Happy Space พื้นที่แห่งความสุข บ้านแสนรักของครอบครัวทองเอียง

เมื่อก่อนผมต้องเดินทางบ่อย ไปภูเก็ต เชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯบ้าง พอมีลูกคนเล็กก็ตั้งใจว่าจะเดินทางให้น้อยลง อยู่กับบ้านอยู่กับร้านให้มากที่สุด เพราะครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ

Home Coming บ้านแสนรักของคุณวงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์

เวลาที่เราเหนื่อย แค่พูดคำว่าบ้านความเหนื่อยก็ดูเหมือนหายไปครึ่งหนึ่งแล้ว ผมชอบวลีกลับบ้านมาก เพราะในบ้านมีทุกสิ่งที่ผมรักและแสดงตัวตนของผมได้

พักหัวใจไว้กับทุ่งนาและฟ้ากว้าง บ้านแสนรักของครอบครัวพละเดช

เวลามาอยู่บ้านนี้แล้วรู้สึกสบายใจเหมือนได้ไปตากอากาศทุกอาทิตย์ พี่ก็จะทำกับข้าว ส่วนพี่กบก็จะขุดดินปลูกต้นไม้ไปเรื่อย ได้เวลาทานข้าว ค่อยตะโกนเรียกกัน

ส่วนผสมของความรัก บ้านแสนรักของครอบครัวอนุนาท

ปกติอยู่บ้านก็มีอะไรให้ทำเสมอ ผมจะวาดรูป อ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ เล่นกับเจ้าใบไม้ วนอยู่แบบนี้ แต่มีแรงบันดาลใจใหม่ๆตลอดอย่างเมื่อครู่นี้ เดินๆ อยู่ เกิดไอเดียว่าจะนำยางในของรถมาทำที่ใส่จดหมาย สนุกกับความคิดใหม่ๆ ได้ทั้งวัน

Where art is the heart: ใช้หัวใจสร้างศิลปะ

มีทฤษฎีว่าไว้ว่า การมีทักษะทางศิลปะนั้นเกิดจากการใช้สมองซีกขวามากกว่า..

Applicable House บ้านแสนรักของครอบครัวธนุคคามิน

ฉันเพิ่งอ่านบทความเกี่ยวกับเรื่องการคิดเชิงประยุกต์ (Applicative Thinking) จาก www.novabizz.com ซึ่ง ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เขียนบอกไว้ว่า การคิดเชิงประยุกต์มีบทบาทต่อความคิดสร้างสรรค์ เป็นความสามารถในการนำบางสิ่งมาปรับใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของสภาพแวดล้อม ฉันชอบแนวคิดนี้ เพราะทำให้เกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ และเมื่อได้มาเยี่ยมบ้านแสนรักหลังนี้ก็ทำให้ฉันเห็นภาพของแนวคิดดังกล่าวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น           การคิดเชิงประยุกต์ของครอบครัวนี้ หากเรียกให้เข้าใจง่ายก็คือ การนำของเก่าที่มีอยู่มาปรับใช้ให้กลมกลืนกับของใหม่นั่นเอง เพราะเรือนหอของคุณฤทธิ์ – บุญญฤทธิ์ อรุณรัตนากุล มัณฑนากร บริษัทบ้านธนูศร จำกัด และ คุณทราย – พิมพ์วรัตม์ธนุคคามิน เจ้าของแบรนด์รองเท้า Headoverheels ซึ่งสร้างเป็นบ้านปูนขนาดสองชั้นนั้นเด่นด้วยองค์-ประกอบต่างๆ ที่มาจากไม้เก่าเหลือใช้ ให้อารมณ์ ไทยๆ           บ้านนี้ปลูกสร้างในพื้นที่เดียวกับบ้านคุณพ่อคุณแม่คุณทราย คุณหิรัณย์เศรษฐ ธนุคคามิน คุณพ่อคุณทรายและเจ้าของบริษัทบ้านธนูศร จำกัดซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างด้วย เริ่มลงมือ สร้างบ้านหลังนี้เมื่อปี 2551 ผ่านไปสามปี คุณฤทธิ์และคุณทรายจึงแต่งงานกัน และคุณฤทธิ์ก็ย้าย เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านหลังนี้ […]

A Part of Life ส่วนหนึ่งของชีวิต

เคยสงสัยไหมว่า เราใช้เวลาอยู่ “บ้าน” หรือ “ห้างสรรพสินค้า” มากกว่ากัน … ไม่แปลกที่วัฒนธรรมการเดินห้างสรรพสินค้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำเดือนของหลายคนไปโดยไม่รู้ตัว

จากรุ่น…สู่รุ่น

ความรักและความสามัคคีของสมาชิกทุกคนในบ้านที่ถ่ายทอดออกมาเป็นงานสถาปัตยกรรมได้อย่างน่าชื่นชมเหมือนการถ่ายทอดพันธุกรรมจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก

เจ้าของ – ตกแต่ง

          หลังจากใช้ชีวิตที่กรุงลอนดอนมานาน ในฐานะศิลปินอิสระ เจ้าของร้านอาหารไทย และผู้ทำตำราเผยแพร่สูตรอาหารไทยฉบับภาษาอังกฤษหลายเล่ม จนทำให้ชาวอังกฤษรู้จักอาหารไทยกันในวงกว้าง เมื่อ 4 ปีก่อน คุณวัชรินทร์ ภูมิจิตร ตัดสินใจกลับมาเยี่ยมบ้านพร้อมกับเปิดกิจการเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์เล็กๆ (ปัจจุบันขายไปแล้ว) และทุกครั้งที่มีเวลาว่างจะเดินทางไปจังหวัดต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูลในการเขียนหนังสือ หนึ่งในนั้นมีจังหวัดเชียงใหม่รวมอยู่ด้วย อาจเป็นเพราะความผูกพันในวัยเด็กที่คุณพ่อคุณแม่มักพาสมาชิกในครอบครัวเดินทางมาเที่ยวเป็นประจำทุกปี ภาพของเชียงใหม่จึงตราตรึงอยู่ในใจตลอดเวลา และจุดประกายให้คุณวัชรินทร์มองหาบ้านพักผ่อนสักหลัง            “มาซื้อที่ดินภายในหมู่บ้านนี้ เขาขายเฉพาะที่ดิน ตอนนั้นคิดว่ากว่าเราจะหาแบบบ้านที่ต้องการได้ แล้วกว่าจะสร้าง น่าจะใช้เวลานาน พอดีเจ้าหน้าที่ของโครงการบอกว่ามีเจ้าของที่แปลงใหญ่เขาสร้างบ้านขายพร้อมที่ดินด้วย ซึ่งก็คือบ้านหลังนี้ เป็นบ้านขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ สร้างใกล้จะเสร็จแล้ว จึงตกลงซื้อ อย่างน้อยก็อยู่ไม่ไกลจากที่ดินที่ซื้อไว้           “ตอนที่ซื้อตัวบ้านก่อสร้างไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็มีขอปรับเปลี่ยนบ้าง เพราะบ้านเดิมดูโปร่งมาก มีหน้าต่างมากเกินไป แต่เรามีของตกแต่งและรูปภาพเยอะ จึงต้องทำเป็นผนังทึบบ้าง เช่น บริเวณโต๊ะรับประทานอาหารทำหนึ่งด้าน […]

จากโรงม้าเป็นบ้าน

          เวลากว่า 33 ปีอาจไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมดของชีวิต แต่ก็เป็นระยะเวลายาวนานพอที่จะบอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตของ คุณน้ำเพชร วินเซนธ์ ภายในบ้านหลังนี้ได้เป็นอย่างดี บ้านที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้ม และบางครั้งก็มีหยาดน้ำตา           บ้านและสวน มีโอกาสมาเยือนบ้านของคุณน้ำเพชรในเช้าของวันที่อากาศสดใสในช่วงฤดูร้อน บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนเดลแฮมการ์เด้นอยู่ห่างจากย่านกลางเมืองลอนดอนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ที่นี่ถือเป็นเขตเก่าแก่ สังเกตได้จากบ้านในแถบนี้เป็นบ้านรุ่นเก่าทั้งสิ้น โดยส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายห้องแถว แต่สำหรับบ้านหลังที่เราจะมาเยี่ยมชมนี้เป็นบ้านที่มีบริเวณมีรั้วรอบขอบชิด           จากประตูโรงรถมีประตูไม้บานเล็กที่แยกเป็นทางเดินสั้นๆ นำไปสู่ตัวบ้าน ในวันที่อากาศดี หากเดินไปตามทางเดินนี้ก็จะพบสวนขนาดเล็กซึ่งเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับกระถางเล็กกระถางน้อยตั้งเรียงกันเป็นแถวๆหนึ่งในจำนวนนั้นมีต้นเล็กๆ รูปทรงไม่ต่างจากไม้บอนไซสีสวยพันธุ์แปลก พอก้มลงไปมองใกล้ๆ ก็คิดว่าเป็นหลิวไต้หวัน เพราะทั้งใบและดอกมีขนาดเล็กใกล้ๆ กัน คุณน้ำเพชรเฉลยให้ฟังว่า           “ต้นฟูเชีย (Fuchia) ค่ะ เป็นพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เพื่อนบ้านให้มาสองกิ่ง นำมาชำจนได้เป็นต้นขนาดนี้”           จากมุมไม้กระถางด้านหน้าของบ้าน ถัดเข้าไปด้านข้างเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเหมือนสามเหลี่ยมขนาดไม่เกิน 20 […]

เทอร์เรซเฮ้าส์ในอังกฤษ

          เทอร์เรซเฮ้าส์หรือบ้านห้องแถวแบบอังกฤษสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในนครลอนดอน แต่บ้านที่เรากำลังจะไปชมกันนี้อยู่ห่างจากกลางใจเมืองออกมาค่อนไปทางสนามบินฮีโทรว์ ซึ่งอยู่ในเขตแฮมเมอร์สมิท (Hammer-smith) เป็นบ้านที่สร้างในยุควิกตอเรียตอนปลายหรือประมาณกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้อยู่อาศัยมากี่รุ่นก็ตาม รูปร่างหน้าตาภายนอกของเทอร์เรซเฮ้าส์นี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นกฎหมายที่ทุกคนถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด           คุณทิม บูตชาร์ด คือเจ้าของบ้านหลังนี้ บางคนอาจเคยได้ยินชื่อของเขา เพราะเป็นอดีตผู้อำนวยการของบริติชเคาน์ซิลประจำประเทศไทยเขาซื้อบ้านนี้เมื่อปี 1995 ก่อนที่จะต้องไปประจำที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ และประเทศบราซิล ตามลำดับ เมื่อเกษียณจึงกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้อย่างจริงจัง            “บ้านนี้มีสามชั้นและมีเจ้าของสามคน?ต้องใช้บันไดร่วมกัน ผมอยู่ชั้นสอง ตอนหลังเจ้าของชั้นสามย้ายออกไป ผมจึงซื้อต่อ ส่วนชั้นล่างยังมีคนอยู่ แม้บ้านจะเก่า แต่สภาพโดยทั่วไปยังดีอยู่ ผมเปลี่ยนพื้นที่ภายในเล็กน้อย หลักๆก็ยังเป็นแบบเดิม เพราะไม่ว่าจะทำอะไร ต้องขออนุญาตจากทางการก่อน”           บันไดที่นำขึ้นไปยังตัวบ้านที่อยู่ชั้นสองค่อนข้างแคบ ตัวบันไดเป็นไม้ เวลาเดินก็จะได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดบ้าง ทว่าก็ยังแข็งแรงดี ก่อนเข้าสู่พื้นที่ภายในจะมีชานพักบันได บริเวณนี้ไม่กว้างมากนัก แต่ก็สามารถวางโต๊ะตัวสวยเป็นที่วางหมวกได้ ทางเดินภายในบ้านจะขนานกับบันได […]

หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับหนึ่ง

          “โลกใบนี้อาจแบ่งได้เป็นสองส่วน หนึ่ง คือ โลกที่อยู่ภายในจิตใจ ซึ่งมีตัวเราเป็นผู้ควบคุม สอง คือ โลกที่อยู่รอบๆ ตัวเรา บางครั้งเราก็ไม่สามารถควบคุมโลกรอบๆ ตัวได้ แต่เราเลือกที่จะหาจุดซ้อนทับระหว่างโลกทั้งสองใบนี้ได้”            หากเปรียบกับบ้านหลังนี้ งานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในก็เป็นดั่งโลกภายใน ส่วนงานภูมิสถาปัตยกรรมก็เป็นดั่งโลกภายนอก เมื่อโลกสองใบพบพื้นที่ที่พอดีกันก็เกิดเป็นบ้านสวยที่น่าอยู่           หากมองเผินๆ บ้านสบายหลังนี้อาจเป็นเพียงบ้านสวยที่ดูลงตัวหลังหนึ่งแต่สิบปากว่าคงไม่เท่าตาเห็นและกายได้สัมผัส เพราะเมื่อก้าวเข้ามาภายในบ้าน ก็รู้สึกได้ถึงความน่าอยู่และโปร่งโล่ง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่บ้านพักอาศัยทุกหลังควรมี           บ้านกลางกรุงเทพมหานครหลังนี้เป็นของ คุณรัติยา โชติธรรมรัตน์ จุดเริ่มต้นของการทำบ้านเริ่มจากการพูดคุยกับสถาปนิก คุณธนสิทธิ์ เนศนิตย์ โดยบอกความต้องการไปว่า อยากได้บ้านที่โปร่ง สามารถมองออกไปเห็นภายนอกได้มากที่สุด สถาปนิกจึงวางอาคารเป็นรูปตัวแอล (L) และสร้างคอร์ตกลางบ้านที่สามารถเปิดมุมมองได้ตลอดเวลา ภายในบ้านก็มีระยะจากพื้นถึงฝ้าสูง 3 เมตร ซึ่งสูงกว่าระดับมาตรฐานทั่วไปที่จะสร้างที่ 2.70 เมตร รวมทั้งการแยกเสากลมลอยออกมาจากตัวบ้าน […]

ผิดที่แต่ถูกทาง

          เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน คุณอภิชาต รมยะรูป ซื้อที่ดินผืนหนึ่งขนาด 10 ไร่ในแถบอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ จากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งมาบอกขายเนื่องจากสมัยนั้นบริเวณนี้อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ค่อนข้างมาก ที่ผืนนี้เคยเพาะปลูกใบยาสูบและใบเมี่ยง ตั้งอยู่ติดริมน้ำแม่แตง แต่ไม่มีทางถนนเข้ามาถึง โชคดีที่ไม่กี่เดือนต่อมาเจ้าของที่ดินผืนติดกันซึ่งอยู่ติดถนนใหญ่ก็มาบอกขายที่อีก 8 ไร่ คุณอภิชาตจึงซื้อไว้ เพราะเป็นโอกาสที่จะทำถนนเข้ามายังที่ดินส่วนแรก และได้จัดแบ่งที่ดินเป็นสวนลำไย มะม่วง และลิ้นจี่ รวมทั้งหาไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ มาลง           หนึ่งปีต่อมาหลังจากซื้อที่ดินแล้วจึงเริ่มลงมือสร้างบ้านหลังแรกเป็นทรงฝรั่งขนาดพอเหมาะ?มีห้องนอนเล็กๆ 2 ห้อง แต่ไม่เพียงพอต่อการรับรองแขกคุณอภิชาตจึงคิดสร้างบ้านใหม่อีกหลังเป็นบ้านไม้?แต่กว่าจะได้สร้างจริงก็ล่วงไป 6 ปีหลังจากที่สร้างบ้านหลังแรก ระหว่างนั้นก็ซื้อเรือนไม้เก่าและเรือนยุ้งข้าวเก็บสะสมไว้พอสมควร           การก่อสร้างเรือนไม้หลังนี้ได้คนคุ้นเคยมาช่วยดำเนินการให้?คุณอภิชาตบอกว่า เขาผู้นี้ไม่ใช่สถาปนิกหรือสล่า แต่ก็มีประสบการณ์และมีช่าง ความต้องการในตอนแรกของคุณอภิชาตคือเรือนแบบล้านนา แต่เนื่องจากไม่ได้คุยกันในรายละเอียด บ้านหลังนี้จึงมีลักษณะเป็นเรือนไทยภาคกลางซึ่งเป็นความถนัดของผู้สร้าง คุณอภิชาตเองก็ไม่คิดจะเปลี่ยนรูปทรงของตัวบ้านที่มีลักษณะเหมือนเรือนเดี่ยวรูปยาว ยกพื้นเรือนสูง ทำให้มีพื้นที่ใต้ถุนไว้ใช้งานแบบอเนกประสงค์เช่น รับแขก นั่งเล่น และรับประทานอาหาร ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่ส่วนตัว ประกอบด้วยเตียงนอน มุมพักผ่อน […]