บ้านพักในบาหลี ผสานความอินดัสเทรียลเข้ากับสถาปัตยกรรมบาหลีได้อย่างลงตัว

นอกจากตั้งใจจะสร้าง บ้านพักในบาหลี เพื่อพักผ่อนในช่วงวันหยุดแล้ว เฟอร์นิเจอร์และงานศิลปะที่สะสมไว้หลายชิ้นจากแอฟริกา ยุโรป และเอเชียยังกลายเป็นโจทย์

เรือนรับรองความสุข

ต้นไม้ใหญ่ แสงแดด และท้องฟ้ามีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก บ้านที่มีธรรมชาติโอบล้อมสร้างความสุขให้ผู้อยู่อาศัยได้เสมอ เหมือนเช่นบ้านของ พันตำรวจเอก เกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ ซึ่งทีมงาน “บ้านและสวน” เคยมีโอกาสแวะไปเยือนมาแล้ว แต่ครั้งนี้มีการสร้างเรือนรับรองใหม่ ซึ่งแยกออกจากบ้านหลังใหญ่และอยู่ในระดับต่ำกว่า โดยปลูกไล่ลงไปตามระดับความชันของภูเขา จึงช่วยแบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นเอกเทศ และยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้ดี เรือนรับรองนี้สร้างแยกเป็น 2 หลังอย่างเป็นสัดส่วน ออกแบบหน้าตาและขนาดของเรือนให้ดูใกล้เคียงกัน โดยดัดแปลงจากเรือนยุ้งข้าวเก่าสไตล์ล้านนา โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไม้สักเก่า จึงมีความคงทนแข็งแรง ผู้ออกแบบปรับขนาดของเรือนยุ้งข้าวให้เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง ด้วยที่ตั้งที่มีลักษณะเป็นเนินจึงต้องปรับเป็นพื้นที่ราบก่อน เพื่อให้สะดวกกับการก่อสร้าง พร้อมทำกำแพงเตี้ยๆบอกขอบเขต และยังเป็นส่วนกั้นแนวดินด้วยในตัว ชั้นล่างของเรือนดูคล้ายใต้ถุนโล่ง แต่ปรับให้เข้ากับการใช้งานใหม่ด้วยการกรุผนังกระจกโดยรอบ ทั้งสองหลังวางพื้นที่ใช้สอยเหมือนกัน โดยชั้นล่างเป็นส่วนนั่งเล่น และด้านหลังต่อเติมออกไปเป็นห้องน้ำ ชั้นบนเป็นห้องนอน (ไม่มีห้องน้ำ) แม้ว่ารายละเอียดของการตกแต่งจะต่างกัน ทว่าทั้งสองหลังก็ดูน่าอยู่และสวยงามไม่ด้อยไปกว่ากัน แม้บ้านหลังใหญ่จะมีความสมบูรณ์พร้อมต่อการอยู่อาศัยแล้ว แต่คุณเกรียงศักดิ์ก็ให้เหตุผลที่สร้างเพิ่มเติมอีก 2 หลังว่า “เวลาที่ผมมาพักผ่อนเพื่อนฝูงที่สนิทกันมักตามมาสมทบ นัดกันมากินข้าวและก็อยู่จนดึก บางทีก็จัดปาร์ตี้รอบกองไฟ ผมมีเตาย่างบาร์บีคิวเตรียมพร้อมไว้หมด พอสนุกกันก็ไม่อยากกลับบ้านแล้ว จริงๆผมมีพื้นที่พอให้เขากางเต็นท์นอนกันได้ แต่คิดไปคิดมาสร้างเรือนรับรองน่าจะดีกว่า 1 หลังก็เหมือน 1 ห้องสวีท มีส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องนอนในตัว […]

บ้านที่มีลมหายใจ…และกำไรของชีวิต

ณ หัวโค้งหนึ่งของทางหลวงชนบทที่ลัดเลาะไปตามท้องทุ่งในตำบลบ้านชัฏป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มองเข้าไปก็จะเห็นบ้านหลังคาแป้นเกล็ดที่ดูแปลกตากว่าบ้านเรือนโดยรอบ ตัวอาคารคอนกรีตแซมด้วยองค์ประกอบไม้แลดูนิ่งสงบและอบอุ่น บ้านหลังนี้คือบ้านของ คุณเต้อ – นันทพงศ์ ยินดีคุณ และครอบครัว “มีความคิดว่าเมื่อคุณพ่อเกษียณก็อาจมาอยู่ทำสวนทำไร่ ใช้ชีวิตง่ายๆอยู่ที่นี่” คุณเต้อเล่าถึงสาเหตุที่มาปลูกบ้านอยู่ที่นี่ “เริ่มมาจากตอนหนีน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯปี 2554 เราทั้งครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย และผมมาเช่ารีสอร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่แปลงนี้ และก็เริ่มติดใจบรรยากาศของพื้นที่แถบนี้” แม้จังหวัดราชบุรีจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากขับรถก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ แต่อำเภอสวนผึ้งซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังยังมีบรรยากาศแบบชนบทอย่างเต็มเปี่ยม   “ที่นี่ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ ผมสามารถขับรถไปทำงานที่อาศรมศิลป์ได้บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่บ้านตากอากาศ แต่เป็นบ้านอีกหลังที่หากคุณพ่อเกษียณแล้วคงมาอยู่กัน” มองจากภายนอกบ้านหลังนี้ดูใหญ่โตทีเดียว แต่ความจริงแล้วการออกแบบเริ่มมาจากการสร้างพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน แล้วจึงนำมาผนวกเข้าด้วยกัน “บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ร่วมกัน บ้านใหม่ก็เลยอยากให้ทุกคนได้มีพื้นที่ของตัวเอง แล้วก็เชื่อมพื้นที่เหล่านั้นด้วยโถงทางเดิน เปิดพื้นที่ตรงกลางเป็นสวนและกั้นความเป็นส่วนตัวของทุกห้องออกจากกัน แต่ก็ยังหลวมพอที่ลมจะไหลเวียนผ่านทุกส่วนของบ้านได้” บ้านหลังนี้จึงมีรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ที่ทับซ้อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีลานหินกรวดซึ่งปลูกต้นไม้ใหญ่สองสามต้นอยู่ตรงกลาง หากมองจากด้านบนก็จะเห็นว่ามีส่วนกั้นให้เกิดความเป็นส่วนตัวและเพิ่มความสดชื่นให้ทุกพื้นที่ในบ้าน แต่มองจากด้านล่างกลับดูนิ่งสงบ เข้ากับห้องทำงานของคุณเต้อที่ต้องการสมาธิในการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรม ทางเดินทั้งหมดภายในบ้านและระเบียงของแต่ละห้องตั้งอยู่บนคานยื่น (Cantilever) ด้วยเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าและรูปแบบทางสถาปัตยกรรม “ผมคิดว่าคานยื่นนั้นเป็นเหมือน ‘กำไรของโครงสร้าง’ เพราะไม่ต้องเสียฐานราก ไม่ต้องเสียเสา ใช้การฝากน้ำหนักไว้กับโครงสร้าง จึงออกแบบให้ทางเดินและระเบียงเป็นโครงสร้างที่ยื่นออกไป 1.50 เมตร ทั้งเพิ่มพื้นที่สัญจรและช่วยกันแดดกันฝนได้ดี รวมถึงทำให้บ้านดูเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นคล้ายยุ้งข้าวอีกด้วย” […]

หยุดพะงันไว้ที่…บ้านสมใจ

  “ฟ้า…และท้องทะเลกับลมนั้นมีอยู่…” ท่อนหนึ่งจากบทเพลง “ให้เธอ” โดยอัสนีและวสันต์ โชติกุล นั้นพอจะสื่อถึงบรรยากาศของบ้านหลังนี้ได้เป็นอย่างดี ในวันที่โลกเริ่มจะหมุนเร็วเกินไป ภาพบรรยากาศริมทะเลแบบเดิมๆ ก็เริ่มไกลห่างออกไปจากความทรงจำของเรา แต่ “พะงัน” จะยังคงเป็น “พะงัน” เสมอที่บ้านหลังนี้…“บ้านสมใจ” บ้านและที่พักสำหรับนักเดินทาง คุณนัด – ณัฏฐวุฒิ พิริยประกอบ สถาปนิกจาก NPDA Studio ลูกชายของ คุณบรรจบ และ คุณสมใจ พิริยประกอบ เจ้าของบ้านหลังนี้ เริ่มต้นเล่าให้เราฟังว่า “คุณพ่อและคุณแม่เกษียณมานานแล้ว พื้นเพเดิมของคุณพ่อเป็นคนเกาะพะงัน และมีที่ดินที่คุณย่าแบ่งไว้ให้ ก่อนหน้านี้พะงันเคยเงียบสงบ มีบรรยากาศสบายๆ ถนนหนทางก็ยังไม่ค่อยมี นักท่องเที่ยวที่มาเกาะนี้จึงเป็นผู้ที่รักในความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง จะมาทีก็ต้องไปสมุยก่อนแล้วต่อเรือมาที่พะงัน ที่แห่งนี้ก็เคยเป็นสวนมะพร้าวไม่ได้มีอะไรหวือหวาเป็นพิเศษ ในวันหยุดบางครั้งพวกเราก็กลับมาที่พะงัน มารับบรรยากาศทะเล บรรยากาศสวนมะพร้าว มองไปไกลๆ เห็นเรือประมง นั่นเป็นภาพจำของพะงันสำหรับผมเลย” ทุกวันนี้เราสามารถนำรถข้ามฝั่งจากสุราษฎร์ธานีมาที่เกาะพะงันได้โดยสะดวกด้วยบริการของเรือเฟอร์รี่ ทำให้พะงันมีบรรยากาศคึกคักขึ้นมาก ปัจจัยสำคัญก็คือเทศกาลฟูลมูนปาร์ตี้ที่เลื่องลือกันในหมู่นักท่องเที่ยว “ช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาก็พอดีว่าคุณพ่อและคุณแม่เกษียณอายุราชการ จากที่ทำงานอยู่ที่จังหวัดอื่น สุดท้ายก็เลยตกลงกลับบ้านที่พะงัน และเริ่มทำที่พักคล้ายเป็นโฮมสเตย์ (โคโคนัทแอนด์หนุ่มรีสอร์ต)” คุณพ่อและคุณแม่ของคุณนัดจึงมีกิจกรรมทำหลังเกษียณ “แขกที่มาพักก็หลากหลาย […]

เฮือนศิลป์คนยอง

อยากทำบ้านที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นคนยองออกมา ขณะเดียวกันก็ต้องอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบายเหมาะกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน

I love เชียงใหม่

          เป็นประจำทุกปีที่ทีมงาน “บ้านและสวน” ต้องขึ้นมาจังหวัดเชียงใหม่เพื่อถ่ายภาพบ้านสวยๆ มาฝากคุณผู้อ่าน สำหรับผมเองมีโอกาสได้เห็นบ้านมามากมาย แต่บ้านที่ดอยสะเก็ดหลังนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่หลังที่ผมประทับใจ สิ่งที่ผมชอบไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตหรือการตกแต่งแบบหรูหรา หากแต่เป็นทำเลที่ตั้งและสิ่งต่างๆ ที่ประกอบเป็นบ้านหลังนี้ แม้จะต้องนั่งรถบุกป่าฝ่าดงเข้าไปเกือบสองกิโลเมตร แต่เมื่อได้เห็น บ้านสองชั้นทรงล้านนาประยุกต์ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางทุ่งนาเขียวขจี มีภูเขาอยู่รายรอบ ความเหน็ดเหนื่อยก็หายไปทันที?แถมวันที่ไปถ่ายภาพก็เป็นช่วงเวลาหลังฝนตก ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีครามแล้ว อากาศแสนจะสดชื่นทีเดียว            ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้มาเห็นความอ่อนช้อยของศิลปวัฒนธรรมไทยผสานกับภูมิประเทศที่งดงามของบ้านหลังนี้ จะรู้สึกหลงใหลในมนตร์เสน่ห์แห่งความเรียบง่ายนี้ และผมก็คิดว่า คุณจอห์น มาร์ เจ้าของบ้านชาวอังกฤษผู้นี้คงรู้สึกเช่นเดียวกัน ทว่าเขาไม่เพียงชื่นชอบศิลปวัฒนธรรมล้านนาเท่านั้น แต่ยังตกหลุมรักแม่หญิงเชียงใหม่ คุณณัฐนันท์ พัศดุธาร กระทั่งตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย           คุณจอห์น เริ่มบทสนทนาว่า “ผมทำธุรกิจเกี่ยวกับนำเข้าและส่งออกเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่อังกฤษ ทำให้ต้องเดินทางไปดูสินค้าตามประเทศต่างๆเป็นประจำ เมื่อประมาณสิบปีก่อนได้มาเที่ยวเชียงใหม่ตามคำชักชวนของเพื่อนชาวไทยซึ่งเป็นพี่ชายของภรรยา พอได้มาสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่และงานศิลปะของชาวล้านนาก็เกิดความชื่นชอบจนถึงขั้นหลงใหล เลยตัดสินใจซื้อที่ดินเพื่อปลูกบ้านทีเชียงใหม่ ครั้งหนึ่งภรรยาพาไปเที่ยวคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (น้อยมหาอินทร์) ในตัวเมืองเชียงใหม่ ผมรู้สึกชอบรูปทรงของตัวอาคาร จึงนำมาเป็นไอเดียในการทำบ้าน โดยทำเป็นเรือนหลักสำหรับพักอาศัยเองเพียงเรือนเดียว ไหนๆ ก็อยู่กันแค่สองคน มีแค่ห้องนอนกับห้องรับแขกอย่างละห้องก็พอ เนื่องจากทำเลของบ้านตั้งอยู่กลางหุบเขาที่แวดล้อมด้วยทุ่งนา ผมคิดว่าไม่ว่าจะนั่งอยู่ตรงไหนของบ้านก็ขอให้ได้เห็นวิว […]