แบบบ้านไทยโมเดิร์น ทันสมัยแต่เต็มไปด้วยภูมิปัญญาแบบไทยๆ

เหมือนกับที่เจ้าของบ้านบอกสถาปนิกไว้ก่อนสร้าง แบบบ้านไทยโมเดิร์น หลังนี้ว่า “อยากได้บ้านแบบไทยๆ ที่คนไทยอยู่ได้สบาย มีใต้ถุนที่เปิดโล่ง และลมพัดระบายอากาศ..

บ้านตู้คอนเทนเนอร์ รับวิวสวนเมืองร้อน

บ้านหลังนี้ซึ่งตั้งอยู่ในย่าน Canggu บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และในท้ายที่สุด บ้านตู้คอนเทนเนอร์ ที่ตั้งใจทำเป็นบ้านชั่วคราว ก็กลายเป็นบ้านสวยแบบถาวร

บ้านประหยัดพลังงาน ที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ

ดึงวิวธรรมชาติสวยๆ เข้ามาสู่มุมพักผ่อนในบ้าน โดยคำนึงถึงแนวคิด บ้านประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมประกอบกัน เพื่อนำพาไปสู่วิถีชีวิตอันยั่งยืนต่อไป

PA HOUSE บ้านสีขาวที่ผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เข้ากับสภาพแวดล้อม

แบบบ้านโมเดิร์น เบื้องหลังผนังสีขาวราวกระดาษที่ปิดทึบ ผลงานจาก IDIN Architects ที่ต่อยอดความหมายของ “Tropical Architecture” ได้อย่างน่าสนใจอีกครั้ง

รอยต่อของ 3 ยุคในบ้านโมเดิร์นกลิ่นอายไทย

แม้ว่าหน้าตาภายนอกบ้านจะดูทันสมัย แต่การตกแต่งยังมีความหวานและอบอุ่นอย่างที่เรียกได้ว่า “ปลูกบ้านตามใจผู้อยู่”

โอบล้อมด้วยขุนเขา

ไม่แปลกที่ธรรมชาติแห่งขุนเขาและกลิ่นหอมของดอกไม้ป่า รวมถึงสายลมอันบริสุทธิ์สดชื่นรอบๆเขาใหญ่จะกลายเป็นเหตุผลสำคัญของการบอกลาชีวิตในกรุงเทพฯ แต่เหนืออื่นใดก็คงเป็นเพราะ คุณแนน – สุรีย์ สุทธิสาร ภรรยาคนสวยเป็นคนพื้นถิ่นแถวนี้ ทำให้ คุณปั๊บ – ปวริศร์ สุทธิสาร ตัดสินใจมาสร้างครอบครัวและบ้านพักอาศัยหลังใหม่อยู่ที่เขาใหญ่เป็นการถาวร ระยะเวลาร่วม 8 ปีของการได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติสวยๆ เหล่านี้ ยังทำให้คุณปั๊บเกิดแนวคิดที่จะแบ่งปันความสุขด้วยการสร้างโครงการบ้าน 1.618 ขึ้นบนพื้นที่กว่า 42 ไร่ ที่ระดับความสูงประมาณ 430 เมตร ซึ่งมีขุนเขาสูงโอบล้อมรอบทิศทาง แถมด้วยช่องลมธรรมชาติที่รับลมได้ตลอดทั้งปี สำหรับแนวคิดการออกแบบมีจุดเริ่มต้นจากอัตราส่วน 1.618 ที่เลโอนาร์โด ฟีโบนัชชี นักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีคิดค้นขึ้นจากสัดส่วนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และกลายเป็นอัตราส่วนมหัศจรรย์ให้วงการศิลปะและสถาปัตยกรรมนำไปประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดโมนาลิซา วิหารพาร์เธนอน หรือโลโก้ของแบรนด์ Apple กระทั่งมาเป็นอัตราส่วนในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมของบ้านหลังนี้ให้ลงตัวและงดงาม     “ผมอยากสร้างบ้านที่เข้ากับสภาพแวดล้อมของเขาใหญ่ให้มากที่สุด ไม่ใช่เอาบ้านจากประเทศไหนๆมาตั้งอยู่ที่เขาใหญ่เฉยๆ เพราะด้วยสภาพอากาศแบบร้อนชื้น มีฝนตกมาก ผมจึงให้ความสำคัญกับหลังคาเป็นอันดับแรก ใช้เวลาเลือกวัสดุทำหลังคาอยู่นานครับ กว่าจะมาสรุปที่หลังคาชิงเกิ้ล (Asphalt Shingle) ที่ตอบรับเรื่องฝนและเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี ดูแลรักษาง่าย ตามมาด้วยชายคาที่สามารถระบายอากาศได้ ไม่เกะกะสายตา เพื่อเน้นการเปิดมุมมองออกสู่ธรรมชาติได้เต็มที่” คุณปั๊บยังนำแรงบันดาลใจจากรูปทรงของขุนเขาที่ลดหลั่นอยู่รอบๆ […]

บ้านไร้คาน

หากยืนมองบ้านหลังนี้จากภายนอก คงสันนิษฐานกันเอาเองว่าบ้านน่าจะมีขนาดใหญ่พอสมควร แต่เมื่อเข้าไปด้านในกลับพบบ้านที่สร้างบนที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเพียง 96 ตารางวา ซึ่งบังคับให้ต้องวางผังตัวบ้านในทิศทางดังที่ปรากฏ โชคดีที่ตั้งอยู่ในทิศที่แสงแดดไม่ส่องตรงจนเกินไป ปริมาณแสงจ้าที่เข้าสู่ตัวบ้านจึงไม่มากนัก ทำให้บ้านนี้มีภาวะน่าสบายและน่าอยู่ รูปทรงของบ้านสองชั้นหลังนี้ออกแบบให้ดูเรียบง่าย ตรงไปตรงมาในรูปแบบโมเดิร์น ตามความต้องการของเจ้าของบ้าน Dr. William L. Aldis และ คุณธารทิพย์ การุณศิริ ที่เด่นสะดุดตาก็คือส่วนชายคาที่ยื่นออกจากตัวบ้าน ช่วยพรางหลังคาให้ดูแบนราบ ทั้งยังป้องกันแดดและฝนได้ด้วย แรกทีเดียวเจ้าของบ้านต้องการบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก แต่จากประสบการณ์ที่มีบ้านไม้อยู่แล้วและตั้งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกัน ทำให้ต้องเปลี่ยนใจในภายหลัง เพราะบ้านไม้ต้องดูแลค่อนข้างมาก เมื่อเจ้าของบ้านได้พูดคุยกับสถาปนิก พร้อมอธิบายความต้องการเพิ่มเติมว่าบ้านใหม่ที่จะสร้างต้องเป็นที่อยู่ถาวร วัสดุที่ใช้ควรทนทานและอยู่ได้นาน ไม่ต้องปรับเปลี่ยนบ่อยๆ สิ่งที่เจ้าของบ้านต้องการอีกประการหนึ่งก็คือ บ้านต้องปราศจากคาน งานหนักจึงตกอยู่ที่การออกแบบวิศวกรรมโครงสร้าง ซึ่งต้องทำให้ทั้งภายนอกและภายในบ้านมองไม่เห็นคาน วัสดุหลักที่ใช้คือคอนกรีตเกือบทั้งหลัง เว้นเฉพาะประตู หน้าต่าง และช่องแสงที่กรุกระจกใส ส่วนไม้ใช้ปูพื้นและกรุเพดาน โดยเลือกไม้เก่าที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว บ้านหลังนี้จึงได้รับการออกแบบอย่างแยบยล โดยเฉพาะงานระบบโครงสร้าง รูปทรงที่ปรากฏผ่านการเตรียมการอย่างดี เนื่องจากต้องเลือกใช้ไม้ที่มีลวดลายสวยงามสำหรับใช้เป็นแม่แบบของการเทปูน ซึ่ง ไม่สามารถนำไปใช้กับส่วนก่อสร้างอื่นได้ งบประมาณจึงค่อนข้างสูง ทว่าเมื่อแกะไม้แบบออกก็ได้งานตกแต่งทั้งภายนอกและภายในที่ดูสวยงาม ไม่ต้องแต่งพื้นผิวเพิ่มเติมในภายหลัง ดังนั้นขั้นตอนระหว่างการก่อสร้างจึงต้องประณีตเป็นพิเศษ หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ บ้านก็พร้อมเข้าอยู่ได้เลย เพราะเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ มีพร้อมอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นชนิดลอยตัวที่เจ้าของบ้านมักนำไปด้วยยามที่ต้องย้ายไปทำงานในหลายประเทศ […]

หยุดพะงันไว้ที่…บ้านสมใจ

  “ฟ้า…และท้องทะเลกับลมนั้นมีอยู่…” ท่อนหนึ่งจากบทเพลง “ให้เธอ” โดยอัสนีและวสันต์ โชติกุล นั้นพอจะสื่อถึงบรรยากาศของบ้านหลังนี้ได้เป็นอย่างดี ในวันที่โลกเริ่มจะหมุนเร็วเกินไป ภาพบรรยากาศริมทะเลแบบเดิมๆ ก็เริ่มไกลห่างออกไปจากความทรงจำของเรา แต่ “พะงัน” จะยังคงเป็น “พะงัน” เสมอที่บ้านหลังนี้…“บ้านสมใจ” บ้านและที่พักสำหรับนักเดินทาง คุณนัด – ณัฏฐวุฒิ พิริยประกอบ สถาปนิกจาก NPDA Studio ลูกชายของ คุณบรรจบ และ คุณสมใจ พิริยประกอบ เจ้าของบ้านหลังนี้ เริ่มต้นเล่าให้เราฟังว่า “คุณพ่อและคุณแม่เกษียณมานานแล้ว พื้นเพเดิมของคุณพ่อเป็นคนเกาะพะงัน และมีที่ดินที่คุณย่าแบ่งไว้ให้ ก่อนหน้านี้พะงันเคยเงียบสงบ มีบรรยากาศสบายๆ ถนนหนทางก็ยังไม่ค่อยมี นักท่องเที่ยวที่มาเกาะนี้จึงเป็นผู้ที่รักในความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง จะมาทีก็ต้องไปสมุยก่อนแล้วต่อเรือมาที่พะงัน ที่แห่งนี้ก็เคยเป็นสวนมะพร้าวไม่ได้มีอะไรหวือหวาเป็นพิเศษ ในวันหยุดบางครั้งพวกเราก็กลับมาที่พะงัน มารับบรรยากาศทะเล บรรยากาศสวนมะพร้าว มองไปไกลๆ เห็นเรือประมง นั่นเป็นภาพจำของพะงันสำหรับผมเลย” ทุกวันนี้เราสามารถนำรถข้ามฝั่งจากสุราษฎร์ธานีมาที่เกาะพะงันได้โดยสะดวกด้วยบริการของเรือเฟอร์รี่ ทำให้พะงันมีบรรยากาศคึกคักขึ้นมาก ปัจจัยสำคัญก็คือเทศกาลฟูลมูนปาร์ตี้ที่เลื่องลือกันในหมู่นักท่องเที่ยว “ช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาก็พอดีว่าคุณพ่อและคุณแม่เกษียณอายุราชการ จากที่ทำงานอยู่ที่จังหวัดอื่น สุดท้ายก็เลยตกลงกลับบ้านที่พะงัน และเริ่มทำที่พักคล้ายเป็นโฮมสเตย์ (โคโคนัทแอนด์หนุ่มรีสอร์ต)” คุณพ่อและคุณแม่ของคุณนัดจึงมีกิจกรรมทำหลังเกษียณ “แขกที่มาพักก็หลากหลาย […]

โอบล้อมด้วยแสงใน บ้านไทย สไตล์มินิมัล

นับเป็นโชคดีของเราที่วันนี้อากาศดี ไม่ร้อนจัดและแสงแดดไม่แรงจนเกินไป เหมาะแก่การถ่ายภาพบ้านเป็นอย่างยิ่ง บ้านที่เรามาเยือนในครั้งนี้เป็นเรือนหอ บ้านไทย สไตล์มินิมัลของ คุณจุ๊บ – ศศธร ภาสภิญโญ และ คุณรินทร์ – ภัทรกานต์ เศรษฐชยั ตั้งอยู่ในย่านพัฒนาการ บนพื้นที่ 100 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินเดิมของครอบครัวคุณจุ๊บ บ้านที่มีไอเดียในการจัดการกับแสงสว่างได้อย่างน่าสนใจ   “เริ่มแรกเราอยากได้บ้านไทยสไตล์มินิมัล กล่าวคือมีโถงทางเดินอยู่ตรงกลางบ้านเหมือนบ้านไทย แต่การตกแต่งต้องดูเรียบ มีแฝงอารมณ์แบบญี่ปุ่นนิดๆ และเปิดรับแสงธรรมชาติได้รอบบ้านโดยที่ต้องไม่เพิ่มความร้อนให้บ้านด้วย เราสองคนชื่นชอบการอ่านหนังสือและมักเก็บภาพสไตล์การตกแต่งบ้านไว้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างบ้านของเรา” คุณจุ๊บเกริ่นนำให้เราฟัง การหาไอเดียจากหนังสือประกอบกับเคยเรียนด้านสถาปัตยกรรม จึงสเก็ตช์ภาพบ้านแบบคร่าวๆ พร้อมบอกความต้องการหลักให้ คุณวิมลรัตน์ อิสระธรรมนูญ สถาปนิกนำไปออกแบบต่อ ใน บ้านไทย หลังนี้ จากที่จอดรถ ผู้ออกแบบทำทางเดินรอบบ่อปลาคาร์พ ก่อนจะนำเข้าไปสู่ตัวบ้าน การออกแบบดังกล่าวสร้างบรรยากาศแห่งการเชื้อเชิญ เปรียบเสมือนการต้อนรับจากเจ้าของบ้าน รอบบริเวณบ้านยังปลูกต้นไม้นานาพรรณดูร่มรื่น สร้างความรู้สึกสดชื่นได้ดีก่อนเข้าไปสู่ภายในบ้าน ซึ่งสิ่งแรกที่พบคือโถงนั่งเล่นแบบดับเบิลสเปซที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย สะท้อนบุคลิกของเจ้าของบ้านทั้งสองที่ชื่นชอบความสบายและเป็นกันเอง ผู้ออกแบบใช้โถงบันไดกลางบ้านเป็นจุดเชื่อมโยงทุกพื้นที่ใช้งานตามความต้องการของเจ้าของบ้าน ผนังที่ขนาบโถงนี้ทั้งสองด้านเป็นปูนเปลือย ดูเท่และทันสมัยแบบที่เจ้าของบ้านชื่นชอบผสมผสานกับการเลือกใช้ไม้และไม้วีเนียร์ เป็นการเพิ่มรายละเอียดที่ดูสะอาดตา โถงบันไดนี้ยังแบ่งบ้านเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วยส่วนรับแขก ส่วนรับประทานอาหาร […]

บ้านโมเดิร์น ทรงเหลี่ยมๆ บนหินทรงกลม ๆ

บ้านโมเดิร์น บนที่ดินที่คาดคะเนว่าอาจมีน้อยคนนักที่จะสนใจที่ดินผืนนี้…ทำไมน่ะหรือ บ้านโมเดิร์น ก็เพราะบริเวณนี้เต็มไปด้วยหิน ไม่ใช่หินธรรมดาเสียด้วย เป็นหินก้อนกลมขนาดใหญ่มาก ดังนั้นการวางแปลนบ้านก็จะยากกว่าบ้านทั่วไปหรือแม้แต่บ้านบนเนินเขาหลายเท่านัก แต่เจ้าของบ้านหลังนี้กลับไม่คิดเช่นนั้น ที่ดินขนาดประมาณ 1 ไร่นี้ดูคับแคบกว่าความเป็นจริง เพราะเต็มไปด้วยหินธรรมชาติขนาดยักษ์ ขอบเขตของพื้นที่ต่ำกว่าระดับถนนลงไปเป็นผาหินชัน บังตัวบ้านสองชั้นจนมองเห็นแค่หลังคาบางส่วนเท่านั้น เราจึงไม่อาจคาดเดาหน้าตาของบ้านว่าจะมีลักษณะเป็นเช่นไร ที่ดินที่มีระดับแตกต่างกันมาก ประกอบกับเต็มไปด้วยหิน ทำให้การออกแบบอาคารต้องแยกพื้นที่ใช้สอยให้ห่างกัน เป็น บ้านโมเดิร์น ภายใต้หลังคาแบบเพิงหมาแหงนที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน โดยทุกพื้นที่จะมีการ “เล่นเส้น” อย่างแยบยล สร้างความเชื่อมโยงและปรับความรู้สึกของแปลนรูปทรงสี่เหลี่ยม ผืนผ้าที่น่าเบื่อด้วยการออกแบบโครงสร้างที่ยกระดับพื้นให้ลดหลั่นกัน เปิดฝ้าเพดานขึ้นไปจนติดหลังคา ปล่อยเปลือยโครงสร้างบางส่วนเพื่อรับแสงด้านข้างและลวงตาให้เกิดเป็นเส้นสายในงานออกแบบ ทำให้รูปทรงดูต่างออกไป และสร้างความรู้สึกสบายยิ่งขึ้น ด้วยลักษณะของพื้นที่ การวางตำแหน่งอาคารจึงแยกเป็น 3 หลัง มีเรือนหลังใหญ่สองชั้นที่วางแปลนเป็นรูปตัวที (T) ชั้นบนเป็นส่วนนั่งเล่นแบบเปิดโล่ง เผยให้เห็นงานโครงสร้าง ผนังด้านในบางส่วนตีไม้ระแนง บางส่วนเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูนสลับกับกระจกใส มีระเบียงโล่งแนวขวางตั้งฉากกับห้องจัดเป็นส่วนรับประทานอาหารแบบเอ๊าต์ดอร์ ส่วนชั้นล่างของเรือนใหญ่แม้จะเน้นให้มีความเรียบโล่ง แต่ก็มีผนังกั้นเพื่อความเป็นสัดส่วนมากกว่าชั้นบน หลักๆ ออกแบบเป็นผนังบานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่เต็มผนัง ประกอบด้วยส่วนนั่งเล่นที่ออกแบบเป็นเตียงขนาดใหญ่ ใกล้กันเป็นห้องรับประทานอาหารกึ่งทางการ และส่วนที่อยู่ในสุดเป็นแพนทรี่แบบทันสมัย   เรือนหลังที่สองเป็นเรือนชั้นเดียว ด้านหน้ามีสนามหญ้าที่ต่อกับเรือนใหญ่พอดี มีเฉลียงหน้าห้องขนาดไม่ใหญ่นัก เรือนนี้เป็นห้องนอนเล็ก แม้จะเป็นห้องที่มีเพดานไม่สูงนัก แต่ก็ดูน่าอยู่ […]

ปริ่มสุขในพื้นที่จำกัด

  บ้านที่ดีควรเป็นบ้านที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศ บ้านหลังนี้ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการออกแบบให้สัมพันธ์กับอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย เบื้องหลังประตูตะแกรงเหล็กสีดำคือบ้านสไตล์โมเดิร์นของ คุณเอ – จิรสีห์ และ คุณสุพินดา เตชาชาญ ซึ่งสร้างบ้านเกือบเต็มพื้นที่ ทำให้บ้านดูใหญ่และโอ่โถง ทั้งที่ขนาดที่ดินไม่ได้ใหญ่มาก เมื่อก้าวเข้าไปภายในบ้านเราสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน พร้อมกับสายลมอ่อนๆ ที่พัดเข้ามาตลอดเวลา “เดิมทีที่ดินตรงนี้เป็นสนามหญ้าของบ้านคุณแม่คุณเอ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 65 ตารางวา และคุณเอต้องการใช้เป็นเรือนหอครับ” คุณรักศักดิ์ สุคนธะตามร์ สถาปนิกผู้ออกแบบบ้าน และยังเป็นเพื่อนสนิทของคุณเอด้วย เกริ่นนำให้เราฟัง “โจทย์แรกที่ผมได้รับก็คือคุณเอเป็นโรคภูมิแพ้ ไม่ชอบอยู่ในพื้นที่อับๆอยากได้บ้านที่โปร่งโล่ง และต้องการพักผ่อนสบายๆ ในบ้านที่ให้อารมณ์กึ่งๆรีสอร์ต เพราะเป็นคนชอบอยู่บ้าน และต้องมีมุมสำหรับปาร์ตี้สังสรรค์กันทุกเดือน” คุณรักศักดิ์เท้าความถึงวันแรกๆ ของการพูดคุยกับคุณเอ นับจากวันนั้นเขาและทีมงานก็กลับมาทำการบ้าน โดยพิจารณาจากความต้องการของเจ้าของบ้านและข้อจำกัดของพื้นที่ จนได้แนวคิดหลักในการออกแบบ “เรามองว่าจะต้องเป็นบ้านที่อยู่สบาย ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ประหยัดพลังงาน ที่สำคัญรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด” ตัวอาคารใช้โครงสร้างเหล็กกรุกระจกใส ซึ่งตอบโจทย์ความชื่นชอบบ้านสไตล์โมเดิร์นของเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ยังทำประตูเชื่อมระหว่างบ้านคุณเอกับบ้านคุณแม่ จุดเด่นที่น่าสนใจของบ้านนี้คือโครงสร้างเหล็กและประตูบานสูงชะลูดบริเวณทางเข้าบ้าน ซึ่งเปิดได้ทั้งหมด 4 ช่องทาง ทำให้เกิดทางระบายอากาศภายในบ้านระหว่างทิศเหนือกับทิศใต้ หลายท่านอาจสงสัยว่าการเลือกใช้กระจกจะเหมาะกับสภาพอากาศของบ้านเราจริงหรือ คุณรักศักดิ์ให้คำตอบว่า “หากเลือกวางตำแหน่งบ้านในทิศทางที่ถูกต้อง เน้นการรับแสงธรรมชาติเลี่ยงแดดจัด ก็จะทำให้บ้านที่ใช้กระจกได้สัมผัสกับความร่มรื่น ผมและทีมงานจะคำนวณด้วยโปรแกรมทุกครั้งก่อนออกแบบ เพื่อหาทิศทางของกระแสลมที่พัดในแต่ละช่วงเวลาตลอดทั้งปี […]

Co-housing Space บ้านที่แชร์พื้นที่ร่วมกันกับธรรมชาติ

ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา เรากำลังมุ่งหน้าไปทางตอนใต้ของกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย อุณหภูมิในรถเช่าไม่เย็นพอที่จะลดความอบอ้าวของสภาพอากาศด้านนอก หรืออาจเป็นใจของเราเองก็ได้ที่ร้อนขึ้นจากสภาพการจราจรเบื้องหน้า หนึ่งชั่วโมงครึ่งผ่านไปกับระยะทางไม่ไกลนักจากย่านกลางเมือง  เราเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ผ่านประตูโครงการที่เหมือนประตูบ้านหลังใหญ่มากกว่าเป็นโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งเปิดให้เห็นต้นไม้ใหญ่ ดูคล้ายเป็นหมู่บ้านโมเดิร์นกลางป่า และช่วยเปลี่ยนความรู้สึกร้อนในใจให้เย็นลงได้แบบฉับพลัน “Tanah Teduh” เป็นโครงการบ้านจัดสรรที่ทำให้เรานึกถึงบ้านแบบ Co-housing Space หรือกลุ่มสังคมขนาดเล็กที่ทุกบ้านรู้จักกัน มีพื้นที่หน้าบ้านหรือหลังบ้านร่วมกัน แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวไว้ได้ด้วยการออกแบบที่ดี บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ซึ่งเดิมเป็นสวนผลไม้ เจ้าของโครงการพยายามเก็บต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ได้มากที่สุด โดยใช้วิธีสร้างบ้านหลบต้นไม้ อาคารทุกหลังเน้นการออกแบบเปิดรับแสงธรรมชาติ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าและทำให้ผู้อยู่อาศัยได้รู้สึกใกล้ชิดกับสภาพแวดล้อมสีเขียวให้มากที่สุด แนวคิดดังกล่าวทำให้บ้าน 20 หลังในโครงการนี้มีพื้นที่ที่เปิดรับธรรมชาติและดูเป็นสัดส่วน แม้จะไม่มีรั้วกั้นบ้านแต่ละหลัง แต่ต้นไม้และการออกแบบสถาปัตยกรรมก็ช่วยให้เกิดความเป็นส่วนตัวได้ไม่ยาก โครงการนี้ออกแบบโดย 10 สถาปนิกระดับแนวหน้าของอินโดนีเซีย บ้านแต่ละหลังมีหน้าตาไม่เหมือนกัน ราวกับเป็นลายเซ็นที่สถาปนิกกำกับไว้ผ่านรายละเอียดงานออกแบบที่ปรากฏ เราตั้งใจมาเยือนบ้านหลังหนึ่งที่ Mr. Andra Martin สถาปนิกผู้เป็นไดเร็กเตอร์ของโครงการนี้ออกแบบเอาไว้ แต่ต้องพบกับความผิดหวังเล็กน้อย เพราะเจ้าของยังไม่ได้มาอยู่บ้านหลังดังกล่าวจริงๆ ทว่า the show must go on เราเริ่มต้นถ่ายบ้าน แต่เหมือนฟ้าลิขิต น้องในทีมรีบวิ่งมาบอกเราอย่างตื่นเต้นว่า “พี่ๆ บ้านด้านหลังนี้เจ้าของบ้านเป็นคนไทยและสวยมาก” แน่นอนว่าใจของเราพุ่งไปถึงบ้านหลังนั้นก่อนขาจะก้าวไปทันเสียอีก […]

จุลนิยมอย่างบ้านริมคลอง

อยากให้เหมือนบ้านไทยสมัยก่อนที่ปลูกติดริมน้ำ มีการลดหลั่นของอาคารและเปิดมุมมองสู่ริมน้ำ มีความเคารพต่อธรรมชาติ แต่อยู่ในรูปแบบที่ดูทันสมัย ทั้งวัสดุ รูปลักษณ์ และจริตอย่างปัจจุบัน

NY HOUSE ต่างระดับ ต่างฟังก์ชัน บ้านลุคโมเดิร์นทรงกล่องซ้อนกล่อง

บ้านโมเดิร์น รูปทรงสี่เหลี่ยม ซ้อนทับกันที่ดึงดูดใจเราได้ตั้งแต่แรกเห็นหลังนี้ ใช้โครงสร้างแบบพื้นไร้คาน (Flat Slab) โดดเด่น แตกต่างจากเพื่อนบ้านรอบ ๆ

THE STACK บ้านนี้มีครัวเป็นหัวใจหลัก

“ บ้านกล่อง 3 ชั้น สีขาว ” เรียบง่าย ที่ไม่ธรรมดา ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องฟังก์ชันการใช้งาน ความรู้สึกอบอุ่นอยู่สบาย ไปจนถึงการใส่ใจเพื่อนบ้านและชุมชน

THE 10 BEST INSPIRING HOME 2015 บ้านสวยสะดุดใจ

รวมบ้านสวยยอดฮิต10 อันดับของปี 2015 จากเว็บไซต์ roommag.com มาฝากชาว room กันค่ะ

LESS IS MORE (HAPPINESS) เมื่อความสุขแปรผกผันกับพื้นที่

บ้านกล่องหลังเล็กสไตล์มินิมัล แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดการออกแบบที่บ่งบอกความเป็นญี่ปุ่นอยู่ทุกอณูเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน

OUR SECOND HOME บ้านกล่องไม้กลางทิวเขา

บ้านกล่องไม้กลางทิวเขา พักผ่อนสบาย สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว