เรือนยุ้งข้าวหลังงามกลางป่า

จาก ยุ้งข้าว เก่าของภาคเหนือนำมาออกแบบเป็นเรือนบ้านพักที่จัดวางพื้นที่ใช้งานเหมือนเรือนหมู่แบบไทย ท่ามกลางทำเลงามๆที่หลายคนต้องอิจฉา  เพราะสามารถมองลงไปเห็นนาขั้นบันได สระบัว โดยมีฉากหลังเป็นทิวเขาแมกไม้ที่โอบล้อมพื้นที่นี้ ในด้านการตกแต่งบ้านเป็นรูปแบบผสมผสานระหว่างสไตล์จีนที่เจ้าของบ้านชอบ และใส่เอกลักษณ์ของล้านนาเข้าไปด้วย กลายเป็นสไตล์ที่เรียกกันเล่นๆว่า “จีนล้านนา” ที่สำคัญคือมีพื้นที่สีเขียวที่แทรกอยู่ทุกส่วนของบ้าน เพื่อให้ได้อารมณ์บ้านไม้กลางป่าที่แสนร่มเย็น เจ้าของ – ออกแบบ : คุณยิ่งยศ คชคง  ยุ้งข้าว    ในพื้นที่ประมาณสองไร่ครึ่งท่ามกลางป่าเขาที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่  เจ้าของบ้าน คุณยิ่งยศ คชคง ได้วางผังให้ตัวบ้านเป็นเรือนหมู่ เชื่อมต่อกันให้ได้บรรยากาศแบบเรือนไทยในอดีตลดหลั่นกันไปตามแนวลาดเอียงของพื้นที่ที่สามารถมองลงไปเห็นนาขั้นบันได สระบัว โดยมีฉากหลังเป็นทิวเขาแมกไม้ที่โอบล้อมพื้นที่อันบริสุทธิ์แห่งนี้ไว้   พื้นที่ใช้งานประกอบด้วยเรือนหมู่ 4 เรือนกระจายตัวกัน เริ่มจากเรือนหลังแรกที่เป็นเรือนพระ ใช้สำหรับบูชาและทำสมาธิ ถัอไปเป็นเรือนบ้านพัก 2 หลังเชื่อมต่อกัน ซึ่งดัดแปลงมาจาก ยุ้งข้าว เก่ามาสร้างใหม่ โดยเทพื้นและก่อผนังให้เป็นห้องรับแขก ส่วนชั้นบนใช้เป็นห้องนอน และเนื่องจากเป็นเรือนที่ได้วิวมุมสูงที่สุด จึงกรุหน้าต่างรอบห้องเพื่อเปิดรับวิวและรับลมเย็นสบาย จากห้องนอนมีทางเชื่อมต่อไปยังระเบียงพักผ่อนที่ได้วิวรอบด้านแบบพานอรามา และเรือนหลังสุดท้ายใช้สำหรับรับประทานอาหารซึ่งแยกตัวออกไปที่ด้านล่างติดกับบ่อปลา และนาขั้นบันไดที่ค่อยๆลดหลั่นลงไปตามความลาดเอียงของพื้นที่ รายล้อมไปด้วยพรรณไม้ต่างๆที่สวยและมีจุดเด่นแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูที่ดูได้ไม่รู้เบื่อ “เราต้องการให้เป็นรูปแบบผสมผสานระหว่างสไตล์จีนที่ชอบ และใส่เอกลักษณ์ของล้านนาเข้าไปด้วย จึงตัดสินใจหาซื้อเรือนไม้และยุ้งข้าวเก่าในท้องถิ่นมาสร้างบ้าน โดยวางผังให้สามารถเดินเชื่อมต่อกันได้ ส่วนงานตกแต่งจะค่อนข้างหลากหลายทั้งเก่าและใหม่ปนกัน […]

เรือนรับรองความสุข

ต้นไม้ใหญ่ แสงแดด และท้องฟ้ามีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก บ้านที่มีธรรมชาติโอบล้อมสร้างความสุขให้ผู้อยู่อาศัยได้เสมอ เหมือนเช่นบ้านของ พันตำรวจเอก เกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ ซึ่งทีมงาน “บ้านและสวน” เคยมีโอกาสแวะไปเยือนมาแล้ว แต่ครั้งนี้มีการสร้างเรือนรับรองใหม่ ซึ่งแยกออกจากบ้านหลังใหญ่และอยู่ในระดับต่ำกว่า โดยปลูกไล่ลงไปตามระดับความชันของภูเขา จึงช่วยแบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นเอกเทศ และยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้ดี เรือนรับรองนี้สร้างแยกเป็น 2 หลังอย่างเป็นสัดส่วน ออกแบบหน้าตาและขนาดของเรือนให้ดูใกล้เคียงกัน โดยดัดแปลงจากเรือนยุ้งข้าวเก่าสไตล์ล้านนา โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไม้สักเก่า จึงมีความคงทนแข็งแรง ผู้ออกแบบปรับขนาดของเรือนยุ้งข้าวให้เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง ด้วยที่ตั้งที่มีลักษณะเป็นเนินจึงต้องปรับเป็นพื้นที่ราบก่อน เพื่อให้สะดวกกับการก่อสร้าง พร้อมทำกำแพงเตี้ยๆบอกขอบเขต และยังเป็นส่วนกั้นแนวดินด้วยในตัว ชั้นล่างของเรือนดูคล้ายใต้ถุนโล่ง แต่ปรับให้เข้ากับการใช้งานใหม่ด้วยการกรุผนังกระจกโดยรอบ ทั้งสองหลังวางพื้นที่ใช้สอยเหมือนกัน โดยชั้นล่างเป็นส่วนนั่งเล่น และด้านหลังต่อเติมออกไปเป็นห้องน้ำ ชั้นบนเป็นห้องนอน (ไม่มีห้องน้ำ) แม้ว่ารายละเอียดของการตกแต่งจะต่างกัน ทว่าทั้งสองหลังก็ดูน่าอยู่และสวยงามไม่ด้อยไปกว่ากัน แม้บ้านหลังใหญ่จะมีความสมบูรณ์พร้อมต่อการอยู่อาศัยแล้ว แต่คุณเกรียงศักดิ์ก็ให้เหตุผลที่สร้างเพิ่มเติมอีก 2 หลังว่า “เวลาที่ผมมาพักผ่อนเพื่อนฝูงที่สนิทกันมักตามมาสมทบ นัดกันมากินข้าวและก็อยู่จนดึก บางทีก็จัดปาร์ตี้รอบกองไฟ ผมมีเตาย่างบาร์บีคิวเตรียมพร้อมไว้หมด พอสนุกกันก็ไม่อยากกลับบ้านแล้ว จริงๆผมมีพื้นที่พอให้เขากางเต็นท์นอนกันได้ แต่คิดไปคิดมาสร้างเรือนรับรองน่าจะดีกว่า 1 หลังก็เหมือน 1 ห้องสวีท มีส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องนอนในตัว […]

บ้านที่มีลมหายใจ…และกำไรของชีวิต

ณ หัวโค้งหนึ่งของทางหลวงชนบทที่ลัดเลาะไปตามท้องทุ่งในตำบลบ้านชัฏป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มองเข้าไปก็จะเห็นบ้านหลังคาแป้นเกล็ดที่ดูแปลกตากว่าบ้านเรือนโดยรอบ ตัวอาคารคอนกรีตแซมด้วยองค์ประกอบไม้แลดูนิ่งสงบและอบอุ่น บ้านหลังนี้คือบ้านของ คุณเต้อ – นันทพงศ์ ยินดีคุณ และครอบครัว เจ้าของ : ครอบครัวยินดีคุณ ออกแบบ : คุณนันทพงศ์ ยินดีคุณ “มีความคิดว่าเมื่อคุณพ่อเกษียณก็อาจมาอยู่ทำสวนทำไร่ ใช้ชีวิตง่ายๆอยู่ที่นี่” คุณเต้อเล่าถึงสาเหตุที่มาปลูก บ้านครึ่งไม้ครึ่งปูน อยู่ที่นี่ “เริ่มมาจากตอนหนีน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯปี 2554 เราทั้งครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย และผมมาเช่ารีสอร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่แปลงนี้ และก็เริ่มติดใจบรรยากาศของพื้นที่แถบนี้” แม้จังหวัดราชบุรีจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากขับรถก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ แต่อำเภอสวนผึ้งซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังยังมีบรรยากาศแบบชนบทอย่างเต็มเปี่ยม   “ที่นี่ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ ผมสามารถขับรถไปทำงานที่อาศรมศิลป์ได้บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่บ้านตากอากาศ แต่เป็นบ้านอีกหลังที่หากคุณพ่อเกษียณแล้วคงมาอยู่กัน” มองจากภายนอกบ้านหลังนี้ดูใหญ่โตทีเดียว แต่ความจริงแล้วการออกแบบเริ่มมาจากการสร้างพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน แล้วจึงนำมาผนวกเข้าด้วยกัน “บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ร่วมกัน บ้านใหม่ก็เลยอยากให้ทุกคนได้มีพื้นที่ของตัวเอง แล้วก็เชื่อมพื้นที่เหล่านั้นด้วยโถงทางเดิน เปิดพื้นที่ตรงกลางเป็นสวนและกั้นความเป็นส่วนตัวของทุกห้องออกจากกัน แต่ก็ยังหลวมพอที่ลมจะไหลเวียนผ่านทุกส่วนของบ้านได้” บ้านครึ่งไม้ครึ่งปูน หลังนี้จึงมีรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ที่ทับซ้อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีลานหินกรวดซึ่งปลูกต้นไม้ใหญ่สองสามต้นอยู่ตรงกลาง หากมองจากด้านบนก็จะเห็นว่ามีส่วนกั้นให้เกิดความเป็นส่วนตัวและเพิ่มความสดชื่นให้ทุกพื้นที่ในบ้าน แต่มองจากด้านล่างกลับดูนิ่งสงบ เข้ากับห้องทำงานของคุณเต้อที่ต้องการสมาธิในการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรม ทางเดินทั้งหมดภายในบ้านและระเบียงของแต่ละห้องตั้งอยู่บนคานยื่น (Cantilever) ด้วยเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าและรูปแบบทางสถาปัตยกรรม […]