นำไม้ประดับจากต่างประเทศเข้ามาปลูกเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง หน้าวัวใบ ก็เป็นไม้ใบประดับอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บุคคลสำคัญที่ทำให้หน้าวัวใบเป็นที่รู้จักและนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางในเมืองไทย คือ อาจารย์สุรัตน์ วัณโณ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หน้าวัวใบเป็นพืชสกุล Anthurium […]

หน้าวัวใบ ไม้ใบสวย เลี้ยงง่าย

พอเอ่ยถึง “หน้าวัว”  หลายคนอาจคุ้นเคยกับดอกไม้ที่มีหน้าตาเหมือนใบไม้ สีแดง ชมพู ขาว ที่มีปลีดอกงอกออกจากกึ่งกลางดอก ที่จริงยังมีหน้าวัวอีกกลุ่มหนึ่งที่มีใบสวยงามสะดุดตามากกว่าดอก เรียกกันว่า “หน้าวัวใบ” หน้าวัวใบมีรูปแบบใบและขนาดต้นที่หลากหลาย จึงนิยมปลูกเป็นไม้กระถางประดับตกแต่งภายในบ้านเรือน เพื่อบดบังมุมที่ดูไม่สวยงาม อับทึบ หรือปลูกประดับตกแต่งสวนในรูปแบบต่าง ๆ สิ่งสำคัญคือ ภาชนะที่ใช้ควรมีขนาดและรูปทรงที่เหมาะกับสไตล์บ้านหรือสวนนั้น ๆเช่น สวนสไตล์อังกฤษ สามารถนำหน้าวัวใบที่มีทรงพุ่มแผ่กว้างมาปลูกในกระถางดิน เพื่อสร้างจุดเด่นให้สวน แต่ถ้าต้องการปลูกลงดินควรปรับสภาพดินให้เหมาะกับการเจริญเติบโตของหน้าวัวใบ อีกทั้งควรเลือกพรรณไม้ชนิดอื่น ๆ ที่ต้องการสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังตัดใบมาใช้ปักแจกันร่วมกับไม้ประดับอื่น ๆ ได้อีกด้วย ทำความรู้จักหน้าวัวใบ ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา วงการไม้ประดับในบ้านเราได้รับความนิยมมาก นักปลูกเลี้ยงไม้ประดับรุ่นบุกเบิกหลายท่าน เช่น สิทธิพร โทณวนิก อาทร หิญชีระนันทน์ ดิลก มักอุส่าห์ และ สุรัตน์ วัณโณ ได้นำไม้ประดับจากต่างประเทศเข้ามาปลูกเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง หน้าวัวใบ ก็เป็นไม้ใบประดับอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บุคคลสำคัญที่ทำให้หน้าวัวใบเป็นที่รู้จักและนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางในเมืองไทย คือ อาจารย์สุรัตน์ วัณโณ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หน้าวัวใบเป็นพืชสกุล Anthurium […]