สวนสไตล์โมเดิร์นไชนีส บนพื้นที่คอร์ตยาร์ดที่ถูกล้อมรอบด้วยอาคาร

ความเชื่อในแบบฉบับของคนจีนมักถูกถ่ายทอดจากนามธรรมออกมาเป็นรูปธรรมในสิ่งต่าง ๆ ให้เราเห็นอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นภาษา อาหาร วัฒนธรรม เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย รวมไปถึงรูปแบบของงานสถาปัตยกรรมและการจัดสวนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะสามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจน สวนสไตล์โมเดิร์นไชนีส สวนสไตล์จีนที่ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย ของศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน การจัดการกับต้นไม้ และพื้นที่สวนที่อยู่ติดกับบ้านหรือพื้นที่สวนคอร์ตยาร์ด หลังจากที่ได้รับการจัดสรรมรดกที่ดินจากรุ่นคุณพ่อที่อยากให้ครอบครัวพี่น้องอยู่ในระแวกเดียวกันแล้ว คุณสุพัตรา – คุณธวัช พิทักษ์ธีระธรรม จึงได้เริ่มต้นสร้างบ้านหลังนี้ขึ้น “ในตอนแรกเรามีไอเดียในการตกแต่งภายในบ้านให้เป็นสไตล์โมเดิร์นไชนีส แต่พื้นที่สวนรอบนอกเรายังนึกไม่ออกว่าจะให้ออกมาเป็นแบบไหนดี เลยปรึกษาทาง คุณดอส – ปณัฐ สุมาลย์โรจน์ จาก บริษัทเพอโกล่าร์ จํากัด ให้ช่วยออกแบบบริเวณสวน โดยมีโจทย์เริ่มต้นว่าอยากได้ สวนสไตล์โมเดิร์นไชนีส ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งในระหว่างนั้นงานตกแต่งภายในบ้านก็ยังสร้างไม่เสร็จดี เลยไม่แน่ใจว่าทางนักจัดสวนจะเห็นภาพเดียวกับเราไหม สวนจะเข้ากับบ้านหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าพอเขาดีไซน์ออกมากลับเข้ากันได้ดี ถูกใจ ใช้ได้ เหมือนเขาอ่านใจเราได้ว่าชอบแบบไหน อยากได้แบบไหน โดยเฉพาะงานประติมากรรมรูปเหรียญที่ออกมาสวยงาม มีความหมายที่ดี แถมยังเข้ากันกับงานประติมากรรมภายในบ้านที่ตกแต่งด้วยเหรียญไว้เช่นกันอย่างไม่น่าเชื่อ”  เมื่อก้าวเข้ามาสู่บริเวณหน้าบ้าน นักจัดสวนได้ออกแบบพื้นที่ให้มีกลิ่นอายของความโมเดิร์น เรียบ เท่ ด้วยพื้นสนามหญ้าตัดกับเส้นสายลายกราฟิกโทนสีขาว เทา ดำ ล้อไปกับแนวระดับของบ้านเชื่อมลงสู่พื้นถนนด้านล่าง ทำให้รู้สึกนิ่ง สุขุม และเย็นสบายตา […]

ENVELOPE HOUSE บ้านโมเดิร์น ของครอบครัวใหญ่ ที่เผื่อพื้นที่ให้ต้นไม้ได้เติบโตและมีสายลมพัดผ่าน

บ้านโมเดิร์น ของครอบครัวขนาดใหญ่ในสิงคโปร์ กับการเนรมิตพื้นที่ให้เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ พร้อมการมอบนิยามใหม่ให้การสร้างบ้านในเขตร้อนชื้น ช่วยให้บ้านมีเอกลักษณ์ไปพร้อมกับการอยู่อาศัยที่ดี เพราะ สิงคโปร์ เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าทุกตารางนิ้วบนเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้มีคุณค่าและราคาสูง การสร้างบ้านสักหนึ่งหลังจึงต้องคำนึงถึงฟังก์ชันและการใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด บ้านโมเดิร์น หลังนี้ ก็เช่นกัน กับการรวบรวมสมาชิกของครอบครัวไว้ถึง 3 ครอบครัว และหลายเจเนอเรชั่น บ้างหลังนี้จึงต้องตอบสนองคนทุกช่วงวัย โดยไม่ละทิ้งสเปซที่เป็นส่วนตัว ควบคู่ไปกับการสร้างพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว เพิ่มเติมคือพื้นที่สีเขียว ที่ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนก็สัมผัสได้ถึงธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนโหยหา และเชื่อว่าจะช่วยเยียวยาใจทุกครั้งเมื่อกลับถึงบ้าน เอกลักษณ์ของบ้านหลังนี้ เด่นด้วยบ้านรูปทรงกล่องโมเดิร์นดีไซน์เรียบง่าย ออกแบบโดยสถาปนิกจาก Asolidplan สะดุดตาเป็พิเศษกับช่องเปิดสี่เหลี่ยมหลากหลายขนาดที่กระจายอยู่ทั่วอาคาร จนเปรียบเสมือนเป็นลวดลายให้แก่เปลือกอาคาร หรือฟาซาดไปในตัว ทำหน้าที่ช่วยนำแสงและลมให้พัดผ่านเข้ามาสู่พื้นที่พักอาศัยด้านใน ทำให้บ้านเย็นตลอดเวลา แม้หน้าบ้านจะหันไปทางทิศตะวันตกก็ตาม เมื่อเข้ามาภายในบ้าน มุมมองของสวนสีเขียวด้านนอกยังตามเข้ามาสู่พื้นที่ส่วนกลางของบ้านเกือบทุกอณู เพื่อให้เกิดความรู้สึกสดชื่นท่ามกลางบรรยากาศสวนสีเขียวในร่ม ปลูกต้นไม้อยู่ใต้บันไดของคอร์ตกลางบ้าน ให้แทงยอดสูงชะลูดขึ้นไปจนถึงชั้นสอง คล้ายยกธรรมชาติมาไว้ใกล้ตัว เสริมด้วยบ่อน้ำเล็ก ๆ ที่มีแผ่นทางเดิน สำหรับเดินเชื่อมต่อไปยังมุมนั่งเล่น และมุมนั่งเล่นเล็ก ๆ ริมหน้าต่าง รับรู้ถึงความผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ สวนพักอาศัยชั้นสอง เป็นชั้นพักผ่อนของผู้สูงอายุของครอบครัว ส่วนชั้นสามเป็นส่วนพักอาศัยของครอบครัวรุ่นใหม่ โดยระหว่างขึ้นบันไดยังจะสัมผัสได้ถึงความเขียวชอุ่มของยอดไม้ แถมมีที่นั่งเล็ก […]

บ้านกลางสวน ที่เปิดมุมมองรับธรรมชาติรอบตัว

การทำให้บ้านน่าอยู่และสดชื่นอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสถาปัตยกรรมสวยๆ หรือการตกแต่งภายในให้อยู่สบายเท่านั้น หากแต่ความร่มรื่นจากต้นไม้หรือพื้นที่สีเขียวยังมีส่วนช่วยลดอุณหภูมิความร้อน กรองแสงกรองฝุ่น เพิ่มออกซิเจน และส่งผลต่อการกระตุ้นพลังงานที่ดีให้ชีวิตได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะอย่างนี้ คุณหนึ่ง-เดโช สว่างรุ่งเรืองกิจ และ คุณดาว-ดวงดาว รัตนวงศ์ชัย จึงตัดสินใจย้ายออกจากบ้านหลังเดิมที่อยู่กลางเมืองซึ่งมีแต่ความแออัดและวุ่นวาย แล้วมองหาทำเลใหม่ที่ห่างจากตัวเมืองเพื่อสร้าง บ้านกลางสวน ให้เป็นที่พักผ่อนของครอบครัวอย่างแท้จริง สถาปนิก : PVWB Studio โดยคุณวิชญ์วัส บุญประสงค์ เจ้าของ : คุณเดโช สว่างรุ่งเรืองกิจ และ คุณดวงดาว รัตนวงศ์ชัย แม้ก่อนหน้านั้นคุณหนึ่งจะยอมรับว่าเขาไม่เคยสนใจลงทุนกับเรื่องการสร้างบ้านเลยก็ตาม “ผมเคยคิดนะว่าการลงทุนกับบ้านมันไร้สาระ ตอนสร้างบ้านหลังนี้ก็ทำไปตามความต้องการของภรรยา ยิ่งมาเจอปัญหาระหว่างการก่อสร้างยิ่งหงุดหงิดมาก แต่พอแก้ปัญหาได้เรารู้สึกว่าโตขึ้น มองย้อนกลับไปแล้วมันกลายเป็นปัญหาที่ไม่ยากเลย เพราะสิ่งที่ได้มาคุ้มค่าสำหรับครอบครัวเรามากๆ” บ้านกลางสวน ทำเลที่คุณหนึ่งถูกใจนั้นเป็นพื้นที่ของบ้านเดี่ยว 5 หลังติดกันภายในซอยแห่งหนึ่งใกล้กับสนามบิน ด้วยว่าสภาพแวดล้อมที่สงบเงียบและหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ก็ทำให้ราคาบ้านย่านนี้ไม่สูงมากนัก ความตั้งใจเดิมคือ รีโนเวตบ้านแต่ละหลังและทำทางเชื่อมต่อถึงกัน แต่ คุณเต้อ–วิชญ์วัส บุญประสงค์ สถาปนิกแห่ง PVWB studio แนะนำว่าให้รื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ โดยถมที่ให้สูงขึ้นพ้นระดับรอยน้ำท่วมเดิมและออกแบบสเปซให้มีพื้นที่สีเขียวแทรกตัวอยู่กับบ้านอย่างเต็มที่ คุณเต้อเล่าถึงแนวคิดนี้ว่า “เพราะเจ้าของบ้านอยากได้บ้านสบายๆ แบบรีสอร์ตที่เปิดโล่ง ได้สัมผัสกับธรรมชาติ […]

การจัดการกับต้นไม้ และพื้นที่สวนที่อยู่ติดกับบ้านหรือพื้นที่สวนคอร์ตยาร์ด

คอร์ตยาร์ดและบริเวณข้างบ้านไม่อาจดูสวยงามสมบูรณ์ได้เลยหากขาดสวนและต้นไม้ แต่ด้วยลักษณะพื้นที่ที่ถูกปิดล้อมจากหลายทางและติดกับโครงสร้างสถาปัตยกรรม ทำให้พื้นที่ต้นไม้และสวนที่อยู่ติดกับบ้าน รวมไปถึงพื้นที่สวนคอร์ตยาร์ด มีจุดเด่นและรายละเอียดต่างจากสวนที่จัดทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภายนอกอาคาร หรือสเปซกว้าง ๆ ที่โอบล้อมอาคารเอาไว้ ตาม บ้านและสวน มาเรียนรู้วิธี การจัดสวนใกล้โครงสร้างอาคาร ไม่ว่าจะเป็น การเลือกใช้ต้นไม้และการจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมกับพื้นที่ลักษณะนี้กันเถอะ การเลือกไม้ประธาน การเลือกไม้ยืนต้นเป็นตัวเลือกแรกที่หลายคนเลือกใช้ เพราะ ให้ความรู้สึกของสวนและธรรมชาติได้ในทันทีที่ปลูก ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความร้อนจากแดดแก่คอร์ตยาร์ดและพื้นที่ภายในบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่มีช่องเปิดทางทิศตะวันตกและทิศใต้ อีกทั้งด้วยลักษณะทรงต้นที่ส่วนใหญ่จะสูงตรงและแผ่ออกด้านบน ทำให้บริเวณใต้ต้นไม้ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้อีกมาก สิ่งสำคัญในการเลือกไม้ยืนต้นมีทั้งเรื่องของกิ่งที่อาจหักและระบบรากที่อาจไปทำอันตรายแก่โครงสร้างฐานรากของบ้านที่อยู่ใต้ดิน ซึ่งเรามองไม่เห็น จึงมีข้อควรระวัง ดังนี้ – พื้นคอร์ตยาร์ดควรมีระยะความกว้างที่มีแสงแดดส่องถึง อย่างน้อย 4 เมตร โดยต้นไม้ควรมีรูปทรงต้นแบบพีระมิด รูปทรงกระบอก หรือรูปทรงไข่ที่สูงชะลูดขึ้นด้านบน เนื่องจากต้นไม้ทุกชนิดโดยเฉพาะไม้ยืนต้นต้องการแสงแดดในการสังเคราะห์แสงสร้างอาหาร ระยะดังกล่าวเป็นระยะแคบที่สุดที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งพอจะเจริญเติบโตและแผ่กิ่งก้านได้ในพื้นที่ที่มีร่มเงาจากอาคารมาทาบเกือบทั้งวัน ซึ่งก็มีต้นไม้เพียงบางชนิดเท่านั้นที่สามารถเติบโตได้ในพื้นที่จำกัดขนาดนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ประเภทปาล์ม น้ำเต้าต้น ลั่นทม ไทรใบสัก ยางอินเดีย เป็นต้น ซึ่งหากมีพื้นที่กว้างขวางก็สามารถเลือกใช้ต้นไม้อื่นที่เหมาะสมกว่าได้ – ไม้ยืนต้นที่ปลูกควรจะมีกิ่งที่สูงโปร่งไม่แผ่ออกด้านข้างมากนัก เนื้อไม้โดยเฉพาะบริเวณกิ่งต้องแข็งแรง ไม่เปราะหรือหักง่าย นอกจากนั้นยังควรหมั่นตัดแต่งให้เรือนยอดไม่สูงเด่น แน่นทึบ หรือเทน้ำหนักไปทางใดทางหนึ่งมากจนเกินไป ให้มีขนาดทรงพุ่มเหมาะสมกับตัวกระบะปลูกหรือภาชนะปลูกที่มีรากอยู่ใต้ดิน – ระบบรากไม่แผ่ออกด้านข้างมากเกินไปและไม่ลอยเหนือดิน […]