ออกแบบบ้านและต้นไม้ให้เป็นส่วนเดียวกัน

บ้านจะมีชีวิตชีวาต้องมีธรรมชาติเป็นส่วนประกอบ บ้านที่มีพื้นที่ดินจะสามารถสร้างให้อยู่ท่ามกลางสวนและธรรมชาติได้ แต่เมื่อที่ดินสร้างบ้านมีขนาดเล็กลง พื้นที่สำหรับสวนจึงเหลือน้อยตามไปด้วย แต่เราสามารถออกแบบให้มีต้นไม้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้หลายวิธี ซึ่งทั้งช่วยประหยัดพื้นที่และยังคงมีความร่มรื่นอยู่แบบเต็มร้อย มาดู 7 เรื่องควรรู้ในการออกแบบบ้านให้อยู่ร่วมกับต้นไม้กัน 1.ต้นไม้อยู่ตรงไหนของบ้านได้บ้าง บ้านปกติมักจะออกแบบให้มีสวนอยู่ล้อมรอบ แต่ถ้าไม่มีพื้นที่รอบบ้าน มาดูกันว่าจะสามารถออกแบบต้นไม้หรือจัดสวนให้อยู่ตรงไหนได้บ้าง อาคารเขียว สวนบนอาคาร ได้แก่ สวนบนดาดฟ้า สวนบนระเบียง และสวนที่อยู่บนโครงสร้างอาคาร ควรเตรียมโครงสร้างในการรับน้ำหนักไว้ตั้งแต่เริ่มสร้างและทำระบบกันซึมปัองกันโครงสร้างเสียหายจากความชื้น ผนังอาคารต้นไม้ อาศัยผนังอาคารหรือโครงสร้างของอาคารในการปลูกหรือให้ต้นไม้เกาะเกี่ยว เช่น การปลูกไม้เลื้อยเกาะผนังโดยตรง การปลูกไม้เลื้อยเกาะโครงสร้างเสริม หรือทำผนังอาคารเป็นกระบะปลูก ผนังสวนแนวตั้ง เป็นการนำแผ่นหรืออุปกรณ์ที่บรรจุวัสดุปลูกไปติดตั้งบนผนังอาคารอีกชั้นหนึ่ง สวนในบ้าน โดยออกแบบพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นกระบะปลูกต้นไม้หรือพื้นที่จัดสวน ซึ่งอาจเป็นสวนภายในบ้านหรือสวนกึ่งภายนอก 2.การทำสวนบนหลังคา ระเบียง การทำกระบะหรือพื้นที่ปลูกต้นไม้บนหลังคา ระเบียง และบนโครงสร้างอาคาร ควรเตรียมระบบกันซึมเพื่อป้องกันความชื้นที่มากับต้นไม้และดิน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้โครงสร้างบ้านเสียหาย รวมถึงเตรียมชั้นดินและระดับความลึกของดินให้เหมาะกับการปลูกพืชพรรณแต่ละชนิด 3.การออกแบบผนังอาคารต้นไม้ การออกแบบฟาซาดบ้านให้ประกอบด้วยด้วยต้นไม้ หรือ อาคารเขียว เป็นแนวคิดที่สร้างความกลมกลืนกับธรรมชาติที่เห็นผลชัดเจนที่สุด โดยปลูกต้นไม้ปกคลุมอาคารทั้งหมดหรือบางส่วน ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้แม้ในพื้นที่จำกัด และเป็นอีกวิธีในการสร้างสภาพแวดล้อมของบ้านให้ดี สามารถออกแบบร่วมกับผนังอาคารประเภทต่างๆเพื่อช่วยให้เมืองมีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น การปลูกต้นไม้ให้เป็นฟาซาดสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การปลูกให้ต้นไม้เติมโตจากด้านล่าง เป็นการปลูกต้นไม้บนพื้นดินให้เติบโตไปบนผนังอาคาร สามารถทำได้ทั้งการให้ต้นไม้เกาะกับผนังโดยตรง เช่น ต้นตีนตุ๊กแก […]

สนทนากับ รศ.ดร.อรรจน์ เศรษฐบุตร ถึงเรื่อง ‘อาคารเขียว’ จากเทรนด์สู่วิถีชีวิตยุคใหม่

อาคารเขียว ไม่ใช่ เทรนด์หรือแนวโน้มความนิยมด้านการออกแบบมากมาย ที่มาแล้วก็ผ่านไปแต่คือแนวคิด ‘เทคโนโลยีอาคาร’ ที่มีใจความสำคัญเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน รวมถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อม เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของโลกด้านสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นแรงผลักดันให้เราทุกคนต้องหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้อย่างจริงจัง room ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.อรรจน์ เศรษฐบุตร อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการผู้จัดการบริษัท แอฟริคัส จำกัด ( Africvs )มาร่วมพูดคุยให้ความรู้และความเข้าใจถึงแนวทางอันเหมาะสมในการประยุกต์เรื่องอาคารเขียวให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน “ความสุขในการทำงานของเราคือการอยู่แวดล้อมด้วยคนที่มีความเข้าใจในเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ก่อนคิดว่าต้องทำอะไรยิ่งใหญ่แบบก้าวกระโดด แต่ถึงตอนนี้เรารู้ว่าต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถึงจะช่วยเปลี่ยนโลกได้ ถ้าเราใจร้อน ไม่มีความสุข เราทำงานตรงนี้ไม่ได้” จุดเริ่มต้นความสนใจใน ‘อาคารเขียว’ “จริง ๆ เรื่องของการประหยัดพลังงานมีมานานแล้ว สมัยผมจบปริญญาตรีแล้วมาทำงานสถาปัตย์ฯ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าทำไมเราถึงไม่มีการเรียนการสอนเรื่องพวกนี้เลย แต่ว่าในระดับการศึกษาเดียวกันในต่างประเทศ เขามีการพูดถึงเรื่องการประหยัดพลังงานไปไกลแล้ว เลยตัดสินใจไปเรียนต่อที่อเมริกาทางด้านเทคโนโลยีอาคาร แล้วรู้สึกว่าเปิดมุมมองใหม่ให้เรามาก หลังจากเรียนจบทางด้านนั้นมา ผมก็เรียนต่อปริญญาเอกด้านอาคารสิ่งแวดล้อม ที่อเมริกาหรือในยุโรปเขาศึกษากันเรื่องของอาคารเขียว ซึ่งมาจากเรื่องของการประหยัดพลังงาน เรื่อยมาจนถึงเรื่องการประหยัดวัสดุ และการรักษาสภาพแวดล้อม ระหว่างนั้นก็ได้มีโอกาสทำงานเกี่ยวกับอาคารเขียวตอนอยู่ที่อเมริกาเพราะเรียนปริญญาเอกอยู่ที่นั่น 5 ปี มีเรื่องของการเข้าไปตรวจวัดประสิทธิภาพ การประเมินอาคาร แล้วมีระบบเกณฑ์การประเมินอาคารเขียวพ่วงเข้ามา พอเรียนจบผมก็กลับมาเป็นอาจารย์ที่จุฬาฯ ประจวบเหมาะกับว่ามีการประกวดแบบอาคารของปตท. ซึ่งเขาเขียนไว้ว่าต้องเป็นอาคารเขียว ตอนนั้นสถาปนิกบ้านเรายังไม่ค่อยรู้ว่ามันคืออะไร […]

STEPPING PARK HOUSE ไม่ต้องไปสวนสาธารณะก็พักผ่อนได้ ใต้ร่มไม้สีเขียวกลางบ้านส่วนตัว

บ้านโมเดิร์น ที่ยอมให้ต้นไม้บุก! ทะลักออกมาจากด้านใน กับงานออกแบบที่เอาใจคนอยู่ผู้รักต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ แบบไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล ก็สามารถโอบกอดต้นไม้ได้จากในบ้าน ให้ธรรมชาติขยับเข้ามาใกล้ตัวในระยะประชิด บำบัดจิตใจให้สุขสงบ ต่างจากบรรยากาศเมืองที่แสนวุ่นวายภายนอก จากเหตุผลที่สวนสาธารณะในโฮจิมินห์ซิตี้มีน้อย และไม่เพียงพอต่อความต้องการสักเท่าไหร่ ดังนั้นเพื่อเอาใจเจ้าของบ้านผู้รักธรรมชาติเป็นชีวิตจิตใจ VTN Architects(Vo TrongNghia Architects) จึงออกแบบ บ้านโมเดิร์น ที่ตั้งอยู่กลางย่านที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ของเมืองโฮจิมินห์นี้ ให้เป็นอาคารที่ราวกับปลูกครอบอยู่กลางดงไม้สีเขียว แบบไม่ต้องออกไปไหนไกล ก็สามารถมีความสุขอยู่ท่ามกลางธรรมชาติในบ้านได้ทั้งวัน ความเขียวปะทะสายตาตั้งแต่แรกเห็น กับช่องหน้าต่างสี่เหลี่ยมที่ถูกปกคลุมด้วยม่านไม้เลื้อย ตัดกับตัวอาคารโมเดิร์นสีขาวทรงกล่องขนาด 3 ชั้น และเมื่อเข้ามาด้านในตัวบ้าน พื้นที่ชั้น 1 จะพบกับโถงพักผ่อนที่รวมมุมนั่งเล่นและส่วนรับประทานอาหารเข้าด้วยกันแบบโอเพ่นสเปซ ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสวนภายนอกผ่านบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ที่เปิดออกได้จนสุด มีไฮไลท์คือต้นไม้ที่แทรกตัวอยู่กลางบ้าน แผ่เรือนยอดสูงชะลูดขึ้นไปตามความสูงของบันไดที่ออกแบบเป็นโถงดับเบิ้ลสเปซต่อเนื่องขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด ชั้น 2 ประกอบด้วยห้องนอนส่วนตัวที่อยู่คนละฝั่งระหว่างช่องบันได ขณะที่ทางเดินหน้าห้องยังไม่ลืมปลูกต้นไม้ไว้ด้วย เรียกว่าต้นไม้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้านในทุก ๆ ชั้น ภายในห้องนอนออกแบบช่องเปิดของแต่ละห้อง ให้ปกคลุมไปด้วยไม้เลื้อยที่พร้อมเกาะไปตามแนวลวด กลายเป็นม่านธรรมชาติสีเขียวสดที่ช่วยพรางสายตาไปในตัว ดังนั้นเมื่อมองจากภายนอกจึงทำให้เห็นช่องหน้าต่างเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวที่แข่งกันเติบโต โผล่พุ่งออกมาจากตัวบ้านดูแปลกตาต่างจากบ้านใกล้เคียง ส่วนสุดท้ายคือชั้น 3 พื้นที่ชั้นนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่คล้ายกับป่า แม้จะอยู่ในร่มก็ตาม การปลูกต้นไม้ในชั้นบนของบ้านให้ความรู้สึกแบบกึ่งเอ๊าต์ดอร์ รอบ ๆ ทั้งลมและอากาศสามารถพัดผ่านได้สะดวก ขณะที่ด้านบนมุงด้วยหลังคาทำจากวัสดุโปร่งแสง […]