บ้านกลางสวน ที่เปิดมุมมองรับธรรมชาติรอบตัว

การทำให้บ้านน่าอยู่และสดชื่นอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสถาปัตยกรรมสวยๆ หรือการตกแต่งภายในให้อยู่สบายเท่านั้น หากแต่ความร่มรื่นจากต้นไม้หรือพื้นที่สีเขียวยังมีส่วนช่วยลดอุณหภูมิความร้อน กรองแสงกรองฝุ่น เพิ่มออกซิเจน และส่งผลต่อการกระตุ้นพลังงานที่ดีให้ชีวิตได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะอย่างนี้ คุณหนึ่ง-เดโช สว่างรุ่งเรืองกิจ และ คุณดาว-ดวงดาว รัตนวงศ์ชัย จึงตัดสินใจย้ายออกจากบ้านหลังเดิมที่อยู่กลางเมืองซึ่งมีแต่ความแออัดและวุ่นวาย แล้วมองหาทำเลใหม่ที่ห่างจากตัวเมืองเพื่อสร้าง บ้านกลางสวน ให้เป็นที่พักผ่อนของครอบครัวอย่างแท้จริง สถาปนิก : PVWB Studio โดยคุณวิชญ์วัส บุญประสงค์ เจ้าของ : คุณเดโช สว่างรุ่งเรืองกิจ และ คุณดวงดาว รัตนวงศ์ชัย แม้ก่อนหน้านั้นคุณหนึ่งจะยอมรับว่าเขาไม่เคยสนใจลงทุนกับเรื่องการสร้างบ้านเลยก็ตาม “ผมเคยคิดนะว่าการลงทุนกับบ้านมันไร้สาระ ตอนสร้างบ้านหลังนี้ก็ทำไปตามความต้องการของภรรยา ยิ่งมาเจอปัญหาระหว่างการก่อสร้างยิ่งหงุดหงิดมาก แต่พอแก้ปัญหาได้เรารู้สึกว่าโตขึ้น มองย้อนกลับไปแล้วมันกลายเป็นปัญหาที่ไม่ยากเลย เพราะสิ่งที่ได้มาคุ้มค่าสำหรับครอบครัวเรามากๆ” บ้านกลางสวน ทำเลที่คุณหนึ่งถูกใจนั้นเป็นพื้นที่ของบ้านเดี่ยว 5 หลังติดกันภายในซอยแห่งหนึ่งใกล้กับสนามบิน ด้วยว่าสภาพแวดล้อมที่สงบเงียบและหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ก็ทำให้ราคาบ้านย่านนี้ไม่สูงมากนัก ความตั้งใจเดิมคือ รีโนเวตบ้านแต่ละหลังและทำทางเชื่อมต่อถึงกัน แต่ คุณเต้อ–วิชญ์วัส บุญประสงค์ สถาปนิกแห่ง PVWB studio แนะนำว่าให้รื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ โดยถมที่ให้สูงขึ้นพ้นระดับรอยน้ำท่วมเดิมและออกแบบสเปซให้มีพื้นที่สีเขียวแทรกตัวอยู่กับบ้านอย่างเต็มที่ คุณเต้อเล่าถึงแนวคิดนี้ว่า “เพราะเจ้าของบ้านอยากได้บ้านสบายๆ แบบรีสอร์ตที่เปิดโล่ง ได้สัมผัสกับธรรมชาติ […]

จัดการกับต้นไม้ และพื้นที่สวนที่อยู่ติดกับบ้าน หรือพื้นที่สวนคอร์ตยาร์ด

คอร์ตยาร์ดและบริเวณข้างบ้านไม่อาจดูสวยงามสมบูรณ์ได้เลยหากขาดสวนและต้นไม้ ด้วยลักษณะพื้นที่ซึ่งมีสเปซถูกปิดล้อมจากหลายทางและติดกับโครงสร้างสถาปัตยกรรม ทำให้พื้นที่ต้นไม้และสวนที่อยู่ติดกับบ้าน รวมไปถึงพื้นที่สวนคอร์ตยาร์ดมีจุดเด่นและรายละเอียดต่างจากสวนที่จัดทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภายนอกอาคารหรือสเปซกว้างๆที่โอบล้อมอาคารเอาไว้ มาลองเรียนรู้การเลือกใช้ต้นไม้และการจัดสวนให้เหมาะสมกับพื้นที่ลักษณะนี้กันเถอะ การเลือกไม้ประธาน การเลือกไม้ยืนต้นเป็นตัวเลือกแรกที่หลายคนเลือกใช้ เพราะให้ความรู้สึกของสวนและธรรมชาติได้ในทันทีที่ปลูก ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความร้อนจากแดดแก่คอร์ตยาร์ดและพื้นที่ภายในบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่มีช่องเปิดทางทิศตะวันตกและทิศใต้ อีกทั้งด้วยลักษณะทรงต้นที่ส่วนใหญ่จะสูงตรงและแผ่ออกด้านบน ทำให้บริเวณใต้ต้นไม้ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้อีกมาก สิ่งสำคัญในการเลือกไม้ยืนต้นมีทั้งเรื่องของกิ่งที่อาจหักและระบบรากที่อาจไปทำอันตรายแก่โครงสร้างฐานรากของบ้านที่อยู่ใต้ดินซึ่งเรามองไม่เห็น จึงมีข้อควรระวัง ดังนี้ – พื้นคอร์ตยาร์ดควรมีระยะความกว้างที่มีแสงแดดส่องถึงอย่างน้อย 4 เมตร โดยต้นไม้ควรมีรูปทรงต้นแบบพีระมิด รูปทรงกระบอก หรือรูปทรงไข่ที่สูงชะลูดขึ้นด้านบน เนื่องจากต้นไม้ทุกชนิดโดยเฉพาะไม้ยืนต้นต้องการแสงแดดในการสังเคราะห์แสงสร้างอาหาร ระยะดังกล่าวเป็นระยะแคบที่สุดที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งพอจะเจริญเติบโตและแผ่กิ่งก้านได้ในพื้นที่ที่มีร่มเงาจากอาคารมาทาบเกือบทั้งวัน ซึ่งก็มีต้นไม้เพียงบางชนิดเท่านั้นที่สามารถเติบโตได้ในพื้นที่จำกัดขนาดนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ประเภทปาล์ม น้ำเต้าต้น ลั่นทม ไทรใบสัก ยางอินเดีย เป็นต้น ซึ่งหากมีพื้นที่กว้างขวางก็สามารถเลือกใช้ต้นไม้อื่นที่เหมาะสมกว่าได้ – ไม้ยืนต้นที่ปลูกควรจะมีกิ่งที่สูงโปร่งไม่แผ่ออกด้านข้างมากนัก เนื้อไม้โดยเฉพาะบริเวณกิ่งต้องแข็งแรง ไม่เปราะหรือหักง่าย นอกจากนั้นยังควรหมั่นตัดแต่งให้เรือนยอดไม่สูงเด่น แน่นทึบ หรือเทน้ำหนักไปทางใดทางหนึ่งมากจนเกินไป ให้มีขนาดทรงพุ่มเหมาะสมกับตัวกระบะปลูกหรือภาชนะปลูกที่มีรากอยู่ใต้ดิน – ระบบรากไม่แผ่ออกด้านข้างมากเกินไปและไม่ลอยเหนือดิน ต้นไม้ในเขตร้อนส่วนมากเมื่อโตเต็มที่รากแก้วจะค่อยๆหายไป รากทั้งหมดจะกลายเป็นรากแขนง เราสามารถคาดเดาขนาดของรากข้างใต้ได้จากการแผ่ของกิ่ง ต้นไม้ที่ไม่แนะนำให้ปลูกจะมีรูปทรงลำต้นเป็นฉัตรหรือแผ่ออกกว้างด้านข้าง เช่น จามจุรี หางนกยูงฝรั่ง หูกระจง หูกวาง การตัดแต่งรากทำได้โดยการเปิดหน้าดินเหนือรากและตัดให้มีระยะห่างจากโครงสร้างอาคารประมาณ 50 เซนติเมตร ระวังไม่ให้เนื้อไม้ฉีกขาด จากนั้นจึงกลบดินตามเดิม […]