12 แมลงศัตรูพืช จอมป่วนในแปลงผัก

เรามักพบแมลงศัตรูพืชในแปลงผัก มากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป เบื้องต้นมาดูกันว่าแมลงศัตรูพืชที่พบเห็นได้ทั่วไปในแปลงผักมีอะไรบ้าง เพื่อจะได้เลือกใช้วิธีการป้องกันและกำจัดแมลงร้ายจอมป่วนเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ แมลงปากดูด (Sucking) ที่พบบ่อยในแปลงผัก ได้แก่ เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่น แมลงหวี่ขาว เป็นต้น แมลงเหล่านี้มักอาศัยตามใบอ่อน ใต้ใบ ซอกใบ ซอกกลีบดอก โดยมีปากยาวแหลมคล้ายงวงหรือเข็ม คอยดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นพืช ทำให้ใบเหี่ยว ม้วน หงิกงอ มีรอยไหม้ ลำต้นแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต และไม่สวยงาม แถมยังทำให้เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุโรคพืชแพร่กระจายได้อีกด้วย แมลงปากกัด (Chewing) ที่พบบ่อยในแปลงผัก ได้แก่ หนอนคืบ หนอนกระทู้ผัก หนอนใยผัก หนอนม้วนใบ ด้วงหมัดผัก ด้วงเต่าแตงแดง ตั๊กแตนหนวดสั้น เป็นต้น แมลงเหล่านี้จะกัดกินยอดใบจนกุด หรือทำให้แผ่นใบเป็นรูพรุน บางชนิดกัดกินผิวใบและชอนไปตามเนื้อใบ ทำให้ใบเป็นลาย หงิกงอเสียหาย ต้นพืชหยุดเจริญเติบโต ถ้าระบาดในช่วงกำลังให้ผล จะทำให้ดอกร่วง ติดผลได้น้อยหรือไม่ติดผลเลย การป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืชเหล่านี้มีหลายวิธีให้เลือกปฏิบัติ สำหรับวิธีที่แนะนำในหนังสือเล่มนี้ เน้นให้รู้จักและใช้สารธรรมชาติจากพืชเป็นหลัก โดยนำสมุนไพรใกล้ตัวที่มีสรรพคุณในการป้องกันกำจัดแมลงมาใช้ให้เหมาะสม ทำใช้เองได้ง่าย ๆ […]

10 แมลงศัตรูธรรมชาติ มีประโยชน์ในแปลงผัก

เมื่อลงมือปลูกผักสวนครัว สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ศัตรูพืช ทั้งแมลงและสัตว์ต่าง ๆ ที่คอยดูดกินน้ำเลี้ยงและกัดกินใบผัก โรคที่คอยคุกคาม ส่งผลให้ผักของเราแคระแกร็นเสียหายหรือต้นเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ นอกจากแมลงศัตรูพืชแล้ว ยังมีแมลงอีกประเภทที่ไม่ทำลายพืชผัก แต่ช่วยควบคุมและทำลายแมลงศัตรูพืชไม่ให้ระบาด เราเรียกแมลงเหล่านี้ว่า แมลงศัตรูธรรมชาติ ได้แก่ แมลงตัวห้ำและแมลงตัวเบียน แมลงตัวห้ำ (Predator) ทำให้เหยื่อตายโดยการกัดกินหรือดูดน้ำเลี้ยงในตัวเหยื่อ มักมีลำตัวใหญ่กว่าแมลงที่เป็นเหยื่อ สามารถกินแมลงศัตรูพืชได้ทุกระยะ ทุกวัย ทั้งไข่ ตัวอ่อน ดักแด้ และตัวเต็มวัย เช่น ด้วงเต่า (Lady Beetle) มวนเพชฌฆาต (Assassin Bug) มวนพิฆาต (Stink Bug) ตั๊กแตนตำข้าว (Mantis) แมลงหางหนีบ (Earwigs) แมลงปอบ้าน (Dragonfly) และไรตัวห้ำ (Predatory Mite) เป็นต้น แมลงตัวเบียน (Insect Parasite) มีขนาดเล็กกว่าแมลงที่เป็นเหยื่อ คอยอาศัยและกินอวัยวะภายในของแมลงศัตรูพืช ทำให้เหยื่อตายอย่างช้า ๆ เช่น แตนเบียน แมลงช้างปีกใส […]

10 ผักนอก ยอดฮิตปลูกได้ตลอดปี

ผักนอกหรือผักต่างประเทศหลายชนิด เราสามารถปลูกได้ตลอดปีในทุกพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องปลูกในฤดูหนาวหรือพื้นที่สูงเช่นในอดีต ทั้งยังมีสีสันและรสชาติดี ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผักได้ไม่น้อย นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นไม้ประดับไปในตัว ทำให้แปลงเกษตรสวยงามน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการปลูกพืชผักหลายชนิดผสมผสานกันเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ดี มาดูตัวอย่างผักนอกยอดฮิตที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าปลูกลงแปลงหรือในกระถาง ก็ให้ผลผลิตที่ดีไม่แพ้ผักสวนครัวทั่วไป เพียงแค่ผู้ปลูกต้องรู้จักลักษณะนิสัยและการเจริญเติบโตของพืชแต่ละชนิด เข้าใจปัจจัยสำคัญทั้งทางด้านพันธุกรรมและสภาพแวดล้อม มีการปรับปรุงดินให้มีความร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี ใส่ปุ๋ยบำรุงให้เหมาะกับช่วงการเจริญเติบโตของพืชผัก ให้น้ำพืชตามความต้องการในแต่ละฤดู เมื่อทำความเข้าใจและเตรียมปัจจัยเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสมกับพืชที่ต้องการปลูก เพียงเท่านี้ทุกคนก็สามารถปลูกผักนอกสำเร็จได้ หนังสือชุดคู่มือการเกษตร ผักนอกปลูกง่าย ทำได้ทุกฤดู รวบรวมเทคนิคการปลูกและบำรุงดูแล ตลอดจนข้อควรรู้ในการปลูกพืชผักประเภทต่าง ๆ อย่างครอบคลุม โดยมีอาจารย์เติ้ล – เกศศิรินทร์ แสงมณี ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงดินและการผลิตพืชผักในระบบเกษตรอินทรีย์เป็นที่ปรึกษา แนะนำเทคนิคจากประสบการณ์ลงมือทำจริง เพื่อเป็นตัวช่วยให้ผู้อ่านประสบความสำเร็จในการปลูกผักต่างประเทศหรือผักนอกมากขึ้น   อ่านเพิ่มเติมได้ใน หนังสือ ผักนอกปลูกง่าย ทำได้ทุกฤดู โดยสำนักพิมพ์บ้านและสวน

รวมไอเดียกระบะปลูกผักสวนครัวแบบต่างๆ สวยด้วยและกินได้ มีพื้นที่ไม่มากก็ปลูกได้

สวนสวย ๆ ใครก็อยากมี แต่เราเชื่อว่า กระบะปลูกผักสวนครัว ในบ้านที่สวยและกินได้ด้วยก็เป็นสวนอีกรูปแบบหนึ่งที่เจ้าของบ้านหลายคนใฝ่ฝัน เพราะอะไรก็ตามที่เราลงมือปลูกเอง คอยเฝ้าดูการเจริญเติบโต กระทั่งเก็บมารับประทานได้ ก็ถือเป็นความภูมิใจของผู้ปลูกไม่น้อย ทว่าจะทําสวนสวยด้วยกินได้ด้วยอย่างไรให้เก๋ เรามีตัวอย่าง กระบะปลูกผักสวนครัว มาให้เลือก ไปทําตามกัน แต่ก่อนอื่น เรามาเตรียมพื้นที่กันคร่าว ๆ เพื่อให้ปลูกได้ง่ายขึ้น ดังนี้ 1.เลือกพื้นที่ บริเวณที่จะทําแปลงผักสวนครัว ควรได้รับแสงแดดเต็มที่ตลอดทั้งวันหรืออย่างน้อย 6 ชั่วโมง หากเป็นบ้านจัดสรรก็ควรอยู่บริเวณทิศใต้หรือด้านที่ไม่ได้รับเงาจากตึกข้างเคียงมาบัง 2.เลือกรูปแบบสวนครัว บ้านที่มีพื้นที่ไม่มากนัก สวนครัวกระถางหรือแขวนก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่หากมีพื้นที่เพิ่มขึ้นมาอีกสักหน่อยก็สามารถทําแปลงผักได้ จะทําเป็นแปลงแบบดั้งเดิมหรือยกกระบะขึ้นมา โดยออกแบบให้สวยงาม เพื่อใช้ตกแต่งสวนด้วยในตัวก็ได้ 3.เลือกชนิดพืช นอกจากพืชผักที่เราชอบและใช้งานบ่อย ๆ แล้ว หากเลือกชนิดที่มีรูปทรง สีสัน และเท็กซ์เจอร์แตกต่างกันก็สามารถใช้ทดแทนไม้ประดับได้ หรือจะปลูกไม้ดอกไม้ใบสวย ๆ แซมในแปลงผัก เพื่อช่วยตกแต่งก็ไม่เลว อีกทางเลือกคือ ใช้พืชสมุนไพรกลิ่นหอมจากต่างประเทศที่มีรูปทรงสวย เช่น โรสแมรี่ มินต์ ไธม์ พาร์สลีย์ พืชเหล่านี้มีเท็กซ์เจอร์ใบสวย ทําให้สวนของคุณดูไม่เรียบเกินไป 4.เลือกขนาด ข้อกําหนดในการทําแปลงผักไม่มีขนาดตายตัว […]

สวนครัวขนาดเล็กบนดาดฟ้า ใช้พื้นที่แค่ 50 ตารางเมตร

“ อยากมีซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนตัวมาตั้งไว้ที่บ้าน ซึ่งมีทุกอย่างที่เราต้องการ เวลาทําอาหารก็แค่เดินไปเลือกหยิบมาใช้ได้เลย ” จากความคิดเล่น ๆ ที่จะปลูกพืชสวนครัวของคุณแพร-ดวงกมล เวปุลละ วาเกนเช่น นักธุรกิจสาวเจ้าของโปรเจ็กต์สอนทําอาหาร Prae ’ s Kitchen ทางโซเชียลมีเดีย และผู้นําเข้าเครื่องเสียง Bang & Olufsen ซึ่งหลงใหลการทําอาหาร กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิด สวนครัวขนาดเล็กบนดาดฟ้า สไตล์ทรอปิคัลที่มีกลิ่นอายแบบสวนอิงลิชคอตเทจนิด ๆ แห่งนี้ กว่าจะมาเป็นสวนอย่างที่เห็น สวนครัวแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 44 ตารางเมตร ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแนวยาว ตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้นสองของตัวบ้านซึ่งเดิมเคยเป็นสนามซ้อมเล่นกอล์ฟการจัดสวนเริ่มจากรื้อพื้นหญ้าเทียมออก แล้วทาน้ํายากันซึมบนพื้นดาดฟ้า ต่อด้วยการทําโครงเหล็กสําหรับขึงซาแลนเพื่อกันแสงแดดบางส่วน จากนั้นคุณแพรจึงเริ่มเลือกซื้อของแต่งสวน เช่น อ่างน้ํานก ตุ๊กตาปูนปั้น กระบะ และกระถางรูปทรงสวย ซึ่งล้วนมีกลิ่นอายสวยหวานตามสไตล์วินเทจที่เธอชอบ ตามด้วยเลือกชนิดพรรณไม้ที่ต้องการปลูก ส่วนใหญ่เป็นผักสวนครัวที่ใช้ประกอบอาหารได้ เติมสีสันให้สวนด้วยไม้ดอกและไม้ใบสีสวย เช่น กุหลาบ ก้ามปูหลุด แพงพวย แวววิเชียรฯลฯ สวนแห่งนี้มีการจัดง่ายๆ โดยนําสิ่งต่างๆที่เตรียมไว้มาจัดวางเป็นกลุ่มตามแนวยาวขนาบข้างทั้งด้านซ้ายและขวา เว้นตรงกลางไว้สําหรับเป็นทางเดิน แล้วลงมือปลูกต้นไม้ใส่กระถางหรือกระบะ จัดเรียงพืชพรรณที่ปลูกไว้บนชั้นไม้ที่มีสเต็ปความสูงลดหลั่นลงมา เพื่อให้พืชได้รับแสงแดดอย่างทั่วถึง […]

สวนคนเมืองขนาดเล็ก แต่สามารถปลูกผักและเลี้ยงไก่ไข่ไว้บริโภคได้ตลอดทั้งปี

ในสวนขนาดเล็กที่ดูเรียบง่ายและไม่ได้ดูสวยงามโดดเด่นกว่าสวนอื่นๆในครั้งแรกที่มอง แต่กลับมีนิยามความงามในแบบของตัวเอง ในฐานะของแหล่งอาหารและสร้างสุขภาพที่ดีในการดำเนินชีวิตให้เกิดสุขภาพที่ดีแบบคนในเมือง เป็นสวนขนาดเล็กหน้าบ้านแต่สามารถปลูกผักและเลี้ยงไก่ไข่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและไอเดียที่น่าสนใจทีเดียวที่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกคน คุณตี๋-ศุภวุฒิ บุญมหาธนากร เจ้าของบริษัท ใจบ้าน สตูดิโอ จํากัด การพบปะในครั้งนี้นอกจากเป็นการไปเยี่ยมเยือนพี่ชายที่ผมเคารพรักแล้ว ยังตั้งใจไปชมสวนซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยเล่าให้ฟังว่า“พี่ตั้งใจว่าจะทําสวนเพื่อเป็นแหล่งอาหารไว้รับประทานเอง” ทําให้ผมอยากมาเห็นด้วยตาสักครั้ง ผ่านไป2ปี ต้นไม้เริ่มเติบโตตามที่คุณตี๋ได้ตั้งปณิธานเอาไว้ หากดูเผินๆเหมือนว่าเติบโตเองตามธรรมชาติ แต่แท้จริงแล้วเป็นสวนที่ปรับมาจากสวนแนวบาหลี ซึ่งเป็นสไตล์ที่คุณตี๋ชื่นชอบและจัดออกมาได้สวยงามไม่แพ้ใครผมถามถึงสาเหตุที่ทําให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนมาจัดเป็นสวนอย่างที่เห็นก็ได้รับคําตอบว่า “เมื่อก่อนหากจะจัดสวนให้บ้านในเมือง เราต้องซื้อดิน ซื้อต้นไม้ ซื้อทุกอย่างมาลง เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติในมุมมองของมนุษย์ แต่จริงๆอาจไม่เป็นธรรมชาติในมุมมองของแมลงหรือสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติจริง ก็เลยอยากลองเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่อง Permaculture เอง   ผมคุยเรื่องแนวคิดPermacultureกับคุณตี๋อยู่พักใหญ่ จึงทราบว่าแท้จริงแล้วการจัดสวนในรูปแบบนี้ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าการทําเกษตรแบบยั่งยืนที่เน้นการบํารุงดินด้วยธรรมชาติโดยไม่ใช้สารเคมี รวมถึงการปลูกไม้พื้นถิ่นหลากหลายชนิดแม้สวนของคุณตี๋จะมีเนื้อที่แค่เพียง100ตารางวาแต่เขาเล่าให้ฟังว่าในหนึ่งวันสามารถรังสรรค์เมนูอาหารได้หลากหลาย เพราะต้นไม้เกือบทั้งหมดในสวนเป็นชนิดที่รับประทานได้และพบเห็นได้ทั่วไปอย่างมะละกอ มะม่วง บวบ ขิง ข่า พริกตะไคร้ ชะอม แทรกไปกับไม้สมุนไพรและผักสวนครัวพื้นบ้านที่ปลูกง่ายและไม่ต้องดูแลมากเช่น ฟักข้าว ผักเชียงดา อ่อมแซบ ลูกใต้ใบบอน หม่อน และผักปลัง โดยในครั้งแรกเริ่มจากทดลองปลูกผักสวนครัวไม่กี่อย่าง เมื่อประสบความสําเร็จ สามารถเก็บผลผลิตได้ จึงเริ่มต่อยอดทดลองปลูกต้นไม้คละกันแบบมาซาโนบุ ฟูกูโอกะ ผู้ริเริ่มเกษตรกรรมธรรมชาติ โดยปลูกต้นไม้หลายชั้นหลายระดับรวมกัน ก็ได้ผลผลิตค่อนข้างดี มีผักหลากหลายชนิดให้รับประทานมากขึ้น นอกจากนี้ยังเสริมด้วยโปรตีนจากไข่ไก่วันละ2ฟอง […]

สรุปสิ่งที่ควรรู้และขั้นตอนปลูกผักทานเอง แบบพร้อมเอาไปใช้ได้จริง

ผัก เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย ยิ่งเป็นผักที่ปลอดสารเคมีด้วยแล้ว ยิ่งมีประโยชน์และปลอดภัยต่อผู้บริโภค สำหรับใครที่กำลังมองหา วิธีปลูกผักทานเองแบบเร่งด่วน บ้านและสวน สรุปวิธีการและเนื้อหาสำคัญมาให้ทุกท่านเริ่มต้นลงมือทำกันได้แล้ว เดี๋ยวนี้!!! ไปทำกันเลย ! สํารวจพื้นที่ ไม่ว่าพื้นที่ปลูกผักของคุณจะเป็นระเบียงห้อง สวนหน้าบ้าน หรือดาดฟ้า ขนาดเล็กใหญ่แค่ไหน แต่ปัจจัยสําคัญคือเรื่องแสงแดดในบริเวณนั้นต้องได้รับอย่างน้อยครึ่งวัน หากได้รับแสงแดดน้อยกว่าครึ่งวัน ควรเลือกปลูกผักที่สามารถปรับตัวได้ในแสงรําไร เช่น เตยหอม สะระแหน่ ชะพลู วอเตอร์-เครส ใบบัวบก จากนั้นจึงเริ่มออกแบบแปลงให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่และชนิดผักที่ปลูก เช่น ไม้เลื้อยควรทําแปลงเป็นซุ้มหรือค้างที่มีที่สําหรับให้เถาพืชได้ยึดเกาะพื้นที่ 1 ตารางเมตรสามารถปลูกผักได้ 3 กิโลกรัม ในเวลา 45-60 วัน ซึ่งเราสามารถปลูกผักผสมกันได้ให้เกิดความหลากหลาย ควรยกแปลงผักเป็นเนินดินสูงขึ้นมาหรือสร้างกระบะปลูก เพื่อง่ายต่อการดูแล พื้นที่ที่มีความลาดเอียงหรือเป็นพื้นคอนกรีตควรทํากระบะหรือมีขอบแปลงชัดเจน เพื่อป้องกันดินถูกชะล้างในช่วงฝนตกหรือจากการรดน้ําต้นไม้ อาจเริ่มต้นปลูกเพียงแปลงเล็กๆหรือใส่กระถางก่อนจะขยายเป็นแปลงใหญ่ต่อไป นอกจากนี้ควรมีก๊อกน้ําหรือโอ่งรองน้ําฝนอยู่ในบริเวณใกล้ๆ สําหรับรดน้ําต้นไม้ หรือทําทางระบายน้ําอย่างเหมาะสม เลือกเมล็ดพันธุ์ แน่นอนว่าคุณควรเลือกพันธุ์ผักที่ชอบรับประทานและสามารถนํามาทําอาหารได้บ่อย หาซื้อพันธุ์ได้ง่าย มีลักษณะนิสัยเข้ากับสภาพอากาศและปริมาณแสงของพื้นที่ปลูก สําหรับผู้ไม่ค่อยมีเวลาดูแลควรปลูกผักพื้นบ้านที่ทนต่อโรค มีแมลงรบกวนน้อย และปลูกง่าย อย่างพริก โหระพา กะเพรา […]

คุยกับ “โครงการสวนผักคนเมือง” ที่ปรึกษาให้เราเริ่มต้นลงมือปลูกผักทานเองได้

ยุคที่มีโรคระบาดและเศรษฐกิจย่ําแย่ ผู้คนเริ่มประสบปัญหาทั้งเรื่องปากท้องและเรื่องสุขภาพ การปลูกผักรับประทานเองกลายเป็นอีกหนึ่งคําตอบที่หลายคนเริ่มให้ความสนใจ แต่จะเริ่มต้นลงมือทําได้อย่างไร นั่นจึงเป็นที่มาให้เราได้พูดคุยกับกลุ่มสวนผักคนเมืองที่เป็นผู้ผลักดันให้เกิดกิจกรรมปลูกผักขึ้นในสังคมคนเมืองและย่านที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและแนวทางให้คุณได้เริ่มต้นลงมือปลูกผักด้วยตัวเอง กว่าจะเป็น โครงการสวนผักคนเมือง มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) เป็นองค์กรหนึ่งในบ้านเราที่มีวัตถุประสงค์ทําเกษตรกรรมแบบยั่งยืน เพื่อเป็นทางออกของการช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องการใช้สารเคมี การทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยต่อมาหลายภาคี ทั้งกระทรวงสาธารณสุข สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายของมูลนิธิ เล็งเห็นว่าพื้นที่เมืองซึ่งมีทางออกของปัญหาด้านอาหารการกินและสุขภาพน้อยกว่าพื้นที่ในชนบทที่เป็นแหล่งผลิต จึงได้เริ่มก่อตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนให้คนในเมืองได้มีสุขภาพดีผ่านอาหารการกินและการทําเกษตร มูลนิธิจึงดําเนินการในนามของ“โครงการสวนผักคนเมือง” ต่อมาหลังวิกฤติน้ําท่วมในช่วงปี พ.ศ.2554 คนเมืองที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักยิ่งตระหนักและตื่นตัวกับวิกฤติดังกล่าวมากขึ้นเพราะต้องพึ่งการนําเข้าอาหารจากการขนส่งภายนอกเพียงอย่างเดียว ยกเว้นคนเมืองที่ปลูกผักบริโภคเอง ทั้งที่ร่วมกับโครงการและยังไม่ร่วมหลายครอบครัว โดยเฉพาะสวนดาดฟ้าที่ยังคงมีวัตถุดิบทําอาหารรับประทานได้ปกติ ถ้าปลูกคนเดียวไม่ได้ก็ต้องช่วยกัน “สวนผักคนเมืองนอกจากสร้างอาหารสําหรับบริโภคได้แล้ว ยังเป็นพื้นที่สีเขียวที่ทําให้คนมืองได้กลับมาทํางานด้วยกัน เราคิดว่าพื้นที่รูปธรรมที่ทําเกษตรกรรมหรือเพาะปลูกอาหารควรจะทําให้คนเมืองหันมามีปฏิสัมพันธ์กัน สร้างการมีส่วนร่วมกันในองค์กรและชุมชนผ่านการปลูกผัก ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องทําให้คนหันกลับมาพูดคุยกัน อีกทั้งยังเป็นการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศเดิมอีกด้วย”คุณวรางคนางค์ นิ้มหัตถา หัวหน้าโครงการสวนผักคนเมืองมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) เล่าให้เราฟัง นอกเหนือจากประชาสัมพันธ์ให้คนตระหนักถึงความสําคัญของอาหารอินทรีย์แล้ว ยังทําให้คนเป็นผู้บริโภคที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์อินทรีย์และเป็นผู้ผลิตไปด้วยในตัว จนเกิดเป็นพื้นที่รูปธรรมที่ทําเกษตรร่วมกัน โดยกลุ่มคนที่จะสามารถเป็นสมาชิกของโครงการต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1.ต้องใช้พื้นที่ส่วนกลางของชุมชน องค์กร หรือพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ปลูกผักด้วยกัน ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมด้วยกันได้ และยังให้ผู้สนใจเข้ามาเยี่ยมชมหาความรู้ รวมถึงเก็บผลผลิตเล็กๆน้อยๆจากแปลงไปได้ 2.ต้องรวมกลุ่มกันอย่างน้อย10ครอบครัวขึ้นไป 3.ปลูกผักแบบไม่ใช้สารเคมีใดๆ ให้ความสําคัญกับการปลูกที่สอดคล้องกับธรรมชาติ เช่น การปลูกผักลงดิน เพราะในเมืองยังมีผืนดินที่สามารถปลูกได้ดี พรรณไม้ทั่วไปสามารถงอกเงยในดินได้ไม่ยาก […]

“หญ้าหวาน” หวานจริงไหม? ปลูกอย่างไรให้เติบโต

หญ้าหวาน หรือ Stevia พืชให้ความหวานจากธรรมชาติ ซึ่งจัดอยู่ในวงศ์ Asteraceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Stevia rebaudiana พืชพื้นเมืองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศปารากวัย จึงเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า Sweet Leaf of Paraguay

Garden & Farm Vol.15 เกษตรในเมือง Urban Farming

ปัจจุบันผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะคนในเมืองและชานเมืองที่ให้ความสำคัญกับการบริโภค ผักปลอดสาร การปลูกผัก เล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวการทำเกษตรโดยเน้นเรื่องการปลูกผักซึ่งตอบโจทย์คนเมืองที่มีพื้นที่ไม่มากนัก มีตัวอย่างรูปแบบการทำเกษตรในบ้านเดี่ยว สวนบนดาดฟ้า สวนผักชุมชน การใช้พื้นที่ว่างเปล่าในเมืองให้เกิดประโยชน์ ฯลฯ พร้อมความรู้และเทคนิคต่าง ๆ ในการปลูกผัก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดเป็นอาชีพ ผู้เขียน : วิรัชญา จารุจารีต บาร์โค้ด : 9786161829346 ราคา : 275.00 บาท

Garden&Farm Vol.8 ปลูกผักร่วมกับเลี้ยงปลา (Aquaponic)

ปลูกผักร่วมกับเลี้ยงปลา (Aquaponic) อะควาโปนิกส์ เป็นการปลูกพืชที่ประยุกต์มาจากการปลูกพืชด้วยน้ำหรือไฮโดรโปนิก ผสมผสานกับการเลี้ยงปลาหรือสัตว์น้ำ โดยใช้น้ำที่เป็นของเสียจากการเลี้ยงปลามาผ่านกระบวนการย่อยสลายโดยแบคทีเรียตามธรรมชาติ เปลี่ยนของเสียไปเป็นปุ๋ย ช่วยบำบัดน้ำให้นำกลับไปใช้ใหม่ได้อีก ผักที่ได้จึงปราศจากสารเคมี ให้ผลดีทั้งกับผู้บริโภคและผู้ปลูกเลี้ยง ทำได้ทั้งในบ้านเรือนทั่วไปหรือทำเป็นระบบฟาร์ม (การค้า)  สามารถเลี้ยงได้ทั้งปลาสวยงามและปลาที่ใช้บริโภค ISBN 978-616-18-1624-7 พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2559 บรรณาธิการเล่ม วิรัชญา จารุจารีต จำนวน  120 หน้า ราคา 225 บาท

จัดสวนครัว ให้สวย ทำได้ไม่ยาก!

พูดถึงการ จัดสวนครัว หลายท่านคงเข้าใจว่าจะทำให้บ้านดูรกเลอะเทอะ ไม่สวยงาม แต่จริงๆแล้วเราสามารถทำให้สวนครัวสวยได้ดังนี้

ความสุขที่แท้จริง

          ผมมีโอกาสได้อ่านเรื่อง “101 Things to Do Before You Die” เป็นหนังสือแนะนำ 101 สิ่งควรทำก่อนที่คุณจะตาย (ประมาณว่าเกิดมาทั้งทีคุณจะพลาดกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ได้อย่างไร) พออ่านจบแล้วก็รู้สึกว่าหากมีใครสักคนทำสิ่งเหล่านี้มาหมดแล้ว คงจะเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุด หรือไม่ก็เป็นคนที่น่าสงสารที่สุดในโลก เพราะบางอย่างที่ในหนังสือนี้แนะนำเป็นสิ่งที่เราไม่คิดว่าจะต้องทำหรือไม่คิดจะทำเลยด้วยซ้ำ เช่น การสัก หรือการกระโดดบันจี้จั๊มป์           ทว่าเมื่อลองมานั่งคิดดูดีๆ บางครั้งสิ่งที่เราอยากทำและยังไม่ได้ทำในชีวิตนี้อาจมีไม่มากถึง 101 สิ่งอย่างที่หนังสือว่ามาก็ได้ บางทีสิ่งที่เราต้องการจะทำอาจเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ สักอย่างหรือสองอย่างที่คนอื่นมองไม่เห็นความสำคัญ แต่นั่นละ ใครจะไปรู้ความต้องการของเราดีเท่ากับตัวเราเองล่ะ           คุณแอนเดรีย – กุลกนิษฐ์ ทังสุนันทน์ ก็เป็นผู้หนึ่งที่เคยคิดทบทวนว่าในชีวิตนี้เธออยากทำอะไรบ้าง และหนึ่งสิ่งจากหลายสิ่งก็คือ การมีบ้านพักหลังเล็กๆ ที่แสนอบอุ่นท่ามกลางหุบเขา ซึ่งเธอก็ไม่รีรอที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ           “โวคบัลลังก์เมฆ” คือชื่ออาณาจักรแห่งความสุขของคุณแอนเดรียตั้งอยู่ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา […]