ปันผลฟาร์ม ส่วนผสมความสุขของบ้าน คาเฟ่ และฟาร์ม

บ้านฟาร์มแบบเรียบง่ายในจังหวัดเชียงใหม่ เน้นการทำเกษตรอินทรีย์ ที่เปิดเป็นพื้นที่เรียนรู้และแบ่งปันความสุข เปลี่ยนสวนลำไยเป็น ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ เมื่อเกษตรอินทรีย์คือเส้นทางใหม่ที่ คุณบี – กรรณิการ์ ลือชา เลือกเดินเมื่อกว่า 4 ปีก่อน พร้อมกับความรู้สึกอยากทำงานที่บ้าน ได้อยู่ใกล้คุณพ่อคุณแม่และเหล่าลูกสมุน จึงเกิดเป็น “ปันผลฟาร์ม” ที่เป็นทั้งบ้าน คาเฟ่ และฟาร์มเกษตรอินทรีย์ซึ่งเป็นพื้นที่เรียนรู้และแบ่งปันความสุข อันเป็นดอกผลจากการลงมือทำอย่างจริงจังและจริงใจต่อความสัมพันธ์ วิถีชีวิต และธรรมชาติ บ้านฟาร์มเกษตรอินทรีย์ เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นสวนลำไยอยู่ในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งคุณบีซื้อไว้เมื่อกว่า10 ปีก่อนและเป็นที่ดินที่ติดกับสวนลำไยของคุณแม่ ท่านจึงช่วยดูแลในขณะที่คุณบีไปอยู่ที่อังกฤษ หลังจากกลับมาคุณบีได้เปิดร้านค็อกเทลอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ชื่อ Mixology แต่เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงจุดหนึ่งที่รู้สึกอยากทำงานที่สามารถอยู่บ้านได้ กลับมาใกล้ชิดคุณพ่อคุณแม่แบบขี่มอเตอร์ไซค์ไปหากันได้ง่ายๆและได้อยู่กับสุนัข จึงตัดสินใจมาพัฒนาที่ดินผืนนี้ให้เป็นดังที่ใจคิด โดยเคลียร์พื้นที่ แล้ววางผังและจัดแลนด์สเคปใหม่เองและเก็บต้นไม้ใหญ่ไว้ ซึ่งเป็นต้นที่วางแผนปลูกตั้งแต่ตอนซื้อที่ดินแล้ว ฟาร์มที่อบอุ่นเหมือนมาบ้านเพื่อน บนพื้นที่ทั้งหมดกว่า 3 ไร่ ได้แบ่งพื้นที่ฝั่งหนึ่งเป็นโรงปุ๋ย และปลูกไม้ยืนต้นที่ไม่ต้องดูแลมาก ส่วนพื้นที่ใช้งานจริงๆมีขนาดประมาณ 2 ไร่ มีแนวคิดในการออกแบบที่ไม่เน้นการทำอาคารใหญ่ที่รวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน แต่ทำเป็นอาคารหลังเล็กๆแยกกัน เพราะอยากให้มีความอบอุ่นแบบบ้าน และดูเป็นส่วนหนึ่งของสวน วางผังให้คาเฟ่อยู่ด้านหน้าเป็นเสมือนห้องรับแขกมีหน้าบาร์ไว้รับลูกค้าแบบง่ายๆ ห้องครัวก็แยกมาเป็นครัวจริงจัง และเปิดโล่งให้ลูกค้าเห็นการทำงานภายในครัว มีร้านอาหารและบ้านพักอยู่ด้านหลัง ซึ่งที่เห็นทั้งหมดนี้คุณบีทำเองแทบทุกอย่าง […]

บ้านฟาร์มสไตล์ฝรั่งเศส กับความสุขเกิดที่ขึ้นได้ทุกวันที่บ้าน

บ้านฟาร์มสไตล์ฝรั่งเศส ที่เจ้าของบ้านลงมือออกแบบด้วยตัวเอง สำหรับใช้เวลาผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติเงียบสงบ “เราคิดว่าเราไม่ควรจะแก่ไปตามอายุ เรายังอยากสนุกกับชีวิต อยากทำทุกวันให้มีความสุข ขอบคุณทุกเช้าเลยที่ได้ตื่นมาในวันนี้” คติการใช้ชีวิตของ คุณฟีน – อนุรักษ์ ฆ้องวงษ์ มัณฑนากรผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบบ้านสไตล์คลาสสิก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนอยู่ในทุกมุมของ บ้านฟาร์มสไตล์ฝรั่งเศส บนที่ดินริมลำน้ำอันเงียบสงบแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่หลังนี้ ซึ่งคุณฟีนออกแบบด้วยตัวเองสำหรับใช้เวลาผ่อนคลาย และเพลิดเพลินกับธรรมชาติโดยรอบ บ้านหลังใหม่ในบรรยากาศคุ้นเคย “เมื่อ 35 ปีที่แล้วผมเคยมาเรียนที่นี่ ก็เลยรู้สึกผูกพันกับบรรยากาศและวัฒนธรรมของเมืองนี้ครับ พอกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ก็ยังได้มีโอกาสแวะเวียนกลับมาทำงานที่นี่อยู่บ่อยๆ ไปตรงไหนก็คุ้นเคย แล้วก็รู้สึกเหมือนได้มาเที่ยวพักผ่อนด้วย ทำให้เรามีความสุขกับการทำงานครับ” ด้วยเหตุผลนี้ คุณฟีนจึงตัดสินใจซื้อที่ดินผืนหนึ่งร่วมกับเพื่อนบ้านที่คุณฟีนชวนให้มาปลูกบ้านอยู่ข้างกัน โดยเลือกที่ดินซึ่งตั้งอยู่ในมุมสงบท่ามกลางธรรมชาติ แต่ยังอยู่ไม่ไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีกทั้งเดินทางไปยังตัวเมืองและอำเภออื่นๆ ได้ไม่ยาก จากนั้นจึงดำเนินการถมที่ดิน ออกแบบ และก่อสร้างบ้านทั้งสองหลังไปพร้อมๆ กัน คุณฟีนออกแบบบ้านหลังใหม่นี้ในสไตล์บ้านฟาร์มฝรั่งเศสที่มีความร่วมสมัย เมื่อเดินเข้าจากทางหน้าบ้านจะพบกับฟาซาดผนังอิฐรูปทรงจั่วที่ตั้งเด่นอยู่บนเนินเตี้ยๆ หลังแปลกผักและเรือนกระจกด้านข้าง ตัวบ้านชั้นเดียวทอดยาวจากหน้าบ้านไปสู่ด้านหลัง ขนานไปกับทางเดินเล็กๆ ที่นำไปสู่ทางเข้าบ้านหลัก และเชื่อมต่อไปจนถึงลำน้ำธรรมชาติด้านหลัง ผ่านสวนอันเขียวชอุ่มซึ่งเสริมบรรยากาศแบบบ้านตะวันตกโดยการปลูกต้นสนชนิดต่างๆ ตลอดทาง โดยเฉพาะซิลเวอร์โอ๊กที่ปลูกไปพร้อมกับการก่อสร้างบ้าน ทำให้บริเวณโดยรอบบ้านดูเขียวชอุ่มด้วยไม้ใหญ่ และสร้างความเป็นส่วนตัวให้เจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี แนวคิดหลักของบ้านหลังนี้เน้นออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง มีการคำนวณพื้นที่ใช้สอยไม่ให้เหลือพื้นที่ว่าง พร้อมจัดสรรพื้นที่แบบบ้านชั้นเดียวที่ใช้การยกระดับพื้นให้น้อยที่สุด เน้นอยู่สบาย ใช้งานง่าย […]

บ้านฟาร์มกลางนา สไตล์แคมปิ้ง

ชานเรือน หลังคา รางน้ำฝน และเฟอร์นิเจอร์แคมปิ้ง ทั้งหมดดีไซน์เพื่อให้สอดรับกับกิจกรรมทางการเกษตรสมัยใหม่ของ บ้านฟาร์มกลางนา 40 ไร่แห่งนี้

รวมบ้านในฟาร์ม บรรยากาศชนบท

อยากมี บ้านฟาร์ม สักหลักที่เหมาะกับสภาพอากาศในท้องถิ่น อยู่สบาย และกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบด้าน ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ตามวิถีเกษตร เรามีตัวอย่าง 7 บ้านสไตล์นี้มาให้ชมกันค่ะ บ้านฟาร์ม บ้านไม้หลังเล็ก ในฟาร์มเกษตร เจ้าของ : คุณอรรถพล ไชยจักรและคุณอาคีรา ห้วงสุวรรณ ออกแบบ : คุณอรรถพล ไชยจักร บ้านไม้หลังเล็ก แบบชั้นเดียวขนาด 4×4 เมตรที่สร้างไว้แค่พออยู่เพื่อให้สะดวกกับการทำงานภายในไร่ โดยใกล้ๆ กันยังมีบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงอีกหลังไว้สำหรับใช้งานอเนกประสงค์ >> อ่านต่อ บ้านไร่กลางทุ่งที่สร้างด้วยเงินเก็บสามแสนและน้ำพักน้ำแรงฉบับคนบ้านนอก เจ้าของ: คุณในดวงตา ปทุมสูติ – คุณรุ่งโรจน์ ไกรบุตร บ้านไร่หลังเล็กที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงและพลังใจของผู้เป็นเจ้าของที่ละทิ้งชีวิตวุ่นวายในเมืองกรุง มุ่งมั่นกลับมาทำกินบนผืนดินของบรรพบุรุษที่จังหวัดสุพรรณบุรี โครงสร้างบ้านเสร็จด้วยฝีมือช่างชาวบ้านที่ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ต่อจากนั้นก็เป็นสองมือของเจ้าของบ้านฝ่ายชายที่ทำงานไม้ทั้งหมด คือ ผนัง ประตูหน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์บางส่วน นอกจากนี้ยังได้เตรียมแหล่งอาหารไว้ด้วย ทั้งแปลงผักสวนครัวที่เปลี่ยนชนิดผักที่ปลูกบ้าง ถือเป็นวิธีธรรมชาติเพื่อป้องกันโรคและแมลงซึ่งมักลุกลามเมื่อปลูกผักชนิดเดียวติดต่อกัน รวมถึงมียุ้งข้าวสำหรับเก็บกินในบ้าน มีบ่อน้ำธรรมชาติใช้อุปโภค โดยขุดบ่อและปลูกไผ่โดยรอบเป็นอาณาเขต ไผ่รวกไว้กินหน่อ ไผ่หนามมีลำใหญ่ไว้ใช้ทำรั้ว ส่วนหนึ่งเป็นดงกล้วย อีกส่วนทำนา […]

บ้านไม้หลังเล็ก ในฟาร์มเกษตร

บ้านไม้หลังเล็ก แบบชั้นเดียวขนาด 4×4 เมตรที่สร้างไว้แค่พออยู่เพื่อให้สะดวกกับการทำงานภายในไร่ โดยใกล้ๆ กันยังมีบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงอีกหลังไว้สำหรับใช้งานอเนกประสงค์ ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนนี้ คุณอรรถ-อรรถพล ไชยจักร หนุ่มบุรีรัมย์ที่กำลังเติบโตรุ่งเรืองในหน้าที่การงานตำแหน่งวิศวกรโทรคมนาคมและมีความฝันที่คงไม่ต่างจากหนุ่มสาววัยทำงานอีกหลายล้านคนว่าจะต้องทำงานดีๆ มีค่าตอบแทนสูงเพื่อสร้างความสุขและความมั่นคงให้กับชีวิตที่อยู่ในเมืองกรุง แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดแล้วเห็นพ่อแม่ที่อายุมากขึ้นทุกๆ วัน เขาจึงเริ่มตั้งคำถามใหม่ถึงรูปแบบความสุขในชีวิตตัวเองว่าแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ บ้านไม้หลังเล็ก และแม้ไม่ได้มีความรู้ด้านเกษตรกรรมมาก่อน แต่ที่ดินร่วม 15-16 ไร่ซึ่งพ่อแม่ทำไร่ไว้อยู่แล้วก็ทำให้เขาสนใจอยากลองเปลี่ยนอาชีพจากวิศวกรมาเป็นเกษตรกรดูบ้าง อย่างน้อยก็ยังสามารถใช้ชีวิตกับครอบครัวได้อย่างใกล้ชิด “ตอนแรกผมเริ่มจากปลูกหน่อไม้ฝรั่งเต็มพื้นที่ 13 ไร่ บูมมากเลย และขอแบ่งพื้นที่ 2 ไร่ลองทำเกษตรแบบอินทรีย์ โดยเริ่มศึกษาหาข้อมูลมากขึ้น แล้ววันหนึ่งได้ลองกินมัลเบอร์รี่ก็รู้สึกว่าอร่อยดี เลยหาพันธุ์ผลมาปลูก น่าจะเป็นคนแรกในบุรีรัมย์ที่ปลูกมัลเบอร์รี่พันธุ์ผลแทนพันธุ์ใบสำหรับเลี้ยงหนอนไหม ที่จริงตอนนั้นยังทำงานประจำอยู่ก็อาศัยจ้างคนงานมาช่วยดู และเป็นช่วงที่หน่อไม้ฝรั่งโดนโรคลงตายเสียเยอะ ผมเลยเปลี่ยนมาเน้นมัลเบอร์รี่ แต่ไม่นานตลาดก็ลงอีก ทีนี้ก็เลยมาคิดเรื่องการปลูกป่าสร้างระบบนิเวศแบบ Permaculture ควบคู่ไปกับเกษตรอินทรีย์ เพราะผมเชื่อว่าการสร้างสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่ มีอากาศดี ก็จะปลูกพืชผลให้อุดมสมบูรณ์ได้” ระหว่างนั้นเองที่คุณอรรถเริ่มคิดสร้างบ้านไม้หลังเล็กๆ ตามประสาคนโสดขึ้นมาเพื่ออาศัยอยู่พร้อมกับทำฟาร์มเกษตรจริงจังของตัวเองโดยตั้งชื่อฟาร์มไว้ว่า “ไร่หลังฉาง หรือ Farm behind the Barn” เพราะขอใช้พื้นที่ 6 ไร่บริเวณด้านหลังยุ้งฉางของพ่อแม่มาทำเกษตรและปลูกบ้านขนาดเล็กโดยมีแนวคิดว่า “ผมเคยเห็นกุฏิพระที่พุทธสถานสีมาอโศกกว้างแค่ 2×2 เมตรก็ใช้ชีวิตอยู่ได้ […]

รวมบ้านสวนในฝัน ใช้ชีวิตพึ่งพาตัวเองอย่างพอเพียง

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เบื่อชีวิตรีบเร่ง อยากเกษียณตัวเองละทิ้งความวุ่นวายในเมืองไปซบไออุ่นจากธรรมชาติ  บ้านและสวนได้รวบรวมบ้านสวยน่าอยู่ในบรรยากาศบ้านสวนบ้านไร่ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ปลูกบ้านหลังกะทัดรัด และทำการเกษตรภายในบริเวณบ้าน เพื่อให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ในด้านการหาวัตถุดิบมาบริโภคและใช้สอยในครัวเรือน หากเหลือก็ยังสามารถขายหรือแบ่งปันให้คนอื่นได้ ซึ่งอาจเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่สนใจแนวทางการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงได้ดูเป็นไอเดียกัน บ้านสวน บ้านไม้ใต้ถุนสูงกลางสวนมะพร้าว เจ้าของ  :  คุณณัฐธภาคย์ – คุณวีณ์ลภัส ธำรงโรจนพัฒน์ สถาปนิก  :  Studio Miti  โดยคุณประกิต กัณหา ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่นของสวนผลไม้เก่าในคลองดำเนินสะดวก เจ้าของบ้านจึงได้ปรับปรุงพื้นที่ด้วยการถมร่องน้ำเก่าบางส่วน เพื่อสร้างบ้านอยู่อาศัยขนาดกะทัดรัด ด้วยอยากกลับมาทำสวนที่นี่ ลักษณะเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงที่มีสเต็ปไม่สูงมากนัก เนื่องจากพื้นที่แถวนี้เคยมีน้ำท่วมถึงมาก่อน และเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับอนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้ ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานไม้เก่าหลากประเภทเพื่อให้ได้บ้านไม้หลังใหม่ในงบประมาณที่ไม่สูงเกินไป พร้อมเปิดช่องลมและยกใต้ถุนสูงให้ลมพัดผ่าน  เพื่อช่วยลดทอนความร้อนของอากาศและทำให้บ้านเย็นสบาย โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องปรับอากาศเลย >>อ่านต่อ เกษตรผสมผสานในบ้านไม้ใต้ถุนสูง เจ้าของ : คุณสายันต์ ทิพย์แสง และคุณอารมณ์ วิรัชศิลป์ สถาปนิก : Studio Miti โดยคุณประกิจ กัณหา ตกแต่งภายใน : บริษัทเอเดค อินทีเรียส์ จำกัด บ้านไม้ใต้ถุนสูงที่เกิดจากความตั้งใจในการสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยอย่างเรียบง่ายพร้อมๆไปกับวางแผนทำเกษตรกรรมแบบพอเพียงในพื้นที่รอบๆ บ้าน ตามทฤษฎีของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยจัดการแบ่งพื้นที่สำหรับทำบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้และเลี้ยงปลาด้วย 30% […]

รวมบ้านน่าอยู่ที่มีเล้าไก่เจ๋งๆ ไว้เก็บผลผลิตกินเอง

ในยุคที่โควิด – 19 ระบาด ออกไปไหนก็ลำบาก ไหนจะเศรษฐกิจฝืดเคือง การมีแหล่งอาหารในบ้านกลายเป็นสิ่งที่คนไทยเริ่มมองหา นอกจากการปลูกผักสวนครัวแล้ว การเลี้ยงไก่ไว้กินไข่ก็กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากไข่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี และวัตถุดิบคู่ครัวไทย อีกทั้งไก่บางสายพันธุ์เองก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักน่าเอ็นดู สร้างความเพลิดเพลินได้ไม่น้อย “เล้าไก่” จึงกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่สามารถออกแบบให้ล้อรับไปกับดีไซน์ของบ้าน หรือเป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้อย่างไม่ขัดเขินอีกต่อไป เล้าไก่สวยๆ สามารถออกแบบได้ตามความต้องการของเจ้าของบ้าน แต่มีสิ่งหนึ่งที่อาจทำให้เจ้าของบ้านหลายคนกังวลใจ นั่นคือกลิ่นเหม็นของมูลไก่ แต่รู้หรือไม่การวางตำแหน่งเล้าไก่ในทิศที่เหมาะสม ช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นได้ ตำแหน่งการสร้างเล้าไก่หรือโรงเรือนเลี้ยงไก่มีความสำคัญมาก เพราะส่งผลต่อการออกไข่ของไก่ หากโรงเรือนตั้งอยู่ในทิศทางที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้เกิดการถ่ายเทอากาศ ลดอุณหภูมิ ลดความชื้น ลดปริมาณฝุ่นละออง ที่สำคัญคือลดกลิ่นได้ด้วย พื้นโรงเรือนไม่อับชื้นหรือเป็นที่สะสมของสิ่งสกปรก ไก่จะไม่เจ็บป่วยและออกไข่ได้ดี การสร้างโรงเรือนควรตั้งตามแนวยาวทิศตะวันออก – ตะวันตก หากตั้งโรงเรือนขวางแสงอาทิตย์จะทำให้มีพื้นที่สำหรับให้ไก่หลบความร้อนจากแสงแดดได้น้อย ทำให้เสียเนื้อที่โดยเปล่าประโยชน์เมื่อแสงแดดส่องในตอนบ่าย ตัวโรงเรือนอาจตั้งเฉียงออกจากแนวทิศตะวันออก – ตะวันตกได้เล็กน้อย แต่ไม่ควรเกิน 7 องศาตามแนวทิศตะวันออกไปทางทิศใต้ ทริคเล็กๆ ที่ใช้ได้ผลในการดับกลิ่นมูลไก่คือการทำความสะอาดและเก็บมูลไก่ไปเป็นปุ๋ยให้พืชผัก หรือจะแก้ด้วยการใช้สาร EM โรยที่ฟางรองพื้นก็ช่วยลดกลิ่นได้ดีเช่นกัน เรามีตัวอย่างบ้านน่าอยู่ที่ออกแบบให้มี เล้าไก่สวยๆ อยู่ภายในบริเวณบ้าน มาให้ชมเป็นไอเดียกัน ดังนี้ บ้านไร่ไออรุณ … […]

ชีวิตธรรมดาใน บ้านไม้ใต้ถุนสูง

บ้านไม้ใต้ถุนสูง แบบไทยๆ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากบ้านทรงไทยมอญ เน้นการทำช่องเปิดเพื่อเป็นตัวดักความร้อน พร้อมวางแผนทำเกษตรผสมผสาน ให้อยู่แบบพึ่งพาตัวเองได้สบายๆ หากเปรียบต้นไม้เป็นประติมากรรมทางธรรมชาติ บ้านก็น่าจะเป็นประติมากรรมอย่างหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาในรูปแบบของสถาปัตยกรรมสำหรับให้อยู่อาศัยได้ โดยเฉพาะเมื่อสถาปัตยกรรมนั้นมีความอ่อนน้อมถ่อมตนที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน ทั้งยังนำประโยชน์จากธรรมชาติมาเกื้อกูลต่อชีวิตที่อยู่อาศัยได้อย่างดี เหมือนกับ บ้านไม้ใต้ถุนสูง หลังนี้ของ คุณเด่น-สายันต์  ทิพย์แสง หนุ่มเมืองใต้ และคุณมะลิ-อารมณ์  วิรัชศิลป์ สาวเมืองเหนือ ซึ่งตั้งใจสร้างขึ้นเพื่ออยู่อาศัยอย่างเรียบง่ายพร้อมๆไปกับวางแผนทำเกษตรกรรมแบบพอเพียงในพื้นที่รอบๆ บ้าน โดยปลูกไม้ใบ ไม้ผล พืชสวนครัว ควบคู่ไปกับการขุดบ่อเลี้ยงปลาและเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อสามารถใช้ชีวิตประจำวันธรรมดาแบบพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด จึงตั้งชื่อบ้านไว้ว่า “บ้านทำ-มะ-ดา” แรงบันดาลใจของ บ้านไม้ใต้ถุนสูง “เราอยากได้บ้านไม้และอยากอยู่บ้านไม้กันมานานแล้ว ก็เลยตั้งใจให้ คุณบั๊ม – ประกิจ กัณหา สถาปนิกแห่ง Studio Miti ช่วยออกแบบให้ ตอนแรกมีสองแบบ คือแบบที่วางแปลนรวมๆ กัน กับแบบนี้ที่แยกส่วนรับแขกและส่วนห้องนอนไว้อยู่คนละด้าน ซึ่งเราชอบแบบนี้เพราะดูเป็นสัดส่วนดี” นอกจากฟังก์ชันที่ตอบรับการใช้งานอย่างดีแล้ว รูปทรงของบ้านยังได้แรงบันดาลใจจากบ้านทรงไทยมอญของชุมชนใกล้เคียงมาปรับใช้ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือการยกใต้ถุนสูงเพื่อเลี่ยงปัญหาพื้นที่น้ำท่วมถึง สถาปนิกจึงเพิ่มฟังก์ชันให้พื้นที่ใต้ถุนเป็นเหมือนชานนั่งเล่นและครัวเปิด ซึ่งคุณมะลิเล่าว่า “ตอนแรกว่าจะใช้แค่ปิ้งย่างเป็นบางครั้ง ส่วนครัวจริงอยู่ชั้นบน แต่พอย้ายมาอยู่เราใช้ครัวใต้ถุนเป็นครัวประจำบ้านไปเลย เพราะพื้นที่ตรงนี้โปร่งรับลมได้สบายตลอดทั้งวัน เลยกลายเป็นทั้งที่รับแขก ที่พักผ่อน ที่รับประทานอาหาร และศูนย์กลางของทุกคนในครอบครัว” การออกแบบ บ้านไม้ใต้ถุนสูง ให้อยู่สบาย ไม้สำหรับสร้างบ้านทั้งหมดเป็นไม้เต็งเก่าอายุราว 80 – 100 ปีที่เลือกซื้อมาจากอยุธยา ซึ่งต้องอาศัยเวลาและความใจเย็นในการคัดเลือกชุดไม้ให้ได้โทนสีและขนาดตามต้องการ […]

บ้านชั้นเดียวมินิมัล แบบมูจิ ที่สนทนากับธรรมชาติและผู้สูงอายุ

บ้านชั้นเดียวมินิมัล แบบมูจิ ที่รวมเอาประสบการณ์ 15 ปีในการออกแบบบ้านของ MUJI มาเรียงร้อยเพื่อนำเสนอรูปแบบการอยู่อาศัยตามปรัชญา “ความสุขเล็กๆที่เรียบง่ายและอบอุ่น”  นี่คือหัวใจสำคัญของ  Yō no Ie House บ้านชั้นเดียวมินิมัล แบบมูจิ ขนาดกะทัดรัดกับแปลนบ้านแบบผังอิสระที่ไร้ผนังกั้น พร้อมทั้งชานไม้ขนาดใหญ่ที่เน้นการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ยืดหยุ่นต่อรูปแบบการอยู่อาศัย และเอื้อต่อการเติบโตของครอบครัว “ไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้างที่เรียกว่าบ้าน แต่เป็นวิถีการดำเนินชีวิต” Yō no Ie House คือแบบบ้านที่มูจิเลือกนำเสนอในวาระครบรอบ 15 ปีที่ได้เริ่มธุรกิจบ้านสำเร็จของตนขึ้น ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปในปี 2004 สิ่งที่ทำให้ MUJI สนใจในธุรกิจบ้านสำเร็จรูปก็คือ คำถามคาใจว่าทำยังไงจะแก้ปัญหาความเสื่อมราคาของตัวบ้านตั้งแต่วันที่ซื้อและถูกรื้อทิ้งเมื่อผ่านไป 30 ปี (ที่ญี่ปุ่นมีกฎหมายที่บังคับให้ต้องรื้อบ้านทิ้งหรือรีโนเวตทุกๆ 30 ปี เพื่อความปลอดภัยของชุมชนโดยรวม) ด้วยเหตุนี้เอง MUJI จึงตั้งใจที่จะนำเสนอบ้านที่สามารถอยู่อาศัยไปได้อย่างมั่นคง และผูกพันธ์กับครอบครัวของเจ้าของบ้านตราบทศวรรษจากรุ่นสู่รุ่นด้วยความเชื่อใน “ความสุขที่เรียบง่ายและอบอุ่น” ซึ่งจะนำพา “ชีวิตที่ดี” มาสู่เจ้าของและชุมชนโดยรวม ความพิเศษของ “ บ้านชั้นเดียวมินิมัล แบบมูจิ ” เรียบง่าย อยู่สบาย […]

บ้านไร่กลางทุ่งที่สร้างด้วยเงินเก็บสามแสนและน้ำพักน้ำแรงฉบับคนบ้านนอก

เจ้าของ: คุณในดวงตา ปทุมสูติ – คุณรุ่งโรจน์ ไกรบุตร ภาพสะท้อนในดวงตาคือ บ้านไร่หลังเล็ก เรียบง่ายกลางทุ่งนาดั่งภาพฝัน แต่นัยน์ตาของเขาและเธอนั้นฉายความรู้สึกให้ปรากฏแก่ใจมากกว่าภาพที่อยู่ตรงหน้า แสงยามเช้าเพิ่งเลียใบหญ้ายังไม่ทันอุ่น กลิ่นดินหมาดน้ำค้างยังเคล้ามาตามลมลูบไล้ผิวกายให้เย็นชุ่มไปถึงใจ แต่หากย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อนหลังหว่านเมล็ดข้าวลงดินในเดือนตุลาคม คุณก้อย – ในดวงตา ปทุมสูติ และคุณรุ่ง – รุ่งโรจน์ ไกรบุตร ตัดสินใจสร้างบ้านหลังนี้ด้วยเงินเก็บทั้งหมดราว 3 แสนบาท แน่นอนว่าไม่ได้ตัวบ้านทั้งหมดที่เห็น แต่ได้เพียงค่าโครงสร้างคอนกรีตและหลังคาซึ่งต้องจ้างช่างมาทำ ส่วนที่เหลือสร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงและพลังใจที่ก่อเป็นความภาคภูมิในแบบฉบับของคนบ้านนอกสองคนนี้ บ้านไร่หลังเล็ก   “เราทั้งคู่เคยทำงานและใช้ชีวิตในเมืองกรุงหลายปีแล้วรู้สึกไม่ใช่ เราคุ้นกับวิถีชนบท การอยู่กับธรรมชาติทำให้จิตใจนิ่งและเย็น ในความรู้สึกลึกๆ คือการได้มาทำกินบนผืนดินของบรรพบุรุษ เป็นบ้านเกิดที่ผูกพัน” คุณก้อยเป็นสาวสุพรรณที่อยู่บ้านเกิดเพียงชั้นอนุบาลก็ย้ายไปที่อื่นจนจบคณะครุศาสตร์ เอกภาษาไทยที่เชียงใหม่ จากนั้นทำงานในกรุงเทพฯ ก่อนจะกลับมาสุพรรณบุรีอย่างถาวร เพื่อช่วยงานคุณพ่อที่เป็นวิทยากรบรรยายในโครงการแก้ปัญหาเรื่องเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ซึ่งเป็นหลักสูตรของคุณพ่อเอง ส่วนคุณรุ่งเป็นคนอุทัยธานี เรียนด้านภูมิศาสตร์สิ่งแวดล้อม เคยทำงานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มูลนิธิสานแสงอรุณที่เน้นส่งเสริมให้คนเรียนรู้ในการอยู่กับธรรมชาติ ในปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจสร้างบ้านสองชั้น โดยต่อเชื่อมกับบ้านชั้นเดียวที่อยู่เดิมเผื่อหนีน้ำในอนาคต   “ถ้ารอเก็บเงินให้มากพอก่อนแล้วค่อยสร้างคงไม่มีวันพร้อม หากไม่เริ่มต้น […]