สัมผัสชีวิตริมคลองที่…บ้านบางเชือกหนัง

วิถีชีวิตริมน้ำนับเป็นเอกลักษณ์ความเป็นอยู่อย่างชาวภาคกลางที่กำลังค่อยๆ เลือนหายไปเพราะมีถนนเข้ามาแทนที่แต่บ้านริมคลองบางเชือกหนังหลังนี้ กลับเชื่อมโยงบรรยากาศแบบบ้านริมคลองยุคเก่าเข้ากับงานออกแบบสมัยใหม่

โอบล้อมด้วยแสงใน บ้านไทย สไตล์มินิมัล

นับเป็นโชคดีของเราที่วันนี้อากาศดี ไม่ร้อนจัดและแสงแดดไม่แรงจนเกินไป เหมาะแก่การถ่ายภาพบ้านเป็นอย่างยิ่ง บ้านที่เรามาเยือนในครั้งนี้เป็นเรือนหอ บ้านไทย สไตล์มินิมัลของ คุณจุ๊บ – ศศธร ภาสภิญโญ และ คุณรินทร์ – ภัทรกานต์ เศรษฐชยั ตั้งอยู่ในย่านพัฒนาการ บนพื้นที่ 100 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินเดิมของครอบครัวคุณจุ๊บ บ้านที่มีไอเดียในการจัดการกับแสงสว่างได้อย่างน่าสนใจ   “เริ่มแรกเราอยากได้บ้านไทยสไตล์มินิมัล กล่าวคือมีโถงทางเดินอยู่ตรงกลางบ้านเหมือนบ้านไทย แต่การตกแต่งต้องดูเรียบ มีแฝงอารมณ์แบบญี่ปุ่นนิดๆ และเปิดรับแสงธรรมชาติได้รอบบ้านโดยที่ต้องไม่เพิ่มความร้อนให้บ้านด้วย เราสองคนชื่นชอบการอ่านหนังสือและมักเก็บภาพสไตล์การตกแต่งบ้านไว้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างบ้านของเรา” คุณจุ๊บเกริ่นนำให้เราฟัง การหาไอเดียจากหนังสือประกอบกับเคยเรียนด้านสถาปัตยกรรม จึงสเก็ตช์ภาพบ้านแบบคร่าวๆ พร้อมบอกความต้องการหลักให้ คุณวิมลรัตน์ อิสระธรรมนูญ สถาปนิกนำไปออกแบบต่อ ใน บ้านไทย หลังนี้ จากที่จอดรถ ผู้ออกแบบทำทางเดินรอบบ่อปลาคาร์พ ก่อนจะนำเข้าไปสู่ตัวบ้าน การออกแบบดังกล่าวสร้างบรรยากาศแห่งการเชื้อเชิญ เปรียบเสมือนการต้อนรับจากเจ้าของบ้าน รอบบริเวณบ้านยังปลูกต้นไม้นานาพรรณดูร่มรื่น สร้างความรู้สึกสดชื่นได้ดีก่อนเข้าไปสู่ภายในบ้าน ซึ่งสิ่งแรกที่พบคือโถงนั่งเล่นแบบดับเบิลสเปซที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย สะท้อนบุคลิกของเจ้าของบ้านทั้งสองที่ชื่นชอบความสบายและเป็นกันเอง ผู้ออกแบบใช้โถงบันไดกลางบ้านเป็นจุดเชื่อมโยงทุกพื้นที่ใช้งานตามความต้องการของเจ้าของบ้าน ผนังที่ขนาบโถงนี้ทั้งสองด้านเป็นปูนเปลือย ดูเท่และทันสมัยแบบที่เจ้าของบ้านชื่นชอบผสมผสานกับการเลือกใช้ไม้และไม้วีเนียร์ เป็นการเพิ่มรายละเอียดที่ดูสะอาดตา โถงบันไดนี้ยังแบ่งบ้านเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วยส่วนรับแขก ส่วนรับประทานอาหาร […]

ปริ่มสุขในพื้นที่จำกัด

  บ้านที่ดีควรเป็นบ้านที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศ บ้านหลังนี้ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการออกแบบให้สัมพันธ์กับอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย เบื้องหลังประตูตะแกรงเหล็กสีดำคือบ้านสไตล์โมเดิร์นของ คุณเอ – จิรสีห์ และ คุณสุพินดา เตชาชาญ ซึ่งสร้างบ้านเกือบเต็มพื้นที่ ทำให้บ้านดูใหญ่และโอ่โถง ทั้งที่ขนาดที่ดินไม่ได้ใหญ่มาก เมื่อก้าวเข้าไปภายในบ้านเราสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน พร้อมกับสายลมอ่อนๆ ที่พัดเข้ามาตลอดเวลา “เดิมทีที่ดินตรงนี้เป็นสนามหญ้าของบ้านคุณแม่คุณเอ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 65 ตารางวา และคุณเอต้องการใช้เป็นเรือนหอครับ” คุณรักศักดิ์ สุคนธะตามร์ สถาปนิกผู้ออกแบบบ้าน และยังเป็นเพื่อนสนิทของคุณเอด้วย เกริ่นนำให้เราฟัง “โจทย์แรกที่ผมได้รับก็คือคุณเอเป็นโรคภูมิแพ้ ไม่ชอบอยู่ในพื้นที่อับๆอยากได้บ้านที่โปร่งโล่ง และต้องการพักผ่อนสบายๆ ในบ้านที่ให้อารมณ์กึ่งๆรีสอร์ต เพราะเป็นคนชอบอยู่บ้าน และต้องมีมุมสำหรับปาร์ตี้สังสรรค์กันทุกเดือน” คุณรักศักดิ์เท้าความถึงวันแรกๆ ของการพูดคุยกับคุณเอ นับจากวันนั้นเขาและทีมงานก็กลับมาทำการบ้าน โดยพิจารณาจากความต้องการของเจ้าของบ้านและข้อจำกัดของพื้นที่ จนได้แนวคิดหลักในการออกแบบ “เรามองว่าจะต้องเป็นบ้านที่อยู่สบาย ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ประหยัดพลังงาน ที่สำคัญรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด” ตัวอาคารใช้โครงสร้างเหล็กกรุกระจกใส ซึ่งตอบโจทย์ความชื่นชอบบ้านสไตล์โมเดิร์นของเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ยังทำประตูเชื่อมระหว่างบ้านคุณเอกับบ้านคุณแม่ จุดเด่นที่น่าสนใจของบ้านนี้คือโครงสร้างเหล็กและประตูบานสูงชะลูดบริเวณทางเข้าบ้าน ซึ่งเปิดได้ทั้งหมด 4 ช่องทาง ทำให้เกิดทางระบายอากาศภายในบ้านระหว่างทิศเหนือกับทิศใต้ หลายท่านอาจสงสัยว่าการเลือกใช้กระจกจะเหมาะกับสภาพอากาศของบ้านเราจริงหรือ คุณรักศักดิ์ให้คำตอบว่า “หากเลือกวางตำแหน่งบ้านในทิศทางที่ถูกต้อง เน้นการรับแสงธรรมชาติเลี่ยงแดดจัด ก็จะทำให้บ้านที่ใช้กระจกได้สัมผัสกับความร่มรื่น ผมและทีมงานจะคำนวณด้วยโปรแกรมทุกครั้งก่อนออกแบบ เพื่อหาทิศทางของกระแสลมที่พัดในแต่ละช่วงเวลาตลอดทั้งปี […]

พึงใจในเท่านี้

ไม่อยากเป็นหนี้ มีเงินเท่านี้ก็สร้างเท่านี้ เลยปลูกแบบหลังเล็กๆ ในที่ดินเดิมของพ่อแม่ ไม่ชอบบ้านหลังใหญ่ เพราะดูแลยาก

บ้านนี้ (เลข) ที่หนึ่งเลย…

          ขอเล่าเท้าความก่อนว่า บ้านหลังนี้เลขที่หนึ่งจริงๆ ตามที่ชื่อเรื่องว่าไว้ เพราะเป็นบ้านเลขที่ของบ้านเดิมบนที่ดินที่เจ้าของบ้านหลังนี้ซื้อมาตอนก่อสร้างบ้านใหม่ เจ้าของได้ยื่นเรื่องติดต่อไปทางเทศบาล ก็ได้รับแจ้งว่าให้ใช้บ้านเลขที่เดิม ทะเบียนราษฎร์ลงตัวอยู่แล้ว           เมื่อรื้อบ้านเดิมออกหมด เจ้าของก็ปลูกบ้านใหม่พร้อมสำนักงานและโกดังเก็บของ ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว โดยมอบหมายให้น้องเพื่อนซึ่งเป็นสถาปนิกมาช่วยออกแบบให้           “พอติดต่อไปยังสถาปนิก เขาบอกว่าขอเวลาศึกษาที่ตั้งโครงการและสภาพแวดล้อมก่อน ส่วนทางเราก็บอกความต้องการไปเยอะทีเดียว”คุณธีราวรรณ วิริยะพงษ์ เจ้าของบ้าน เกริ่นถึงที่มา           หลังจากใช้เวลาศึกษาโจทย์และเงื่อนไขอยู่เกือบปี ทำให้ผู้ออกแบบแน่ใจแล้วว่าผลที่ตามมาจะไม่ทำให้เจ้าของบ้านผิดหวัง เริ่มตั้งแต่บรรยากาศภายใน มุมมองต่างๆ ที่ค่อนข้างสบายตา อากาศและอุณหภูมิในบ้านที่พอเหมาะพอดี การวางทิศทางตำแหน่งพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ทำได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม รวมถึงการพยายามแก้ปัญหาให้มีจุดด้อยเกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้           “บ้านหลังนี้ไม่ได้เริ่มต้นว่าเจ้าของชอบบ้านสไตล์ไหน แต่เริ่มต้นจากเจ้าของไม่อยากได้อะไร ไม่ชอบอะไร ไม่อยากให้มีอะไร ไม่อยากเห็นอะไร รวมทั้งไม่อยากทำอะไรเมื่อบ้านเสร็จแล้ว ตัวอย่างเช่น ไม่ชอบบ้านที่มีผนังทึบๆ ไม่อยากได้ผนังที่เก็บฝุ่นทำความสะอาดยาก […]

อุ่นไอความฝัน

          “สองมือถือความฝัน สองเท้าก้าวเข้ามา”           ผมสะดุดกับเสียงที่ลอยผ่านอากาศเข้ามาในโสตประสาท นึกประหลาดใจว่าผมคงฟังผิดไป เพราะมันเป็นเสียงประกาศจากรถกระบะเร่ขายของที่เพิ่งผ่านหน้าบ้านไป           เพราะผมและทีมงาน “บ้านและสวน” กำลังยืนอยู่หน้าบ้านสวยหลังหนึ่งถนนจากประตูทางเข้าทอดยาวคดเคี้ยวเกิดเส้นสายอ่อนนุ่มสู่ตัวบ้าน บ้านซึ่งตั้งอยู่บนเนินเล็กๆ ที่สร้างขึ้น ทำให้ตัวอาคารดูโดดเด่นและเป็นจุดนำสายตาเมื่อก้าวผ่านรั้วเข้ามา เส้นสายโค้งมนลบเหลี่ยมมุมของตัวบ้าน บวกกับ รูปทรงที่แปลกตาต่างไปจากบ้านทั่วไป ทำให้ผมเริ่มอยากพบเจ้าของบ้านและสถาปนิกขึ้นมาทันที ภาพในจินตนาการเป็นผู้ชายวัยกลางคนที่มีความเป็นเด็กและทันสมัย ชอบอะไรแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ถึงได้สร้างบ้านแบบนี้ได้แต่เมื่อความจริงเฉลย เราต่างแปลกใจ…เพราะเราคิดผิด           ศาสตราจารย์อนันต์ กรุแก้ว คือผู้เป็นทั้งเจ้าของบ้านและสถาปนิกออกแบบบ้านของครอบครัวหลังนี้ ด้วยวัย 84 ปีกับประสบการณ์การทำงานมาทั้งชีวิต ทำให้บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยรายละเอียดและ “ความฝัน” แม้อายุจะพ้นวัยเกษียณมาหลายปีแล้ว แต่คุณอนันต์ยังคงถือคติที่ว่า “การทำงานคือชีวิต”           “งานทุกงานมีคุณค่า บางงานได้ค่าออกแบบน้อยหรืออาจไม่ได้เลยเราก็เลือกที่จะทำเพราะอยากสะสมประสบการณ์ จะงานเล็กงานใหญ่ ทำไปก่อน สุดท้ายความรู้ที่มีจะตกตะกอนเป็นปัญญา […]

หากันจนเจอ …บ้านของเรา

          หากใครเคยท่องโลกอินเทอร์เน็ตแล้วถามหาคำตอบจาก“พี่เกิ้ล” (Google) ถึงสิ่งที่อยากรู้ เรามักไม่ผิดหวังกับความรอบรู้ของพี่คนนี้ แต่มีบางเรื่องที่ไม่ว่าพี่เกิ้ลหรือใครก็ไม่สามารถช่วยหาคำตอบได้ นั่นคือการค้นหาคำว่า “ความพอดีในชีวิต” การพบกันของคนสองคน การใช้เวลาค้นหาตัวตนของกันและกัน และการค้นหาบทสรุปของบ้านหลังแรกในชีวิต ทุกสิ่งคงไม่สามารถหาเจอได้ภายในคลิกเดียวแน่นอน           บ้านหลังนี้เกิดจากการตัดกันของเส้นทางชีวิตของคนสองคนไม่ว่าจะด้วยความบังเอิญหรือฟ้าเป็นคนเขียนบท คุณกวิน ว่อง-วิกย์การ และ คุณวิยะดา เจริญศุข ว่องวิกย์การ ก็ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่าเจ็ดปีแล้ว มีบางสิ่งเชื่อมโยงให้ทั้งคู่พบกันที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในหน้าที่ของการเป็นอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ แล้วผมก็ต้องแปลกใจเมื่อทราบว่าทั้งคู่ไม่ใช่คนเชียงใหม่แต่พอได้มาอยู่และทำงานที่นี่ ต่างก็หลงรักเสน่ห์ของเมืองแห่งนี้เข้าอย่างจัง           ปัจจุบันคุณวิยะดาลาออกจากการเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยแล้ว มาเป็นสถาปนิกที่บริษัสถาปนิก 49 จำกัด สาขาเชียงใหม่ส่วนคุณกวินยังคงสอนหนังสืออยู่ “ตอนแรกไม่ได้คิดจะมาลงหลักปักฐานที่เชียงใหม่ คงเป็นเพราะเจอช่วงเวลาที่พอดี เจอคนและสถานที่ที่พอดี เลยเกิดความคิดอย่างนี้ขึ้น ซึ่งคุณพ่อของคุณกวินมีที่ดินตรงนี้อยู่แล้ว ประจวบกับมีคนรู้จักกำลังจะขายบ้านไม้เก่าเราไปเห็นเข้าก็สนใจ จึงขอซื้อมาทำเป็นโครงสร้างไม้ของบ้านชั้นบนสภาพไม้ยังดีอยู่ แค่นำมาทาสีเคลือบและปรับช่วงเสานิดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว”           หลังจากแต่งงานมาประมาณสามปี ทั้งคู่ตัดสินใจสร้างบ้านหลังนี้ด้วยแนวคิดที่อยากให้เป็นบ้านที่อยู่สบาย ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา […]

หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับหนึ่ง

          “โลกใบนี้อาจแบ่งได้เป็นสองส่วน หนึ่ง คือ โลกที่อยู่ภายในจิตใจ ซึ่งมีตัวเราเป็นผู้ควบคุม สอง คือ โลกที่อยู่รอบๆ ตัวเรา บางครั้งเราก็ไม่สามารถควบคุมโลกรอบๆ ตัวได้ แต่เราเลือกที่จะหาจุดซ้อนทับระหว่างโลกทั้งสองใบนี้ได้”            หากเปรียบกับบ้านหลังนี้ งานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในก็เป็นดั่งโลกภายใน ส่วนงานภูมิสถาปัตยกรรมก็เป็นดั่งโลกภายนอก เมื่อโลกสองใบพบพื้นที่ที่พอดีกันก็เกิดเป็นบ้านสวยที่น่าอยู่           หากมองเผินๆ บ้านสบายหลังนี้อาจเป็นเพียงบ้านสวยที่ดูลงตัวหลังหนึ่งแต่สิบปากว่าคงไม่เท่าตาเห็นและกายได้สัมผัส เพราะเมื่อก้าวเข้ามาภายในบ้าน ก็รู้สึกได้ถึงความน่าอยู่และโปร่งโล่ง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่บ้านพักอาศัยทุกหลังควรมี           บ้านกลางกรุงเทพมหานครหลังนี้เป็นของ คุณรัติยา โชติธรรมรัตน์ จุดเริ่มต้นของการทำบ้านเริ่มจากการพูดคุยกับสถาปนิก คุณธนสิทธิ์ เนศนิตย์ โดยบอกความต้องการไปว่า อยากได้บ้านที่โปร่ง สามารถมองออกไปเห็นภายนอกได้มากที่สุด สถาปนิกจึงวางอาคารเป็นรูปตัวแอล (L) และสร้างคอร์ตกลางบ้านที่สามารถเปิดมุมมองได้ตลอดเวลา ภายในบ้านก็มีระยะจากพื้นถึงฝ้าสูง 3 เมตร ซึ่งสูงกว่าระดับมาตรฐานทั่วไปที่จะสร้างที่ 2.70 เมตร รวมทั้งการแยกเสากลมลอยออกมาจากตัวบ้าน […]

ใช่เพราะโล่ง ชอบเพราะเรียบ

         เพราะลูกๆ ต่างก็เติบโตขึ้น ต้องแยกออกมามีห้องส่วนตัว ทำให้ คุณคมสัน และ คุณวิมล ธรสารสมบัติ ต้องมองหาบ้านหลังใหม่แทนบ้านหลังเดิม โดยเลือกทำเลของหมู่บ้านจัดสรรในแถบประชาชื่น – แจ้งวัฒนะ คุณวิมลอธิบายว่า           “ตอนแรกเราอยากได้บ้านที่มีพื้นที่มากสักหน่อย แต่ทางโครงการยังไม่มีพื้นที่อย่างที่เราต้องการ เขาจึงขอชื่อไว้ เพราะกำลังเปิดเฟสใหม่ทำบ้านขนาดใหญ่ ไม่นานเขาก็ติดต่อให้เรามาเลือกตำแหน่งที่ดินก่อนเปิดตัวโครงการตัดสินใจเลือกที่ตรงนี้เพราะหน้าบ้านมีทะเลสาบ ก่อนถึงขั้นตอนการปลูกสร้างบ้านจริงก็มีการวางผังตัวบ้านต่างจากที่โครงการกำหนดไว้ คือเขาจะเว้นส่วนหน้าบ้านไว้เยอะเพื่อจัดเป็นสวน แต่เราขอเลื่อนตัวบ้านไปข้างหน้าเพื่อให้มีพื้นที่หลังบ้านเพิ่มขึ้น เพราะตอนอยู่บ้านเก่าเราแทบไม่ได้ใช้ประโยชน์กับพื้นที่สวนที่จัดไว้หน้าบ้านเลย กลับไปใช้พื้นที่หลังบ้านเสียมากกว่า เพราะให้ความเป็นส่วนตัวได้ดีกว่า”           การก่อสร้างบ้านหลังนี้ใช้เวลานาน เพราะแม้จะเป็นไปตามตารางเวลาของโครงการ แต่เอาเข้าจริงๆ เจ้าของบ้านต้องการปรับพื้นที่ภายในใหม่เกือบทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีการต่อเติมพื้นที่ เช่น ส่วนนั่งเล่นหลังบ้านห้องซักรีด ห้องครัว และห้องแม่บ้านด้วย บ้านหลังนี้จึงมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างใหญ่ คือ 460 ตารางเมตร           สำหรับการปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในเป็นหน้าที่ของ คุณวิบูลย์ […]

ความเป็นส่วนตัวที่ไม่ปรุงแต่ง

          ทุกคนต้องการความเป็นส่วนตัว แต่สำหรับการใช้ชีวิตร่วมกันเป็นครอบครัวซึ่งมีพ่อ แม่ และลูกความเป็นส่วนตัวของแต่ละคนจึงคล้ายกับวงกลมสามวงที่ซ้อนทับกันอยู่ ความสุขที่สมาชิกแต่ละคนจะได้รับนั้น มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับวิถีการใช้ชีวิตของแต่ละครอบครัว           ครอบครัวจันทรคณา เป็นครอบครัวขนาดกลาง ประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูกชาย 2 คน และเป็น ครอบครัวหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการมีพื้นที่ส่วนตัวร่วมกับการใช้พื้นที่ส่วนกลางของบ้าน หลังจากใช้เวลานานพอสมควรในการพูดคุยกับสถาปนิกหลายๆ คน ในที่สุดก็ได้พบ คุณเต้อ – นันทพงศ์ ยินดีคุณ สถาปนิกอิสระผู้ออกแบบและดูแลการก่อสร้างบ้านหลังที่สามของครอบครัวนี้ให้ใกล้เคียงกับความต้องการของเจ้าของบ้านมากที่สุด           จากประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานครในบ้านหลังที่หนึ่งและหลังที่สองที่เจ้าของบ้านบอกว่า “บางทีไม่พร้อมจะรับแขก อย่างแขกของลูกมาก็ต้องเดินตัดผ่านพื้นที่ส่วนตัว หรือบางส่วนต้องใช้งานร่วมกันมีความรู้สึกว่าไม่สะดวก บางทีอยากอยู่เงียบๆ แต่ทำไม่ได้” ประกอบกับความวุ่นวายของชีวิตในเมือง ทำให้           เจ้าของบ้านตัดสินใจเลือกมาปลูกบ้านอีกหลังที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งอยู่ในเขตปริมณฑล เจ้าของบ้านบอกเหตุผลที่เลือกที่นี่ว่า “อยู่ใกล้แหล่งน้ำที่ดี ปลูกอะไรก็ขึ้น อาหารอุดมสมบูรณ์ เดินทาง […]

สีสรร… สร้างอารมณ์

         สีสันมีอิทธิพลต่อมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของอารมณ์และความรู้สึก ในฐานะเจ้าของบ้านและมัณฑนากรคุณชนิกานต์ ศบศาตราศร จึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ตัวเธอเองร่ำเรียนด้านการออกแบบจาก Inchbald School of Design และสถาปัตยกรรมศาสตร์จาก Architectural Association School of Architecture (AA) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ขณะที่ Mr. Ulises Baque Estevez คนรู้ใจชาวสเปน ก็สนใจงานด้านศิลปะ เขาเรียนมาทางด้าน Audiovisual Film & Theatre ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปนจึงไม่แปลกที่เจ้าของบ้านจะมีศิลปะในการตกแต่งบ้านได้อย่างน่าสนใจ          เนื้อที่ของบ้านทั้งหมดมีประมาณ 5 ไร่เศษ ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ คุณแม่ของคุณชนิกานต์ (คุณดวงใจ สวนบุญ)ซื้อไว้สร้างบ้านสำหรับใช้ชีวิตหลังเกษียณ ขณะนั้นคุณชนิกานต์ยังศึกษาอยู่ที่ลอนดอน พอคุณแม่ป่วยจึงกลับมาดูแล และในที่สุดก็สานต่อด้วยการปลูกบ้านและตกแต่งภายใน แม้คุณแม่จะจากไปก่อน แต่เธอก็ยังตั้งใจทำตามความประสงค์ของท่าน     […]

ฝันไว้ว่า… อยากมี บ้านริมน้ำ

           บ้านคอนกรีตโปร่งสบายสองชั้นตั้งอยู่ในบรรยากาศแบบชนบทปลายทุ่งนาติดริมแม่น้ำเช่นนี้เป็นความฝันหนึ่งที่ ม.ล.อนุวาต ไชยันต์ สร้างให้เป็นจริงขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงและความภูมิใจ           “ผมอยากได้บ้านริมแม่น้ำมานานแล้วครับ แต่ก็ไม่ทราบว่าจะไปหาที่ดินที่ไหน เพราะถ้านึกถึงริมแม่น้ำก็จะนึกถึงอยุธยา ซึ่งก็หาที่ได้ยากมาก?และเท่าที่เคยไปเที่ยวก็พบว่ามักมีเรือท่องเที่ยว เรือหางยาวแล่นผ่านเป็นประจำ เกิดเสียงดังน่ารำคาญ แล้วยังมีเรื่องขโมยขึ้นบ้านก็บ่อย          “เผอิญมีคนรู้จักของเพื่อนบอกขายที่ดินริมแม่น้ำนครชัยศรีเห็นว่าเงียบสงบดี จึงตกลงซื้อ และเริ่มลงมือสร้างบ้านในฝันทันที”          ที่ดินขนาด 6 ไร่ซึ่งสภาพเดิมเต็มไปด้วยหญ้าอ้อ กกและไม้ที่ขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำ จึงมีการปรับเปลี่ยนพอสมควรโดยเฉพาะการขุดดินในพื้นที่เดิมเพื่อทำเป็นถนนเข้ามา?รวมทั้งทำสนามหญ้าเล็กๆ ด้านหลังบ้าน ทำให้ที่ดินโดยรอบเป็นคูคลอง และบึงน้ำเต็มไปด้วยจอกและไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ          “ก่อนสร้างก็แอบสังเกตจากต้นไม้เก่าๆ หรือเสาไฟฟ้าในบริเวณใกล้เคียงว่าเคยมีรอยระดับน้ำขึ้นสูงสุดแค่ไหน แล้วเทียบเคียงว่าเราจะสร้างบ้านให้สูงขนาดไหนจึงจะปลอดภัย คือโจทย์จะค่อนข้างบังคับอยู่แล้วว่าต้องเป็นบ้านยกพื้นสูง แล้วก็กลัวปัญหาของปลวกด้วย ฉะนั้นจึงต้องเป็นบ้านปูน แต่เรา เป็นคนชอบไม้ ก็เลยใช้ไม้เป็นส่วนตกแต่ง แต่เป็นส่วนน้อยตัวบ้านเองยังแอบได้แรงบันดาลใจจากสไตล์บาหลีบ้าง”     […]

ผิดที่แต่ถูกทาง

          เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน คุณอภิชาต รมยะรูป ซื้อที่ดินผืนหนึ่งขนาด 10 ไร่ในแถบอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ จากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งมาบอกขายเนื่องจากสมัยนั้นบริเวณนี้อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ค่อนข้างมาก ที่ผืนนี้เคยเพาะปลูกใบยาสูบและใบเมี่ยง ตั้งอยู่ติดริมน้ำแม่แตง แต่ไม่มีทางถนนเข้ามาถึง โชคดีที่ไม่กี่เดือนต่อมาเจ้าของที่ดินผืนติดกันซึ่งอยู่ติดถนนใหญ่ก็มาบอกขายที่อีก 8 ไร่ คุณอภิชาตจึงซื้อไว้ เพราะเป็นโอกาสที่จะทำถนนเข้ามายังที่ดินส่วนแรก และได้จัดแบ่งที่ดินเป็นสวนลำไย มะม่วง และลิ้นจี่ รวมทั้งหาไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ มาลง           หนึ่งปีต่อมาหลังจากซื้อที่ดินแล้วจึงเริ่มลงมือสร้างบ้านหลังแรกเป็นทรงฝรั่งขนาดพอเหมาะ?มีห้องนอนเล็กๆ 2 ห้อง แต่ไม่เพียงพอต่อการรับรองแขกคุณอภิชาตจึงคิดสร้างบ้านใหม่อีกหลังเป็นบ้านไม้?แต่กว่าจะได้สร้างจริงก็ล่วงไป 6 ปีหลังจากที่สร้างบ้านหลังแรก ระหว่างนั้นก็ซื้อเรือนไม้เก่าและเรือนยุ้งข้าวเก็บสะสมไว้พอสมควร           การก่อสร้างเรือนไม้หลังนี้ได้คนคุ้นเคยมาช่วยดำเนินการให้?คุณอภิชาตบอกว่า เขาผู้นี้ไม่ใช่สถาปนิกหรือสล่า แต่ก็มีประสบการณ์และมีช่าง ความต้องการในตอนแรกของคุณอภิชาตคือเรือนแบบล้านนา แต่เนื่องจากไม่ได้คุยกันในรายละเอียด บ้านหลังนี้จึงมีลักษณะเป็นเรือนไทยภาคกลางซึ่งเป็นความถนัดของผู้สร้าง คุณอภิชาตเองก็ไม่คิดจะเปลี่ยนรูปทรงของตัวบ้านที่มีลักษณะเหมือนเรือนเดี่ยวรูปยาว ยกพื้นเรือนสูง ทำให้มีพื้นที่ใต้ถุนไว้ใช้งานแบบอเนกประสงค์เช่น รับแขก นั่งเล่น และรับประทานอาหาร ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่ส่วนตัว ประกอบด้วยเตียงนอน มุมพักผ่อน […]

ที่นี่มีภูเขา น้ำ และอากาศ

          ก่อนหน้าที่จะเกษียณจากหน้าที่ Flight Manager คุณสุธน กังสนานนท์ได้ปรึกษาพูดคุยกับ?คุณลาวัณย์ฉวี กังสนานนท์ ภรรยา ว่าจะหาบ้านต่างจังหวัดไว้อยู่อาศัยและพักผ่อนอย่างจริงๆ จังๆ เสียที จะได้ไม่ต้องคอยว้าวุ่นกับการเดินทางเหมือนในช่วงที่อยู่กรุงเทพฯ ทั้งคู่ลงความเห็นว่า สถานที่ตั้งของบ้านควรอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก เพราะจากประสบการณ์ที่เคยมีคอนโดมิเนียมในจังหวัดเชียงใหม่ แต่มีโอกาสได้ใช้งานเพียงปีละครั้งเท่านั้น           ในที่สุดทั้งคุณสุธนและคุณลาวัณย์ฉวีก็ถูกใจที่ดินในแถบอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เป็นที่ดินในสนามกอล์ฟ Sir James Country Club ขนาด 224 ตารางวา จึงตัดสินใจซื้อ เพราะคุณสุธนเองก็ชื่นชอบการเล่นกอล์ฟ (แม้ต้องหยุดเล่นไประยะหนึ่งเนื่องจากสุขภาพไม่อำนวย) อีกทั้งลักษณะของพื้นที่ก็เป็นเนินเล็กๆ ด้านหน้าอยู่ใกล้บึงน้ำ ด้านหลังมีวิวภูเขา ถือเป็นทำเลที่ยอดเยี่ยม           สำหรับแบบบ้านที่นำมาสร้างก็เป็นการปรับจากแบบบ้านของเพื่อนๆโดยเจ้าของบ้านทั้งคู่ได้รับคำแนะนำดีๆ ทั้งในเรื่องแบบบ้าน การก่อสร้าง และการตกแต่งภายในจาก คุณธวัชชัย ปิยะอัจฉริยะ คนรู้จักมักคุ้นซึ่งรับออกแบบตกแต่งบ้านให้ญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงเป็นงานกึ่งประจำอยู่บ้าง?อีกทั้งมีบ้านหลังงามอยู่ในโครงการนี้มาก่อนด้วย         […]

บ้านนี้เราออกแบบเอง

          Mr.Tad Malone และ คุณชนิดา นิลกลัด เคยใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองแซนตามอนิกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านั้นเคยย้ายบ้านมาแล้วหลายแห่ง ซึ่งรวมระยะเวลานานเกือบ 20 ปี กระทั่งวันหนึ่งทั้งคู่ต่างก็คิดว่าสมควรแก่เวลาแล้วที่จะกลับมาอยู่เมืองไทย จึงเก็บข้าวของต่างๆที่มี โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์เก่าซึ่งหลายตัวตกทอดมาจากปู่ย่าตายายของคุณแทด บางอย่างเป็นของตกแต่งที่ซื้อจากสถานที่ต่างๆ ที่เคยไปเยือน อาทิเม็กซิโก ฝรั่งเศส และโมร็อกโก รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่เก็บมาเลี้ยงจากข้างถนนจนกลายเป็นสมาชิกในครอบครัว           “พอเรากลับมาเมืองไทยแล้ว ก็คิดจะมาปักหลักอยู่ที่เชียงใหม่ แม้จะไม่รู้จักใครเลยก็ตาม ตอนแรกก็เช่าบ้านอยู่ไปก่อน ค่อยๆ เลือกดูที่ดินปลูกบ้านที่ถูกใจ ซึ่งใช้เวลานานพอสมควรเลยค่ะกว่าจะได้” คุณชนิดาเริ่มต้นเล่าเรื่องราวให้ฟัง           ที่ดินที่ทั้งสองพอใจมีขนาดไร่เศษ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอหางดง ซึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก เนื่องจากเคยเป็นสวนลำไยเก่า จึงแทบไม่ต้องถมที่ เพียงแต่ใช้รถมาเกลี่ยหน้าดินให้เรียบร้อย หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มต้นก่อสร้างบ้าน โดยช่วยกันออกแบบบ้านเอง ทั้งๆ ที่ไม่มีความรู้ด้านสถาปัตยกรรมเลย อาศัยใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์เขียนแบบคอยกำหนดขนาดสัดส่วนที่ต้องการ และเข้ามาสำรวจที่ดินเพื่อดูทิศทางของแสงแดดและลม       […]

เริ่มต้น จาก งานศิลปะ

          Ms. Lotta Ruthgerg ชาวอิตาลีผู้นี้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตหลายครั้ง เพราะเธอชื่นชอบกีฬาตีกอล์ฟมากกระทั่งคิดว่าน่าจะมีบ้านสักหลังไว้ที่นี่เพื่อเป็นบ้านพักผ่อน ซึ่งจะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าและได้อยู่ในบรรยากาศที่ตัวเองชื่นชอบดีกว่าการเข้าพักในโรงแรม?และเธอก็ตัดสินใจเลือก บ้านจัดสรรหลังนี้           คุณสันทนี อ๊อตโต้ ผู้ออกแบบได้เข้ามาดูแลการปลูกสร้าง พร้อมกับการออกแบบตกแต่งภายในไปด้วยเมื่อตัวบ้านสร้างไปเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว?การปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานจึงมีแค่บางส่วนเท่านั้น เพื่อไม่ให้เสียเวลาและงบประมาณมากนัก คุณสันทนีอธิบายว่า บ้านสองชั้นหลังนี้วางแปลนเป็นรูปตัวแอล (L) ลักษณะของพื้นที่และการแบ่งกั้นห้องต่างๆยังคงตามแบบเดิม รวมถึงตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินด้วย สำหรับพื้นที่ที่ปรับเปลี่ยนก็มี เช่นตำแหน่งที่จะทำตู้เครื่องเสียงก็เปลี่ยนมาทำเบย์วินโดว์ โดยออกแบบเป็นที่นั่งยาวและเปลี่ยนจากผนังทึบเป็นผนังกระจกใสหรือจากเดิมที่มีเพียงสองห้องนอนเฉพาะชั้นบน ก็มีการเปลี่ยนห้องน้ำสำหรับสระว่ายน้ำมาเป็นห้องพักแขกในชั้นล่างด้วยนอกจากนี้ผู้ออกแบบยังได้เพิ่มเต็นท์ขนาดใหญ่สำหรับทำเป็นส่วนอเนกประสงค์ ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ติดกับสระว่ายน้ำ เพื่อให้เจ้าของบ้านได้มีพื้นที่ภายนอกบ้านตามที่ต้องการ           สำหรับการตกแต่งภายในก็เป็นการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวมาจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม คุณสันทนีบอกว่าเจ้าของบ้านชอบความสะอาดสะอ้าน จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นเฟอร์นิเจอร์สีขาวหลายตัวในบ้านหลังนี้ ส่วนสีสันอื่นๆ ที่ใช้ในบ้านจะมีจุดเริ่มต้นจากงานศิลปะแบบสมัยใหม่ของเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นงานที่มีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ของเส้นต่างสีสันแทนความหมายถึงความสัมพันธ์หรือการประสานกันอย่างพอดิบ – พอดี ผู้ออกแบบจึงใช้เป็นตัวกำหนดสีสันของของตกแต่งที่เห็นได้ชัดก็คือ หมอนอิงหรือผ้าบุหลากสีในแต่ละห้อง นอกจากนี้เรายังเห็นสีสันและเส้นสายของงานศิลปะผ่านลวดลายบนถ้วย?จาน?แก้วน้ำ ถ้วยกาแฟ ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดตัว รวมถึงของใช้อีกหลายอย่างในชีวิตประจำวันด้วย       […]

keyboard_arrow_up