หนีเมืองมาอยู่บ้านชั้นเดียว ใช้ชีวิตหลังเกษียณในอ้อมกอดของขุนเขา

บ้านชั้นเดียวที่เตรียมไว้หลังวัยเกษียณและเป็นบ้านพักผ่อนสำหรับครอบครัว ในยามที่ต้องการปลีกตัวหลบความวุ่นวายของเมืองมาซึมซับธรรมชาติที่เข็มนาฬิกาเดินเอื่อยเท่าสายน้ำ ออกแบบเน้นความเรียบง่าย กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม และดูแลรักษาน้อย ออกแบบ : คุณธนะชัย นราธัศจรรย์ โทรศัพท์ 08-1811-3305 การได้ปลีกตัวจากความวุ่นวายมาซึมซับธรรมชาติและปล่อยให้ธรรมชาติเข้ามาสัมผัสใจ เป็นความสงบที่ช่วยปรับชีวิตให้สมดุล เจ้าของบ้านจึงอยากมีบ้านพักผ่อนสำหรับครอบครับและเป็นบ้านหลังวัยเกษียณที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จึงได้มาสร้างบ้านในผืนดินของคุณแม่ที่จังหวัดนครนายก และให้ คุณชัย – ธนะชัย นราธัศจรรย์ เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ โดยมีโจทย์ คือ เป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้น ขนาดไม่ใหญ่ มีห้องนอนเดียว มีห้องทำงานที่ปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนแขกได้ เน้นให้ดูแลง่ายและไม่ใช้ไม้เพราะกลัวปลวก นอกจากการออกแบบให้ตอบสนองการใช้งานแล้ว สถาปนิกยังให้ความสำคัญกับการออกแบบให้กลมกลืนกับภาพแวดล้อมที่เป็นเชิงเขาและลำธาร “ที่ดินเดิมมีความลาดเอียงเล็กน้อย พื้นดินมีหินเยอะ เรารักษาสภาพเดิมไว้ เพราะทุกปีพื้นที่ตรงนี้จะมีน้ำสูงเท่าเข่าไหลผ่านประมาณครึ่งชั่วโมงไปลงในลำธาร จึงเป็นที่มาของการยกพื้นบ้านสูง 1.50 เมตร และซ่อนงานระบบอย่างคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ใต้ถุนไม่ให้เห็นรบกวนสายตา  ด้านที่เห็นลำธารและภูเขาอยู่ด้านทิศเหนือซึ่งแสงแดดไม่แรง จึงทำผนังกระจกทั้งผืนให้มองออกไปเห็นทัศนียภาพได้กว้าง และออกแบบให้หลังคาเอียงตามเส้นสันเขา เพื่อให้ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม อีกทั้งเลือกใช้งานคอนกรีต เหล็ก และไม้เทียมซึ่งมีความทนทานไม่ต้องซ่อมบำรุงบ่อย” “บ้านในกรุงเทพฯ อยู่กลางเมืองล้อมรอบด้วยความวุ่นวาย พอมาที่นี่ทุกอย่างเงียบ ยิ่งกลางคืนจะเงียบและมืดมาก ได้อยู่กับธรรมชาติและอยู่กับตัวเอง การอยู่กับธรรมชาติทำให้เราได้ชาร์ตแบตเต็มที่ มองไปทางไหนก็สบายใจ แค่นี้ก็พอใจและมีความสุขมากแล้ว” เป็นความรู้สึกของเจ้าของบ้านซึ่งเราก็รู้สึกเช่นเดียวกันเมื่อได้มาทิ้งตัวไกวเปล นอนดูปุยเมฆลอยเอื่อยผ่านยอดเขา ปล่อยให้ความรู้สึกไหลไปกับสายน้ำ อิสระอย่างสายลม […]

บ้านปูนเปลือยชั้นเดียวกลางหุบเขาที่ดูแลรักษาง่าย ใช้งบไม่มาก

บ้านปูนเปลือยชั้นเดียว กลางหุบเขาในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ก่อสร้างด้วยงบประมาณไม่มาก ดูแลรักษาง่าย แต่สามารถมองเห็นวิวผืนป่า ลำน้ำสายเล็ก และนาขั้นบันไดได้สวยงามตลอดทั้งปี เจ้าของ-ตกแต่ง : พลตำรวจโทพนมศักดิ์ ทั่งทอง บ้านปูนเปลือยชั้นเดียว เสน่ห์ของพื้นที่กลางหุบเขาในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่คือความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าซึ่งกลายเป็นฉากหลังอันงดงาม นอกจากนี้ก็ยังมีลำน้ำสายเล็กไหลผ่านตลอดทั้งปี รวมถึงนาขั้นบันไดและพืชผักที่ชาวบ้านในพื้นที่เพาะปลูกตามฤดูกาล ภาพเหล่านี้กลายเป็นทัศนียภาพที่น่าหลงใหลซึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้าบ้านหลังเล็กของ พลตำรวจโทพนมศักดิ์ ทั่งทอง   ภาพของตัวบ้านภายนอกมีลักษณะเป็นบ้านคอนกรีตเปลือยที่ดูเรียบง่าย หากมองจากด้านหน้าก็จะคิดว่านี่เป็นบ้านยกพื้นสูง มองเห็นใต้ถุนบ้าน แต่ที่จริงแล้วเป็นบ้านชั้นเดียวตั้งอยู่บนไหล่เขาที่เอียงเกือบ 45องศา คุณพนมศักดิ์บอกว่ามาเที่ยวเชียงใหม่หลายครั้งรู้สึกชอบที่นี่ จึงบอกให้คนรู้จักช่วยหาที่ดินให้ “ผมไปดูที่มาหลายแห่ง แต่ชอบที่นี่ที่สุด เพราะค่อนข้างสงบ เป็นส่วนตัวดี และอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ขับรถใช้เวลาประมาณ 30นาทีก็ถึง หลังจากซื้อที่ดินได้ไม่นานก็ปลูกบ้านเลย ผมอยากได้บ้านที่อยู่ง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนมาก ไม่ต้องใหญ่โต และดูแลรักษาง่ายด้วย “ผมเป็นคนออกแบบบ้านหลังนี้เอง โดยเขียนแบบคร่าวๆเอาพอเข้าใจ แล้วก็คุยกับช่างเลยว่าอยากได้แบบไหน บางทีก็จะถามเขาว่าอย่างนี้ทำได้ไหม “เนื่องจากตำแหน่งของบ้านสามารถมองเห็นวิวได้สวยงามมาก ผมก็ให้ไอเดียกว้างๆว่าอยากทำเป็นมุขยื่นออกมาสองข้าง บ้านนี้จึงมีส่วนชมวิวอยู่หน้าห้องนอนทั้งสองห้องซึ่งแยกอยู่คนละด้านของตัวบ้าน นอกจากนี้ก็เลือกใช้ประตูบานเลื่อนกระจกใสเกือบทั้งหลัง เพื่อทำให้บ้านดูโล่งและกว้างที่สุด” เมื่อเดินขึ้นบันไดที่อยู่ติดกับลานจอดรถซึ่งอยู่ด้านหน้าห้องนอนเล็ก ก็จะพบชานพักเป็นลานกว้างพอที่จะจัดมุมนั่งเล่นได้ ประตูทางเข้าบ้านตั้งอยู่ในตำแหน่งกลางบ้านพอดี เข้าไปจะพบส่วนอเนกประสงค์ ประกอบด้วยมุมนั่งเล่นและเคาน์เตอร์ต่างระดับซึ่งเป็นทั้งส่วนเตรียมอาหารและรับประทานอาหาร ตั้งอยู่คนละด้าน โดยถัดจากมุมนั่งเล่นก็เป็นห้องนอนใหญ่ […]

บ้านล้อมไม้

จะมีสักกี่สถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกสงบและสบายใจทุกครั้งที่ได้ไปเยือน และคงจะดียิ่งขึ้นไปอีกหากสถานที่นั้นเป็น “บ้าน” ของเราเอง ครั้งนี้ “บ้านและสวน” ได้มาเยี่ยมชมบ้านของ คุณปุ้ย – ปิยาภรณ์ แต้ไพสิฐพงษ์ และ คุณนุ – ปกรณ์ พงศ์พูลสุข ณ “บ้านล้อมไม้” ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการบ้านไร่ทอสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ด้วยบรรยากาศที่มีขุนเขาแวดล้อม บ้านนี้จึงได้รับพลังงานดีๆ อย่างที่เจ้าของบ้านเล่าให้ฟัง   “บ้านนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากคุณแม่ค่ะ” คุณปุ้ยเริ่มเกริ่นนำ ก่อนเล่าต่อไปว่าคุณแม่ของเธอได้มาปฏิบัติธรรมที่บ้านบุญ ณ บ้านไร่ทอสีของ พระอาจารย์ฌอน ชยสาโร ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกับบ้านหลังนี้ จึงเริ่มรู้สึกติดใจในบรรยากาศอันสุขสงบและสภาพอากาศที่ปลอดโปร่ง “แม่เลยพาลูกมาปฏิบัติธรรมด้วยกัน ปุ้ยก็ชอบ เขาอยากมีบ้านที่ต่างจังหวัด ก็ชวนกันมาดูที่ในโครงการ จนได้ที่ผืนนี้มาปลูกบ้าน” คุณแม่คุณปุ้ยเล่าให้ฟังบ้างว่า “มีหลายปัจจัยที่ทำให้เลือกที่ผืนนี้ เราเป็นคนกรุงเทพฯ การอยู่ในโครงการทำให้รู้สึกปลอดภัย มีเพื่อนบ้านคอยดูแลกันได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคงเป็นเรื่องบรรยากาศที่สงบและสบายของบ้านและลูกบ้านในโครงการนี้” เราเห็นด้วยอย่างยิ่ง พื้นที่โดยรอบส่วนใหญ่ก็เป็นบ้านของผู้นิยมการปฏิบัติธรรมเหมือนกัน ซึ่งทำให้บรรยากาศในโครงการยิ่งดูร่มเย็น “อยากทำบ้านที่จะมาอยู่ประจำเวลาเราแก่ตัวลงได้ ตอนนี้คุณแม่ก็วางแผนมาอยู่ที่นี่บ่อยขึ้น แม้บ้านหลังนี้จะคล้ายบ้านตากอากาศ แต่ก็วางแผนเอาไว้สำหรับอยู่ประจำในอนาคตด้วย แล้ว คุณตั๋ง – […]

เรือนรับรองความสุข

ต้นไม้ใหญ่ แสงแดด และท้องฟ้ามีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก บ้านที่มีธรรมชาติโอบล้อมสร้างความสุขให้ผู้อยู่อาศัยได้เสมอ เหมือนเช่นบ้านของ พันตำรวจเอก เกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ ซึ่งทีมงาน “บ้านและสวน” เคยมีโอกาสแวะไปเยือนมาแล้ว แต่ครั้งนี้มีการสร้างเรือนรับรองใหม่ ซึ่งแยกออกจากบ้านหลังใหญ่และอยู่ในระดับต่ำกว่า โดยปลูกไล่ลงไปตามระดับความชันของภูเขา จึงช่วยแบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นเอกเทศ และยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้ดี เรือนรับรองนี้สร้างแยกเป็น 2 หลังอย่างเป็นสัดส่วน ออกแบบหน้าตาและขนาดของเรือนให้ดูใกล้เคียงกัน โดยดัดแปลงจากเรือนยุ้งข้าวเก่าสไตล์ล้านนา โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไม้สักเก่า จึงมีความคงทนแข็งแรง ผู้ออกแบบปรับขนาดของเรือนยุ้งข้าวให้เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง ด้วยที่ตั้งที่มีลักษณะเป็นเนินจึงต้องปรับเป็นพื้นที่ราบก่อน เพื่อให้สะดวกกับการก่อสร้าง พร้อมทำกำแพงเตี้ยๆบอกขอบเขต และยังเป็นส่วนกั้นแนวดินด้วยในตัว ชั้นล่างของเรือนดูคล้ายใต้ถุนโล่ง แต่ปรับให้เข้ากับการใช้งานใหม่ด้วยการกรุผนังกระจกโดยรอบ ทั้งสองหลังวางพื้นที่ใช้สอยเหมือนกัน โดยชั้นล่างเป็นส่วนนั่งเล่น และด้านหลังต่อเติมออกไปเป็นห้องน้ำ ชั้นบนเป็นห้องนอน (ไม่มีห้องน้ำ) แม้ว่ารายละเอียดของการตกแต่งจะต่างกัน ทว่าทั้งสองหลังก็ดูน่าอยู่และสวยงามไม่ด้อยไปกว่ากัน แม้บ้านหลังใหญ่จะมีความสมบูรณ์พร้อมต่อการอยู่อาศัยแล้ว แต่คุณเกรียงศักดิ์ก็ให้เหตุผลที่สร้างเพิ่มเติมอีก 2 หลังว่า “เวลาที่ผมมาพักผ่อนเพื่อนฝูงที่สนิทกันมักตามมาสมทบ นัดกันมากินข้าวและก็อยู่จนดึก บางทีก็จัดปาร์ตี้รอบกองไฟ ผมมีเตาย่างบาร์บีคิวเตรียมพร้อมไว้หมด พอสนุกกันก็ไม่อยากกลับบ้านแล้ว จริงๆผมมีพื้นที่พอให้เขากางเต็นท์นอนกันได้ แต่คิดไปคิดมาสร้างเรือนรับรองน่าจะดีกว่า 1 หลังก็เหมือน 1 ห้องสวีท มีส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องนอนในตัว […]

บ้านที่มีลมหายใจ…และกำไรของชีวิต

ณ หัวโค้งหนึ่งของทางหลวงชนบทที่ลัดเลาะไปตามท้องทุ่งในตำบลบ้านชัฏป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มองเข้าไปก็จะเห็นบ้านหลังคาแป้นเกล็ดที่ดูแปลกตากว่าบ้านเรือนโดยรอบ ตัวอาคารคอนกรีตแซมด้วยองค์ประกอบไม้แลดูนิ่งสงบและอบอุ่น บ้านหลังนี้คือบ้านของ คุณเต้อ – นันทพงศ์ ยินดีคุณ และครอบครัว “มีความคิดว่าเมื่อคุณพ่อเกษียณก็อาจมาอยู่ทำสวนทำไร่ ใช้ชีวิตง่ายๆอยู่ที่นี่” คุณเต้อเล่าถึงสาเหตุที่มาปลูกบ้านอยู่ที่นี่ “เริ่มมาจากตอนหนีน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯปี 2554 เราทั้งครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย และผมมาเช่ารีสอร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่แปลงนี้ และก็เริ่มติดใจบรรยากาศของพื้นที่แถบนี้” แม้จังหวัดราชบุรีจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากขับรถก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ แต่อำเภอสวนผึ้งซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังยังมีบรรยากาศแบบชนบทอย่างเต็มเปี่ยม   “ที่นี่ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ ผมสามารถขับรถไปทำงานที่อาศรมศิลป์ได้บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่บ้านตากอากาศ แต่เป็นบ้านอีกหลังที่หากคุณพ่อเกษียณแล้วคงมาอยู่กัน” มองจากภายนอกบ้านหลังนี้ดูใหญ่โตทีเดียว แต่ความจริงแล้วการออกแบบเริ่มมาจากการสร้างพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน แล้วจึงนำมาผนวกเข้าด้วยกัน “บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ร่วมกัน บ้านใหม่ก็เลยอยากให้ทุกคนได้มีพื้นที่ของตัวเอง แล้วก็เชื่อมพื้นที่เหล่านั้นด้วยโถงทางเดิน เปิดพื้นที่ตรงกลางเป็นสวนและกั้นความเป็นส่วนตัวของทุกห้องออกจากกัน แต่ก็ยังหลวมพอที่ลมจะไหลเวียนผ่านทุกส่วนของบ้านได้” บ้านหลังนี้จึงมีรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ที่ทับซ้อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีลานหินกรวดซึ่งปลูกต้นไม้ใหญ่สองสามต้นอยู่ตรงกลาง หากมองจากด้านบนก็จะเห็นว่ามีส่วนกั้นให้เกิดความเป็นส่วนตัวและเพิ่มความสดชื่นให้ทุกพื้นที่ในบ้าน แต่มองจากด้านล่างกลับดูนิ่งสงบ เข้ากับห้องทำงานของคุณเต้อที่ต้องการสมาธิในการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรม ทางเดินทั้งหมดภายในบ้านและระเบียงของแต่ละห้องตั้งอยู่บนคานยื่น (Cantilever) ด้วยเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าและรูปแบบทางสถาปัตยกรรม “ผมคิดว่าคานยื่นนั้นเป็นเหมือน ‘กำไรของโครงสร้าง’ เพราะไม่ต้องเสียฐานราก ไม่ต้องเสียเสา ใช้การฝากน้ำหนักไว้กับโครงสร้าง จึงออกแบบให้ทางเดินและระเบียงเป็นโครงสร้างที่ยื่นออกไป 1.50 เมตร ทั้งเพิ่มพื้นที่สัญจรและช่วยกันแดดกันฝนได้ดี รวมถึงทำให้บ้านดูเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นคล้ายยุ้งข้าวอีกด้วย” […]